ก่อนตะวันรอนngamdokbua
นวนิยายเรื่อง : ก่อนตะวันรอน ตอนที่ 5 เฒ่าดอง
  • นวนิยายเรื่่อง : ก่อนตะวันรอน

    ตอนที่ 5 : เฒ่าดอง

    หลังจากที่เด็ก ๆ แยกย้ายกันกลับบ้านเพื่อไปทำหน้าที่ของตัวเอง นั่นก็คือตักน้ำใส่โอ่งและหุงหาอาหาร ในช่วงค่ำที่บ้านของเดอลา พ่อกับแม่กำลังคุยกันเรื่องไปช่วยเตรียมงานแต่งที่บ้านต้อย ลูกพี่ลูกน้องของเธอลา

    “พ่ออีนางกินข้าวแล้วเจ้าสิไปเฮือนอ้ายคำกับข่อยบ่มื้อนิ” นางแม่ของเดอลาเอ่ยถามผัวรัก เผื่อว่าจะมีเพื่อนเดินกลับจากบ้านตาคำพี่ชายของตน ขาไปไม่เท่าไหร่เพราะมีเอ็ดและสายบัวเดินไปเป็นเพื่อน ส่วนขากลับนางไม่แน่ใจว่าทุกคนจะรอตนไหม เพราะวันนี้ตั้งใจจะอยู่ดึกสักหน่อย

    “ไปกะไป พอดีหล่ะสิได้ถามมื้อถามเว็นอ้ายคำว่าสิได้เลื่อยไม้ไว้เฮ็ดตูบให้นางต้อยมื้อได๋" ตาสีตอบพลางส่งคำข้าวเหนียวเข้าปาก

    “แม่หนูไปนำเด้อแม่" เดอลาและน้องชายพูดขึ้นพร้อมกันราวกับนัดไว้

    “ไปเหมิดนิหล่ะ กินข้าวแล้วกะดับฟืนดับไฟ เงิกคันไดไว้" นางตอบพร้อมกำชับกับทุกคนว่าต้องทำอะไรบ้าง ก่อนจะไปบ้านตาคำ เพื่อเตรียมงานแต่งให้ต้อยที่จะมีขึ้นอีกไม่กี่วันนี้

    เมื่อทุกคนพร้อม ตาสีพ่อของเดอลาก็ถือกะบองไฟนำทุกคนเพื่อเดินลัดเลาะไปยังบ้านตาคำ ซึ่งอยู่คุ้มท้ายบ้านคนละฝั่งกับคุ้มวัด ระหว่างทางมีสมาชิกร่วมขบวนเพิ่มขึ้นมา นั่นก็คือเอ็ดและสายบัว นางเอ็ดมอบหมายหน้าที่ให้ดำผัวรักเป็นยามเฝ้าเรือน และช่วยสอดส่องดูแลบ้านของตาสีด้วย เพราะทุกคนจะทิ้งเรือนไปกันหมดไม่ได้ จะต้องมีใครสักคนที่เฝ้าดูแลความเรียบร้อย และค่ำนี้ก็เป็นหน้าที่ของดำ

    คืนนี้เป็นพระจันทร์ข้างขึ้นเกือบจะสิบห้าค่ำแล้ว สังเกตจากดวงจันทร์ที่สุกสว่าง สาดแสงลงมาให้ทุกคนได้มองเห็นร่องทางเดินได้อย่างถนัดถนี่ เดอลาสาวน้อยผู้ชื่นชอบดวงจันทร์เป็นพิเศษ เธอไม่พลาดที่จะมองความงามของดวงจันทร์  ที่เกือบจะเต็มดวงบนท้องฟ้าในค่ำคืนนี้

    “มาถะแหมะยืนเบิ่งหยังยุนั่นหมู่คะเจ้าไปฮอดไกลแล้ว"

    แม่เดอลาร้องบอก หลังจากเสียงรองเท้าดีดกับเท้าเดอลาไม่เป็นจังหวะ แต๊บ! แต๊บ! เหมือนเมื่อครู่ ทำให้นางรู้ได้ทันทีว่าลูกสาวเถลไถลไม่เดินตามคนอื่น ๆ มา


