เล่นแร่แปรวัตถุดิบ...รวมเรื่องชุดโดยนักเรียนเขียนเรื่องอ่าน-คิด-เขียน
ความทรงจำ: ให้ความทรงจำเป็นเหมือน "ขยะ"
    • ทำไมเรื่องที่อยากลืมเรากลับจำได้อย่างตราตรึง แต่บางเรื่องอยากจำมากเท่าไหร่ สมองกลับไม่เคยจดจำ ความรักพังๆ เรื่องราวในความทรงจำที่ไม่มีวันหวนคืน จะกำจัดมันออกไปได้อย่างไร
    • ถ้าความทรงจำเปรียบเสมือนกับ “ขยะ
    • ความทรงจำในความสัมพันธ์ของคู่รักแต่ละฝ่ายอาจมีภาพจำแตกต่างกัน เพราะกระบวนการจัดเก็บ “ขยะ” ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

    เรื่องโดย...สิริโชค โกศัลวิตร ผลงานลำดับที่  15  ในคอลัมน์ "เล่นแร่แปรวัตถุดิบ"คลิกเพื่ออ่าน.....บทนำ: เล่นแร่แปรวัตถุดิบ...รวมเรื่องชุดโดยนักเรียนเขียนเรื่อง 2018 ได้ที่นี่


    จำอะไรน่าเจ็บใจที่สุด ?

    จำได้ว่า... ลืมกินยาก่อนอาหารยาก่อนอาหารจึงกลายเป็นยาหลังอาหารไปทุกที!
    จำได้ว่า... อ่านหนังสือเรื่องนี้ไปจากหน้าใด จำได้ทุอย่าง ยกเว้นคำตอบ!
    จำได้ว่า... ต้องส่งงาน แต่ดันลืมหยิบงานออกมาส่ง!

    บางครั้งสมองที่เราควบคุมเองก็เหมือนจะเล่นตลกกับเรา เหตุการณ์บางอย่างยิ่งย้ำเตือนตัวเองว่าให้จำ แต่สมองกลับไม่สั่งการจัดเก็บ จนหลายครั้งทำให้เราเกิดอาการหลงลืม กว่าจะรู้ตัวอีกที ก็ไม่ทันการเสียแล้ว หรือสมองอาจเก็บข้อมูลไว้ เพียงแต่เอาออกมาใช้ ไม่ถูกเวลา ยิ่งไปกว่านั้น ยังฝากฝังความทรงจำใหม่เพิ่มเข้ามา คือการ จำได้ว่าเคยลืม” เป็นของขวัญให้เจ็บใจเล่นๆอีกด้วย

    แต่พอกับบางเรื่อง ใจบอกให้ลืม เหตุใดสมองกลับยิ่งจดจำโดยเฉพาะเรื่องความรักพังๆ วันวานที่ไม่มีวันหวนคืน ยิ่งหยั่งรากลึกลงไปอย่างแข็งแกร่ง หรืออาจเพราะจริงๆแล้ว สมองกับหัวใจไม่สามารถแยกออกจากกันได้นั่นเอง

    หากจะกล่าวว่าการที่มนุษย์จดจำสิ่งต่างๆได้ขึ้นกับความใส่ใจนั้น อาจไม่ถูกต้องทั้งหมด การเอาใจใส่การจดจ่อต่อการรับรู้บางสิ่ง หรือการใช้  ใจ” สั่งให้สมองจดจำนั้น เป็นเพียงปัจจัยหนึ่งในการทำให้การรับรู้ ฝังแน่นอยู่ในความนึกคิดของเราได้นานขึ้น หรือกล่าวง่ายๆว่า ทำให้เรายังคงจดจำสิ่งนั้นๆได้ ซึ่งกระบวนการจำของมนุษย์นั้นมีอยู่ ขั้น โดยเมื่อเราได้รับข้อมูลผ่านประสาทสัมผัส ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ภายใต้การกระตุ้นจากสภาพแวดล้อม ณ ขณะนั้น สิ่งเร้าความรู้สึกจะถูกแปลงให้เป็นข้อมูลและจัดเก็บ แต่ข้อมูลส่วนใหญ่จะหายไปภายในไม่กี่เสี้ยววินาที เราเรียกกระบวนการในขั้นนี้ว่า ความจำการรู้สึกสัมผัส (Sensory Memory) เหมือนเวลาที่เราเห็นสิ่งของต่างๆ ไม่ใช่ทุกสิ่งที่เราอยากจะได้ เราอาจจะเพียงแค่มอง ชื่นชมเพียงชั่ววินาที แล้วเดินผ่านสิ่งๆนั้นไปอย่างไม่ติดใจ

