Kettle MoodyPopeny Teerapan
ความรักในช่วงเวลาที่สับสน
  • ถ้าความตายคือความกลัวของนักรบความอกหักก็คือความกลัวของนักรักเหมือนกัน กาลเวลาเหมือนพาใครสักคนมาพบเจอผมในช่วงเวลาของชีวิตที่แสนจะวุ่นวายและไม่สามารถคาดฝันได้ถึงว่าช่วงระยะเวลานี้ของชีวิตจะเหมาะสมแก่การศึกษาใครสักคน

     

    ข้อสรุปของชีวิตผมในอายุใกล้จะเกือบเบญจเพสคือการเลือกที่จะเรียนต่อในสาขาที่ผมชอบและคิดว่าจะทำมันได้ดีมองจากประสบการณ์และความสนใจของตัวผมที่ทุ่มเท่ให้กับสาขาความรู้นี้อย่างมาก

     

    เป็นช่วงระยะเวลาประมาณหนึ่งเลยที่ผมเว้นช่องว่างให้กับคำว่าความรักที่พูดมาถึงตรงนี้ไม่ได้จะบอกว่าเป็นเด็กเนิร์ดแตกจนไม่เคยแวะเวียนข้องเกี่ยวกับความรักหรอกนะ! เปล่าเลยแต่ผมกลับเรียกสถานการณ์นี้ว่า common sense ความรักเหมือนอากาศ รู้ว่ามันมีตัวตนและอยู่รอบตัวเรามากกว่า

     

    แต่ได้โปรดเถอะอย่าพยายามให้มันเกิดขึ้นและเห็นเป็นรูปร่างชัดเจนเสียจะดีกว่าเหมือนเวลาที่ตกหลุมรักใครสักคนแต่สุดท้ายแล้วก็ต้องปล่อยใจไม่สานสัมพันธ์ต่อดีกว่าจนทำเอาอีกฝ่ายหัวเสียหัวร้อนกันไปเลยก็มี

     

    ผมไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของผมกับเขาคนนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อไหร่อาจจะไม่ได้เริ่มด้วยความหวือหว่าอะไรมากมายเราพัฒนาความสัมพันธ์นี้ไปแบบค่อยเป็นค่อยไปเป็นทำนองนี้มากกว่า ไม่พยายามทำให้อีกฝ่ายอึดอัดและปล่อยให้เขาเป็นตัวของตัวเองไปพร้อมๆกับการเป็นคนพิเศษของเรา

     

    นั้นมันทำให้ผมรู้สึกใจอ่อนลงมากกับการเคยมีกำแพงที่สูงมากของการมีความรักในใจเราเริ่มเดทกันในสถานที่ที่คนส่วนมากเริ่มกันเช่น การเดินสวนสาธารณะ คาเฟ่เล็กๆ ที่ไม่ได้อวดความหรูหราเราเริ่มจากในรั้วมหาลัยที่เราอยู่ museum ใกล้ๆย่านที่เราพักอาศัย ทุกๆอย่างมันเด่นชัดขึ้นและเริ่มทำให้ผมมีความหวังกับรักครั้งใหม่นี้อย่างมากจนไม่ได้ back up ความเสียใจไว้เผื่อที่จะต้องใช้งานในเวลาที่มันจำเป็นเลย

     

    และความจริงใจของการเริ่มต้นความรักครั้งนี้เขาทำให้ผมมั่นใจในความไม่มั่นใจของผมในตัวเขาเขาพาให้ผมไปรู้จักแวดวงเพื่อนๆของเรา ครอบครัว งานที่เขาชอบ งานอดิเรกและคุยเรื่องหนักๆทางความคิด ซึ่งเราสองคนเข้ากันได้อย่างมากไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้ชีวิต จุดยืนทางสังคมหลายๆอย่างเหมือนได้คุยกับคนที่เรารู้ใจอย่างมาก และตามหามานาน

     

