รีวิวนิยายฉบับคนชอบดองChadang
รีวิว ครองฝัน เล่ม 1 (ยังไม่จบ)
  • ครองฝัน
    ผู้แต่ง Arise Zhang
    ผู้แปล อลิส
    สำนักพิมพ์ Meedee

    เรื่องย่อ 

               อวี๋ห้าว ถูกกล่าวหาว่าขโมยของจากบ้านที่เขาสอนพิเศษ นอกจากทางมหาวิทยาลัยจะไม่พยายามช่วยเขา ยังพยายามเชิญให้เขาลาออก ในช่วงเวลาเช่นนี้นอกจากเขามีปัญหาทางการเงิน คุณย่า ญาติเพียงคนเดียวของเขาก็จากไปเสียแล้ว อวี๋ห้าวหมดเหตุผลที่จะมีชีวิตอยู่ เขาจึงเลือกจะจบชีวิตตัวเอง แต่หลังจากหลับตาลงเพื่อเดินทางไปสู่ความตาย จิตใจของเขากลับถูกดึงเข้าสู่ขอบดินแดนแห่งฝัน ณ เส้นแบ่งความเป็นความตาย ขุนพล นักรบชุดเกราะเข้ามาฉุดเขาออกจากความมืด ‘นายไม่ได้อยากตาย’ ขุนพลบอกเขาเช่นนั้น และดึงอวี๋ห้าวต่อสู้ยึดดินแดนแห่งความฝันของเขาเพื่อยึด ความเป็นตัวเขา กลับคืนมาอีกครั้ง

    ความรู้สึกหลังอ่าน (สปอยล์เล็กน้อยถึงปานกลาง)

                    ตั้งใจจริง ๆ ว่าจะดอง ครองฝัน ไว้ก่อน แต่สุดท้ายก็แพ้ทางโปรโมชั่นหยิบกลับมาจนได้ เรื่องนี้มีทั้งหมด 6 เล่มจบค่ะ เล่มแรกนี่ปูพื้นเรื่องราวดินแดนความฝัน พลังพิเศษต่าง ๆ ไว้สัก 20 เปอร์เซ็นต์ และอีก 80 เปอร์เซ็นต์ ... ไปค่ะ ตามหาพระเอกกัน ขุนพล ผู้พิทักษ์ดินแดนแห่งความฝันคนนี้เป็นใคร ไร้ตัวตนจริงไหมหรือมีตัวตน ถ้ามีตัวตนจะเป็นใครรอบตัว อวี๋ห้าว รึเปล่า ? อ่านแล้วลุ้นมากเลยค่ะ !

                 เกริ่นเรื่องช่วงแรกก็คล้ายเรื่องย่อ อวี๋ห้าวเป็นคนที่มีฐานะค่อนข้างยากจน เขาต้องทำงานพิเศษ กู้เงิน และขายบ้านเพื่อรักษาย่าของเขา แต่สุดท้ายท่านก็จากเขาไป จากนั้นเขาที่มีชีวิตอยู่เพียงคนเดียวก็เริ่มปิดกั้นตัวเอง วันหนึ่ง ฟู่ลี่ฉวิน กัปตันชมรมบาสรู้ว่าเขาลำบากจึงแนะนำงานให้ เป็นงานสอนพิเศษให้เด็กหญิงคนหนึ่ง...เรื่องทั้งหมดเริ่มจากตรงนี้เลยค่ะ

    กำแพงเมืองจีนเส้นแบ่งเขตความเป็นความตาย

               การไปสอนพิเศษที่นั่นทำให้อวี๋ห้าวถูกกล่าวหาว่าขโมยนาฬิการาคาหลายบาท เขาเข้าใจทุกอย่างว่าไม่มีใครคิดจะช่วยเขาและตัวเขาเองก็ไม่เหลือใครแล้วเลยตัดสินใจฆ่าตัวตาย แต่จริง ๆ เขาไม่อยากตาย อวี๋ห้าวยังอยากมีใครสักคนเข้ามาช่วยเขาในนาทีสุดท้าย แล้วก็มีจริง ๆ ค่ะ คนคนนั้นคือ ขุนพลแห่งดินแดนความฝัน ขุนพลเข้ามาช่วยอวี๋ห้าวออกจากกำแพงเมืองจีนที่เป็นเส้นแบ่งเขตแดนฝันกับจิตใต้สำนึก ซึ่งถ้าอวี๋ห้าวตกลงไปในจิตใต้สำนึก เขาจะตายไปจริง ๆ ขุนพลอธิบายเกี่ยวกับความฝันว่ามันมีความเชื่อมโยงกับประสบการณ์ในโลกความจริงที่อวี๋ห้าวเจอ แน่นอนว่านายเอกของพวกเราเข้าใจอย่างรวดเร็ว เพราะมันอยู่ในวิชาจิตวิทยาที่เขาเลือกเป็นวิชาเอก เมื่อเขาเข้าใจ เมื่อเขาตัดสินใจจะมีชีวิต เขาจึงเริ่มศึกษาปมต่าง ๆ ของตัวเองผ่านสัญลักษณ์ในความฝัน และเริ่มแก้มันคู่กันไปกับโลกแห่งความจริง

