ออกไปกับเขา (Partir avec Lui)Peeranut Chirawongkamchorn
วันที่ 3 - กับเขา
  •           ผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าผมมานั่งที่โขดหินริมชายฝั่งนี้เนิ่นนานเพียงใดแล้ว ตั้งแต่ท้องฟ้ายังเป็นสีฟ้าสดใส สดใสราวกับมันไม่ใช่สีฟ้าที่แท้จริง หรือว่าในช่วงจังหวะที่ท้องฟ้าเป็นสีส้มอมชมพูกระจายไปทั่วก่อนที่ดวงอาทิตย์จะลาลับขอบฟ้า หรือว่าหลังจากนั้น ท้องฟ้ามืดดำสนิท มีเพียงแหล่งกำเนิดแสงจากดวงจันทร์ที่ส่องสว่างเจิดจ้าอยู่เพียงลำพัง ก่อนที่มันจะรู้ว่าตนเองนั้นมีพลังงานไม่เพียงพอเทียบเท่ากับดวงอาทิตย์ผู้มีพลังเหลือล้น มันจึงขอความช่วยเหลือไปยังดวงดาวต่างๆรอบกาย เพื่อช่วยกันส่องสว่างและอยู่เป็นมิตรเคียงข้างกันอย่างพร้อมเพียงในยามที่ผู้คนหลับใหล มันคงจะไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเท่าไหร่นัก มีแต่ผมที่ไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากใครให้มาอยู่เคียงข้างได้ ผมได้นอนเงยหน้ามองดวงจันทร์และดวงดาวต่างๆด้วยความอิจฉา ลอยตัวอย่างสงบสุขอยู่บนแผ่นพื้นท้องฟ้ายามมืดค่ำ ผมได้แต่นอนเอนกายอยู่บนแผ่นหินขรุขระหลังกำแพงที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันพลังธรรมชาติจากทะเล แต่ผมก็แอบปีนข้ามมาจนได้ ผมหย่อนขาข้างหนึ่งลงไปสัมผัสกับน้ำทะเลเมดิเตอร์เรเนียน สีดำสนิทไม่แตกต่างไปจากท้องฟ้าด้านบน แสงสว่างจากชายฝั่งอันไกลโพ้นเป็นเพียงแหล่งพลังงานเดียวที่ทำให้พื้นทะเลสว่างไสว แต่ก็ไม่มากเพียงพอกับขนาดกันกว้างใหญ่ไพศาลของพื้นน้ำ ลมทะเลพัดเอื่อยๆ แต่สม่ำเสมอ บางทีผมฉับพลันตื่นจากพะวังเมื่อคลื่นทะเลอันเย็นเฉียบสัมผัสเข้ากับปลายเท้าที่ยื่นไปในทะเล หาเรื่องใส่ตัวเองแท้ๆ ผมเอื้อมมือไปหยิบขวดไวน์แดง Sol de Veredus ขวดหนึ่งที่เหลืออยู่จากบรรดาหลายๆขวดที่วางอยู่เกลื่อนกลาดขึ้นมายกซด ผมดื่มไวน์ได้สถุลไม่สมกับคนที่เกิดในประเทศที่ได้ชื่อว่า.....ชื่อว่าอะไร ใครๆก็ว่ากันแบบนั้น เสแสร้งขึ้นมากันเองชัดๆ ถูกประดิษฐ์สร้างขึ้นจนทำให้อะไรๆที่ดูแตกต่างกลายเป็นผิดและไม่สมควร ผมยกขวดขึ้นซดอีกครั้ง หยดไวน์แดงจากขวดหกไหลลงผ่านแจ็คเก๊ตหนังสีดำเป็นทางยาวจนถึงกางเกงยีนส์ ผมไม่ได้ใส่ใจมากนั้น ผมวางขวดลงบนพื้นหินที่ดูน่าจะปลอดภัยที่สุด