    “จ้าอิแม่ ไปแล้ว ๆ ถ่าหนูแน" สาวน้อยรีบวิ่งจนพลาดไปตกหลุมข้างท้องร่อง ความคิดแว้บแรกที่วิ่งเข้ามาในหัวของเธอ คือ หลุมจิ้งโกร่งของนกแก้วแน่ ๆ เลย เพราะวันก่อนเดอลาเห็นว่านกแก้วมาขุดหาจิ้งโกร่งแถวนี้ เดอลาเม้มปากด้วยความเจ็บใจที่พลาดท่าให้หลุมน้อย ๆ นี้

    “อิแม่ถ่าหนูแน หนูตกหลุมจิ๊โปมอีนกแก้ว” เดอลาบ่นอุบ มือก็พลางสำรวจหารองเท้าแตะมาใส่

    “โอ้ย...เกิบกะขาดอิแม่” สาวน้อยทั้งโกรธทั้งขำตัวเองที่ซุ่มซ่ามจนสายรองเท้าแตะคู่ใจขาดไป

    “มา ๆ ฟ่าวมา เกิบขาดกะถือมาไปฮอดเฮียนลุงคำค่อยให้พ่อหนูเพิ่นซ่อมให้” นางเร่งให้เดอลารีบตามไป

    สักพักทุกคนก็เดินทางมาถึงลานหน้าบ้านตาคำ ซึ่งมีพ่อผู้ใหญ่บ้าน ตาคำและบรรดาผู้เฒ่าผู้แก่นั่งอยู่บนแคร่ใต้ต้นมะยมอยู่ก่อนแล้วหกเจ็ดคน

    “เป็นจังได๋พ่ออีหล่าได้กินข้าวน้ำแลงงายแล้วน้อ? ” พ่อใหญ่คงผู้ใหญ่บ้านเอ่ยทักทายพ่อของเดอลา ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเป็นกันเอง


    “โอ้ย ได้แกงหน่อไม้อีนางนั่นหล่ะพ่อ แกงโพดแกงโพกินสองมื้อทันได้เหมิดยุ หน้าสิเป็นหน่อไม้แล้ว ฮ่า ฮ่า” ตาสีว่าพลางหัวเราะ เอิ๊ก อ๊าก อย่างพอใจ ผู้เฒ่าผู้แก่ที่นั่งอยู่แถวนั้นก็ร่วมผสมโรงหัวเราะกับตาสีไปด้วย ทำเอาเดอลาหน้างอคอหักราวกับปลาทูก็ไม่ปานเพราะโดนหัวเราะเยาะ

    “เป็นหยังหล่ะหญิงหน้าคือบูดป่านป่นค้างคืนแท้” นกแก้วเห็นสีหน้าของเดอลาก็อดถามไม่ได้

    “โอ้ย เกิบคีบเฮาขาด ถามมากะดีแล้ว หลุมจิ๊โปมเธอแมนบ่หญิงนกแก้วอยู่หน้าเฮียนเอื้อยสายบัวนั่น เฮาบอกให้กลบหลุมกะบ่กลบ ขุดจิ๊โป่มอยู่ใกล้เฮียนคนกะกลบหลุมแนแมะฉันได้ย่างตีนเปิ่มมา” เดอลาบอกปัดนกแก้วถึงเหตุผลที่เธอไม่พอใจบรรดาผู้เฒ่าที่หัวเราะเธอ ประจวบเหมาะที่เจอกับนกแก้วเจ้าของหลุมจิ๊โป่ม ที่เป็นสาเหตุทำให้รองเท้าแตะคู่ใจของเธอขาด

    แต่สุดท้ายแล้วสองสาวน้อยก็หัวเราะกันคิกคัก ที่ได้ออกมาเล่นด้วยกันในช่วงกลางคืนแบบนี้ ซึ่งหาโอกาสแบบนี้ได้ไม่ง่ายนัก

    ที่ชานบ้านหลังจากที่แม่เดอลาไปสมทบกับกลุ่มแม่บ้าน แม่เฒ่าผ่องก็ได้แบ่งหน้าที่รับผิดชอบให้แต่ละคนไปจัดการเตรียมความพร้อมสำหรับงานแต่งของต้อยที่จะมีขึ้น และแม่ของเดอลาก็ได้รับผิดชอบเครื่องสมมากับเอ็ด ส่วนสายบัวรับหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าสาว และคอยช่วยต้อยดูแลเครื่องแต่งกาย

