รีวิวนิยายฉบับคนชอบดองChadang
รีวิว ครองฝัน เล่ม 2 (ยังไม่จบ)

  • ครองฝัน เล่ม 2
    ผู้แต่ง Arise Zhang
    ผู้แปล อลิส
    สำนักพิมพ์ Meedee

    เรื่องย่อ 
    “...ขอยกไปในสรุปเรื่องแทนนะคะ...”


    บทความนี้สปอยล์เล่ม 1-2 นะคะ โดยเฉพาะคนที่จะลุ้นพระเอกแล้วยังไม่ได้อ่านเล่มแรกข้ามค่ะ 


    ความเดิมจากครองฝัน เล่ม 1

           หลังเสียคุณย่าผู้เป็นญาติคนสุดท้ายในชีวิต อวี๋ห้าว ก็ถูกสังคมปัจจุบันทำร้ายจนฆ่าตัวตาย แต่ ‘ขุนพล’ แดนนิทราเข้ามาช่วยเขาไว้ได้ทัน เขาจึงมีชีวิตรอดพร้อมกับได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ไปพร้อม ๆ การคลายปมในใจตัวเองในความฝัน ส่วนโลกความเป็นจริงเขาก็ได้เพื่อนที่ดีมาก ๆ ถึงสองคนคือ โจวเซิง และฟู่ลี่ฉวิน รวมทั้งได้อาจารย์ประจำชั้นคนใหม่ที่คอยช่วยเหลือเสมออย่าง เฉินเย่ไข่ หลังจากจัดการคลี่คลายปมในใจตนเอง เขาก็กำลังใช้ชีวิตอย่างปกติ และเริ่มหลงลืม ขุนพล’ ในฝันที่ตัวเขารู้สึกดี ๆ ด้วย ทว่าคืนหนึ่งอีกฝ่ายก็ปรากฏตัวอีกครั้งโดยลากเขาไปอยู่ในฝันของคนอื่น อวี๋ห้าวเริ่มสงสัยและคาดเดาว่าความจริงแล้ว ‘ขุนพล’ มีตัวตนในโลกความจริงแถมยังเป็นคนใกล้ตัวเขาอีกด้วย ! ยิ่งคาดเดาจากข้อมูลต่าง ๆ เขาก็ยิ่งพบว่าแท้จริงแล้วคน ๆ นั้นอยู่ใกล้เขามาก และยังเป็นคนที่เขาเผลอ ‘ตกหลุมรัก’ ไปแล้วเสียด้วย !


    ความรู้สึกหลังอ่าน (สปอยล์ปานกลาง)

               เราตั้งใจว่าเรื่อง ครองฝัน ได้ลงมือเขียนอีกทีคงเล่ม 6 จบเลย แต่ต้องยอมรับว่านอกจากลิ่วเหยาแล้ว ครองฝัน คืออีกหนึ่งในสองเรื่องที่เรารอคอยจนอ่านเล่มแรกวนไป 3 ครั้ง เพราะเราชอบสถานการณ์ระหว่างพระเอกกับนายเอกเวลาอยู่ด้วยกันมาก จนถึงตอนนี้ยอมรับเลยว่าใจยังคงรอเล่ม 3 อย่างจดจ่อ ขณะที่ข้ามฟ้าหารักเล่มจบกับพลิกฟ้าต้องขออนุญาตทั้งสองนอนรอในกองดองอีกสักหน่อย (แหะ ๆ ) 