พร้อมทั้งหันมองไปรอบข้าง บรรยากาศริมชายฝั่งของ Fort Saint Jean เงียบสงบ ไม่มีผู้คนเดินผ่านไปผ่านมาอีกแล้ว ผมหยี่ตาเล็กลงเพื่อนับปริมาณขวดไวน์ที่ถูกทิ้งขวางอย่างไม่สนใจ บางขวดก็มีขวดอีกขวดซ้อนทับกันอย่างน่าสงสัย บางขวดก็ดูเหมือนว่าจะมีอยู่จริงหรืออาจจะไม่ แสงสว่างของหลอดไฟสีเหลืองที่ส่องสว่างอาจจะไม่เพียงพอ ทุกอย่างที่ผมพยายามจะทำดูเหมือนจะไม่มีอะไรชัดเจน แต่ด้านขวาของผมมีสิ่งหนึ่งที่ชัดเจนมากที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ในขณะนั้น เขานอนหลับอยู่บนโขดหินข้างๆผม

              เมื่อท้องฟ้าเริ่มเปล่งประกายสีสันสอดรับกับแสงสว่างของเช้าวันใหม่ บรรดานกทะเลสีขาวบริเวณชายฝั่งเริ่มส่งเสียงร้องและบินร่อนอยู่ทั่วบริเวณท่าเรือ พวกมันพร้อมที่จะเริ่มต้นวันใหม่กันอย่างสดใส ผมไม่แน่ใจว่าผมพร้อมแล้วหรือยัง ผมลุกขึ้นนั่งเพื่อรับลมหนาวที่ถูกพัดเข้าชายฝั่ง หลับตาลงเพื่อให้จิตใจได้รับรู้กับความหนาวเย็นผ่านทุกอณูรูขุมขน ให้เสียงลมพัด เสียงคลื่นทะเล และเสียงนกร้อง ช่วยปลุกกลไกต่างๆในร่างกายให้เพรียบพร้อมรับสิ่งต่างๆในวันใหม่ มีเพียงผู้คนเพียงเล็กน้อยที่ตื่นเช้าออกมาวิ่งรอบปราสาทแห่งนี้ ซึ่งสามารถรับรู้ได้จากเสียงฝีเท้าของผืนผ้าใบที่กระทบเข้ากับหินอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว ประกอบกับเสียงลมหายใจเข้าออกอย่างถี่ๆของนักวิ่ง ผมลืมตาขึ้นและหันไปหาเขาที่ยังคง

  • นอนหลับใหลอยู่บนพื้นหินแข็งกระด้าง ผมสีดำหนาหยักศกดูไม่เป็นทรงโผล่พ้นหมวกไหมพรมสีดำออกมาทางด้านหน้า ใบหน้านิ่ง สงบ ยังคงเพลิดเพลินไปกับความฝัน ซึ่งเห็นได้จากรอยยิ้มอันบอบบางบริเวณมุมปาก ถึงจะไม่แจ่มชัดนักแต่ผมแน่ใจว่าเป็นอย่างนั้น ผมรวบรวมความกล้าอยู่นานเล็กน้อยก่อนที่จะต้องทำลายความสุขสันต์ของเขา และเอ่ยกับเขาว่าช่วงเวลาแห่งความเพลิดเพลินที่เพ้อฝันได้จบลงแล้ว เขาลืมตาและลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วจนผมตกใจ เขาขยี้ตาอย่างไม่ทะนุถนอมผ่านถุงมือด้อยคุณภาพ เขาเอามือโอบกอดตัวเองอย่างแน่นหนา ถึงแม้ว่าแสงแดดจะร้อนแรงเพียงใด สำหรับเขาแล้วที่นี่ก็ยังคงหนาวเย็นเช่นเคย ผมจึงเอ่ยเชิญชวนเขาให้ไปเดินเล่นที่ตลาดขายปลายามเช้า Le Marché de la Pêche ที่มีชื่อเสียง ตั้งอยู่บริเวณ Le