    หลายคนอาจเปรียบกระบวนการจดจำของคนเราเป็นเหมือนคอมพิวเตอร์ แต่ถ้าหากมองอีกมุมหนึ่ง ความทรงจำ ก็ไม่ต่างจาก ขยะ

    "ขยะบางอย่างเรียกว่าของที่ระลึก
    ของที่ระลึกหลายอย่างกลายเป็นขยะ
    คุณค่าไม่เท่ากับมูลค่า
    ใช้ที่มาเป็นหลักเกณฑ์แยกหมวดความทรงจำ"


    สิ่งของแต่ละอย่างที่เราได้มาครอบครอง ในท้ายที่สุดสิ่งๆนั้นก็ต้องกลายเป็น ขยะ โดยเราเลือกที่จะเก็บสิ่งใดๆไว้ โดยคำนึงถึงความสำคัญของสิ่งนั้น บางอย่างมีไว้ใช้นานๆครั้งเราจึงมักเก็บมันไว้ในลิ้นชักหรือตู้เก็บของที่ใดสักแห่ง เพื่อรอการถูกใช้งานบ้างเป็นครั้งคราว เหมือนกับการที่เราตั้งใจ จดจ่อ มากพอในการบันทึกข้อมูลบางอย่าง ข้อมูลนั้นก็จะถูกเก็บรักษาไว้ได้ แต่จะคงอยู่ได้เพียง 15-30 วินาที เป็น ความจำระยะสั้น (Short-Term Memory) ที่เรามีไว้ใช้ประโยชน์ในชั่วขณะหนึ่ง

    หากของสิ่งนั้นเป็นของใช้ประจำกายเราจะวางมันไว้ในที่ที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย และแน่นอนว่าเป็นที่ประจำ ซึ่งเราหยิบใช้อย่างไม่มีทางหลงลืม นั่นก็เหมือนกับการการทบทวนข้อมูล เป็นประจำในช่วงเวลาหนึ่ง จนทำให้สมองจดจำรูปแบบการวนซ้ำ แล้วส่งข้อมูลนั้นให้ผ่านเข้าสู่การเป็น ความทรงจำระยะยาว (Long-Term Memory)

    ความจำบางอย่างยังสามารถเข้าสู่การเป็นความจำระยะยาวได้ด้วยการประมวลจากจิตใต้สำนึก เหมือนของบางอย่าง เราอาจจะไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรจากมันอย่างประจำเป็นกิจวัตร แต่มันมี คุณค่า” ในฐานะของที่เราระลึก ถึง เราจึงเก็บมันไว้ในตู้เซฟใส่รหัสอย่างแน่นหนา และจะถูกเปิดออกมาเมื่อใส่รหัสที่ตรงกัน

    ดังนั้น เหตุการณ์อันน่าเจ็บใจ อย่างการลืมกินยาก่อนอาหาร ลืมส่งงาน หรือแม้แต่ลืมเนื้อหาที่ใช้สอบจึงมักเกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง เพราะอาจเกิดจากการที่เรา ไม่ได้ใส่ใจในข้อมูลเหล่านั้น หรืออาจไม่มีการทวนซ้ำข้อมูลมากพอ จนทำให้ข้อมูลทั้งหลายตกลงไปในถังขยะ โดยที่เราแทบไม่รู้ตัว

    เพราะหัวใจ สั่งให้กลายเป็น ขยะ”

    ในทุกวินาทีเราได้รับข้อมูลใหม่เข้ามาตลอดเวลา เราจึงจำเป็นต้องเลือกเก็บเฉพาะสิ่งที่เราคิดว่า สำคัญ” และจำต้องทิ้งให้ของบางสิ่งกลายเป็น ขยะ” เพื่อให้มีที่ว่างสำหรับข้อมูลใหม่ๆ นั่นก็คือการลืมเลือนไปของความทรงจำนั่นเอง