    เมืองชิเชนอิตซา

             เล่มสองเป็นเริ่มต้นที่เคสของตัวละครอาจารย์เฉินอย่างที่เราเดาไว้จริง ๆ พระเอกกับนายเอกต้องเข้าไปช่วยดึงตัวตนของอาจารย์จากในฝันซึ่งกำลังทำลายตัวเอง เพราะโทษตัวเองกับปมในอดีตอย่างหนัก บอกเลยว่าเคสรอบนี้หนักหน่วงมาก หลัก ๆ ที่หนักและยาก เนื่องจากตัวอาจารย์เป็นคนที่เข้าใจตัวเองเป็นอย่างดี แต่นั่นกลับเป็นจุดอ่อน การที่เราเข้าใจตัวเองไม่ได้หมายความว่าในโลกจิตใต้สำนึกจะเข้าใจ ในนั้นสะท้อนความจริงเอาไว้ทั้งหมด นั่นทำให้เรื่องของอาจารย์กินเนื้อหาไปกว่าครึ่งเล่ม ซึ่งแน่นอนว่าสนุก การเล่าเรื่องยังคงเป็นการสลับระหว่างความจริง และความฝันโดยพระเอกกับนายเอกต้องช่วยกันคล้ายปม และแก้ไขสัญลักษณ์ในฝันควบคู่กันไป และเนื้อหาในเล่ม 2 ที่กว่าครึ่งไปผจญภัยกันในฝันก็เริ่มปล่อยปริศนาของพลังจากกงล้ออีกาทอง (ชื่อนี้รึเปล่านะ) ออกมาแล้ว
           สิ่งที่น่าลุ้นอย่างหนึ่งในเคสนี้คือ อาจารย์เฉินเป็นคนมีไหวพริบ และฉลาดมาก พวกอวี๋ห้าวจะสามารถกลบเกลื่อนปิดความลับนี้อยู่หรือไม่ แทบจะกลั้นใจกันเลยทีเดียว


    โลกจิตใต้สำนึก

               เคสที่สองของเล่ม หรือก็คือเคสที่สี่ของเรื่องเป็นกรณีต่อเนื่องมาจากอาจารย์เฉิน ค่อนข้างมีสีสันต์เพิ่มในความรู้สึกเราที่จะมีอีกสักตัวละครออกผจญภัยไปในฝันกับพระเอกและนายเอก แต่ในขณะเดียวกันอีกใจหนึ่งก็รู้สึกว่ามีกันสองเราเหมือนเดิมก็ดีอยู่แล้วเชียวว...ซึ่งเราว่าพระเอกก็คิดเหมือนเรา แน่ ๆ (จริงอ่ะ) ...เคสที่สี่เป็นการลงไปในจิตใต้สำนึก หรือถ้าทุกคนจำได้ก็คือส่วนของความมืดที่อวี๋ห้าวเกือบกระโดดลงไปในเล่มแรก นักเขียนเล่ากรณีนี้เพื่อแสดงถึงจิตใจของคนที่หลับไม่ฟื้น หรือที่กลายเป็นเจ้าชาย เจ้าหญิงนิทรานั่นเอง ซึ่งหลังจากพระเอกนายเอกช่วยดึงคนจากในฝันเสร็จก็ต้องมาลุ้นวิ่งคดีในโลกความจริงต่อ 
            เรื่องนี้สะท้อนอะไรบ้าง...เราว่าสะท้อนสังคมเยอะมากจริง ๆ ตั้งแต่กรณีอวี๋ห้าวเล่มแรกที่โดนบีบจากสังคมเรื่องจน และเป็นเกย์ ตามด้วยสาวน้อยเคสที่สองซึ่งโดนพ่อทำร้าย เกริ่นกรณีบ้านที่ใช้ความรุนแรงเลี้ยงลูกอย่างครอบครัวโจวเซิง มาจนถึงเฉินเย่ไข่ที่ฝังใจจากการสูญเสียในอดีต ซึ่งแทรกเรื่องการใช้ชีวิตคู่ และโรคซึมเศร้า มาจนกรณีล่าสุดคือการทำร้ายร่างกายของสามีภรรยา...มีคนไม่น้อยรู้สึกว่า ถ้าอยู่ในฝันไปตลอดกาลก็คงจะดี แต่ความจริงต่อให้จิตใจเราหนีไปสุดขอบสำนึก โลกความจริงก็ใช่จะอ่อนโยนขึ้น หรือคลี่คลายขึ้น...มีแต่ตัวเราเท่านั้น ที่เปลี่ยนแปลงโลกของตัวเอง และไม่ใช่ที่สภาพแวดล้อมซึ่งควบคุมไม่ได้ แต่เป็นตัวเรา...ในจิตใจของเรา


    “ คืนนี้พระจันทร์สวยมาก ”

