รีวิวนิยายฉบับคนชอบดองChadang
รีวิว+สปอยล์ คู่จิ้นรักพลิกล็อก เล่ม 5 (จบ)

  • คู่จิ้นรักพลิกล็อก เล่ม 5 (จบ)
    ผู้แต่ง Yan Liang Yu
    ผู้แปล เป่าเป้ย
    ภาพปก Catree
    สำนักพิมพ์ Meedee

    เรื่องย่อ

    ---- ขอยกไปที่ความเดิมนะคะ---


    เหมือนเดิมค่ะ สำหรับเล่ม 5 ขอย้ำกับคนที่ยังไม่ได้อ่านและอยากลุ้นน


    รีวิวนี้มาเพื่อหวีดเป็นหลัก โปรดระวังสปอยล์ **อย่างยิ่ง**


    ความเดิมในคู่จิ้นรักพลิกล็อกเล่ม 4

      ลู่อี่เหยาตัดสินใจเกี่ยวกับเส้นทางอนาคตของเขาอย่างรอบคอบและมั่นคง เพื่อให้เขากับหร่านหลินสามารถอยู่ด้วยกันได้อย่างสบายใจ ดาราที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นเช่นเขา เริ่มวางแผนอำลาจากการเป็นนักแสดง ขณะเดียวกันก็บอกการตัดสินใจนี้กับคนรัก สำหรับหร่านหลินความฝันสูงสุดของเขาคือการได้แสดงบทดี ๆ สู่สายตาผู้คน ดังนั้นเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของคนรัก เขาจึงต้องมุ่งมั่นทำงาน สร้างชื่อเสียงดี ๆ เพื่อว่าเมื่อย้ายไปอยู่ในบริษัทของลู่อี่เหยาแล้ว เขาจะกลายเป็นต้นเงินต้นทองหลักให้อีกฝ่ายได้
     เมื่อความสัมพันธ์ทั้งสองเป็นไปอย่างเกื้อหนุนกัน อุปสรรคที่เหลือใช่ว่าจะระเหยหายไป การเปิดตัวความสัมพันธ์กับครอบครัวและเพื่อนสนิท การเผชิญหน้ากับการผิดใจกันภายใต้ฉากที่เรียกว่าวงการบันเทิงของเพื่อนที่เกือบจะเรียกว่าสนิทกัน
     ...บันทึกการเดินทางแห่งรักของพวกเขาดำเนินมาถึงเล่มสุดท้ายแล้ว



    ความรู้สึกหลังอ่าน (สปอยล์มาก)

           นี่เป็นคงเป็นรีวิวของ คู่จิ้นรักพลิกล็อก เล่มสุดท้ายแล้ว แอบใจหายเหมือนกันค่ะ ถ้าทุกท่านที่ติดตามเรื่องนี้คงรู้สึกแบบเดียวกัน มองย้อนกลับไปตอนซื้อเล่ม 1 และ2 แล้วอ่านรวดเดียว ความประทับใจทำให้จับเรื่องนี้มารีวิวป้ายยาต่อที่เดียวถึงสองโพสต์ติด ๆ กัน หลังจากนั้น เรื่องราวฝ่าฟันวงการบันเทิงของหร่านหลินก็พาเราติดตามเขาต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเริ่มมีบทแสดง หรือตอนตกหลุมรักใครสักคน ทุกรอบที่เล่มนั้น ๆ ออก เราอ่านจบจะตื่นเต้นนำมารีวิวทันที ...จนวันนี้มาถึงเล่มจบ ชาแดงคนชอบดองสามารถอ่านต่อเนื่อง รีวิวนิยายแยกเป็นเล่ม ๆ เรื่องยาวมากกว่า 3 เล่ม  จนจบแบบไม่พัก ถือว่า คู่จิ้นรักพลิกล็อก ทำได้เป็นเรื่องแรกในรอบสองปีมานี้เลยค่ะ เพื่อไม่เป็นการระลึกย้อนหลังจนเราจะดรามาจากลานิยายเรื่องนี้ไม่ได้เอง เราพาไปติดตาม การเดินทางแห่งรักและมิตรภาพ ของพวกในบทสรุปดีกว่าค่ะ ^^;; 

