ครั้งแรก เหมือนเขาบ้างNarut Sirithip
วิ่งมาราธอน ครั้งแรก
  •      สิ่งหนึ่งที่จะเห็นอยู่มากมายในเช้าวันหยุดที่เราควรได้นอนตื่นสายๆกันซักสิบโมง คือพบว่าเมื่อตื่นมาจะมีคนกลุ่มหนึ่งได้ไปวิ่งมาราธอนในช่วงเช้าจบกันมาแล้ว ในขณะที่เราสลึมสลือนั่งดูเฟสไปเรื่อยเปื่อยอยู่บนเตียง แต่นั่นก็ยังไม่ใช่เหตุที่รู้สึกว่าจะต้องตื่นเช้าตามเพื่อลุกขึ้นไปวิ่งถึงแม้จะดูสารคดีพี่ตูนประกอบด้วย ก็ยังไม่เคยอินกับสิ่งนี้และก็สงสัยตลอดว่ามันจะสนุกยังไง  
        แต่เหตุที่ทำให้ได้ไปในครั้งนี้นั้นคือคุณแม่ได้ไปช่วยซื้อบัตรวิ่งของงาน walk run bike (สุดท้ายงานขายบัตรหมดจนไม่พอ) ครั้งที่4 ของโรงบาลศิริราช มาครับ เดิมทั้งบ้านเราลงเป็น walk ท้งหมด 5 ใบ แต่พอไปเอาเค้าดันให้ผิดมาเป็น walk 4 run 1 ต่างกันคือ ระยะทางครับ ส่วนตัวรู้สึกว่า walk น่าจะมีแต่ผู้ใหญ่แล้วนึกดูเราต้องมาวิ่งกับคนกลุ่มนี้ รู้สึกพ่ายแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลย จึงตัดสินใจบอกม้าไม่ต้องเปลี่ยนเดี๋ยวเอาแบบวิ่งเอง 10 KM


        กำหนดการวิ่งคือ ตีห้าครึ่ง 28 oct 2018 กังวลเล็กน้อยเพราะไม่เคยวิ่งยาวๆครั้งสุดท้ายยาวสุดก็ 5 รอบสนามฟุตบอลตอนเรียน รด. แล้วก็ไม่เคยวิ่งยาวเลย มีแต่ออกกำลังกายคือเล่นบาสบ้างอาทิตย์ละ สองสามวัน แต่แพ้บ่อยก็ได้พัก ยืนๆวิ่งๆ จึงโพสเฟสถามส่วนใหญ่ตอบว่าวิ่งได้ไม่น่ามีปัญหาไรจึงค่อนข้างอุ่นใจ ก่อนออกกินกล้วยครึ่งลูก ชอคโกแล็ต 1 ก้อนรองท้องครับ ไปถึงตามกำหนดการ คนเยอะกว่าที่คิด โดยงานจะปล่อยตัวจักรยานก่อน 31Km แล้วก็ตามด้วยวิ่ง 6.10 น 10 Km แล้วก็กลุ่มเดิน 5Km ก่อนปล่อยมีพิธีเปิดและนำแอโรบิคก่อนด้วยเป็นการวอร์มก่อนด้วย (ไม่มีเพลง อุ้ย อุ้ย โอ้ย โอ้ย อา อา)


       ในการออกวิ่งอยู่กลุ่มหลังๆครับ พรอพคือเปิดเพลงฟังไปเรื่อยๆชิวๆ จนได้ประมาณ 2 Km พบว่าเพลงอะไรก็ไม่ทำให้รู้สึกชิวเลย และมีอาการปวดๆที่เข่าข้างซ้ายแต่ยังพอวิ่งต่อได้ ก็วิ่งๆเดินๆ ทุกอย่างที่ติดตัวมาโทรศัพท์หูฟัง กระเป๋าตอนนี้ดูเป็นภาระไปหมด คืออยากจะเฟี่ยงทิ้งตรงนี้แล้วถอดเสื้อแล้ววิ่งให้ลมโกรกมาก 

