เรื่องเล่า ตัวตน คนอื่นอ่าน-คิด-เขียน
3 ห้วงลึกแห่งความสิ้นหวัง
  • โดย เด็กติดเกม

    นิสิตชั้นปีที่ 4 เอกภูมิศาสตร์และภูมิสารสนเทศ โทภาษาอังกฤษ.  อักษรฯ จุฬาฯ
    ผลงานลำดับที่ 3 ในคอลัมน์ "เรื่องเล่า ตัวตน คนอื่น" อ่านที่มาของคอลัมน์ได้ที่ http://minimore.com/b/F5RyR/1

    The oldest and strongest emotion of mankind is fear, and the oldest and strongest kind of fear is fear of the unknown. - H.P. Lovecraft

    เธอลืมตาขึ้นมองแสงของฟากฟ้าเบื้องบน รู้สึกสับสน เธอแทบไม่มีเวลาส่งเสียงร้องก่อนที่ร่างจะกระแทกผืนน้ำเบื้องล่างไม่ถึงวินาทีที่เธอรู้สึกตัวได้ 

    เสียงน้ำแตกกระจายดังก้องขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะแทนที่ด้วยความเงียบงันขณะที่ร่างของเธอค่อย ๆ จมลงไป ดวงตาของเธอเบิกกว้าง พยายามตะเกียกตะกายแหวกว่ายกลับขึ้นไปอย่างเปล่าประโยชน์ เธอเพ่งมองแสงสว่างสุดท้ายเบื้องบนอย่างสิ้นหวังก่อนที่ร่างกายจะหมดแรง ไม่อาจพาตนเองขึ้นสู่ผิวน้ำได้อีกต่อไป

    น่าแปลกที่เธอยังสามารถหายใจอยู่ได้แม้ร่างกายจะดำดิ่งห่างจากผิวน้ำลงไปเรื่อย ๆ โชคชะตาคงเล่นตลกให้เธอยังมีชีวิตอยู่โดยไม่ต้องใช้อากาศหายใจ แต่กลับช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย ยิ่งร่างของเธอค่อย ๆ ดิ่งลึกลงไป กระแสน้ำที่เย็นยะเยือกก็เข้าครอบคลุมตัวเธอประหนึ่งอ้อมกอดจากมหาสมุทร ความรู้สึกตกใจและสับสนที่เคยมีตอนนี้ถูกแทนที่ด้วยความหวาดกลัวขณะที่รอบตัวเริ่มมืดลงเรื่อย ๆ 

    เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าจมน้ำมานานเท่าไหร่แล้ว ในความคิดนั้นมีเพียงแต่ความกลัว กลัวทั้งกระแสน้ำที่ไหลเวียนอยู่รอบตัว กลัวทั้งความมืดที่ค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาครอบงำ ความหวังหนึ่งเดียวในรูปของแสงเล็กน้อยเหนือผิวน้ำริบหรี่ลงไปเรื่อย ๆ เสมือนดวงไฟที่ใกล้มอดดับ เธอไม่สามารถทำอะไรได้เลยนอกจากเงยมองแสงดังกล่าวอย่างสิ้นหวัง

    มีเสียงอะไรบางอย่างดังสะท้อนก้องไปทั่วผืนน้ำอันมืดมิด เธอสะดุ้งพลางพลิกตัวมองไปรอบ ๆ อย่างหวาดระแวง แต่ก็ไม่พบอะไรนอกจากความว่างเปล่า ในห้วงความคิดมีเพียงคำถามเดียวที่ถามซ้ำไปซ้ำมาราวคนเสียสติ ต้นกำเนิดของเสียงนั่นมันคืออะไรกัน

    แล้วเสียงนั้นก็ดังขึ้นอีก และดังมากขึ้นกว่าหนแรก  

    มันไม่ใช่เสียงที่เกิดขึ้นจากสายน้ำตามธรรมชาติอย่างแน่นอน และมันไม่ใช่เสียงทุ้มแต่อ่อนโยนเหมือนบทเพลงจากเหล่าปลาวาฬที่ชวนให้ผ่อนคลาย แต่เป็นเสียงแหลมสูงที่บิดเบี้ยวจากกระแสน้ำที่ชวนให้เสียวสันหลังวาบ อะไรบางอย่างที่ให้กำเนิดเสียงนั่นอยู่ที่ไหนสักแห่งในความมืดรอบตัว และฟังจากเสียงแล้ว สิ่งนั้นจะต้องมีขนาดมหึมาเป็นแน่

    บางทีอาจจะไม่ได้มีอะไรเลยก็ได้ บางทีมันอาจเป็นสิ่งที่เธอมโนขึ้นจากความกลัวที่อยู่ในจิตใต้สำนึก เธอทำได้เพียงแค่ปลอบใจตัวเองแบบนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าแม้สายตาจะยังคงกวาดมองรอบตัวอย่างตื่นตระหนก

    เธอสัมผัสได้ถึงกระแสน้ำที่เปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว ราวกับว่าบางสิ่งพึ่งเคลื่อนตัวผ่านไปอย่างรวดเร็วหากแต่ไร้สุ้มเสียง เธอคิดว่าเธอเห็นเงาของอะไรบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวอยู่ในความมืด เป็นเรื่องตลกร้ายเสียจริงที่เวลาที่รู้สึกกลัวแล้วประสาทสัมผัสทุกอย่างของเธอขจะทำงานได้ดีกว่าปกติแม้ว่าเธอจะไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ 