    "คัดแยกขยะ
    ชั่งตวงวัดด้วยหัวใจ
    ระบุคุณค่าก่อนกดปุ่มลบทิ้งถาวร
    ไม่มีพื้นที่มากพอสำหรับการเก็บรักษาทุกอย่างอย่างดี"

    แต่ละบ้าน มีการจัดการคัดแยกขยะไม่เหมือนกัน ขึ้นกับการให้ คุณค่า” ของสิ่งๆนั้น ขยะของบางบ้าน อาจเป็น สิ่งมีค่า ทั้งต่อใจและต่อกาย ของอีกบ้าน ในขณะที่ บางบ้านเก็บสิ่งที่บ้านอื่นเรียกว่าขยะ” ไว้ในฐานะ ของที่ระลึก” 

    เฉกเช่นเดียวกับ คำเรียกร้องจากหัวใจ” ของแต่ละคน มีการสั่งการสมองให้เลือกจดจำ หรือลืมเลือน ข้อมูลบางอย่างแตกต่างกัน จึงไม่แปลกที่ในคู่รักแต่ละฝ่ายอาจมีภาพจำในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่เหมือนกัน และอาจมีความเด่นชัดของความทรงจำนั้นไม่เท่ากัน

    อย่างไรก็ตาม การคงอยู่ของความทรงจำขึ้นกับอีกหลายปัจจัย นอกเหนือจากการให้ความสนใจหรือการให้คุณค่าในข้อมูลนั้น ยังมีเรื่องของระดับความลุ่มลึกของวิธีการแปลงข้อมูล กล่าวคือ การแปลงข้อมูลที่ได้รับมาให้อยู่ในลักษณะต่างๆ มีความซับซ้อนไม่เท่ากัน ได้แก่ การแปลงข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบภาพ (Physical Appearance)  แปลงให้อยู่ในรูปแบบเสียง (Sound) แปลงข้อมูลให้อยู่ในลักษณะความหมาย (Meaning) เหล่านี้คือการรับข้อมูลที่ได้มา แล้วเปลี่ยนให้อยู่ในรูปแบบภาพ เสียงความหมาย เพื่อนำไปจัดเก็บในส่วนต่างๆ ซึ่งเป็นการแปลงข้อมูลที่มีความซับซ้อนน้อย ส่งผลให้ความทรงจำลบเลือนไปได้เร็วกว่า เมื่อเทียบกับ การแปลงให้อยู่ในรูปของข้อมูลที่มีอยู่ในความทรงจำของเราอยู่แล้ว (Self-reference Effect) เป็นการนำข้อมูลที่ได้รับ มาเชื่อมโยงกับความทรงจำที่มีอยู่ก่อนแล้ว ทำให้เราเกิดความเข้าใจและจดจำได้เด่นชัดขึ้น ส่งผลให้ความทรงจำในลักษณะนี้คงอยู่ได้นาน

    เมื่อเปรียบกับความรักของคนหนึ่งคู่ ฝ่ายหนึ่งอาจจดจำเรื่องราวดีๆที่มีร่วมกันเป็นภาพความประทับใจเมื่อตอนที่อยู่ด้วยกัน เสียงหวานๆที่คอยพร่ำรัก หรือการให้คำนิยามในเหตุการณ์ใดๆที่เกิดขึ้นร่วมกันว่าคือ ความสุข ในขณะที่อีกฝ่าย อาจจดจำเรื่องราวต่างๆโดยเชื่อมโยงถึงความทรงจำส่วนอื่นๆของตน เช่น เมื่อตนกับคู่รักฟังเพลงด้วยกันท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติก ทำให้เกิดการเทียบเคียงความสุขนี้ กับฉากในภาพยนตร์ที่ชอบ ตอนที่ตัวเอกมีความสุขร่วมกัน ซึ่งคล้ายคลึงกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นกับตน ดังนั้นความทรงจำของ เขา หรือ เธอ คนนี้จึงเป็นความทรงจำที่ฝังแน่นมากกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง ที่บันทึกความทรงจำเป็นเพียงภาพเสียง หรือการให้คำนิยาม

