เปลี่ยนถังขยะทางอารมณ์บนโลกออนไลน์ให้กลายเป็นสถานที่หย่อนใจ

        
            ผมอยู่ในกะลามาสองเดือนแล้วครับ
    ตั้งแต่ติดตั้งปลั๊กอินชื่อ ‘Detox For Facebook’ ลงในคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องที่ใช้—ผมพบว่าอารมณ์ของตัวเองคงที่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
    ต้องเล่าก่อนว่า ก่อนหน้านี้ ทุกเช้าหลังตื่นนอนผมจะหยิบมือถือขึ้นมาไถลๆ รูดๆ ไปตามไทม์ไลน์เฟซบุ๊กจนกว่าจะพร้อมอาบน้ำ หลายครั้งการอ่านฟีดตอนเช้าก็ทำให้รู้สึกคล้ายๆ กับการอ่านหนังสือพิมพ์ ได้รู้ข่าวสารทั้งระดับโลก ระดับประเทศ และระดับเพื่อนฝูง—ถือเป็นการ catch up ที่ดี แต่อีกหลายครั้ง ผมก็รู้สึกว่ามันเป็นการทรมานตัวเองทางอารมณ์ชอบกล
    เฟซบุ๊กทำให้มิติของเวลาพร่าเลือน เรื่องที่เพื่อนหงุดหงิดแล้วอัพเดตขึ้นมาเมื่อคืนอาจมาโผล่ในฟีดของเราตอนเช้า อารมณ์ของคนนั้น ปนกับความเครียดของคนนี้ และคำบ่นของอีกคน ทำให้ผมต้องเริ่มต้นวันด้วยการแบกอารมณ์ของคนอื่นไว้บนบ่า ก่อนที่จะเริ่มต้นมีอารมณ์เป็นของตัวเองในวันนั้นเสียด้วยซ้ำ
    ผมจึงตัดสินใจ ลบแอพฯ เฟซบุ๊กออกจากมือถือ และติดตั้งปลั๊กอิน Detox For Facebook ที่ว่าในคอมพิวเตอร์ มันจะนำข่าวสาร รูปภาพ งานดีไซน์ดีๆ จากหลากหลายเว็บไซต์มาแสดงบนฟีด ทำให้เราไม่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเอง (ไม่ต้องหักห้ามใจในการกดลิงก์เฟซบุ๊ก) และไม่ต้องทนอ่านสมรภูมิอารมณ์ของคนอื่นในเวลาที่ไม่พร้อมด้วย เมื่อไหร่ที่อยากติดตามข่าวสารก็กดปิดกลับไปหาฟีดแบบเดิมได้ง่ายๆ 




    ผมพบว่าข้อดีอีกข้อ นอกจากไม่ต้องถูกเหนี่ยวนำทางอารมณ์แล้วคือมันทำให้ผมเสียเวลากับเฟซบุ๊กน้อยลง
    โดยส่วนตัว—ผมค้นหาความสมดุลระหว่างการ ‘เล่น’ กับ ‘ไม่เล่น’ เฟซบุ๊กมานาน ด้วยความเป็นคนที่อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ง่ายกับอะไรที่อ่านหรือสารที่รับ ทำให้ผมมักทบทวนความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับโซเชียลเน็ตเวิร์กเสมอๆ มีแม้กระทั่งความคิดที่อยากลบแอคเคาต์เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ทำ เพราะพบว่ามันเป็นทางเลือกที่สุดโต่งเกินไป และยังต้องใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กในการทำงานส่วนมากอยู่ ผมหาทางออกมานาน จนกระทั่งมาเจอปลั๊กอินตัวนี้เองที่รู้สึกว่าเป็นการจัดสมดุลที่ดีสำหรับตัวเอง—ถึงแม้จะทำให้รู้ข่าวสารบางอย่างช้ากว่าเพื่อนไปบ้าง รู้สึกเหมือนอยู่ในกะลาในบางที แต่เมื่อแลกกับเสถียรภาพทางอารมณ์ ก็ถือว่าคุ้ม
    ผมไม่คิดว่าทางออกของผมจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับทุกคน แต่ละคนมีตัวแปรในชีวิตแตกต่างกันไปทำให้คำตอบที่ได้ไม่เหมือนกัน ไม่มีคำตอบไหนถูกที่สุด แต่ในยุคที่โซเชียลเน็ตเวิร์กกำลังแผ่ขยายพื้นที่เข้ามากลืนกินในทุกกิจกรรมของชีวิตอย่างในปัจจุบัน—
            การพยายามหาคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองนั้นเป็นเรื่องสำคัญ