    โปรดระวังมีสปอยล์ค่ะ


    เรื่องราว ไม่มี “ถ้าหาก”

              จากเล่มสี่ กู้เจี๋ยโดนใส่ร้ายไปรอบหนึ่ง หร่านหลินโดดลงสนามรบไปด้วยกับเพื่อนรอบหนึ่ง ในที่สุดภาพยนตร์พระเอกคู่ของพวกเขาก็ได้ เจียงอี๋ เข้ามาช่วยกู้สถานการณ์จนถ่ายทำได้สำเร็จ และแล้วเวลายุ่ง ๆ ก็จบลงทำให้มีเรื่องราวบางอย่างพุดขึ้นมา
              เวลาผ่านเลยมาเกือบจะสามปี ปัญหาที่ถูกกลบฝังอย่างเรื่องของจางเป่ยเฉิน ก็เผยรอยแผลเป็นออกมาอีกครั้ง ท่ามกลางการปะทะกันของการเข้าฉายภาพยนตร์ และการพบกันโดยบังเอิญในงานเลี้ยง พวกเราจะได้พบเพื่อนเก่าของหร่านหลินคนนี้อีกครั้ง ในแบบที่ทำร้ายจิตใจหร่านหลินและคนอ่านมาก ซึ่ง จุดนี้ขึ้นอยู่กับคนอ่านจะตีความเรื่องจางเป่ยเฉินเลยค่ะ สำหรับเรายังหลงเหลือความรู้สึกเห็นใจเขาอยู่ แต่ที่ลู่อี่เหยาพูดเราก็เห็นด้วยค่ะ ทางเส้นนี้เขาเลือกเอง การโทษหร่านหลินไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง ขณะเดียวกันนักเขียนก็พยายามใส่บอกเรากลาย ๆ ว่า จิตใจของจางเป่ยเฉินไม่ปกติไปแล้วนั่นเอง ....ทำไมเขาถึงเป็นได้ขนาดนี้ สองปีที่เขาต้องอยู่กับสิ่งที่ตัวเลือกผิดพลาด คงทำให้เขามองเส้นทางที่ไม่ได้เลือกด้วยความเสียดายจนกลายเป็นความเกลียดชังที่บิดเบี้ยวไปแล้ว
            ...สุดท้ายตามนิสัยของตัวละครหลักค่ะ พี่ลู่สืบจนรู้เรื่องราวความผิดปกติของจางเป่ยเฉิน แต่อีกฝ่ายทำร้ายคนรักมากก่อนจึงไม่ได้กระทบความรู้สึกเขามากนัก ส่วนหร่านหลินกลับมองภาพและคำนึงถึงคำว่า “ถ้าหาก” แต่คำนี้เล่ม 4 พี่ลู่พูดไว้ได้ดีเช่นกันค่ะ และหร่านหลินก็เข้าใจ สุดท้ายแล้วความสัมพันธ์ของพวกเขา คนที่เสียใจที่สุด เราว่ายังคงเป็นจางเป่ยเฉินค่ะ 

