ครั้งแรก เหมือนเขาบ้างNarut Sirithip
ตอนนั้น ที่ บวชวันแรก
  •      คือช่วงนี้เริ่มเห็นเพื่อนๆบวชกันซึ่งก็สั้นบ้างนานบ้างแล้วแต่ความสะดวกและจิตศรัทธาตามแต่บุคคลไป โดยส่วนตัวเข้าใจว่าบวชเป็นคนแรกๆของรุ่นเลยนะ เพราะบวชตั้งแต่จบปี 2 ในวันสงกรานต์ 
        เหตุผลหลักคือ ช่วงนั้นอ่านหนังสือพุทธศาสนาเยอะอินระดับหนึ่ง และที่สำคัญอยากรู้ว่าพระแต่ละวันอยู่วัดทำอะไรด้วย บวชวันสงกรานต์ครับ 

         บวชวันแรกก็งานเลย ช่วงนั้นสงกรานต์งานวัดค่อนข้างมาก บวชเสร็จได้ไม่ถึงชั่วโมงโยมพ่อโยมแม่ยังไม่ทันจะกลับ นิมนต์แรกบังศกุล ครับ การได้รับนิมนต์ไปขึ้นสวดนั้นพระจะนั่งตามพรรณษา ด้วยความที่เป็นพระใหม่อ่อนพรรณษาจึงได้นั่งรูปสุดท้าย ซึ่งก็จะได้รับการเกริ่นจากพระรุ่นพี่เคร่าๆว่า นั่งสวดไม่เป็นก็นั่งไป ไม่ต้องทำสวดก็ได้ แต่ขออย่าหลับตา ตอนแรกก็เข้าใจว่ากลัวเราหลับ เอาเข้าจริงถึงรู้ คือโดยส่วนตัวเรามักเข้าใจไปว่านั่งสวดแล้วหลับตาเหมือนนั่งสมาธิมันจะดูอิน แต่ถ้ายังไม่โปรอย่าเพิ่งยิ่งถ้ารูปสุดท้าย เพราะหน้าที่ที่พระรูปสุดท้ายต้องทำแม้สวดไม่เป็นคือ จะเป็นผู้เก็บสายศิลส่งไปด้านหน้า ดังนั้นจึงต้องนั่งดูสัญญาณตลอด ไม่งั้นถ้าจะต้องให้หลวงพี่มาสะกิดก็จะดูไม่งาม พระผิดคิว ไม่โปรๆ โยมจะมองบนได้ 
        จบออกมารับซองตามศรัทธาเจ้าภาพ และนี่น่าจะเป็นเงินก้อนแรกที่หาได้เองในชีวิตเลย เอ้อแต่ต้องบอกก่อนครับคือสุดท้ายเงินที่ได้จากการบวชเป็นพระทั้งหมดทำบุญครับ ดังนั้นในตอนนั้นใครที่หลวมตัวมาทำบุญกับพระ นรุตโม(ฉายาตอนนั้น) สบายใจได้ เงินทุกบาทของท่านถูกนำไปในที่ ที่ถูกที่ควรแน่นอน สมัยนั้นเป็นคนดีพอสมควร 

        จบงานแรก อย่างเหวอๆ ก็เหวอต่อไม่รู้ต้องทำยังไงต่อ โยมพ่อโยมแม่โยมพี่น้อง ญาติมิตร ได้สลายหายกลับบ้านไปหมดแล้ว เป็นพระใหม่รูปเดียวที่ยืนท่ามกลางร่มเงาใต้ศาลา ไม่ได้เคยเห็นหรือรู้มาก่อนว่าวันๆพระต้องทำอะไร ซักพักมีหลวงพี่ผ่านมาเห็น คงสังเกตเห็นจากแววตาที่เต็มไปด้วยความว่างเปล่า จึงเห็นใจชวนไปงานต่างอำเภอ พระใหม่ผู้ไม่มีอะไรทำจึงตกลงไปทันที ไหนๆก็ไม่รู้จะทำอะไร

       ถึงงานหูยงานใหญ่เลยครับ เป็นงานขึ้นครู ลงอาคม รอยสักต่างๆ ไม่ว่าจะลิงลม เสือ พยาครุฑ นานาตำนานหิมพานต์ จนถึงเหล่าเจ้าแม่ ก็ไม่ได้ลบหรู่หรือเชื่อเต็ม 100 ครับ ก็ให้ไปดูก็ไปดู พอถึงเสือ เสือก็มาทั้งคำรามคนต้องมาลอคตัวดูทรงพลัง เดี๋ยวก็มีกระพือปีก กระโดดโลดไปมา แต่ที่ชอบสุดตรงเหล่าเจ้าแม่ ท่าเอย เสียงเอย ฟ้อนก็มา อินเดียก็มี เต็มมาก แล้วเหมือนแบบเจ้าแม่นี้มาเต็ม อีกองค์ก็จะต้องเหนือกว่า (นี่ไม่ลบหรู่นะ แค่งงว่ามีสักเจ้าแม่ด้วยเหรอ แต่ดูๆน่าจะเป็นร่างทรง ) ก่อนกลับ เจอชาวบ้านครับคุณป้าแก่ๆเดินก็ดูจะยากแล้ว แต่พอเดินไปใกล้ๆ คุณป้าก็ก้มลงไหว้จนเกือบถึงเท้า ตัวสะดุ้งถอยออกมา คือรู้ว่าบวชแล้วแต่ทำไมถึงไหว้ขนาดนี้ ในเมืองนี่บางทีไม่ชนก็ดีแล้ว ตอนหลังก็เข้าใจครับว่าเราอาจไม่ได้สมควรแก่การกราบไหว้อะไร แต่ที่เขาไหว้เขาไหว้ที่พระ ที่ผ้าเหลือง ดังนั้นไม่จำเป็นต้องไปถอยหรือหลบ ตอนนี้เป็นพระก็คือพระ 
        