              ความรักของทั้งสองคนจากเล่มแรก ไม่รู้มีใครรู้สึกเหมือนเราไหมว่าโจวเซิงความจริงก็หวั่นไหว แล้ว เหมือนจะสนใจตั้งแต่ยังไม่รู้จักกัน (ก็แทบจะพร้อมอวี๋ห้าวเลยรึเปล่า) ถึงได้ให้ความสำคัญกับอวี๋ห้าวมาก แต่เพราะปมในใจเกี่ยวกับความรักของครอบครัวที่เขาไม่เคยได้รับ ทำให้เจ้าตัวก็พลอยกลัวความรักไป ไม่กล้าเปิดใจให้ใครในสถานะนั้น ขณะเดียวกันความรู้สึกของเขากลับหวงอวี๋ห้าวมาก ขนาดที่แทบจะอารวาทเมื่ออวี๋ห้าวทำท่าจะห่างจากสายตาเขาไป 
             พอขึ้นเล่มสองเคสทั้งเล่มนี้...เรียกว่ากระแทกปมคู่นี้เต็ม ๆ เพียงแต่ต้องมารอนักเขียนบรรยายฝั่งโจวเซิงเหมือนเล่มแรกแล้วล่ะค่ะ ว่าจะเป็นอย่างที่เราคิดไหม แต่การกระทำเขาจากที่เราได้อ่านผ่านอวี๋ห้าว ขอฟันธงเลยว่า เขารักของเขาแล้วล่ะค่ะ ก็...“ คืนนี้พระจันทร์สวยมาก ”  (หึหึหึ 555555 <<-- บ้าไปแล้ว)

            โมเม้นเล่มสองดี ดีมาก ๆ เรานี่ยิ้มแก้มแทบปริ ด้วยความพระเอกทำมากกว่าพูดด้วยเวลาบรรยายแสดงออกทีนี่อยากจะกรีดร้องให้ถึงดาวอังคาร เอะอะกอด เอะอะโอบ ท่าทางปกป้องอวี๋ห้าวเหมือนเป็นไปโดยสัญชาตญาณเขาไปแล้ว ไม่ต้องอะไรหรอกค่ะ ดูเจ้ามังกรจอมฉุนเฉียวในฝันเขาก็พอ อวี๋ห้าวขยับไปไหนเจ้านี่มองตามตลอด ยังมีการที่แม้แต่ในฝันของโจวเซิงเอง เจ้าตัวยังทำร้ายอวี๋ห้าวไม่ได้แม้แต่ปลายก้อย ย้ำ นั่นในฝันของเขาเองแท้ ๆ ! (ตอนนั้นเจ้าตัวกะจะจับอวี๋ห้าวที่คิดจะซนในฝันของเขา แต่จับไม่ได้ซะงั้น 55555) 
           อ่านแล้วอยากจะร้อง “แหม” ไปถึงดาวพฤหัส เอาเป็นว่าถ้าเล่มแรกปูเรื่องว่า ‘ขุนพลคือใคร’ เล่มนี้หลัก ๆ คงเป็น ‘ความสัมพันธ์ของพวกเขาคืออะไร’ ซึ่งเหมือนเดิมค่ะ ตอนจบมีคำตอบ

             ว่าจะมาสั้น ๆ สุดท้ายก็ไม่สั้น (55555) เราชอบเรื่องนี้จริง ๆ ค่ะ ไม่ว่าเคส การสะท้อนสังคมที่โหดร้าย หรือความสัมพันธ์ของตัวละคร โมเม้นที่แทรกมา คงเป็นอีกเรื่องในปีนี้ที่เรารออย่างใจจดใจจ่อ และอีกครั้งสำหรับใครชอบแฟนตาซีสลับฝั่งโลกปัจจุบัน บางทีเรื่องนี้อาจจะใช่ก็ได้นะคะ 

    ปล. ขอถามย้อนสักหน่อย อยากแอบถามว่าลงเรือกันถูกรึเปล่าคะ เราเกาะเรือโจวเซิงอย่างโงเงมากเลยค่ะตอนเล่มแรก เพราะอาจารย์เฉินก็มาแรงไม่แพ้กันเลย แต่พอมาเล่มนี้ค่อยหายใจหายคอหน่อย โมเม้นก็พุ่งซะ อยากอ่านเล่มต่อแล้ววว


    By Chadang




เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in