เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
บันทึกของอุเอะโนะกาลทมิฬ
บันทึกที่ 3 ฝันของมนุษย์
  • คืนหลับใหลฟ้ามืดมิดดาวไร้แสง ลมพัดแน่นิ่งไม่กระทำการใด เสียงแห่งสงครามดังขึ้นพลัน ปากกระบอกต่อต้านอากาศภัยแห่ระรัวยิงขึ้นฟ้า ประกายแดงฉานกำเนิดทั่วสารทิศ ท้องฟ้ามืดมิดไม่มีอีกต่อไป แสงแดงฉานกลืนห้วงนภาแหวกฟ้า เห็นเงาทมิฬมหึมาแห่งฝูงยานรบเคลื่อนพล – ผมตื่นขึ้นพร้อมกับเสียงเตือนภัยที่ดังไปทั่วเมือง ผมตกใจไม่อาจเชื่อว่ามันเกิดขึ้นจริง ผมอาศัยอยู่ในตึกแห่งหนึ่งใจกลางเมืองหลวง คิดว่าปลอดภัยแม้อาจเกิดสงครามได้ทุกเมื่อ พยายามคิดในแง่ดีตลอดแต่นี้มันผิดไปหมดผิดจากที่คิดผมเกือบต่อยหน้าตัวเองเพราะคิดว่าฝันอยู่ แต่นั่นไม่ใช่วิธีการเอาตัวรอดในตอนนี้ผมต้องหาพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุดจากฝูงบินนั่นเก็บของที่จำเป็นที่สุดไว้กับตัวทิ้งทุกสิ่งลืมทุกอย่างเอาชีวิตไว้ก่อน  
    เสียงระเบิดค่อยๆ ดังขึ้น ดังขึ้น ดังขึ้น เสียงฝูงชนก็เช่นกัน คืนสงบสุขไม่มีอีกต่อไปนับจากวินาทีนี้

    ผมรีบลงจากตึก หาสถานีรถไฟใต้ดินที่ใกล้ที่สุดและมุ่งหน้าไป ระหว่างทางช่างอุดสูหดหู่ยิ่งหว่าหนังเรื่องใดๆ ที่เคยผ่านตา แผดเผายิ่งกว่าหนังสือเล่มใดที่เคยอ่าน ใจร้อนรุ่มเต็มไปคำถามและความทุกข์ ทารกเกินจะรู้ความร้องลั่นด้วยความไม่เข้าใจว่าทำไมต้องถูกอุ้มมาระหว่างหลับ ไม่เข้าใจว่าเสียงอะไรดังลั่นตลอดเวลา ไม่เข้าใจด้วยสัญชาตญาณ ไม่เข้าใจเลย ผ่านไปขณะหนึ่งเด็กราวอนุบาลเอ่ยถามพ่อแม่เขาตลอดเวลาถึงเหตุผลของการเที่ยวเล่นกลางดึกที่มีพลุถูกจุดตลอดเวลาผิดกับผู้ให้กำเนิดของเธอเองที่รีบร้อนลุกลี้ลุกลนจูงมือเธอเดินให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ใกล้ถึงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินเต็มทีเสียงปืนยังดังลั่นเสียงเตือนภัยยังคงสั่นก้องทันใดนั้นมีเด็กประถมเดินผ่านไปด้วยแววตาอุดสูที่สุดเท่าที่ผมจะจินตนาการได้เขาเดินมาพร้อมพ่อแม่เขาไม่ถามอะไรมากความสิ่งเดียวที่ทำคือจับมือพ่อและเดินตามไปด้วยความเร็วที่เสมอกัน

    “เมื่อเริ่มรู้เรื่องราวการมองโลกยิ่งเปลี่ยนคงเป็นเช่นนั้น” ผมคิดเช่นนั้น

    ในที่สุดปลายทางก็อยู่ตรงหน้าสถานีรถไฟใต้ดินที่ทุกคนในบริเวณเดินทางมาพร้อมกันโดยไม่มีการนัดแนะ ผมเดินลงไปเหมือนกับคนอื่นๆ จนถึงล่างสุดของสถานี สถานที่ที่ทุกคนคุ้นเคยแต่เคล้าด้วยบรรยากาศที่ไม่เคยคุ้น บรรยากาศแห่งสงคราม ภายในใจผมไม่รู้ตัวว่ารู้สึกอะไรไม่สามารถอธิบายได้ไม่ใช่ความเจ็บปวด ไม่ใช่ความหวาดกลัว จะว่าเป็นความหดหู่ก็ไม่เชิง ภายในเหมือนว่างเปล่ากลวงโบ๋หากใช้สายตาชอนไชได้คงเป็นเพียงสีขาวโพลนสีแห่งความว่างเปล่า เช่นนั้นผมขอมีความรู้สึกมืดมิดเสียดีกว่า ขณะไม่รู้แจ้งถึงอารมณ์ตนเองดวงตาก็เลื่อนลอยเสมือนไม่ได้มองอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงสิ่งที่เห็นไม่อาจบอกใครได้ว่าเป็นสิ่งใด

