Reminds me of you ฉันจะไม่ปล่อยมือเธอ (เรื่องสั้น)Nattha Raksakul
โพสต์นี้มีเนื้อหาที่อาจไม่เหมาะสมกับเยาวชน ผีในห้อง (เรื่องสั้น)
  • ผีในห้อง


    “You poor unfortunate soul

    It's sad but true

    If you want to cross the bridge, my sweet

    You've got the pay the toll

    Take a gulp and take a breath

    And go ahead and sign the scroll..”


    ฉันสะดุ้งตื่นเพราะรู้สึกเหมือนมือใครกำลังกุมมือ และตกใจเสียงเพลง Poor Unfortunate Souls ของการ์ตูน Little mermaid ที่อยู่ๆก็ดังแสบหู แต่อาจจะด้วยความมืด ความง่วง ความตกใจ ความกลัวที่จู่ๆก็เกิดขึ้นเพราะความรู้สึกที่โดนจับมือนั้นมันจริงจนฉันขนลุก ฉันเผลอเก็บมือข้างที่รู้สึกว่ามีคนจับ แต่ดันไปโดนมือถือที่วางไว้ข้างๆตัวจนมันตกพื้นอย่างแรง


    เผลอหลับที่โซฟาอีกแล้ว


    ฉันมองจอไอโฟนที่แตกไม่เป็นท่า ถอนหายใจกับความเซ่อซ่าและบ่นโทษตัวเองในใจที่ไม่เคยรักษาข้าวของเครื่องใช้ได้ดีเหมือนคนอื่น ฉันเปลี่ยนทั้งหน้าจอและฟิล์มกันแตกมามากกว่า 3 รอบภายในเวลาแค่ 5 เดือน และก็ไม่ได้มีความคิดอยากจะแก้ไขเรื่องนี้อีกแล้ว


    ฉันไม่อยากให้มีอะไรในห้องนี้เพอร์เฟค  


    เพราะฉันไม่อยากดูแย่ไปมากกว่าพวกข้าวของเครื่องใช้ที่ไม่มีชีวิตในห้องนี้



    อยู่ๆน้ำตาก็ไหลเหมือนเขื่อนแตก 

    ไม่สิ

    ต้องบอกว่าอยู่ๆฉันก็ระเบิดน้ำตาเหมือนมีใครเอาเมนทอสใส่ลงไปในน้ำอัดลม 

    ซึ่งใครคนนั้นที่ว่าก็คือตัวฉันเองอยู่ดีนั่นแหละ



    ไม่รู้ว่าที่ร้องไห้เพราะเสียใจที่จอมือถือแตก โกรธตัวเองที่ซุ่มซ่าม โกรธเพชรรอบเคสมือถือราคาแสนแพงที่ไม่มีประโยชน์อะไรนอกจากได้โชว์คนอื่นหรือน้อยใจมือถือที่ต่อให้มันพังแค่ไหนมันก็ยังดูมีค่าและมีประโยชน์กว่าตัวฉันอยู่ดี



    ความรู้สึกหลายๆอย่างที่เกิดขึ้นรุมทึ้งมาที่หัวอย่างแรง ต่างเรื่องราวต่างพยายามดึงความสนใจให้ฉันคิดแล้วจมดิ่งไปกับมัน 


    ฉันเข้ามาในห้องนอน ทิ้งตัวลงบนเตียงแล้วเอาหน้ากดลงไปที่หมอนจนแทบไม่เหลือช่องว่างให้หายใจ ถ้าเกิดว่าไม่มีลมหายใจแล้ว ความคิดพวกนี้จะหายไปด้วยมั้ยนะ?


    ฉันร้องไห้หนักขึ้นที่คิดได้แบบนั้น ใจนึงก็คิดว่าฉันน่าจะตายๆไปซะจะได้ไม่ต้องมาทรมานแบบนี้ อีกใจก็โกรธตัวเองที่คิดอยากจบปัญหาด้วยความตาย


    แค่เพราะหน้าจอมือถือแตก?


    อยากฆ่าตัวตายเพราะหน้าจอมือถือแตก? เหอะ ถ้าเป็นข่าวขึ้นมาคนคงสมน้ำหน้ากันน่าดู แต่ก็นั่นแหละ เจ้าของคอนโดนี้คงจ่ายเงินปิดข่าวเต็มที่เพราะมีห้องอีกหลายยูนิตที่ยังขายไม่ออก จากความคิดที่อยากตายเพื่อหนีปัญหาในตอนแรก ตอนนี้ฉันยิ่งเศร้า ฉันร้องไห้หนักขึ้นกว่าตอนแรก ส่งเสียงเหมือนเด็ก ตัวโยนบนหมอนใบเดิมที่ชุ่มไปด้วยน้ำตา ยาวนานราวกับว่าไม่มีท่าทีจะจบลงง่ายๆ ฉับจับมือตัวเอง ส่งความแรงไปที่นิ้ว 