        ในกีฬาทุกประเภทที่ใช้ร่างกายและเคยเล่นมา คู่แข่งที่พบมักเป็นวัยรุ่นชายบึกบึน มองภายนอกก็พอรู้ว่าใครโหด ทรงดี แต่นี่คือกีฬาแรกครับที่มองคู่แข่งแล้วเดาอะไรไม่ได้เลย อิเจ้อ้วนๆวิ่งข้างหน้าแซงไปเท่าไหร่เจ้ก็แซงกลับได้ตลอด คุณลุงคุณป้าวัย 4 5 สิบ ก็แซงไม่รู้ไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน ผู้ชายร่างใหญ่ๆดูเนิดๆ แมมก็วิ่งไม่มีเดิน คือเป็นกลุ่มคนที่เราค่อนข้างมั่นใจว่าไม่มีทางแพ้ในกีฬาก่อนๆที่เคยเล่นมา สุดท้าย 
       ก็มีเพียงหลวงพี่ที่เราสามารถแซงได้และไม่ถูกแซงคืน (จังหวะแซงถูกต้องแล้วครับ หลวงพี่เข้าบิณฑบาตร) คือรู้เลยครับว่าทำไมวิ่งเค้าบอกให้แข่งกับตัวเอง ถ้าเผลอไปนึกแข่งกับป้าๆรอบตัวคือกุจะรู้สึกหดหู่มาก


        สิ่งหนึ่งที่เราเห็นจากภาพงานคือสาวขาวๆสวยๆที่จะเป็นแรงจูงใจให้เราวิ่งต่อ และตามคำแนะนำครับเริ่มวิ่ง ผมได้พยายามมองหา แต่เอาจริงอันนี้เหมือนงานราชการ คือไม่ค่อยเห็น เห็นบ้างจะพยายามวิ่งตามดูก็ไม่ทัน ส่วนใหญ่จะวิ่งอยู่กะกลุ่มป้าๆมากกว่า ซึ่งเรื่องนี้ก็หายไปจากหัวหลังผ่านไป 2 3 KM ใครจะสวยจะขาวช่างแมม ไม่มีปัญญาไปหันซ้ายหันขวาอะไรทั้งนั้น 

        วิ่งไปราวๆ 3 Km ด้วยเส้นทางวิ่งเป็นแบบจุด U-TERN คือวิ่งไป 1/3 กำลัยเหนื่อยล้าและคิดในใจว่าเมิมจะอีกไกลมั้ยเนี่ย เจอคนหนึ่งวิ่งสวนมา คือออ พี่!! กุเหนื่อยมาก กำลังหอบ ไม่รู้จะถึงไม่ถึง เมิมวิ่งสวนนมาละเหรอ ก็เริ่มสงสัยว่าแมมปล่อยตัวที่เดียวกันมั้ยวะ แล้วก็มีตามมาอีกเป็นขโยง 
         ในใจกำลังคิดว่าทำไมเราเหนื่อยและเจ็บวะ ร่างกายเราก็น่าจะแข็งแรงอยู่นะ หรืออาจจะเป็นกับวิธีวิ่งไม่ถูก หรือเค้าต้องมีทริคอะไรกันแน่ๆ พยายามดูคนข้างๆ แต่ อืมมม ดูไม่ออก รู้แค่ว่าเราวิ่งเหยาะๆกระแทกๆไม่ได้เพราะเข่าซ้ายเริ่มเจ็บรู้สึกได้ แต่ก็นึกได้ว่าตอนเล่นบาสมันไม่เจ็บแบบนี้ จึงเปลี่ยนมาใช้วิธีเลิกวิ่งเหยาะๆ เป็นวิ่งเร็วกว่าคนอื่นๆ พอวิ่งทีก็จะแซงเพียบ แล้วพอไม่ไหวก็จะเดินให้เค้าแซงคืน ใช้เจ้ชุดดำเป็นหลักคือพอเจ้ตามมาถึงก็จะเริ่มวิ่งใหม่ ซึ่งช่วยได้มากสำหรับในครั้งนี้ ชุดหลังจึงใช้วิธีนี้จนจบ 