    ตื่นขึ้นมากลายเป็นว่าได้มิตรภาพที่ดีถึง 3 คน

                  พอตื่นขึ้นมาเขาพบว่าตัวเองอยู่ในห้องพยาบาล ยังจำ ฟู่ลี่ฉวิน กันได้ไหมคะ คนคนนี้เป็นคนพบ และแบกอวี๋ห้าวออกมาค่ะ จากนั้นไม่นาน โจวเซิง เพื่อนของฟู่ลี่ฉวินซึ่งมีส่วนออกตามหาอวี๋ห้าวก็เป็นหวัดเข้ามานอนพักในห้องพยาบาลพอดี ทิ้งระยะเวลาไม่นาน เฉินเย่ไข่ อาจารย์ประจำชั้นคนใหม่ของทั้งสามคนก็รีบมาจากสนามบินเพื่อมาดูอวี๋ห้าว 
    เอาล่ะค่ะ...ทั้งสามคือเรือสามลำ ที่ทุกคนต้องจับตามองงง (55555)

                 เฉินเย่ไข่ จบปริญญาโทจากต่างประเทศ เขามีความเข้าใจในนักศึกษาสูงมาก มาถึงก็คุยเปิดใจกับอวี๋ห้าว และยังมอบความเชื่อมั่นแก่อวี๋ห้าวว่า ใครไม่เชื่อว่าอวี๋ห้าวไม่ได้ขโมยของ...มีเขาคนหนึ่งนี่ล่ะที่เชื่อ จากนั้นนายเอกของพวกเราเลยเริ่มเปิดใจเล่าชีวิตตัวเอง ให้สองคนที่นั่งเฝ้าเขาฟังบวกกะอีกหนึ่งคนที่มานอนพักแล้วบังเอิญนอนฟัง พวกเขาสามคนฟังเรื่องของอวี๋ห้าวแล้วก็ยินดีให้ความช่วยเหลือ ฟู่ลี่ฉวิน และโจวเซิง ก็กลายมาเป็นเพื่อนของอวี๋ห้าว โลกแห่งความจริงที่เคยโดดเดี่ยวของเขาก็กลายเป็นว่าเริ่มมีใครหลายคนก้าวย่างเข้ามา...ส่วนในโลกแห่งความฝัน เขาก็เกิดตกหลุมรัก ขุนพล ขึ้นมาด้วย

    ...และเราก็หากันจนเจอ...ไหมนะ ?

                เราจะไม่ขอบอกทุกคนว่าใครพระเอก และเราจะพยายามไม่หลุดบุคลิกในส่วนที่เดาได้ง่าย ทุกคนคะ ถ้าได้อ่านค่อย ๆ ไล่เก็บไล่ตัดไปทีละเรือนะคะ อย่าเปิดดูก่อนนะคะว่าใครพระเอก อดใจไว้ค่ะ เขาหากันเจอในเล่มแรกเนี่ยแหละ ลุ้น ๆ 

                 มาเราจะเล่าโมเม้นคู่นี้ให้ฟัง พระเอกคนนี้ไม่ว่าในความฝันหรือความจริงเขาพึ่งพาได้เสมอ เวลาอยู่กับนายเอกในโลกความจริงคือเรารู้สึกอุ่นใจมาก เราเคยชอบตัวละครสไตล์นี้ในเรื่อง ข้ามฟ้าหารัก แต่เขาดันไม่ได้เป็นพระเอก พอมาเจอเรื่องนี้ นี่ลุ้นมากกขอให้ใช่ เราชอบความช่วยเหลือนายเอกทุกสิ่งอย่างของพระเอกมาก พระเอกนะขี้หวงนายเอกแบบสุด ๆ ใครก็แตะหรือรังแกนายเอกไม่ได้ ทำกับข้าวก็เก่ง เขาชอบทำกับข้าวให้นายเอกกินมาก เขาบอกว่านายเอกกินแล้วดูอร่อย เจ้าตัวมีความมุ่งมั่นในการขุนนายเอกมากค่ะแต่นายเอกก็ไม่ค่อยจะกิน 55555 แล้วพระเอกนะนอกจากทำอาหารเก่งยังเลือกเสื้อผ้าเก่งมากกก เลือกให้นายเอกแต่ละตัวคือใส่ละว้าวมากค่า