    “ผมไม่อยากตาย ผมยังไม่ได้ใช้ชีวิตทำอะไรเลยตลอดชีวิตเหมือนยังไม่ได้เริ่มต้น” เสียงเด็กหนุ่มน่าจะวัยมหาลัยฯเดินวนคร่ำครวญกับสร้อยกางเขนในมือเขา “หากพระองค์มองอยู่โปรดรับฟังลูกด้วย”

    เสียงเด็กหนุ่มเรียกสติผมกลับมาในระหว่างเดินเลื่อนลอยตามฝูงชนในสถานี “ผิดวิสัยกับเด็กยุคนี้ที่ชอบตั้งคำถามเสียจริง” ผมนึกในใจ “หรือคริสต์คือศาสนาที่ให้คำตอบเขากันนะ” ผมมองหนุ่มน้อยคนนั้นด้วยสายตาใคร่สงสัยและนั่งลงเอาหลังชนกำแพงเงยหน้าขึ้นด้วยความเหนื่อยล้า ในหัวผมมืดมิดไร้ที่สิ่งยึดเหนี่ยวทันใดความคิดเกี่ยวกับเด็กหนุ่มก็เข้ามาในหัวอีกครั้ง “เขาอาจเพียงต้องการสิ่งยึดเหนี่ยว” ผมคิดได้เช่นนั้นก็ยินดีกับเขาด้วย ผิดกับผมที่ยึดเพียงวัตถุและสิ่งที่จับต้องได้แต่สิ่งนี้เองก็ทำให้ผมเป็นคนตั้งคำถามกับความเชื่อทั้งหลายบนโลก ร่างผมต้องการพักผ่อนเสียแต่สมองไม่คิดเช่นนั้นเหตุการณ์ทั้งวันหมุนแล่นในหัวเหมือนน้ำวนที่ดูดทุกสิ่งบนโลกลงมหาสมุทรอ้างว้าง เริ่มตั้งคำถามกับวัตถุที่ตัวเองยึดติดไม่ต่างอะไรกับศาสนาพวกนั้นสุดท้ายทุกสิ่งล้วนถูกมนุษย์อุปโลกน์ขึ้นเหมือนความเชื่อที่จับต้องไม่ได้ต่างกันแค่จับต้องได้ เงินตราคนที่ให้คุณค่าก็คือมนุษย์แล้วสงครามนี้เรามีไปเพื่ออะไรชาติไม่อาจจับต้องได้ด้วยซ้ำไปแย่กว่าศาสนาเสียอีก หากเด็กหนุ่มยึดเหนี่ยวชาติเขาคงอาสาไปรบหรืออีกไม่นานก็คงโดนเรียกตัวไปรบ เหมือนเอาชีวิตไปทิ้งท่ามกลางสนามศพ เพราะอะไรกันเขาถึงไม่ยึดเหนี่ยวชาติละทิ้งเงินตราแต่บูชาเทพเจ้า “คงเป็นเพราะชีวิตจับต้องได้มากที่สุดกระมัง” สมองผมหยุดคิดร่างกายผมล้าเต็มทนความมืดกลับมาในหัวอีกคราแต่ครั้งนี้ไม่อาจต้านทนค่ำคืนนี้คงได้เวลาหมุนเปลี่ยน ได้แต่หวังไว้ให้ศึกนี้เป็นเพียงฝันร้ายที่ชั่วช้าที่สุดในชั่วชีวิตหนึ่ง

    ถึงผู้อ่านทุกท่านหากท่านใดอ่านมาจนถึงย่อหน้าสิ้นสุดแห่งบทนี้ขอให้รู้ไว้ว่าสงครามนั้นโหดร้ายกว่าอสูรตนใดในหน้าประวัติศาสตร์ บทนี้สรรค์สร้างมาเพื่อตั้งคำถามกับสงครามและไม่สนับสนุนการรุกราน การทำสงคราม และการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ ขอยู่ข้างๆ เธอตลอดไปชาวท้องฟ้าใสและท้องทุ่งข้าวสาลี

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in