    //หันไปกอดหร่านหลิน >>> โดนพี่ลู่ผลักกระเด็น


    เพราะรักและไว้ใจ ถึงตัดสินใจเปิดอกพูดเรื่องสำคัญ

              จากเรื่องเพื่อน มาต่อที่เรื่องของครอบครัว สำหรับคู่นี้ ไม่ว่าจะฝั่งลู่อี่เหยาหรือฝั่งหร่านหลินต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับครอบครัว ในการเปิดเผยว่าพวกเขาเป็นเกย์ ความรักเป็นสิ่งที่ทุกคนบอกว่าสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกคน แต่การยอมรับอย่างเปิดใจกว้างได้ ไม่ว่าสังคมจะผ่านไปเท่าไร ถ้ายังไม่มีการยอมรับและเข้าใจอย่างแท้จริง เรื่องเหล่านี้ยังคงลำบากกับกลุ่มคนส่วนนี้ในการเปิดเผยตัวตน พระเอกทั้งสองของเราเช่นกัน พวกต่างกลับบ้านไปเปิดอกพูดกับพ่อแม่ ทางหนึ่งถึงกับคุกเข่าร้องไห้ อีกทางต้องรอคอยอย่างใจอดทน สุดท้ายแล้วด่านที่ผ่านยากสุดคนหนึ่งและเชื่อมกับมิตรภาพที่น่าประทับใจ เราขอเล่าบทบาทของตัวละครหนึ่งที่เรื่องราวที่เขาทำคงเป็นความลับไปตลอดกาลไว้ในรีวิวนี้ค่ะ

           การปูความเข้าใจผิดของลู่อี่เหมิงว่าพี่ชายชอบ กู้เจี๋ย เราคิดว่าเรื่องส่วนใหญ่จะจับเป็นโจ๊กขำ ๆ แล้วผ่านไปก็เป็นปกติ สร้างบทบาทและสีสันต์ให้เรื่องราว แต่คู่จิ้นรักพลิกล็อกกลับวางแผนเรื่องนี้เราคิดว่า ตั้งใจ ค่ะ เขาตั้งใจใช้นิสัยเปิดเผยตรงไปตรงมาของกู้เจี๋ย พุ่งชนกำแพงของคำว่า 

    “ความรัก เคารพ จริงใจ และไว้ใจ” 

    ได้อยู่หมัดมาก การที่เขาถูกแม่ลู่อี่เหยาเข้าใจผิดแล้วมาหา คำพูดของกู้เจี๋ยที่ว่า โชคดีคุณน้าเข้าใจผิดแล้วมาหาผม สร้างอารมณ์ตอนอ่านหลากหลายมากค่ะ ตื้อในอกมากว่าเขาเป็นเพื่อนที่ดีอะไรขนาดนี้ สุดท้ายก็เป็นเขาค่ะ ที่สามารถส่งคำพูดอธิบายอย่างตรงไปตรงมาจนแม่ของลู่อี่เหยากลับไปเดินตามทางของครอบครัวที่เหมาะสมในจุด ๆ นั้น 

    ขอบันทึกบทบาทของตัวละครนี้ไว้ตรงนี้เลยค่ะ ตกหลุมรักมากกกกก



    ปลายทางของบันทึกการเดินทางแห่งรัก

    เจอปมหนัก ๆ ไปสองปม เหลือปมสุดท้ายให้พูดถึงแล้วค่ะ !
    ใบขับขี่พี่ลู่ได้รับการพิสูจน์แล้วค่ะว่า...ไม่ได้ซื้อมาค่ะ !! 555555555

              อย่างที่คาดเดาไว้ค่ะ บรรยายให้รู้พอหวาน ๆ น่ารัก ๆ แค่นี้เราก็แทบจะยิ้มทั้งเล่มแล้วค่ะ เรื่องอื่นทุกคนไปเจอเซอร์ไพรซ์ในนั้นนะคะ ไม่ว่าจะเดทลับ ๆ หรือเรื่องราวหลังจากนั้น แต่เราบอกได้เลยค่ะ ทุกครั้งที่บรรยายว่าลู่อี่เหยายกมือโอบหร่านหลินไว้ แล้วหร่านหลินขยับจัดท่าทางอิงอย่างผ่อนคลาย พร้อมตั้งใจศึกษาหนัง เป็นอะไรที่ใจอบอุ่น เต็มตื้นมาก