          ท่อนสุดท้ายประมาณว่าถึงจุดนี้จะเดินแล้วค่อยต่อวิ่งยาวรวดเดียว แต่พอกำลังจะเบรคอากู๋อายุราวๆ 50 ปลาย วิ่งมาขนาบข้าง เอ่า ไอ่เนเบาะ อะวิ่ง ไป ไปพร้อมกัน อากู๋วิ่งเป็นแบบเหยาะๆครับ คือ จะปฏิเสธก็กลัวเสียลุค เรา 30 กู๋ 50++ แถมคงจะเสียมารยาทอีก เลยตามเลย อื้อหือออ เข่าห้ะ เข่าล้วนๆ ลืมเรื่องเหนื่อยไปเลย กู๋มีชวนคุยไปด้วยตอนวิ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่เคยคิดว่าถ้าเราวิ่ง เราก็อยากวิ่งกับเพื่อน วิ่งไปคุยไป แต่เอาเข้าจริงกุไม่สามารถคุยกับใครได้โดยเฉพาะในครั้งแรกนี้ คือต้องเก็บปากไว้ช่วยจมูกหายใจ เล่นซะเเกือบไม่รอดช่วงท้าย ดีนะเจอกู๋ตอน 3 4 ร้อยเมตร ถ้า สอง กิโลเมตรสุดท้ายนี่น่าจะต้องขอขี่หลังกลับ ในที่สุดก็ถึงเส้นชัยครับ

        สิ่งที่ได้ทราบคือ เหรียญหมดเพราะมีคนในกลุ่มเดินมีวนมารับเหรียญซ้ำ เค้าจึงให้ไปลงชื่อแล้วอีกสองอาทิตย์ให้มารับ แต่นั่นเป็นแค่ส่วนประกอบ กุไม่อยากได้เหรียญ กุอยากได้น้ำหวานนนเย็นๆ เหรียญช่างมัน (แต่มีรูปครับ คือ พ่อแม่พี่น้องมาทัน นี่ครับ ก็ค่อนข้างสวยอยู่นะ)


    สุดท้ายนี้ ถามว่าชอบมั้ยแน่นอนครับว่าคงไม่เสพติดเหมือนพี่ๆน้องๆคนอื่นๆ ที่ทุกเช้าเห็นลงเฟสกันแน่นอนเพราะสิ่งแรกที่ต้องไปดูคือเข่าซ้ายก่อน ว่าทำไมพอวิ่งแบบนี้แล้วถึงปวด ส่วนถามว่าเหนื่อยมั้ย เอาจริงก็ยังไม่มากถึงจะเป็นจะตายครับ ส่วนหนึ่งเพราะระยะทางด้วยคือยังไม่มาก และเดินบ่อยเพราะปวดเข่า 

        สิ่งที่คาดหวังครั้งหน้าคือ ผู้หญิงในงานอยากให้เยอะกว่านี้และจะดีมากถ้าแบ่งวิ่งตามรุ่นอายุ ใจน่าจะชื้นขึ้นพอสมควรเอา ครั้งหน้าจะไม่พกอุปกรณ์ พรอพมากมายแล้ว เพราะสุดท้ายรู้สึกมันเป็นภาระ และการที่ได้สัมผัสบรรกาศรอบตัวมันรู้สึกดีกว่ามาก พี่ตูน แมม ผิดปกติแน่นอน ไม่พูดถึงเหนื่อยนะครับพักหน่อยก็หายเหนื่อย แต่ร่างกายควรจะพังมาก มันต้องมีซักอวัยวะสิที่ไม่ไหว แต่พี่เค้าก็ทำจนสำเร็จ กราบเลย งานหน้ามีอีกแน่ๆครับและจะเชิญชวนเพื่อนๆด้วย อาจจะช้าลงหน่อย เพราะแวะถ่ายรูปและคุยบ้าง อย่างน้อยก็จะรีบทำในช่วงต้น และตอนเข้าเส้นชัย และเหนือสิ่งอื่นใด บุคคลที่ทำให้ได้วิ่งมาราธอนครั้งแรก ในชีวิต คุณแม่ ครับ


     
    WALK RUN BIKE #4 : 28 oct 2018 : mini marathon 10Km. start : 6.10 END : 7.12 ใช้เวลารวม 1 hr. จำนวนก้าวจาก MI : 9500+ สภาพหลังจบ เข่าซ้าย ชำรุด กล้ามเนื้ออื่นๆ ไม่มีปัญหา (ตอนนี้ หลังวิ่งจบมา 4 hr.)     

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in