รีวิวนิยายฉบับคนชอบดองChadang
รีวิว ฝ่าบาทอย่ากวนสิ ! (จบ)

  • ฝ่าบาทอย่ากวนสิ !
    ผู้แต่ง ลวี่เหย่เชียนเฮ่อ
    ผู้แปล Minawari
    ผู้วาด มาวเขอจื่อ
    สำนักพิมพ์ Bodhi

    เรื่องย่อ
     
    “ มิรู้คนที่เฝ้าคะนึงหาอยู่แห่งหนใด เหลือเพียงดอกท้อที่ผลิบานต้อนรับลมวสันต์...”
    ตวัดคมดาบเข้าลำคอ ดวงตาจ้องมองท้องฟ้าสีเทาหม่น ใจหวนคิดไล่ตามใครอีกคนไปยังปรภพ ทว่าลืมตาขึ้นมาอีกครั้งกลับพบเพดานสีขาว
            ....ซ่งเซียว ฮองเฮาชายคนแรก และคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่ถูกจารึก ได้ปลิดชีพตนตามจักรพรรดิจิ่นหยวนพระสวามีในวันเดียวกัน เขาพบว่าตนตื่นขึ้นมาในร่าง ซ่งเซียว ในอนาคตกว่าพันปี และที่สำคัญเขาจดจำอดีตชาติได้ ! เขาไม่รอช้ามุ่งมั่นออกตามหาใครอีกคน ต่อให้อีกฝ่ายจำอดีตไม่ได้ก็ไม่เป็นไร 
           ใครจะรู้การพบ อวี๋ถัง อดีตพระสวามีของเขาไม่ยากเย็นขนาดนั้น เพราะแค่เดินเข้าโรงเรียนวันแรกก็พบอีกฝ่ายแล้ว !


    ความรู้สึกหลังอ่าน (สปอยล์เล็กน้อยถึงปานกลาง)

          ฝ่าบาทอย่ากวนสิ ! นิยายอีกเรื่องที่อ่านได้อย่างเพลิดเพลินด้วยปมที่ไม่เคร่งเครียด และตัวละครเฮฮา (แต่มีเส้นเรื่องให้ติดตามอยู่นะคะ) ถ้าใครอ่านหนึ่งคำมั่นนิรันดร์กาล อร่อยล้นวัง หรืออุบัติรักความจำเสื่อมมาก่อน แล้วชอบสไตล์ของคุณนักเขียนท่านนี้คงจะพอนึกแนวออกและคงไม่ต้องลังเลอะไร ป้ายยากันเล็กน้อยก็เพียงพอ (55555) ส่วนท่านไหนลังเลว่าเรื่องนี้จะใช่แนวไหม ตามมาทางนี้สักครู่ค่ะ เราจะเล่าสักเล็กน้อยว่า 3 เล่มจบนี้มีอะไรในเรื่องบ้างง