    นอกจากนี้ ความทรงจำหนึ่งๆสามารถคงอยู่นานหรือไม่ อาจขึ้นกับบริบท ณ ขณะที่มีการแปลงรหัสข้อมูล เช่น เวลาที่เดินเข้าไปในห้องแล้วจำไม่ได้ว่าต้องการจะเข้ามาเอาอะไร แต่เมื่อเราย้อนกลับไปในที่แห่งเดิม ที่ที่เราคิดว่าจะเดินเข้ามาในห้องเพื่อหยิบของบางสิ่ง เรากลับจำได้ว่าเมื่อสักครู่เราเข้าไปในห้องนอนเพื่อต้องการสิ่งใด สาเหตุที่เราจำไม่ได้ เนื่องจากบริบทที่เราใช้ระลึกถึงความจำนั้นไม่สอดคล้องกัน เวลาที่เราย้อนกลับมาในที่ที่เราเก็บบันทึกความจำนั้นไว้ จึงทำให้เราระลึกถึงความจำนั้นได้ เช่นเดียวกับบางคน ความทรงจำของความรักครั้งเก่าอาตเลือนลาง หรือถูกจัดไปเป็นขยะแล้ว แต่ภาพความทรงจำวันวานสามารถแสดงขึ้นมาให้ระลึกถึงได้ เมื่อเห็นสิ่งของบางอย่าง หรือผ่านไปสถานที่บางแห่งซึ่งเกี่ยวข้องกับความรักครั้งเก่า



    ดังที่กล่าวไปว่า การลืมหรือลบเลือนความทรงจำก็เหมือนกับการ ทิ้งขยะ” ของบางอย่าง เมื่อเวลาผ่านไป ประโยชน์หรือคุณค่าในตัวมันก็ลดลง จึงต้องถูกทิ้งให้เป็นขยะ ความจำก็สามารถเสื่อมลงไปได้ ตามกาลเวลา แต่หลายครั้งอาจเกิดจากการรบกวนกันของข้อมูลซึ่งมี แบบ คือ ข้อมูลเก่าที่มีอยู่รบกวนหรือขัดขวางการจดจำข้อมูลใหม่ที่พึ่งได้รับเข้ามา (Proactive  Interference) เหมือนการได้ของเล่นชิ้นใหม่ แต่ยังชอบของเล่นชิ้นเดิมมากกว่า ทำให้ของชิ้นใหม่นั้นถูกมองข้ามไป และของใหม่กลับกลายเป็นขยะแทน ในขณะที่อีกรูปแบบหนึ่ง ข้อมูลใหม่เข้าไปรบกวนหรือทำให้ข้อมูลเดิมลบเลือนไป (Retroactive Interference) เหมือนกับการที่ของเล่นชิ้นใหม่ มาทำให้ของเล่นชิ้นเก่าด้อยค่า และถูกทิ้งไปในที่สุด

    ขยะบางอย่างนำกลับมาใช้ใหม่ได้ หรือสามารถกู้คืนได้เหมือนขยะในคอมพิวเตอร์

    แต่บ่อยครั้ง ขยะนั้นก็เกิดความล้มเหลวในการกู้กลับคืน (Retrieval Failure) เช่นเดียวกับ ความทรงจำ เมื่อไม่มีสิ่งกระตุ้น ก็จะไม่สามารถปรากฏขึ้นมาในความคิดได้ และยิ่งประกอบกับหากมีแรงจูงใจที่จะลืม (Motivated Forgetting) ความทรงจำนั้นก็อาจจะไม่มีวันย้อนหวนคืนเหมือนขยะที่ถูกฝังกลบอย่างแน่นหนา  ไม่มีค่าในการนำกลับมาใช้อีกได้อีกเลย



    จริงที่ว่ากระบวนการจำและลืมของมนุษย์ไม่ได้ง่ายดาย เหมือนกับการสะสมสิ่งของหรือทิ้งขยะ และมนุษย์ก็ยังคงเจ็บปวดกับความทรงจำเก่าๆ ที่โผล่ขึ้นมาให้โหยหาหรือเสียน้ำตาได้แทบทุกครั้ง ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเนิ่นนาน จะมีความทรงดีๆใหม่ๆเท่าไหร่มากลบทับไว้ หรือไม่ว่าจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เชื่อว่ามีความมั่นคงในความรู้สึกเพียงใด ความทรงจำนั้นก็ไม่ได้หายไป มันยังคงตกตะกอนอยู่ในซอกหลืบสักแห่งในกองขยะแห่งความทรงจำนั้น