             เรื่องเปย์เหรอคะ...เปย์ไปทำไมในเมื่อเขาใช้กระเป๋าใบเดียวกัน เงินพระเอกเอาไว้กับนายเอกทั้งหมด สุดท้ายที่จะเล่าคงเป็นฉากพระเอกเมากลับมาแล้วหานายเอกไม่เจอ เลยลงไปตามแต่พอเจอนายเอกก็ตกใจเพราะอะไรบ้างอย่าง (ไม่ขอสปอยล์) เลยตะโกนชื่อนายเอกลั่นหอ 

    เหล่าคนในหอนี่ลงประกาศแท็กหานายเอกกันรัว ๆ : อวี๋ห้าวเอ๋ย รีบกลับมาเร็ว (พระเอก) ตะโกนเรียกหาใหญ่แล้ว (จะนอนน) 
     นายเอก : ...รู้แล้ว ก็นอนอยู่ข้างกันเนี่ยยย

                    ครองฝันเป็นดราม่าแฟนตาซีที่ไม่ได้มีแค่เรื่องปมในใจนายเอกหรือตัวละครกับความแฟนตาซีพลังพิเศษในฝันนะคะ เขามีการสะท้อนสังคมหลายอย่างมาก เช่นเกี่ยวกับการถูกมองไม่ดีหรือไม่ถูกยอมรับเพราะเป็นเกย์ นายเอกต้องอยู่ในสังคมแบบนั้นด้วยความกดดันทั้งในชีวิตประจำวันทั่วไปและในเรื่องของความรักค่ะ เขาโชคดีที่หลังจากผ่านความตายมาแล้วได้พบกับเพื่อนที่ยอมรับได้ แต่เรื่องราวจากนี้จะเป็นยังไงต่อไป ปมต่าง ๆ ยังคงสานต่อไปอีก 5 เล่มเลยค่ะ เล่มหนึ่งนี้ยังเปิดปมความฝันไว้แค่สองเคส ตามกันไปยาว ๆ ค่ะ นอกจากนี้ในการเล่าเรื่องนักเขียนไม่บอกอะไรตรง ๆ เยอะอยู่ อาจจะโหดร้าย หรือสะเทือนใจพอสมควรเลยพอเราตีความตามได้ แนวนี้ใครสนใจหรือมองชื่อนักเขียนแล้วรู้ว่าใช่แนวแน่ ๆ แนะนำเลยค่ะ


    ควรดอง หรืออ่านเลยความค้างแค่ไหนในเล่ม 1 (สปอยล์เล็กน้อย)

                ค้างประมาณ 70 /100 ในความรู้สึกค่ะ ความจริงสนพ.ยังตัดอย่างเมตตาปราณี เพราะอย่างน้อยพระเอกนายเอกเขาก็หากันจนเจอ 5555 ประโยคจบปิดท้ายคือ เจอกันในฝัน (กรีดร้อง 5555) ดังนั้นอ่านเล่มแรกยังเบรคได้อยู่ค่ะ ไม่ถึงกับดิ้่น แค่กรี๊ดออกมาเท่านั้น (เอ๋)


    ขอตัดส่วนรีวิวเพียงเท่านี้ เพราะต่อไปเป็นส่วนเสริมในความรู้สึกเฉย ๆ ค่ะ 
    By Chadang


    เพ้อเจ้อเรื่องจิตวิทยาและความฝัน (ข้ามได้ค่ะ มีสปอยล์ในการยกตัวอย่างระดับปานกลาง)

              เราเคยมีโอกาสเรียนวิชาพื้นฐานด้านจิตวิทยามาเล็กน้อย ตอนอ่านครองฝันเลยนึกถึงทฤษฎีสมัยเรียนขึ้นมา ถ้าพูดถึงจิตวิทยากับความฝัน คนแรกที่เรานึกถึงคือ ซิกมัน ฟรอย (Sigmund Freud) ค่ะ เขาเป็นฐานแรกของการบำบัดแบบจิตวิเคราะห์ โดยแนวคิดจะเน้นความสัมพันธ์ระหว่างสองอย่างค่ะ
    1.ตัวบุคคล
    2.สิ่งแวดล้อม
    ซึ่งสองอย่างนี้เป็นตัวก่อให้เกิดบุคลิกภาพ ความคิด การรับรู้ และพฤติกรรมการแสดงออกของคนค่ะ 