    บวงสรวงลมทะเลทราย

            เรื่องฝ่าบาทอย่ากวนสิ ได้แบ่งออกเป็นสามช่วงของเนื้อเรื่องค่ะ ช่วงแรกคือ วัยเยาว์ เริ่มเล่าจากอดีตที่ ซ่งเซียว ปลิดชีพตาม อวี๋ถัง แล้วฟื้นขึ้นมาในร่างเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่มีชื่อเหมือนกันกับเขา ซึ่งถ้านับช่วงเวลาจากยุคจักรพรรดิจิ่นหยวนคือผ่านมาพันกว่าปีแล้ว เขาพบว่าพ่อของเขามีรูปลักษณ์เหมือนบิดาในอดีตทุกประการ แต่มีความสามารถในการจัดการปัญหารอบตัวที่แย่มาก ๆ ด้วยความเป็นประธานบริษัทบันเทิงพ่อของเขาจึงมีดาราสาวมาติดพันอิรุงตุงนัง ทำให้ซ่งเซียวที่เป็นทั้งขุนนางฝ่ายบุ๋นแห่งยุคแล้วต่อมายังเป็นถึงฮองเฮาต้องจัดระเบียบสักหน่อย เพื่อความสงบในชีวิตเขา และความสะดวกในการตามหาอดีตพระสวามี อวี๋ถัง 
           ช่วงแรกจะมีความขัดแย้งทางวัฒนธรรมเกิดขึ้นค่ะ (นึกคำไม่ถูก) เพราะนายเอกยังจดจำตัวตนในพันปีก่อน ทำให้มีความแบ่งแยกตามวัฒนธรรมสมัยก่อน อย่างเรื่องการที่พ่อของเขามีบ้านเล็ก นายเอกไม่ได้ว่าอะไรที่พ่อมี แต่เขาไม่โอเคที่ อนุและลูกอนุ จะมาใช้รถร่วมกัน หรือ ทำอะไรเสมอเขาที่เป็นลูก ฮูหยิน เลยทำให้เกิดกระแสลบทางสังคมขึ้น นอกจากนี้นายเอกยังเข้าใจผิดเรื่องอาชีพบ้านตัวเองด้วย เขาคิดว่าบริษัทบันเทิงคือเหล่าคน เต้นกินรำกิน ตามความเชื่อคนสมัยก่อน เจ้าตัวเลยมุ่งมั่นจะตั้งใจเรียน เพื่อสอบ จงหงวน ใหม่อีกครั้ง เพื่อสร้างความมั่นคงให้ที่บ้าน และสร้างฐานะเพื่อออกตามหาพระเอก (>_<)

    ลำนำติ้งเป่ย

             ช่วงที่สองของเนื้อหาคือศึกสายเลือด !! (ขนาดนั้นเลยนะ) เป็นการต่อสู้ของพระเอกกับคนในตระกูลของเขา เพื่อช่วงชิงการเป็นผู้สืบทอดของตระกูลอวี๋ ! ส่วนทางนายเอกที่เข้าใจสักทีว่าที่บ้านทำอาชีพอะไร (5555) ก็เรียนรู้เกี่ยวกับสายวงการบันเทิง เพื่อสืบทอดกิจการของพ่อซึ่งกำลังทรุดอย่างหนัก เพราะพ่อของเขาไม่สามารถจัดการปัญหาที่คาราคาซังมาหลายปีได้ แถมเรื่องราวในช่วงกลางนี้พระนายยังต้องออกกำลังกันสักหน่อย...แค่ก ๆ ไม่ใช่นะคะ หมายถึงมีการบู๊เกิดขึ้น เพื่อให้รอดชีวิต ปิ้งนกปิ้งปลากันกลางป่าเขา สำหรับเราเป็นช่วงพีคสำหรับทั้งคู่เลยละค่ะ

            สำหรับใครอ่านอร่อยล้นวังมาแล้ว และอ่านอุบัติรักความจำเสื่อมแล้ว จะพบเนื้อหาเซอร์ไพรซ์ แถว ๆ นี้เลยค่ะ อ๊ากก อยากได้ตุ๊กตาท่านราชครู ><


    บทเพลงแห่งความรุ่งโรจน์

    สายลมพัดเม็ดทรายฟุ้งตลบ คนไกลไร้ซึ่งข่าวคราว
    เจียงหนานดอกซิ่งบานสะพรั่ง ห่างหมื่นลี้มิอาจหวนคืน