        นอกจากนี้พวกอาหารภัตตาหาร ชาวบ้านซึ่งแม้ดูไม่มี แต่อาหาร สิ่งของถวายถ้าเทียบกับสิ่งที่เขามีแล้วถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียว ดูชาวบ้านจะเชื่อและศรัทธามาก คือเข้าใจเลยที่ตามประวัติศาสตร์ที่ว่าสมัยก่อนศูนย์รวมจิตใจชาวบ้านก็คือ วัด มีอะไรก็เข้าหาพระ หาวัดก่อน เดี๋ยวนี้เข้า google มีไรสงสัยถามกู๋ มีไรอยาก show ลง face 

        ถึงกุฏิก็ค่ำครับ เตรียมจำวัด บังเอิญรองเจ้าอาวาสวันนั้นไม่อยู่ ทั้งกุฏิอยู่คนเดียว ปัญหาไม่ได้มีจนตั้งท่าจะจำวัดเปิดพัดลมหน้าต่างพร้อมนอน หัวถึงหมอน มุมมองจะผ่านออกไปนอกหน้าต่างพอดี และด้วยวิวนั้น ยอดเมรุครับ คือทุนเนี่ยก็กลัวผีมากอยู่แล้ว ทำเลยังดีเยี่ยม บวกกับคนเดียวในคืนแรกอีก บอกเลยเสื่อมศรัทธามาก ก่อนบวชถ้าเจอผีกลัวๆ ต้องนึกถึงพระถึงเจ้า เข้าวัดเหมือนตามหนัง ตอนนี้อยู่ในวัดแท้ๆ ที่สำคัญตัวเป็นพระ ผีแพ้พระกี่เรื่องก็เห็น ดั่งอัศวินที่คอยปราบมังกร แต่ถึงคราวเมื่อมาเป็นอัศวินเองนั้นมังกรแมมก็ยังน่ากลัวอยู่ดี 
         เคยได้ยินว่า บวชพระจะบุญเยอะ อาจมีผีมาขอส่วนบุญ นี่ก็ตั้งจิตเลยขอตกลงกันก่อน 12 วันนี้พระบวช พระจะแผ่เมตตาส่วนบุญทุกวันไม่ว่ามากหรือน้อย ไม่จำเป็นต้องมาปรากฏตัวให้เห็น แผ่อยู่แล้วถ้ามาจะเลิกแผ่ ขอร้องไม่ต้อง คืนแรกกว่าจะหลับตั้งท่าจำวัดตั้งแต่สองทุ่ม ล่อเข้าไป สี่ห้าทุ่ม เช้ามาตี 4 ได้ยินเสียงเรียก ป่าวครับเรื่องผีเราจบกันไปตั้งแต่ย่อหน้าบนแล้ว  อันนี้พระครับหลวงพี่มาตามให้ไปบิณฑบาตร ก็ไม่ได้รู้สึกงัวเงียอะไรตื่นได้ชิวๆ แต่กว่าจะออกนี่ลำบากมากครับ 
        
        ด้วยความที่ไม่ได้ปฐมนิเทศน์มา บาตรเอย สบง จีวร ไอ่ตอนใส่มาทั้งวันนี่ก็มีหลวงพี่ช่วย ตอนนี้ alone รู้สึกเยอะแยะไปหมดผ่านไปเกือบสิบนาทีหลวงพี่ก็เรียกอีก สุดท้ายได้หลวงพี่ช่วยไม่งั้นบวชพระครั้งนี้คงไม่ได้ออกจากกุฏิ เป็นการบวชวันแรกที่รู้สึกคุ้มค่ามาก


    ภาพหาจาก google ไม่ใช่มือข้าพเจ้า
    เนื้อหาที่เขียนไม่ได้มีเจตนาไม่ดีแต่อย่างใดนะครับ หลังบวชมาถึงจะไม่กี่วันแต่ก็ยังคงชื่นชอบและศรัทธาในพระพุทธศาสนา และการบวชในครั้งนั้นก็ทำให้กล้าในการพูดคุย สนทนา และรู้สึกเข้าใจในพระมากขึ้น ซึ่งก็ต้องบอกว่าพระไม่ใช่สิ่งที่สูงส่ง เทพเจ้า อยู่ข้างบน จนเราไม่สามารถเข้าถึงหรือเข้าใจได้ ต้องกราบไหว้อย่างไม่มีเหตุผล กราบตามที่ใครๆบอกให้ทำ แล้วพอเวลาเจอชายในผ้าเหลืองทำตัวไม่ดีก็ไปเหมารวมว่าไม่ดีหมด พระ ไม่ใช่แค่หุ่มผ้าเหลืองโกนหัว นครับ

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in