    “ยายก่ำข่อยบ่ทันได้เห็นหน้าเฒ่าดองเจ้ายุ บ่พ้อกันตั้งหลายปีเลาสำบายดีบ่” นางเอียดที่อยู่ข้างบ้านเอ่ยถามนางก่ำแม่ของต้อย หลังจากที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ เมื่อวันก่อน

    “เลากะคือเก่าเลานั่นหล่ะ คะเจ้าเคยพุดีกะพุดีคือเก่า” นางก่ำตอบเสียงเรียบ ทำให้นางเอียดหมดอารมณ์ที่จะซักไซ้ไล่เลียงต่อ

    คำว่าผู้ดีของนางก่ำทำให้นางเอียดพอจะเดาออกว่าในงานแต่งของต้อย  คงจะมีแขกทางฝั่งเจ้าบ่าวมีผู้ดีอีกหลายคนมาร่วมงาน เพราะพ่อของเจ้าบ่าวเป็นถึงกำนัน ส่วนครอบครัวของนางก่ำและตาคำถึงจะมีที่นาเป็นสมบัติอยู่ไม่น้อยแต่ก็รักสมถะ  ไม่รู้ว่าอนาคตของลูกหลานจะเป็นอย่างไรหลังจากที่แต่งงานกันไปแล้ว

    “หญิงได้ยินน้าเอียดถามป้าก่ำเรื่องเฒ่าดองบ่” นกแก้วกระซิบถามเดอลา หลังจากที่สัญชาติญาณความอยากรู้อยากเห็นเริ่มทำงาน

    “ได้ยินแล้วเฮากะบ่เคยเห็นคือกัน ได้ยินแต่แม่เว้าสุฟังว่าแม่เจ้าบ่าวเลากะเป็นคนบ้านดอนผักหวานคือพวกเฮานิหล่ะ แต่ว่าพ่อกับแม่เพิ่นพาย้ายไปอยู่บ้านอื่น โดน ๆ เทือมายามพี่น้องทางนี้” เดอลากระซิบบอกนกแก้วอย่างละเอียด มือก็พลางแกะเม็ดมะขามเอาไว้คั่ว

    “คึได้ยินว่าเลามักใส่เกิบส้นหย่องแมนบ่” นกแก้วเซ้าซี้ถามเดอลาต่อเพราะความอยากรู้ และหวังว่าเธอจะมีโอกาสได้เห็นรองเท้าส้นสูง หรือ ที่พวกเธอเรียกกันว่าส้นหย่องนี้สักครั้ง ได้ยินแต่กรีนนี่พูดถึงบ่อย ๆ

    “กะว่าจังสั่นหล่ะแต่เฮากะบ่เคยเห็นกับตาเดะ ถ้าเพิ่นใส่มากะสิได้เห็นพร้อมกันนิหล่ะ” พูดจบเดอลาและนกแก้วก็หัวเราะคิกคักขึ้นพร้อมกันอย่างพอใจ จนนางแม่ของเดอลาหันมาตำหนิ ถึงจะเห็นสีหน้าไม่ค่อยชัด เพราะมีแค่ตะเกียงไม่กี่ดวงที่ให้ความสว่างบนบ้าน แต่น้ำเสียงของแม่ทำให้เดอลาและนกแก้วลดเสียงดังไปได้พอสมควร


    “แล้วเรื่องเฒ่าดองเดะ  คือเอิ้นกันเฒ่าดอง ?” นกแก้วยังถามต่อไม่หยุด

    “ไปถามยายเฒ่ากัน ไปตำหมากให้เลานำ” เดอลาเอ่ยชวนนกแก้วให้เข้าไปหายายผ่อง ยายเฒ่าอาวุโสของหมู่บ้านและแม่งานในงานแต่งของต้อย

    “ยายเฒ่าหย่ำหมากบ่หนูสิตำให้” เดอลายิ้มแป้นเสนอตัวทำหน้าที่ตำหมากให้กับยายผ่อง

    “เอ้า มา ๆ ได้เวียกได้งานแน พากันมาแต่โดนแล้ว” ยายเฒ่าผ่องยิ้มเห็นฟันดำเมี่ยมจากการเคี้ยวหมากเป็นเวลานานหลายปี