             ความจริงบทด้านบนไม่ใช่บทที่พระเอกกล่าวถึงนายเอก แต่เขากล่าวอาลัยน้องสาว ซึ่งเราชอบมากค่ะ เรื่องนี้ให้ความสัมพันธ์ในอดีตของพี่น้องเป็นช่วงสั้น ๆ แต่เราพอจะสัมผัสถึงความผูกพันของพวกเขาได้
           ต้องบอกว่าเรื่องราวความรักของคู่ซ่งเซียวและอวี๋ถังเป็นแบบย้อนกลับกับเรื่องอื่นที่ถ้าเล่าคงเล่าอดีตที่ทั้งหวานทั้งขม และมีการพรากจากในยุคนั้น จากนั้นค่อยมีตอนพิเศษฮีลใจในยุคปัจจุบันในตอนท้าย แต่ใน ฝ่าบาทอย่ากวนสิ คุณนักเขียนเลือกหยิบเล่าตอนพิเศษนั้น มาเป็นนิยายเรื่องนี้ ความรักของทั้งคู่มีปมจากอดีตที่ไม่สามารถแสดงความรู้สึกต่อกันได้ ด้วยขนบธรรมเนียมประเพณีต่าง ๆ บวกกับฐานะทางสังคมที่คนหนึ่งเป็นจักรพรรดิและอีกคนเป็นขุนนาง พระเอกฝ่าฟันการคัดค้านต่าง ๆ เพื่อตั้งนายเอกเป็นฮองเฮา โดยไม่เคยรู้เลยว่านายเอกรักตัวเองไหม

         ในปัจจุบันเลยเป็นฝ่ายนายเอกที่ต้องบอกพระเอกให้มั่นใจว่าเขารู้สึกยังไง และพร้อมที่จะฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ กับเขาขนาดไหน เรียกว่าเป็นคู่ที่มาปรับจูนกันอีกที่ก็ในอีกพันปีต่อมาจริง ๆ ค่ะ


               สำหรับเรื่องนี้มีตัวประกอบอื่น ๆ ที่น่ารักมาก ๆ โดยเฉพาะคุณน้องชาย ในความเห็นของคนที่อ่านอร่อยล้นวังมาก่อน น้องชายของคุณนักเขียนท่านนี้โดนรังแกตลอด (555555) เจ้าตัวกลมทั้งหลาย คู่น้องชายน่ารักนะคะ เกิดมาเป็นเด็กน้อย สนมคนโปรดมาเกิดก็ร้องไห้ป้ายน้ำมูกใส่ แต่คุณน้องชายก็แพ้ทางรอยยิ้มซื่อ ๆ กลอกตามองฟ้า ชีวิตนี้ยังไงก็ทิ้งไปไม่ได้ (55555) ส่วนถามว่ามีอะไรเอ๊ะ ๆ ไหม ... มีอยู่นะคะ แต่อาจจะเป็นเรื่องเอ๊ะในความรู้สึกเราที่พอจะปล่อยได้ค่ะ (;;-_-)//(-_-;;) 
     
                ถ้ามองหานิยายอ่านเพลิน ๆ มีปมให้ลุ้นและเส้นเรื่องให้ติดตามลองทดลองอ่านฝ่าบาทอย่ากวนสิ ! ดูได้นะคะ


    เพ้อเจ้อชื่อเรื่อง

             ก่อนหน้านี้เคยอ่านนิยายญี่ปุ่นเรื่อง Don’t worry mama ที่อ่านแล้วมีความว้าวนิดนึงว่าชื่อเรื่องมาจากประโยคสุดท้ายของนายเอกที่พยายามบอกแม่ว่า “ไม่ต้องกังวลนะครับ” ในความสัมพันธ์ของเขากับพระเอก 
            ที่เกริ่นเรื่องนี้ เพราะ ฝ่าบาทอย่ากวนสิ ! ก็มาจากทำนองเดียวกันเลยค่ะ 5555 แต่อันนี้เป็นคำพูดของนายเอกเวลาพระเอกทำตัวไม่จริงจังในเวลาที่กำลังจริงจังแล้วเขาต้องตีอีกฝ่ายแล้วบ่นว่า ฝ่าบาทอย่ากวนสิ ! ตอนเจอนายเอกพูดออกมาครั้งแรกเราขำขึ้นมาเลยค่ะ...นี่สินะที่มาของชื่อเรื่อง 55555


    ภาพจาก Samsenbook
    เรื่องอื่นของนักเขียน อร่อยล้นวังเล่ม 1
    By Chadang

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in