Vieux Port ติดถนน Quai des Belges ใกล้ๆกับชิงช้าสวรรค์ Grande Roue de Marseille ที่แสดงความใหญ่โตอย่างกลางเมือง เราเดินดูปลาและสัตว์น้ำหลากหลายประเภทที่ชาวประมงได้นำออกมาเพื่อจำหน่ายให้กับผู้คนที่เดินผ่านไปมา ถึงแม้ว่าเขาจะยังคงกึ่งหลับกึ่งตื่นในระหว่างที่เดินผ่านไปมา แต่ก็เห็นได้ชัดว่าสัตว์ทะเลบางอย่างเขาคงไม่เคยเห็นมาก่อน เขาอาจจะเคยกินแต่ไม่เคยเห็นตอนมันยังมีชีวิต แล้วทันใดนั้นผมถูกมือชายหนุ่มลากออกไปจากบริเวณตลาด ออกพ้นไปเป็นระยะทางประมาณหนึ่งเพียงพอที่จะเห็นสภาพโดยรวมของตลาดทั้งหมด ผมหันไปมองเขาที่ลากผมออกมาพร้อมกับที่เขาบอกผมว่าตรงนั้นมีคนกำลังจะทะเลาะกัน ผมมองหันกลับไปและเห็นภาพเหตุการณ์ดังกล่าวตามที่เขาเล่า ผมแอบแปลกใจเล็กน้อยว่าทำไมเขาถึงรับรู้ได้ ในขณะที่ผมไม่รู้เรื่องอะไรเลยด้วยซ้ำ

              ผมกำลังยืนมองภาพของเรือยอร์ชสีขาวมากมายที่จอดสงบนิ่งเรียงรายอยู่บริเวณท่าเรือ ด้านบนของท่าเรือคือรูปปั้นสีทองขนาดใหญ่ที่ตั้งสูงสง่างามของ The Virgin Mary ท้องฟ้ายังคงสีฟ้าสดใสเช่นเคย เมฆขาวกระจายตัวปกคลุมอยู่เป็นบางส่วน มีลมเอื่อยๆพัดโชยอยู่เป็นระยะ ปารีสป่านนี้คงเป็นสีเทาและหนาวจับใจ ผมหันหลังให้กับภาพทิวทัศน์เบื้องหน้า ออกเดินไปตามทาง Rue Saint-Laurent อย่างโดดเดี่ยวอีกครั้ง เขาปฏิเสธที่จะเดินสำรวจเมืองกับผมหลังจากที่ผมเอ่ยเชิญชวนเขาเมื่อเช้านี้หลังจากสิ้นสุดอาหารเช้าที่ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด เขาบอกว่าเขาอ่อนเพลียเกินกว่าที่จะไปไหนได้อีกในตอนนี้ เขาจึงขอตัวกลับห้องพักเพื่อไปพักผ่อน น้ำเสียงของเขาแสดงออกถึงความเกรงใจและเสียใจที่เขาไม่สามารถไปได้ ผมยิ้มและกล่าวกับเขาว่าไม่เป็นไร เราจึงแยกจากกันบริเวณหน้าร้านอาหาร ผมพยายามนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนว่าเขาดื่มไวน์เข้าไปเยอะขนาดไหน และก่อนหน้านั้นเขามีเบียร์ถืออยู่ในมือ ไม่รู้เลยว่าเขาดื่มไปมากมายขนาดไหนก่อนหน้านั้น ผมควรจะยับยั้งการดิ่มของเขา แต่ขนาดตัวผมเองยังไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลย แล้วประสาอะไรที่จะไปบอกเขา ผมปล่อยให้ความคิดของตัวเองล่องลอยไปพร้อมกับการก้าวขาเดินไปตามทางชันผ่านโบสถ์ L’Église Saint-Laurent ก่อนที่จะตระหนักได้ว่าวันนี้ไม่สามารถเข้าเยี่ยมชมภายในได้ ผมเดินย้อนกลับมาทางด้านขวา ลัดเลาะซอกซอยต่างๆก่อนจะพบ

