ครั้งแรก เหมือนเขาบ้างNarut Sirithip
ก้าวแรก สู่รั้วมหาวิทยาลัย
  •  หลังจากจบ ม.6 ก็ได้เลือกเข้าเรียนในคณะวิศวะ KU เดิมไม่ได้กะเข้าที่นี่ครับเพราะเป็นคนติดเพื่อน ซึ่งการมาที่นี่เรียกได้ว่าตัวคนเดียวเลยครับ ALONE กลัวมาก กลัวสุดคือไม่มีเพื่อน เพราะบุคลิกเป็นพวกหน้าไม่เป็นมิตร และไม่ค่อยถนัดเริ่มคุยกับใครก่อนด้วย แต่สุดท้ายก็ด้วยเหตุผล และแรงคะยั้นคะยอจากพี่สาวทั้ง 2 พ่อแม่นิดหน่อย จึงได้เข้ามา....      

     

       ปฐมนิเทศน์ครับ ซึ่งมันก็จะบอกมาแค่ตึก ซึ่งสำหรับเด็กคนหนึ่งแล้วการหาตึกเหมือนงมเข็มในทะเล โรงเรียนกุประตูเดียวเดินเข้ามามีอยู่ตึก 1-5 มองได้ในวิสัยทัศน์เดียว มีเลขตัวอย่างควายติดอยู่ (หลังๆแม่มบอกด้วยสีด้วยซ้ำไป) แต่นี่ พระเจ้า! เมิมมีตึกซ้อนตึกอยู่มากมาย ต้นไม้ รถลา และคนยั้วเยี้ย ประตูเข้าแม่มมี 5 6 ประตู จะดูแผนที่ก็ไม่รู้ว่าที่ยืนอยู่แม่มจุดไหน ที่หันนี่ทิศอะไร เพื่อนก็ยังไม่มีไม่รู้จะโทรหาใครอีก ตระหนกอยู่ซักพัก จบลงที่พี่วินมอไซต์ครับ 10 บาททั่ว ม. แจ้งที่หมายแล้วไปโลด ผ่านปฐมนิเทศน์มาได้เพราะพี่เลย    

     

       ยังครับยังไม่ได้เพื่อน มาเริ่มได้ อยู่ตอนรับน้องคณะ วิศวะเราจะแบ่งเป็น G1 G-two ... G-โควตา(ซึ่งเยอะสุด) ผมอยู่อันหลังนี่หล่ะครับ จากไม่ค่อยจะเริ่มคุยกับใครก่อนก็เหมือนถูกบีบให้ปรับตัว เพราะแม่มไม่มีใครมาคุยกับตรูเลย(ใช่ซี่กุไม่ใช่ผู้หญิง)  บางคนก็ถามคำตอบคำ  บ้างก็มีกลุ่มมันอยู่แล้ว แต่ก็ไม่สิ้นหวังครับ ในที่สุดเริ่มพบพวก ALONE มาเหมือนกัน ก็ได้ตามเก็บพวกแบบนี้หล่ะครับจนได้กลุ่มขึ้นมา (บาง ALONE มันก็มีเพื่อนแต่ไปอยู่ G อื่น ตอนเข้าฐานเลยแยกกัน)       

     

       เปิดเรียนมาผู้ชายครับ สิ่งแรกๆที่เป็นปัญหาคือ เนคไทด์ เครียดมากคือผูกไม่เป็น ไม่เข้าใจในวิธีการ ลูกเสือเงื่อนพิรอดกุยังตกเลย แต่โชคดีครับที่การมอบไทด์ครั้งแรกนั้นมาในลักษณะสำเร็จรูปพร้อมใส่  ซึ่งก็ไม่เคยแกะออกเลยถ้าจะซักก็ไปทั้งอย่างนั้น ใครแกะมีเคือง (จนจบปี 4 เคยหลุดออก 2 ครั้ง)      

     