    เศษขยะของ เขา และ คุณ



    เศษขยะของภาพความผูกพันระหว่าง เขา และ คุณ ในตู้เซฟใส่รหัสล็อคกุญแจอย่างแน่นหนา มันอาจถูกขยะชิ้นอื่น มาแทนที่ อาจไม่มีค่าพอ จนถูกฝังกลบอยู่ก้นลึกของผืนดิน และไม่สามารถขุดหลุมกู้คืนกลับมาในความทรงจำของ เขา ได้แล้ว แต่สำหรับ คุณ ขยะชิ้นนั้นยังคงเป็น ของที่ระลึก” ให้โหยหาอาวรณ์ทุกครั้งเมื่อรหัสถูกปลดล็อคอย่างในตอนที่ผ่านไปในที่ที่เคยมี พวกคุณ อยู่ และขยะชิ้นนั้น ยังคงไม่มีขยะชิ้นไหนมา แทนที่ ได้เลย

    จะดีกว่าไหม ?

    หาก คุณ ไม่ต้องจัดการอะไรกับขยะชิ้นนั้น เมื่อรู้อยู่แก่ใจว่าไม่สามารถฝังกลบมันทิ้งไปได้ รู้แก่ใจว่ายิ่งพยายามกำจัดมันเท่าไหร่ ยิ่งเป็นการทวนซ้ำความทรงจำให้ฝังแน่นในความคิดมากขึึ้นเท่านั้น ปล่อยมันไว้ในกล่องที่ขังกุญแจเรื่อยไปตามกาลเวลา เผื่อว่าสักวันมันอาจย่อยสลายได้ตามอายุขัย แต่ก็คงจะใช้เวลานานมากเป็นพิเศษ เพราะความซับซ้อนในการจัดเก็บของมัน เพียงระวังอย่าให้กุญแจนั้นถูกไขรหัส แต่ถึงอย่างไร ในเมื่อ ใจ เรียกร้อง ก็คงห้ามไม่ให้ปลดล็อคกุญแจนั้นไม่ได้ ถ้าเช่นนั้น ให้ถือเสียว่า เป็นธรรมดาของการเก็บห้อง จัดบ้านครั้งใหญ่ ที่เราจะได้มานั่งเชยชม ของเก่าๆ ที่เราเคยเก็บสะสมไว้ เพราะแทบทุกบ้านมี ขยะบางชิ้นถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี


    กว่าจะเป็นงานเขียนชิ้นนี้

    ความรู้สึกหลังทำงานจบรู้สึกว่าเป็นงานที่ยากและกังวลในผลลัพธ์ของงานมาก เพราะต้องคิดวิธีในการนำเสนอเรื่องที่ดูเหมือนจะธรรมดาอย่างไร ให้แปลกแตกต่างและน่าสนใจ อีกทั้งยังเป็นงานที่ต้องอ่านงานตัวอย่าง เก็บข้อมูลเยอะ จึงทำให้ต้องใช้เวลากับงานนี้มากเป็นพิเศษ เป็นงานที่โครงร่างปรับเปลี่ยนบ่อยมากเช่นกัน เพราะจริงๆแล้วเรื่องเกี่ยวกับความทรงจำ มีขอบเขตที่อยากเขียนหลายแนว และด้วยความที่อ่านเยอะ ทำให้ตัดสินใจไม่ได้สักทีว่าจะนำเสนอเรื่องใด แต่สุดท้ายแล้วพองานเสร็จออกมา ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนวัตถุประสงค์และสารสำคัญของเรื่องไป จากเดิมที่ต้องการสื่อถึง การลืมเลือนความทรงจำที่ไม่ได้เกิดจากการตั้งใจจะลืม มาเป็น มนุษย์มีการจัดเก็บและเลือกทิ้งความทรงจำในแต่ละคนไม่เหมือนกัน เขียนเพื่อจุดประสงค์ ให้ผู้อ่านเข้าใจในกระบวนการจำของมนุษย์ ทำให้ผู้อ่านที่อาจมีความทรงจำไม่ดีในอดีต สามารถอยู่กับมันได้ในฐานะที่เป็นความทรงจำครั้งหนึ่งในชีวิตที่ชวนให้คิดถึง ไม่ใช่ชวนให้ตอกย้ำความเจ็บช้ำของตัวเอง สุดท้ายคือเรื่องการนำวัตถุดิบมาใช้ ตอนแรกคิดว่าจะใช้ทั้งขยะ ดอกต้อยติ่ง และสีขาว แต่สุดท้ายรู้สึกว่าหากใช้ดอกต้อยติ่ง และสีขาวเข้าไป เพียงเพราะเป็นการใช้วัตถุดิบให้เยอะ ให้ครบ จะเป็นการยัดเยียดลงไปในบทความมากเกินไปและเกินความจำเป็น จึงเลือกใช้ขยะเป็นวัตถุดิบหลักเพียงอย่างเดียว
    -ทูเทิล สิริโชค-