  • สะพานทางเชื่อมเข้าพิพิธภัณฑ์ Mémorial des Camps de la Mort ซึ่งเห็นได้อย่างชัดแจ้งว่าไม่เปิดทำการวันนี้เช่นกัน ผมเดินลัดเลาะกลับไปทางเดิมที่ผ่านมา และเดินต่อเนื่องไปอีกประมาณสิบห้านาทีจนพบกับมหาวิหารหินอ่อนสีขาวขนาดใหญ่ Le Cathédrale la Major เหมือนกับเคราะห์ซ้ำกรรมซัด มหาวิหารปิดอีกเช่นกัน ผมไม่รู้ว่าจะมีอะไรในโลกตอนนี้โชคร้ายมากเกินกว่าตัวผมอีกไหม ผมเดินคอตกเรื่อยเปื่อยมายังจตุรัสขนาดใหญ่ด้านหน้า ผมนั่งลงตรงม้านั่งในสวนสาธารณะ ด้านหน้าคือทะเลเมดิเตอร์เรเนียน คลื่นทะเลสะท้อนแสงสีขาวสู้กับแสงอาทิตย์ เรือยักษ์สีแดงขนาดใหญ่ที่จดเทียบท่ารับส่งผู้โดยสารที่ต้องการจะเดินทางไปยังเกาะ Corsica หรือจะไปประเทศแอลจีเรีย ทั้งรถยนต์และผู้คนเดินเข้าออกต่อเนื่องไม่ขาดสาย ผมหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบก่อนที่จะพบว่าตัวผมนั้นคิดถึงบุหรี่ Marboro มากขนาดไหน

              บนเรือสีขาวขนาดกลาง สามารถบรรจุคนได้ประมาณหนึ่งร้อยคน กำลังโลดแล่นท้าคลื่นลมและคลื่นทะเลอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย มุ่งหน้าออกไปยังทะเลอันกว้างใหญ่ไพศาลเบื้องหน้า เปรียบเสมือนการผจญภัยบนน่านน้ำเป็นสิ่งที่เดียวที่ช่วยยืนยันการคงความมีอยู่ที่แท้จริงของตัวเรือ เป็นสิ่งที่บอกได้ว่านี่คือเรือที่มีอยู่จริง ถ้าหากไม่เป็นเช่นนั้นแล้วเราจะเรียกเรือว่าเป็นเรืออยู่ได้อย่างไร ผมกับเขากำลังมุ่งหน้าไปยังหมู่เกาะ Le Frioul ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ Calanques ซึ่งเป็นหมู่เกาะเดียวที่พวกเราสามารถเข้าเยี่ยมชมได้เท่าที่เวลาพอจะมีเหลือ หลังจากที่ผมเดินเล่นที่เขตเมืองเก่า Le Panier ผมได้ชำเลืองไปเห็นกับป้ายโฆษณาเชิญชวนให้ไปเยี่ยมชมหมู่เกาะดังกล่าว ผมจะไม่รีรอที่จะกลับไปยังที่พักเพื่อชวนเขาไปออกทริปด้วยกัน เมื่อผมกับไปถึงห้องพัก เขานั่งพักผ่อนอยู่บนเปลญวนสีเทาตรงระเบียงห้อง ผมเชื่อว่าเขาชอบที่ตรงนั้นมาก เขาสวมเสื้อแจ๊คเก๊ตกันหนาวสีน้ำเงินเข้มและกางเกงวอร์มสีเทา ถุงเท้าสีน้ำเงินเข้มลายตารางหมากรุกเข้ากันดีกับสีเสื้อ มือข้างขวาคีบบุหรี่ Marboro มวนสีขาวที่ถูกจุดสูบไปแล้วครึ่งหนึ่ง