         ต่อมาครับ ห้องว๊าก โอยย อันนี้ไม่ถูกจริตเลย ไม่เข้าใจ ไม่ชอบเป็นการส่วนตัว แม้ในปีผมจะอ่อนลงมามากแล้วก็ตาม จะไม่ได้รุ่นได้รุ่น (แม่ม! ก็ไม่เห็นจะมีรุ่นไหนถูกเว้นว่าง) จะเสียงดังไปทำไม ตกใจ! หน้านี่ก็ไม่รับแขกกันเลย แล้วเข้าเชียร์ครับ คือ เข้าไปแม่มเรื่องแรกๆเลยที่จะด่า ทำไมมากันแค่นี้ พวกคุณไม่มี.... ด่า ด่า ด่า ด่าเข้าไป คือจะด่าก็ไปด่าคนไม่มาสิวะ นี่กุมานะเว่ย กุเข้าเชียร์ เมิมเอาจดหมายมาเลย อัดเทปมาก็ได้ กุรู้อยู่ใครไม่เข้าเดี๋ยวแม่มจะเอาไปส่งให้ถึงตัวเลย เคืองมากครับ คือวิศวะครับ มีกันเป็นพัน แต่เรามา 2 3 ร้อยนี่ก็ถือว่าเยอะแล้ว ครั้งแรกก็ว่า ครั้งสองก็ว่า เลยเลิกเข้าเลยครับ มาเข้าอีกทีตอนหลัง (มีเพื่อนคนหนึ่งเข้าครบ 10 โคตรนับถือเลยได้เกียร์เงิน ผมเข้า 3/10 ได้เกียร์ทอง(แดง))    เป็นอยู่เกือบทั้งเดือน

          มาจบที่ประเพณีวิ่ง เท่ารุ่นครับ    ให้มาเจอตั้งแต่ ตี 3 ตี 4 กลับ 2 3 ทุ่ม แต่ดีครับเค้าจะถามก่อนใครป่วย ยกเลยวันนั้นรู้สึกไม่สบาย(อันนี้สาระ) พี่จะผูกเชือกไว้ที่แขนให้พอรู้ ไม่ไหวจริงๆก็พักได้มีเชือกผูก(นิยามว่าป่วย) ออกมาก็ไม่น่าเกลียดคิดว่า อ้อแล้วเวลาวิ่งส่วนตัวคิดว่าอยู่ขอบสบายสุดครับจากที่ลองๆมาเพราะจะให้กอดคอ จบด้วยดีครับ รุ่นผม E64 ก็ 64 รอบ (ขนาดไม่อินตอนจบยังรู้สึกดีเลย หึกเหิมๆ )    

     

         แทรกเล็กน้อย คือ พวกอินๆก็มีครับ แถมเราจะไปว่าประเพณีนี้ไม่ดีก็ไม่น่าจะได้เต็มปาก ไปอ่านเจอมีงานวิจัยพบว่า พวกที่เข้าร่วมอะไรลักษณะนี้มีแนวโน้มช่วยสังคมมากกว่า พวกมัวแต่ว่าทำไมต้องทำ? ทำเพื่อ? (ประมาณผมเลยครับ) สรุปมันก็คงต้องมีดีอ่ะเพราะแม้มีคนไม่ชอบก็ไม่น้อยแต่ก็ยังอยู่มาได้ถึงทุกวันนี้ (อาจเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ส่วนใหญ่จะเบาลงๆ เห็นว่าหนักสุดของเกษตรเป็นคณะ วนศาสตร์ อันนี้สุดยอดจริง)      

     

       พอเข้าสู่เหตุการณ์ปกติ ก็เข้าช่วงสอบมิดเทอมแรก เข้าใจคำว่าปรับตัวไม่ทันก็ตอนนี้หล่ะครับ แม่มคือมั่นใจมาตลอดว่าตัวเองพอตัว คะแนนคณิต อันดับต้นๆตลอด ตัวท็อปเลย  หึๆ มาถึง ตกมีน!! เงิบแดร็ก ล่อทั้งฟิ ทั้งคณิต บร๊ะเจ้า ไม่เห็นเหมือนที่สอนเลยฟร๊ะ (เรียนรู้เลยครับ ชีวิตเราถ้าไม่ลองเจอโจทย์ อ่านแต่ทฤษฏีมา มั่นใจไงเจอโจทย์แล้วมีโอกาสคาที่ได้เสมอ) อันที่จริงเหวอตั้งแต่เรียนละ จารย์มหาลัยแม่ม ...      

