เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
บันทึกของอุเอะโนะกาลทมิฬ
บันทึกที่ 5 นัยน์ตา
  • ฟ้าสาง แสงอาทิตย์ส่อง เมฆบางแต่ไร้ความร้อน อากาศสดชื่นดั่งดินแห่งผืนนภาเกิดใหม่ แต่แสงสว่างใดๆ หรือความสดชื่นใดๆ ก็ไม่เท่าความรู้สึกของผมตอนนี้

    ผมกำลังเดินทางไปพบเธอเฝ้ารอคอยการพบเจอนี้มานานตั้งแต่ได้รู้จักความรัก ได้รู้จักรอยยิ้ม ได้รู้จักดวงตาของเธอ ผมไปถึงก่อนเวลาเล็กน้อยรอคอยการพบกัน เดินเล่นสักเดี๋ยวเธอคงปรากฏต่อหน้าผมในไม่ช้า วันนี้อากาศดีฟ้าไร้เมฆ แสงแดดได้ทำงานเต็มศักยภาพเท่าที่มันถูกเปล่งออกมาจากก้อนพลังงานมหึมานอกโลก แต่มันทำผมตัวแทบจะละลายครีมกันแดดที่ขโมยแม่ทามาก็เอาไม่อยู่ ยิ่งพอมองออกไปตามถนนยิ่งแล้วใหญ่เหมือนตาเหมือนโดนทำโทษด้วยการแผดเผา ผมหยิบแว่นกันแดดมาใส่อย่างไม่ลังเล ทันทีที่สวมมันเหมือนได้ย้ายโลก

    “สวรรค์นี่หว่า” ผมคิด ทันใดนั้นเธอก็เข้ามาจากข้างๆ ไม่ให้ซุ่มให้เสียงโบกแค่มือผมนิ่งไปชั่วขณะ เธอผู้ที่ผมเฝ้ารอคอยมาเกือบครึ่งชีวิตปรากฏต่อหน้าผม เขาว่ากันว่าบนสวรรค์มีนางฟ้า เธอคงเป็นนางฟ้า ในสวรรค์ที่ผมต้องการ สายตาค้างเต่ออยู่อย่างนั้นเหมือนเวลาหยุดนิ่งชั่วนิรันดร์

    “ไปสิ ยืนนิ่งทำไม” เธอกล่าว ผมเดินตามเธอโดยไร้เสียงพูดความเงียบกับแดดร้อนๆ ช่างไม่เข้าขากันสักนิดแต่ความเงียบที่ว่ากลับก่อพายุในใจผม เราเดินกันสักพักถึงร้านอาหารที่เราตกลงกันว่าจะกินร้านอาหารเพื่อสุขภาพทำจากไม้ดูเรียบนิ่งให้อารมณ์เหมือนอยู่ในฟาร์ม เราเข้าไปนั่งและสั่งอาหาร การรับรู้ การได้ยินของผมไม่อาจทำงานได้ปกติเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอ เหมือนมีมนต์วิเศษสะกดให้ในหัวสมองผมมีเพียงเธอ ทุกอย่างเหมือนทำไปตามสัญชาตญาณไร้การสั่งการ

    “คุณจะใส่แว่นทำไมกัน” เธอถาม ผมนิ่งเงียบหันไปมองหน้าต่างสักพัก เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมานั่งดู

    “คุณเคยได้ยินไหม ถ้าคุณมองเห็นดวงตาคุณจะรู้ทุกสิ่ง” ผมเอ่ยวาจาแรก

    “คุณหมายถึงความรู้สึก?”

    “คงหมายความเช่นนั้น” ผมเอามือสองข้างจับขาแว่น ถอดออกจากตาในขณะที่มองตาเธอ เธอมองตาผม เราสบตากันปานจะจมหายไปในห้วงความคิดของกันและกัน เหมือนเวลาสำหรับพวกเราหยุดนิ่งรอบข้างไร้การสั่นไหวมีเพียงเราที่นั่งอยู่ด้วยกัน

    “คุณรักฉัน” เธอเอ่ยเบาๆ ขณะจ้องตาผม

    “ผมรักคุณมาตลอด” ผมตอบ “และตลอดไป”

    เธอนิ่งเงียบใบหน้าเริ่มอิ่มรอยยิ้มดวงตาเป็นประกายผมไม่เคยเห็นดวงตาที่ไหนเป็นประกายเท่านี้มาก่อนในชีวิต “หยุดจ้องตาฉันได้แล้ว” เธอบอก แต่เธอก็ยังคงมองตาผม

    “หยุดไม่ได้ ดวงตาคุณงดงามมากกว่าดวงตาไหนไหน ที่ผมเคยชำเลืองมอง” ผมเอ่ยปากโดยไม่ยั้งคิดเหมือนสมองไร้การทำงาน ปล่อยปากไปตามใจอยาก

    “ทำไมคุณคิดเช่นนั้น”

    “เพราะเป็นดวงตาของคุณ” เราเงียบกันไปสักพัก หัวผมว่างเปล่าเหมือนไร้สมองไปแล้ว รอยยิ้มเธอยังคงผลิดอกออกมาเหมือนช่วงเวลาวสันตฤดู ฤดูแห่งการผลิบาน รอยยิ้มของเธอทำให้ผมยิ้มตาม อีกครั้งที่เวลาถูกหยุด บริกรเดินมาเสิร์ฟอาหารอาหารสามจานวางบนโต๊ะของเธอหนึ่งจาน ของผมหนึ่งจาน จานที่เราสั่งร่วมกันอีกหนึ่งจาน เรายังไม่ได้รีบกินอาหารที่มาวางตรงหน้าเหมือนเราถูกสัญชาตญาณห้ามไว้ ผมหันไปมองนอกหน้าต่างอีกครั้งฟ้าเริ่มครึ้มเหมือนกับว่าฝนจะตก เหมือนกับว่าเวลาจะเริ่มเดินอีกครั้ง

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in