    “เอาหยังใส่แนยายเฒ่า” เดอลาถามยายเฒ่าผ่อง แต่จริง ๆ แล้วเธอก็พอรู้บ้าง เพราะเธอชอบดูยายเฒ่าผ่องเวลาตำหมากอยู่บ่อย ๆ

    “เอามาหนิ ฉันสิตำเองหญิง” มือเรียวยาวของกรีนนี่ยื่นมาหยิบตระกร้าหมากของยายเฒ่าผ่องจากเดอลาไป

    “โพ่โล่เพ่เล้น้ำบ่อาบมาแต่ทางได๋นิ” นกแก้วจวกกรีนนี่ที่เพิ่งมาถึง แต่แย่งตำแหน่งตำหมากจากเพื่อนไป


    “อาบยุเด้อค่ะ บ่ได้กลิ่นบ่นิ หม่องเล มองเล มองเลย๊ะ! มองเล มองเหล่ มองเล้ยะ!” กรีนนี่สะบัดหน้า ทำท่าปะแป้งพร้อมกับร้องเพลงโฆษณาแป้งมองเลย่ะไปด้วย

    เดอลา นกแก้วและยายเฒ่าผ่องมองหน้ากันไปมาพร้อมกับหัวเราะขบขันในท่าทีของกรีนนี่ ส่วนกรีนนี่เองก็อดที่จะหัวเราะชอบใจไปด้วยไม่ได้

    เพราะเธอตั้งใจอยากจะสร้างเสียงหัวเราะ สร้างอารมณ์ขันให้ทุกคนอยู่แล้ว ไม่ใช่เพราะว่าทุกคนเห็นเธอเป็นตัวตลก หรือเธอชอบเป็นตัวตลกให้ทุกคนรอบตัวเธอหรอก ที่เหนือสิ่งอื่นใดคือความสุขภายใต้รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ของคนที่เธอรักต่างหากคือเป้าหมายของเธอ ซึ่งผู้คนในหมู่ดอนผักหวานรู้ข้อนี้ดี กรีนนี่จึงเป็นหนึ่งในเด็กที่ผู้ใหญ่ในหมู่บ้านเอ็นดู

    คำหมากของยายเฒ่าผ่องคำนี้อร่อยเป็นพิเศษ เพราะอบอวลไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะ ที่เด็กน้อยทั้งสามคนตั้งใจทำ โดยมีเดอลาเป็นผู้กำกับว่าต้องใส่อะไรบ้าง นกแก้วเป็นผู้หยิบส่งให้กับกรีนนี่ เพื่อนำไปตำอีกครั้งจนละเอียดได้ที่ จึงส่งให้ยายเฒ่าผ่องจัดการกับคำหมากแสนอร่อยเป็นการปิดท้าย

    “เอ้า ว่ามาสิพากันถามอิหยังยาย เห็นเหลียวเบิ่งหน้ากันบ่ปากบ่เว้า” ยายเฒ่าผ่องเอ่ยถามเด็ก ๆ หลังจากที่ส่งคำหมากใส่ปากเคี้ยวดัง เจี๊ยะ เจี๊ยะ ได้พักนึงแล้ว

    “พวกหนูอยากฮู้ว่าเฒ่าดองมันเป็นจังได๋จ้ายาย เป็นหยังคึคะเจ้าเอิ้นกันเฒ่าดอง" เดอลาทำหน้าจิ้มลิ้มถามยายเฒ่าผ่อง

    “เฒ่าดองกะคือพ่อแม่ของเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวนั่นหล่ะ คะเจ้าเอิ้นกันมาตั้งแต่มื้อผู้เฒ่าผู้แกไปฮอดไปเถิงกันตามธรรมเนียมอีสานบ้านเฮา" ยายเฒ่าผ่องอธิบายไปพลางปากก็เคี้ยวหมากอย่างเอร็ดอร่อย

    “ไปฮอดไปเถิงกันจังได๋ยายเฒ่า" เดอลาถามพร้อมขยับเข้าไปใกล้ยายเฒ่าผ่องอีก เพื่อจะได้ยินคำตอบชัด ๆ