    จับแน่นขึ้นเพื่อให้รู้สึกว่าฉันยังมีชีวิตอยู่ 

    และฉันจะต้องใช้ชีวิตต่อไป









    นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันร้องไห้ให้กับเรื่องงี่เง่า 


    ฉันจำไม่ได้แน่ชัดว่ามันเริ่มเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีจิตใจฉันเปราะบางจนร้องไห้ทุกวันกับเรื่องเล็กๆน้อยๆไปแล้ว

    อาจฟังดูงี่เง่า ฉันรู้ว่าในใจลึกๆของฉันต้องการอะไร 

    แต่แค่ไม่อยากแสดงออกไปให้ใครเห็น

    ฉันไม่ใช่พวกที่จะแสดงด้านอ่อนแอออกไปให้ใครเห็น

    ฉันอยากผ่านมันไปให้ได้ด้วยตัวเอง

    น้ำตาบนหน้าเริ่มแห้งไปพร้อมกับความเหนื่อย ฉันเหนื่อย เหนื่อยมาตลอด เหนื่อยจนไม่อยากรู้สึกถึงความเหนื่อยอีกต่อไปแล้ว เหนื่อยที่ต้องมาคิดเรื่องมากมายในหัว เหนื่อยที่ต้องร้องไห้จนปวดหัว ปวดตา ปวดยันจมูก ปวดไปทั้งหน้า พอเริ่มหยุดร้องไห้ได้ เรื่องใหม่ๆก็ผุดขึ้นมาในหัวผลักให้ฉันล้มลงไปในบ่อลึกที่ไม่มีท่าทีว่าจะตกลงไปถึงจุดสุดท้ายเมื่อไหร่ 


    หรือจริงๆแล้วความลึกของมัน อาจจะยาวนานกว่าชีวิตของฉันทั้งชีวิตก็ได้  ฉันกำลังดิ่งลงสู่บ่อที่ไม่มีท่าทีว่าจะจบลงเมื่อไหร่ ราวกับว่าฉันคุ้นเคยกับมันเป็นอย่างดี แต่ก็ยังพยายามปัดป่ายแขนขาแหวกว่ายในอากาศเพื่อหาทางรอด 


    ฉันพยายามหาทางรอดแล้ว 


    แต่บ่อนี้มันลึกจริงๆ 

    ฉันภาวนาว่าขอให้หัวฉันมันไปกระแทกก้นบ่ออย่างแรง จะได้ไม่ต้องมีความรู้สึกเจ็บปวดทรมานก่อนตายอีก 


    ในขณะที่อีกใจฉันก็หวังว่ามันจะจบอย่างสวยงาม ปลายทางของมันคงเป็นอีกโลกนึง 

    โลกที่เหมาะกับฉัน

    เหมือนโลกในฝันของอลิซ 

    โลกที่มีแค่ฉัน 


    ไม่สิ 


    โลกที่มีฉันกับใครสักคน 

    สักคนที่จะสามารถรับฟังปัญหาของฉันได้โดยไม่ตัดสิน

    สักคนที่อยากปลอบประโลมฉันเวลาที่ความคิดร้ายๆพุ่งเข้ามาในหัว 

    สักคนคนที่เข้าใจฉันจริงๆ โดยที่ฉันไม่ต้องพูดอะไร

    สักคนที่อยากให้ฉันมีชีวิตอยู่ในโลกใบนี้

    สักคนที่อยากให้ฉันมีตัวตน




    ฉันมองไปรอบๆห้อง ราวกับว่าจะพยายามจดจำรายละเอียดให้ได้มากที่สุด มองไปที่ข้าวของที่ตอนแรกอยากได้แทบตาย แต่ไม่ได้มีคุณค่าทางจิตใจแม้แต่น้อย มองผนัง มองประตู มองหน้าต่าง 


    ฉันตัวคนเดียวจริงๆ


    ฉันเริ่มร้องไห้ขึ้นมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะความคิดต่างๆที่พุ่งเข้ามาในหัวแต่ฉันร้องไห้เพราะรู้ตัวว่าฉันกำลังจะยอมแพ้ ยอมแพ้ให้กับทุกๆวินาทีของชีวิต ทุกๆย่างก้าวที่เดินไปแล้วเจอแต่ขวากหนาม ไม่ใช่ว่าฉันอดทนต่อความเจ็บปวดไม่ไหว แต่เพราะแผลจากหนามนั้นมันทำลายขาฉัน แผลที่ทั้งเปิดกว้างและลึก เลือดหนองที่ไหลออกมาไม่มีท่าทีว่าจะหยุด 