           จากวันนั้นที่สนามบิน ไม่ใช่หร่านหลินแค่คนเดียวที่ไม่นึกเลยว่าจะมีวันที่เขาสองคนโอบกอดกันไว้ เรื่องดำเนินมาถึงเล่มห้า สองเล่มแรกอยู่เฟรนด์โซน เล่มสามค้นหาตัวตนและสารภาพรัก เล่มสี่ค้นหาอุดมการณ์ฝ่าฟันอุปสรรค และเล่มห้าตัดสินใจเปิดตัวกับครอบครัว ใช้ชีวิตร่วมกัน คู่จิ้นรักพลิกล็อก สมบูรณ์สำหรับเรามาก ถ้าพูดถึงคู่รักที่เกื้อหนุนกันอย่างดี เราขอโหวตคู่นี้ที่หนึ่งเลยค่ะ

          เอาละค่ะทุกท่าน 
    การเดินทางแห่งรักสิ้นสุดลงแล้ว เรื่องราวของคนทั้งห้า โดยมีตัวเอกสองคน ไม่ทราบว่าจบถึงจุดนี้ พวกคุณมอบให้ใครเป็นรักแรกในการเดินทางครั้งนี้กันเหรอคะ

    สำหรับเราอาจจะโดนมองออกตั้งแต่เล่มสามแล้ว ว่าเป็น กู้เจี๋ย ค่ะ ใครอ่านจบแล้วผ่านมาแลกเปลี่ยนได้นะคะว่าตำแหน่งนี้มอบให้ใคร

              การป้ายยาเรื่องนี้คงจบลงที่เล่มนี้ ถ้ามีโอกาสอาจจะได้เขียนถึงเรื่องราวเต็ม ๆ อีกครั้งใน Blog ค่ะ (ต่อคิวดองหลังนักรบพเนจร) ถ้าใครชอบเรื่องราวในวงการบันเทิง ที่ไม่ได้มีการนำเรื่องหวือหวาหรือซูมากนักของตัวละครนำเรื่อง ถ้ามีโอกาสอยากให้ลองหยิบเรื่องนี้ดูค่ะ บางที่อาจจะเป็นแนวที่ตามหาค่ะ ^^


    เพ้อเจ้อตัวละคร

    ใจจริงเราอยากอ่านตอนพิเศษเพิ่มมากเลยค่ะ ฮือออ
    สำหรับตัวละครที่เราจะมาเพ้อเจ้อใส่คือ ประธานติงข่าย ที่บ่นถึงในทวิตค่ะ ด้วยความที่ดูท่าว่าจะตั้งใจจีบจริง แต่คนดันถูกจองไปแล้ว ไม่มีแม้แต่จะได้ลองสู้สักตั้งเลยแอบสนใจเขาอยู่บ้าง ต่อมาญาติเขายังมาตกหลุมชอบหร่านหลินอีก เรียกว่า สเป็คสืบทางสายเลือดจริง ๆ ค่ะ 55555 แอบคิดเล่น ๆ ว่าถ้าเป็นแนววงการบันเทิงอื่น ๆ ประธานติงอาจจะเป็นพระเอกสักเรื่องได้ 3 -4 ปียังฝังใจกับคน ๆ นึง ต้องถือว่าจริงจังระดับหนึ่ง แต่วิธีเข้าหา...ติดลบค่ะ //ถอนใจให้ประธาน

    สำหรับซีเจี๋ย เราดีใจที่เขามูฟออนแล้วไปใช้ชีวิตของตัวเองนะคะ ส่วนเรื่องของหลินวานวานกับผู้ช่วยพี่ลู่แอบเสียดายที่ไม่มีบทสรุป (แต่ดูทรงแล้วน่าจะใช้เวลาจีบนานแน่ ๆ )

    สุดท้าย เราหวังว่า จางเป่ยเฉินจะออกไปใช้ชีวิตของตัวเองให้ดี รักษาตัวและจิตใจให้เป็นปกติ และได้เลือกทางเลือกที่ไม่เสียใจไปตลอดชีวิตแบบนี้อีก ขออวยพรให้หลุดพ้นจากมือของคนคนนั้น และอยู่อย่างสงบนะ


    ภาพจาก Siam Inter 
    เรื่องอื่นของนักเขียนบันทึกรักจิ่นหราน
    By Chadang

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in