    ผมบอกกับเขาว่ามันเหลือเชื่อมากที่ช่วงเวลาการสอบเข้ามหาลัยในระดับที่สูงขึ้น ความเครียดกับการเริ่มต้นชีวิตในบทใหม่การ deal กับปัญหาอะไรหลายๆอย่างในชีวิตผมแต่ในช่วงเวลานี้เอง ที่อยู่ๆก็เป็นช่วงของการเริ่มความรักกับใครสักคนเราเริ่มพัฒนาจนเข้าสัปดาห์ที่สามของเดือนที่สอง เขาและผมค่อยโทรถาม ค่อยใส่ใจในรายละเอียดว่าใครชอบไม่ชอบอะไรโดยที่เราทั้งสองไม่ได้กำหนดนิยามให้กับความรักครั้งนี้ว่าเราสองคนอยู่ในสถานะอะไรกัน

     

    ความรักครั้งนี้มันส่งสัญญาณอะไรบางอย่างมาอยู่เรื่อยๆจากตัวของเขาเองที่ผมสามารถจับได้แต่ก็พยายามหลอกตัวเองว่า นั้นมันเป็นธรรมชาติของเขาแหละและไม่ควรเข้าไปจัดการอะไรที่ส่วนตัวของเขา เขาเคยพูดทำนองว่าเขาอยู่กับโปรเจคในชีวิตที่ใหญ่มากเสียจนกลัวว่าผมจะไม่เข้าใจ เขากลัวผมเสียใจ และก็กลัวที่ตัวเองจะเริ่มอะไรใหม่ไม่ได้ก็ทำนองว่าผมดีเกินไปสำหรับเขาพล็อตเดิมๆ

     

    ผมเข้าใจและรู้สึกเห็นใจเป็นอะไรที่แปลกมากจากผมที่เป็นแบบเมื่อก่อน ผมเชื่อว่าเราสองคนอายุไม่ใช่น้อยแล้วเราเคยผ่านเหตุการณ์ความเจ็บปวดมามากมายอย่างแน่นอน อย่างน้อยผมก็คิดว่าเขากำลังแสดงความซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของเขาผมส่งข้อความกลับไป แต่เขายืนยันที่อยากจะให้ผมออกมาเจอแม้ว่าการหายไปของเขาในช่วงแรกก่อนนัดเจอนั้น มันคือการที่เขาขอเวลาเตรียมตัวและเตรียมใจ

     

    เขาพูดให้ฟังถึงแฟนเก่าของเขาที่เคยครบกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมระยะเวลากว่า 9ปี ผมไม่แปลกใจเลยเพราะนั้นหมายถึงความสัมพันธ์ที่ยังไม่จบลงแน่ๆ เขาบอกว่าพวกเขาห่างกันมาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่ก็ได้มีโอกาสบ่อยในการพบเจอกันผมเข้าใจสภาวะนี้ เพื่อนหลายคนของผมเป็นแบบนั้นมาก่อน เขาขอยุติความสัมพันธ์ในครั้งนี้กับผมและถามถึงความรู้สึก

     

    ผมบอกเขาตามตรงเลยว่าผมกระโดดลงอย่างสุดตัว แต่มันก็ถึงเวลาที่ต้องหาทางขึ้นมาเองด้วยเราขอโทษกับเวลาของผม ผมไม่รู้สึกอะไรนอกว่ามันเป็นเรื่องที่ดีไม่ใช่หรอที่เราเห็นใครสักคนเคารพต่อความรู้สึกของเขา เหมือนที่เราก็พยายามจะทำอย่างนั้นแม้จะได้บ้างไม่ได้บ้าง

     

    ความรักจบลง ผมเริ่มโอกาสในชีวิตใหม่ในหลายๆอย่างจนมันเริ่มลงตัวและพยายามหานิยามให้กับความรักครั้งล่าสุดของผมนี้ ความรักจะกล้าหาญขึ้นเมื่อเราใช้ความจริงของชีวิตมามองมัน และตัวผมก็ยังคงเป็นแบบนั้นจบการรายงานข่าวความรักในช่วงเวลาที่สับสนครับ ขอบคุณทุกท่านกับการอ่าน



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in