    คงคิดไปเองนั่นแหละ เธอปลอบใจตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในขณะที่เสียงแปลกประหลาดนั่นยังคงดังอย่างต่อเนื่อง เธอไม่ได้กลัวเสียงที่เกิดขึ้นด้วยซ้ำ หากแต่เธอกลัวเพราะไม่รู้ว่าอะไรที่ให้กำเนิดเสียงนั่น ความกลัวสิ่งที่ไม่รู้นั้นเป็นความกลัวที่เก่าแก่และรุนแรงที่สุดอยู่แล้ว

    แสงจากเหนือผิวน้ำหายไปหมดแล้ว ความมืดค่อย ๆ ปกคลุมตัวเธอราวกับยมฑูตในชุดดำทมิฬ พร้อม ๆ กับที่เสียงประหลาดดังสูงขึ้นราวกับเสียงดวงวิญญาณทั้งหลายที่ร้องโหยหวน เธอหลับตาลงพร้อมปล่อยตัวให้จมดิ่งลงไปอีก อย่างไรเสียเธอก็มองไม่เห็นอะไรอยู่แล้ว ไม่มีอะไรที่เธอสามารถทำได้เลยแม้แต่น้อยนอกจากยอมรับชะตากรรมที่รอคอยเธออยู่

    แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย หรืออาจจะเกิดไปแล้วแต่เธอไม่รู้ตัวก็เป็นได้  

    มันจะแตกต่างอะไร อย่างไรเสียเธอก็ไม่มีทางรับรู้ได้อยู่แล้ว ไม่มีอะไรที่สำคัญอีกต่อไป สิ่งเดียวที่เธอรับรู้คือเธอกำลังดิ่งลงไปเรื่อย ๆ ลงไปในความมืดที่ไม่จบสิ้น  

    ลงไปในห้วงลึกแห่งความสิ้นหวัง


    กว่าจะเป็นงานเขียน...ห้วงลึกแห่งความสิ้นหวัง

    Keyword ของงานเขียนชิ้นนีี้ก็คือคำว่า "กลัว" ครับ อย่างที่เกริ่นไว้นำเรื่อง ความกลัวเป็นความรู้สึกที่เก่าแก่และรุนแรงที่สุดของมนุษย์ น้อยคนนักที่จะไม่รู้สึกกลัวอะไรเลยในชีวิต เรามักมีบางสิ่งบางอย่างที่เป็นความกลัวที่สุดของเราอยู่เสมอ สำหรับผมเองนั้น ไม่มีอะไรที่น่ากลัวไปกว่าภาพท้องทะเลลึกอันว่างเปล่าและมืดมิด ถึงผมจะเป็นคนชอบทะเลก็เถอะ แต่ผมเองคงไม่อยากไปลอยคออยู่โดดเดี่ยวในผืนน้ำอันกว้างใหญ่ที่ไม่รู้ว่าจะมีตัวอะไรซ่อนอยู่เบื้องล่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น เราทำอะไรในน้ำได้น้อยกว่าบนบกอยู่แล้ว ถ้าเกิดอะไรขึ้น เราจะช่วยเหลือตัวเองได้น้อยมาก 

    รูปประกอบแรกที่ผมหามานั้นสามารถใช้อธิบายความรู้สึกที่กล่าวมาได้ดีกว่านี้ครับ (แต่เนื่องจากติดปัญหาลิขสิทธิ์เลยต้องใช้รูปอื่นที่คล้าย ๆ กันแทน) รูปภาพแรกที่ว่าเป็นรูปของคนที่กำลังตกลงไปในผืนน้ำดำมืดที่แทบมองไม่เห็นอะไรเลย และอาจจะมีตัวอะไรบางอย่างขนาดมหึมากำลังรอเขาอยู่ในความมืดเบื้องล่าง (ผมเดาว่าอาจจะเป็นปลาหมึกยักษ์ ฮิๆๆ) ตอนนั้นภาพมันไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ เพื่อนบางคนเลยมองคนที่กำลังตกลงไปในน้ำว่าเป็นคล้าย ๆ แสงสว่างอะไรซักอย่างเพียงดวงเดียวท่ามกลางความมืด เปรียบได้เหมือนความหวังดวงน้อย ผมก็เลยถือโอกาสนำมุมมองเพื่อนที่มองว่าภาพดังกล่าวเป็นตัวแทนความหวังมาเขียนให้มันสิ้นหวังเสียเลย โดยผนวกเอาความกลัวสิ่งที่ไม่รู้เข้ากับความกลัวที่เราไม่สามารถช่วยตัวเองได้เข้าด้วยกัน 

    ในระหว่างการเขียนเรื่องนี้ กับ feedback ที่ได้รับจากอาจารย์ ก็ค้นพบว่าการนำสิ่งที่ตัวเองจินตนาการได้ในหัวมาบรรยายลงเป็นตัวหนังสือนั้นเป็นงานที่ยากกว่าที่คิดเยอะ ทำให้ตอนนี้ก็พอรู้แล้วว่าควรเน้นพัฒนาตนเองด้านใดบ้าง โดยรวมแล้วงานนี้ก็เป็นงานที่สนุกดีชิ้นหนึ่งครับ นับเป็นการฝึกประสบการณ์การเขียนไปในตัว :)

    เด็กติดเกม
    คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชั้นปีที่ 4
    เอกภูมิศาสตร์และภูมิสารสนเทศ โทภาษาอังกฤษ

    ** ลิขสิทธิ์งานเขียนและภาพถ่ายเป็นของผู้สร้างผลงาน **

    --------------------------

    ติดตามคอลัมน์ "เรื่องเล่า ตัวตน คนอื่น"

             

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in