        อ้อ แต่ส่วนมากเราจะตกมีนกันเสมอครับ เพราะไอ่พวกพระเจ้าส่งมาเกิด TOP MAX ดึงมีนชิบ ซึ่งจริงๆมันควรจะไป บาลานซ์กับไอ่พวก ชีวิตนี้ไม่เอาอะไรอีกแล้ว 0 0 0 แต่ครับ ไอ่พวกหลังมิดเทอมมันจะ ดร็อป หายไปทำให้มีน แม่ม กระโดดเหาะเลย ดังนั้นคนตกมีนจะมีเกินครึ่งเสมอ แต่อย่าไปสนใจมากนัก ยังไงเราก็ส่วนมาก รวมกันเรา(น่าจะ)อยู่  

     

         โอ้วว อีกเรื่องที่สำคัญ ผู้หญิงครับ มหาวิทยาลัยผู้หญิง สวยมากกก คือไม่ว่าจะกากมายังไงจากมัธยม เข้ามหาวิทยาลัยสวยขึ้นทุกคน ไม่รู้ยังไง ในระหว่างที่ผู้ชายจะไปเข้ามาดเซอๆผมยาวๆกันซึ่งก็เข้าใจในอุดมคติเกาหลี แต่สภาพออกมาหึๆ(ผมก็เคย แต่เชื่อเถอะตัดดีกว่า ถ้าเซ็ทไม่เป็น ยิ่งพวกคล้ำๆดำๆด้วยนะ เปลี่ยนมาแนวโหดๆเลยดีกว่า หลังปี 1 ผมผมสั้นแทบจะตลอดครับ) เกษตร เราคณะที่ขึ้นชื่อคือเขาว่านะ ผู้หญิงสวยสุด เป็นคณะ อก. ครับ เผื่อใครจะตัดสินใจเข้าเรียน แต่จริงๆ สวยหมดอ่ะไปดูมาหลายคณะละ   

     

         แต่ปกติชีวิตผมไม่ได้ไปนั่งช่ำมองขนาดนั้นครับ ชีวิตส่วนใหญ่จะอยู่ตามสนามบาส(แนะนำว่าเล่นกีฬาซักอย่าง มันจะหาเพื่อนได้เพิ่มขึ้น) กับร้านเกมส์ อันนี้แนะนำเลยเผื่อใครได้ไปเรียนเกษตร จำชื่อนี้ไว้ครับ อมรพันธ์ แยกเกษตร แหล่งเกมส์ที่ใหญ่สุดในประเทศ ราคาถูกด้วย อย่างน้อยก็เลือกเอาพอเป็นซักอย่าง (DOT LOL HON SF .... )    


       ฝากไว้ครับ ถ้าไม่หาแฟนตั้งแต่มหาวิทยาลัย ก็ไม่รู้จะไปหาที่ไหนได้ละครับ มหาวิทยาลัยเป็นชีวิตที่อิสระมาก พยายามใช้ให้คุ้มๆ(ไม่ได้หมายถึงเรียนซ้ำๆ) แม้เกรดจะสำคัญแต่ไม่ใช่ทุกอย่างในนี้ เรียนเอาปริญญาใครๆก็ทำได้ ดังนั้นน่าจะได้อะไรมามากกว่ากระดาษ 1 ใบ มหาวิทยาลัยมันสนุกมากก 

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in