             โดยความสัมพันธ์บุคคลจะให้ความสำคัญในเรื่องของความมั่นคงทางจิตใจเป็นหลักค่ะ การที่คนเราไม่มีความมั่นคงทางจิตใจจะกลายเป็นปมในใจ โดยมีสาเหตุมาจาก ครอบครัว สังคม และสิ่งแวดล้อมที่เจอมาตั้งแต่เล็กจนโต (ในช่วงวัยต่าง ๆ โดยเฉพาะวัยเด็ก) 
               เช่นวัยเด็กหากอยู่ในครอบครัวใช้ความรุนแรง เหมือนตัวละครโจวเซิง เขารู้สึกไม่มั่นคงในความรัก เพราะสิ่งที่พ่อแม่มอบให้มีแต่การทะเลาะและทุบตีเขาตลอด เมื่อโตเขาจึงแสดงออกโดยการโต้ตอบด้วยความรุนแรงเหมือนที่ครอบครัวเลี้ยงมา

               ส่วนเรื่องความฝันที่นายเอกเข้าไปกับขุนพล ก็เหมือนกับก้อนน้ำแข็งในจิตใจ มนุษย์ มีในส่วนของจิตสำนึกที่รู้ตัว (ส่วนเหนือน้ำ) และจิตไร้สำนึกที่ไม่รู้ตัว (ส่วนใต้น้ำ) โดยความฝันถูกตีความว่าเกิดจากจิตไร้สำนึก ไม่ว่าจะเป็นความกลัว หรือความกังวลที่ฝังใจ จิตสำนึก (รู้ตัว) ของเราอาจจะปล่อยผ่าน แต่ความจริงจิตไร้สำนึก (ไม่รู้ตัว) ของเราจะเก็บสะสมความหวาดกลัวเหล่านั้นมาตลอด 
            เช่น นายเอกมีมังกรเฝ้าปราสาทในความฝัน มังกรดำตัวนั้นน่ากลัวมาก แต่มันคืออะไรในโลกความจริง...สุดท้ายนายเอกตามหาและค้นพบว่ามังกรคืออ่างเก็บน้ำแห่งหนึ่งที่เขาไปตอนเด็กกับแม่ และเขากลัวมาก เพราะที่นั่นแม่คิดจะทำให้เขาเกิดอุบัติเหตุพลัดตกลงไป (ตาย... T-T)
     จิตสำนึกนายเอกเข้าใจความหมายและปล่อยผ่าน แต่จิตไร้สำนึกเสียใจและหวาดกลัวกลายเป็นสัญลักษณ์ (Symbols) มังกรร้ายเฝ้าปราสาทในความฝัน

         ทางแก้ที่นายเอกกับพระเอกใช้ คือตีความสัญลักษณ์ในความฝัน โดยออกตามหาในโลกความจริง ทำความเข้าใจกับมัน ยอมรับมันให้ได้ และพระเอกก็พยายามมอบความอบอุ่น และความมั่นใจในตนเองแก่นายเอก...เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับจิตใจของนายเอก เราเลยคิดว่านี่เหมือนเป็นการบำบัดในจิตวิเคราะห์ การวิเคราะห์ความฝัน (Dream Analysis) ค่ะ

         และเรื่องต่อจากเคสแรก เมื่อนายเอกมีความมั่นคงทางจิตใจเขาก็นำสิ่งที่เรียนรู้ไปช่วยผู้คนที่สูญเสียการสื่อสารกับโลกภายนอก (Ego) ซึ่งเหมือนตัวเขาในอดีต รวมถึงคนที่กำลังจะเสียมโนธรรมไป (Superego) ซึ่งเล่มต่อไปน่าจะเป็นเคสสูญเสียมโนธรรมค่ะ (เดานะคะ)

           เริ่มงงไหมคะ เราก็รู้มางู ๆ ปลา ๆ อ่านนิยายแล้วเอามาโยง ๆ ได้พอดีเลยรู้สึกตื่นเต้นค่ะ น่าเสียดายถ้าเรียนทางนี้มาอาจจะรู้สัญลักษณ์ที่นักเขียนใช้มากกว่านี้ก็ได้ บางทีถ้าได้อ่านเรื่องนี้สมัยเรียนเราคงสอบได้คะแนนดีกว่านี้ ช่วงนั้นที่สอบผ่านเรื่องอารมณ์ความรู้สึกมาได้นี่ Inside out ของดิสนี่ย์ช่วยไว้เยอะเลยค่ะ (55555) 

    จบจริง ๆ แล้วค่ะ ขอบคุณที่อ่านจนบรรทัดสุดท้ายนะคะ


    หนังสืออ้างอิง : ทฤษฎีให้บริการปรึกษา (รองศาสตราจารย์ วัชรี ทรัพย์มี, 2556)

    เรื่องอื่น ๆ ของนักเขียน 
    ข้ามฟ้าหารัก : https://minimore.com/b/tA4HM/3
    Top Assistant ผู้ช่วยเหรียญทอง : https://minimore.com/b/tA4HM/5

    By Chadang


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in