    ฉันเดินไปหน้ากระจก 


    มองแววตาของตัวเอง 


    แววตาที่มีแต่ความโศกเศร้า 





    ฉันยกมือข้างขวาที่จับปืนไว้แน่น เล็งไปที่ขมับขวา จุดที่มันมักจะปวดที่สุด ปวดเหมือนโดนแทงด้วยเข็มเป็นพันๆเล่มเวลาที่มีความคิดร้ายๆเข้ามาในหัว


    นิ้วชี้สอดเข้าไปเตรียมลั่นไก


    ฉันหลับตาภาวนาถึงโลกหน้า ที่ลืมตาขึ้นมาอีกครั้งแล้วฉันจะได้เจอกับคนที่เห็นคุณค่าและรักฉันจริงๆ






    “ปังง!!!!”





    ฉันสะดุ้งตื่นเพราะได้ยินเสียงดังลั่นข้างๆหู 

    เหงื่อไหลท่วมตัวทั้งๆที่อากาศในห้องหนาวจนหน้าต่างเป็นฝ้า หันมองไปรอบๆห้องแล้วเจอแต่ความมืดและความเงียบ 


    นี่ฝันไปงั้นหรอ


    ถ้าฝันแล้วทำไมความรู้สึกปวดตาหลังร้องไห้ยังไม่หายไปล่ะ


    ฉันสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้แต่ในหัวฉันจำเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ได้แม่น ความเป็นจริงฉันต้องตายไปแล้วสิ นั่นไม่ใช่ความฝัน 


    ฉันทำมันลงไปจริงๆ




    ฉันก้มหน้าสำรวจร่างกายของตัวเอง จับแขน จับขาดูว่าจะทะลุได้รึเปล่า แต่ไม่เลย ฉันไม่ได้กลายร่างเป็นผีโปร่งแสงแบบในหนัง



    หรือนี่จะเป็นชีวิตใหม่หลังความตาย? 



    รู้สึกดีเมื่อนึกขึ้นได้อย่างนั้น ชีวิตร้ายๆก่อนหน้านี้มันหายไปแล้ว 

    ฉันกำลังจะได้เริ่มต้นใหม่



    ความโศกเศร้าก่อนหน้านี้หายไปหมดสิ้น 



    ฉันไม่ต้องจมดิ่งลงสู่บ่อแห่งความเศร้าที่พยายามเท่าไหร่ก็ไม่มีทางออก บ่อที่กัดกินความเป็นคนการมีตัวตนอยู่ในโลกอีกต่อไปแล้ว ฉันวิ่งไปเปิดประตูห้องนอนด้วยความดีใจ




    ขาทั้งสองข้างชะงักทันทีที่สายตามองออกไปข้างนอก




    ตัวฉันแข็งท่อราวกับโดนคำสาป





    ฉันเห็นตัวฉันอีกคนนอนอยู่บนโซฟา 



    คราบน้ำตาบนหน้าบ่งบอกว่าเพิ่งหยุดร้องไห้ไปได้ไม่นาน ในหัวของฉันว่างเปล่าที่เห็นภาพนั้น สารรูปตัวเองที่ดูไม่ได้ 



    ฉันสงสาร 

    ฉันเจ็บที่อก

    น้ำตารื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่คอ



    ไม่รู้จะอธิบายยังไงถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้น ทำไมเรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้นกับ ‘เธอ’ ฉันมองคราบน้ำตา เข้าใจดีว่าเรื่องราวในนั้นมันคืออะไรบ้าง ความรู้สึกที่อยู่ในน้ำตานั้น แม้ตอนนี้มันเหือดแห้งเหลือไว้เพียงรอยจางๆที่แก้มของ ‘เธอ’ 


    แต่ฉันเข้าใจดี


    ฉันล้มลงนั่งกับพื้นหยิบมือถือขึ้นมาเปิดเพลงที่ ‘เธอ’ ชอบฟัง เพลงที่ ‘เธอ’ ฟังเพื่อตอกย้ำ เยาะเย้ย ทิ่มแทง และปลอบใจตัวเอง


    ฉันยกมือขึ้นมากุมมือ ‘เธอ’ ไว้


    ฉันเจอแล้ว


    คนที่เห็นคุณค่าของการมีอยู่ของฉัน 



    ฉันอยากให้เธอรับรู้ถึงการมีอยู่ของฉัน 

    เธอเป็นสิ่งที่มีค่าเป็นสิ่งที่พิเศษที่สุด


    ฉันขอโทษ


    ขอโทษที่ก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยเห็นความสำคัญของเธอ


    ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ฉันจะบอกเธอทุกครั้งที่มีโอกาส


    ฉันรักเธอ



เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in