    ------------------------------------------

    ผู้สนใจสามารถคลิกที่ชื่อเรื่องเพื่อเข้าถึงงานเขียนเรื่องนั้นๆ  

    ผลงานชุด “ความทรงจำ” ประกอบด้วย
    - ความเรียงเรื่อง “ให้ความทรงจำเป็นเหมือน ‘ขยะ’” โดย สิริโชค โกศัลวิตร   
    - เรื่องสั้น “ชื่อที่ไม่มีวันลืม” โดย ปุณยาพรสุข ศาลาสุข 
    - เรื่องสั้น This white dog and that white wolf โดย พิมพ์ภาณิณ โชติมา

    วัตถุดิบ
    - บทกวีคำซ้ำเรื่อง ขาว” ของ จ่าง แซ่ตั้ง
    - บทกวีเรื่อง ขยะบางชิ้นถูกเก็บรักษาอย่างดี” ของ โรสนี นูรฟารีดา
    - ความเรียงเรื่องนักเดินทางน้อยๆ...ต้อยติ่ง”  ของ รักษิตา 
    - คำว่า เทียม” ในคลังคำ ของ รศ.ดร.นววรรณ พันธุเมธา

    -----------------------------------------

    ผลงานเรื่องอื่นๆ สืบเนื่องจากกิจกรรม "เล่นแร่แปรวัตถุดิบ"

    ผลงานชุด “ต้นไม้” ประกอบด้วยเรื่อง 

    - เรื่องสั้น “พักพิง” โดย บุณฑริกา จิตพินิจกุล
    - เรื่องสั้น  “ต้นไม้โตขึ้นบ้าง หรือ กระถางเล็กลงหน่อย” โดย ธีรศักดิ์ คงวัฒนานนท์
    - เรื่องสั้น  “ ‘กระถิน’ ปลูกลงดินไม่ได้” โดย จุฬารัตน์ กุหลาบ

    ผลงานชุด “หมู่บ้านล้านดอก” ประกอบด้วย

    - เรื่องสั้น “ดอกบัว”  โดย นันทวัน มงคลสถิต                                                                                                 - เรื่องสั้น “กะฮอม”   โดย เมธินี โสภา                                                                                                                  - เรื่ิองสั้น “ดาวเรือง”  โดย ณฐพร ส่งสวัสดิ์ 


    ผลงานชุด “ชะตากรรม” ประกอบด้วยเรื่อง 
    - เรื่องสั้น “กรำชะตา” โดย พิชญา วินิจสร 
    - เรื่องสั้น “กำชะตา” โดย ณิชมน จันทวงศ์ 


    ผลงานชุด “เด็กเด็กเด็ก” ประกอบด้วย
    ความเรียง ฉันผิดที่เป็นเด็กสายศิลป์” โดย ธนวิชญ์ นามกันยา 
    - เรื่องสั้น คุยกับเด็กในความทรงจำ”  โดย ปิยภัทร จำปาทอง 
    - เรื่องสั้น ดอกแก้วแลดาวเหนือ”  โดย กัลยรัตน์ ธันยดุล  


    ผลงานชุด “LUNCH” ประกอบด้วย 

    - เรื่องสั้น “อาหารกลางวันบนชั้น 21” โดย วรันพร ตียาภรณ์  
    - เรื่องสั้น อาหารฝันกลางวัน” โดย ชัญญานุช ปั้นลายนาค  
    - เรื่องสั้น “อาหารกลางวันที่เจ้าบ้านหายไป” โดย ณิชา เวชพานิช

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in