ผมเดินออกไปสมทบพร้อมกับหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดและเล่าให้เขาฟังเกี่ยวกับ Le Frioul เขาไม่รอช้าที่จะทิ้งให้ผมสูบบุหรี่อยู่เพียงลำพังก่อนที่เขาจะเข้าไปแต่งตัว เราทั้งคู่กึ่งเดินกึ่งวิ่งเพื่อให้ทันเรือรอบสุดท้ายที่จะออกจากท่าเรือ และยังพอมีเวลามากพอให้เดินเล่นที่เกาะได้อีกซักพัก รอบเรือของเรามีเวลาไม่เพียงพอที่จะแวะเยี่ยมชม Chatêau d’If แต่ตัวเรือก็เคลื่อนผ่านสถานที่ดังกล่าว เรือจอดเทียบท่าอย่างรวดเร็ว ผู้โดยสารขึ้นและลงกันขวักไขว่ และเรือก็เร่งเครื่องจากลาท่าเรือไปจนลับสายตา แผนที่แห่งเดียวที่อยู่บริเวณนั้นถูกทุกสายตาจับจ้องเขม็ง ผู้คนส่วนมากออกเดินทางไปทางซ้าย ผมจึงเชิญชวนเขาออกไปทางด้านขวา และเขาก็พยักหน้ารับอย่างเต็มใจ

  •           นานมาแล้วนั้นเกาะ Pomègues นั้นไม่ได้ถูกเชื่อมต่อเข้ากับเกาะหลัก Ratonneau ที่มีชื่อเสียง สะพานเชื่อมทั้งสองเกาะถูกสร้างขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ดังนั้นแล้วเกาะทางด้านขวาจะยังคงมีความเป็นธรรมชาติสูงกว่า ยังคงมีสัตว์ที่อยู่ตามธรรมชาติมากกว่า เส้นทางเดินจะราบเรียบน้อยกว่า พูดง่ายๆเลยว่ามันจะดูดิบๆและแท้จริงมากกว่า ผมบอกเล่าให้เขาฟังหลังจากที่เราเดินข้ามสะพานมาได้เพียงเล็กน้อย และพบกับเส้นทางที่เรียกได้ว่าเป็นเส้นทางหินที่ถูกแซะชั้นหินให้กลายเป็นทางเดิน ไม่มีร่องรอยของการสร้างหรือโรยคอนกรีตเพื่อให้ง่ายต่อการเดินเท้า เส้นทางเดินจะคดเคี้ยวเลี้ยวตัดผ่านภูเขาหินไปเรื่อยๆจนสุดปลายทางของเกาะที่มุ่งหน้าไปยังทิศตะวันตก และที่ด้วยมันเป็นเช่นนี้ นักท่องเที่ยวส่วนมากจึงไม่ค่อยเดินทางมาที่ส่วนนี้เท่าไหร่นัก และยิ่งเป็นหน้าหนาวด้วยแล้วนั้นไม่สามารถลงเล่นน้ำทะเลที่เป็นสีฟ้าอมเขียวสดใสได้เลย จึงเป็นที่นิยมน้อยกว่ามาก เราสองคนจึงเหมือนเดินกันเพียงลำพังท่ามกลางหุบเขาหินอะไรซักอย่าง ทางเดินบ้างเป็นทางกว้างชิดติดกับภูเขา บ้างเป็นทางเดินที่อยู่ระหว่างเหวทางลาดซึ่งไปสิ้นสุดอยู่ที่ทะเลด้านล่าง เราหยุดพักบ้างตามโอกาสสมควร ส่วนมากจะเป็นผมที่เหนื่อยล้า เขาไม่มีท่าทีเหนื่อยปรากฎให้เห็นบนใบหน้า เราตัดสินใจแล้วว่าจะเดินไปให้ถึงปลายสุดเพื่อชมพระอาทิตย์ตก เราเดินกันอย่างเงียบๆตามบรรยากาศวังเวงของสถานที่ มีเพียงนกทะเลจำนวนมากที่บินวนอยู่โดยรอบ ผมเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศรอบกายจนไม่ได้ตระหนักเลยว่าเรามาถึงปลายสุดของทางเดินแล้ว เราสองคนนั่งพักลงบริเวณโขดหินที่อยู่บริเวณลานกว้างของไหล่เขา หันหน้าไปแสงสีส้มอมแดงที่กำลังจะหายลับไปจากสายในอีกไม่อึดใจ เงียบเชียบจนได้ยินเสียงลมหายใจ จนได้ยินเสียงของหัวใจที่เต้นอยู่ภายใน ได้ยินเสียงของลมทะเลที่พัดอย่างแผ่วเบา ก่อนที่จะได้ยินเสียงของเขาบอกกับผมว่าให้กลับไปยังท่าเรือก่อนที่จะมืดสนิท ผมเข้าใจได้ เกาะฝั่งด้านขวาไม่มีไฟฟ้า มันอาจจะดูน่ากลัวถ้าจะต้องเดินกลับโดยการเดินผ่านไหล่เขาโดยปราศจากแสงไฟ เราเริ่มออกเดินทางเมื่อท้องฟ้ามีสีส้มอ่อนๆ กำลังจะถูกความืดเข้าครอบงำ ขณะเราเดินก้าวย่างไปตามทาง ผมชำเลืองเห็นสิ่งก่อสร้าง Batterie de Cavaux น่าจะเป็นสถานที่ที่ใช้เป็นที่พักพิงของทหารตั้งแต่สมัยสงคราม แต่ว่าด้านหน้ามีป้ายติดว่าห้ามเข้าไปด้านใน เราสองคนหยุดตรงหน้าทางเข้า เราจ้องตากันอย่างรู้ความต้องการของอีกฝ่ายอย่างเข้าอกเข้าใจ แต่กลับเป็นผมเท่านั้นที่เดินเข้าไปสำรวจพื้นที่เพียงลำพัง เขาไม่ได้เดินตามเข้ามา ข้างในถูดจัดเป็นห้องเล็กๆหลายสิบห้อง ซึ่งน่าจะไว้ใช้เป็นที่พักของพลทหาร ด้านหน้าเป็นป้อมขนาดใหญ่น่าจะไว้ใช้เพื่อสังเกตการณ์ ผมเดินชมห้องต่างๆจนความมืดเข้าครอบงำ ผมเดินกลับออกไป แต่เขาไม่อยู่แล้ว ผมเดินไปตามทางที่เดินมา ทุกอย่างดูไม่น่าไว้ใจ มีเพียงเสียงนกทะเลที่ร้องดังมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ผมอยากให้นกพวกนี้หยุดแหกปากร้องเสียที ยิ่งเดินเท่าไหร่ก็เหมือนว่าปลายทางนั้นยิ่งไกลออกไปทุกที ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดไฟเพื่อช่วยส่องสว่าง มีเพียงเสียงลมพัด พัดแบบหวิวๆ และเสียงฝีเท้าของตัวเองที่ย่ำลงไปบนหินกรวด ยิ่งมืดสนิท ทุกฝีก้าวยิ่งต้องหนักแน่นและมั่นคง หรือจิตใจของเราต่างหากที่ต้องหนักแน่นและมั่นคง แสงไฟปลายทางคือสิ่งที่ช่วยยืนยันว่าผมกลับมาถึงท่าเรืออีกครั้ง ผมขึ้นเรือไปนั่งบนชั้นดาดฟ้าเพื่อรับลมหนาว เขาเดินมานั่งข้างๆอย่างเงียบเชียบพร้อมกับส่งขวดน้ำมาให้ แล้วเรือก็แล่นท้าคลื่นทะเลอีกครั้งหนึ่ง

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in