    “ไปฮอดไปเถิง กะผู้เฒ่าผู้แก่มาเว้ามาขอสาวนั่นหล่ะลูกหล่า พอคะเจ้าตกลงกันได้เรื่องค่าดอง กะนัดมื้อนัดเว็นกินดอง พ่อแม่เจ้าบ่าวเจ้าสาวกะเป็นเฒ่าดองกันตั้งแต่มื้อนั่นหล่ะ เข้าใจไปบานนิ" ยายเฒ่าผ่องอธิบาย จนสามสหายพยักหน้าหงึก ๆ เป็นการตอบรับว่าเข้าใจแล้ว

    “รู้แล้วกะไปเถาะหญิงมันดึกแล้ว ยายเฒ่าเพิ่นกะสิได้เมียเฮียนเมียซานคือกัน" เดอลาบอกกับเพื่อน ๆ

    “ฟ่าวไปหาเฒ่าดองหวาหญิง" กรีนนี่แซวเดอลาเล่น

    “ฟ้าสิผ่าแล้งหล่ะ เว้าแนวบ่แมนนั่น ฮึย!” เดอลาเอ็ดกรีนนี่ที่พูดจาเลินเล่อมากไป

    “เอ๋ากะเว้าหยอกซื่อ ๆ คือหลาย" กรีนนี่บ่นอุบหลังจากเดอลาเอ็ด

    “นางหล่า นางหล่า พากันแล้วไป๊น้อแม่หยาแม่หยิงเทิงเฮียน มาเด้อพ่อแล้วแล้วเด้" ตาสีร้องเรียกนางเมียรักและลูกสาวลูกชายให้กลับบ้าน หลังจากที่ตัวเองรับงานจากพ่อใหญ่คงเรียบร้อยแล้ว

    ขากลับมีเพียงครอบครัวของเดอลา กรีนนี่และนกแก้ว ส่วนเอ็ดและสายบัวขอตัวกลับก่อนหน้านี้แล้ว ทางเดินยิ่งดึกยิ่งสว่างจากแสงของดวงจันทร์ ที่สาดส่องมาให้ทุกคนได้เห็นทางเดินอย่างชัดเจน


    เสียงจิ้งหรีดร้องประสานเสียงกัน ดังก้องกังวาลราวกับวงดนตรีก็ไม่ปาน คงออกมาดื่มด่ำกับน้ำค้างแสนอร่อยอย่างแน่นอน สาวน้อยเดอลาคิดในขณะที่ก้าวแต่ละก้าวของเท้าน้อย ๆ เหยียบย่ำยอดหญ้าบนทางเดินกลับบ้านของเธอ พลางนึกถึงหลุมจิ๊โป่มเจ้ากรรมของนกแก้ว สาเหตุที่ทำให้สาวน้อยต้องเดินเท้าเปล่าเปลือยทั้งขาไปและขากลับเช่นนี้

    ถึงจะเท้าเปล่าแต่เดอลาก็รู้สึกดีไม่น้อย ที่ได้สัมผัสกับความนุ่มของหย่อมหญ้า ความสดชื่นของน้ำค้างกลางดึก ให้ความรู้สึกพิเศษไม่น้อยเลย ผู้เฒ่าผู้แก่พร่ำบอกเธอเสมอว่า น้ำค้างนี่แหละคือยาวิเศษ เด็กน้อยเกิดมาอยากให้ขาแข็งแรง พ่อแม่จะพาออกมาเดินลุยน้ำค้างกันทั้งนั้น

    พอนึกได้สาวน้อยก็ใช้เท้าถูไถกับยอดหญ้าด้วยความเพลิดเพลินจนถึงบ้านของกรีนนี่และนกแก้วเลยทีเดียว เด็ก ๆ บอกลากันก่อนที่จะแยกกันขึ้นบ้านใครบ้านมัน

    ส่วนเดอลาก็เดินตามแม่กับพ่อซึ่งอุ้มน้องชายของเธอที่หลับไหลไม่รู้เรื่องจนถึงที่นอน เดอลาเองก็รู้งานหลังจากที่ปีนขึ้นบ้านก็จัดการง้างบันไดออกจากบ้าน ล้างเท้าแล้วเข้านอนอย่างมีความสุขด้วยเสียงขับกล่อมของจิ้งหรีดเรไรดั่งเช่นทุก ๆ คืน

    ------ จบตอนที่ ---------

    ขอบคุณผู้อ่านที่น่ารักทุกคนค่ะ  แล้วพบกันใหม่นะคะ

    ด้วยฮัก   งามดอกบัว

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in