Europe First TimeKanSiri
อัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์
  •            การเจอบ้านพักเก่าๆ ห้องเก่าๆ บรรยากาศหวิวๆ แบบนี้ผมทำใจไม่ได้จริงๆ แม้จะรู้สึกผิดต่อคุณตาก็ตาม สู้รู้ว่าต้องไปนอนป่า เขา ตั้งแคมป์ เข้าค่าย รด. 3 วัน 3 คืนยังโอเคกว่ากันเยอะเลย (แม้มันจะไม่ได้ดีนักก็เหอะ) เรื่องกะทันหันแบบนี้ เกินกว่าจะรับไหว กลัวผีด้วยไม่ใช่อะไรหรอก

                                                                (สะพานในเมืองไฮเดลเบิร์ก)

                นอกจากเรื่องที่พักแล้วในหัวผมก็ยังคิดเรื่องเที่ยวอยู่เหมือนเคย มีเมืองที่ผมอยากไปจริงๆอีก 2-3 เมือง แต่ดูจากเวลา 3 วันที่เหลือมันไม่น่าจะครบ ผมเลยตัดสินใจจะไปแค่อัมสเตอร์ดัมเท่านั้น อีกใจก็อดคิดถึงเมืองที่หลายๆคนแนะนำมาไม่ได้เหมือนกัน หนึ่งในนั้นก็มี ไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg) ผมดูเวลาตอนนี้จวนจะบ่าย 3 โมงล่ะ เช็คเวลารถไฟ กับระยะทาง หากกลับมาไม่เกิน 2 ทุ่ม ก็จะมีโอกาสเดินเล่นได้อยู่

                “เอาวะเป็นไงเป็นกัน”

                                                               (จุดชมวิวในเมืองไฮเดลเบิร์ก)

                ผมรีบตรงดิ่งไปยังสถานีรถไฟ

                “ไปเดินเล่นฆ่าเวลา ไหนๆมาแล้ว ตั๋วรถไฟก็ยังใช้ได้อยู่” ใช่แล้วครับ ผมตัดสินใจไปไฮเดลเบิร์กแม้จะเป็นระยะเวลาสั้นๆ เหนื่อยๆ แต่ผมไม่รู้สึกเสียดายเลยสิ่งที่ผมจะเสียดายมากกว่าคือ “การที่เรามีโอกาส แล้วไม่ยอมคว้า และลงมือทำ” นั่นเอง

                ถึงไฮเดลเบิร์กจะไม่ได้สร้างปรากฏการณ์ "ว้าว" ให้ผมซักเท่าไหร่ แต่ยอมรับเลยว่าเป็นอีกเมืองที่น่ารักและมีสเน่ห์ อย่างว่าความตื่นเต้นของผมมันหมดลงไปตั้งแต่การมาเยือนที่มิวนิคแล้วแหละ หากเป็นเซอร์แมทท์ก็ไม่แน่ แต่ตอนนี้เอียนเที่ยวเมืองสุดๆไปเลย แอบจำใจทนกลัวเสียดายโอกาสไปอีก


                ผมใช้เวลา 2 ชั่วโมงเดินชมเมืองและก็กลับมาที่แฟรงก์เฟิร์ท พรุ่งนี้ผมต้องนั่งรถไฟไปอัมสเตอร์ดัมแต่เช้าเพราะความเหนื่อยล้าทำให้หลับเมื่องหัวถึงหมอนทันที

                ผมใช้เวลา 4 ชั่วโมงเดินทางจากแฟรงก์เฟิร์ทมาถึงอัมสเตอร์ดัมโดยรถไฟความเร็วสูง (ประเทศไทยน่าจะมีรถไฟความเร็วสูงแบบนี่บ้าง) ระหว่างทางผมไม่ได้คาดหวังกับการมาเที่ยวที่นี่ซักเท่าไหร่แต่พอถึงอัมสเตอร์ดัม ความคิดผมเปลี่ยนทันที

                                                                  (จักรยานในอัมสเตอร์ดัม)

                อัมสเตอร์ดัมนั้นเป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัวอีกเมืองก็ว่าได้ ที่นี่การถีบจักรยานจะเป็นเรื่องปกติมาก การขายบริการทางเพศ กัญชาถือว่าเป็นสิ่งถูกกฎหมาย ซึ่งผมก็ทำได้แค่เดินดูเฉยๆจริงจริ้งงง (แอบตื่นเต้นสาวน้อยตู้กระจก น่าเสียดายที่เค้าไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ)

    การได้มาเปิดหูเปิดตา ส่องๆ ดูๆ ว่าเขาทำอะไรกันบ้างก็ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย แหม่จะไม่ให้ตื่นเต้นได้ยังไงนี่มันแหล่งทองคำ ความฝันของชายหนุ่มเลยนะฮ่าๆ

                                                     (อัมสเตอร์ดัมยามค่ำคืน)

                ผมใช้เวลาเดินเล่นในเมืองจนเต็มอิ่ม และกล้าบอกได้เลยว่าอัมสเตอร์ดัมนั้นเป็นเมืองที่มีความน่ารักมากอีกเมืองนึง การเดินซึมซับบรรยากาศดูคลองดูตึกที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้ทริปยุโรปของผมนั้นได้จบลงอย่างสมบูรณ์แบบแล้วจริงๆแสงไฟในยามค่ำคืน ผู้คนที่เนืองแน่นตามถนน แม้จะไม่ใช่สิ่งที่ผมชอบนักแต่ก็เพราะว่ามันคืออัมสเตอร์ดัมนี่แหละ ที่ทำให้เมืองนี้มีสเน่ห์ในแบบของมัน

                ผมใช้เวลาอีก 1 วันเต็มๆกับอัมสเตอร์ดัม (พักที่นี่โดยการนอนโฮสเทล ห้อง 4 คน) และกลับมาถึงแฟรงก์เฟิร์ทในตอนเย็น ระหว่างทางผมรู้สึกใจหายนิดๆ คืนนี้จะเป็นคืนสุดท้ายที่ยุโรปแล้วจริงๆหรอเนี่ยหลังจากจองที่โรงแรมเดิมในเมืองแล้ว ผมปล่อยจิตใจให้คิดไปตามความรู้สึกผมคิดถึงบ้านที่ไทย แต่ก็มีความสุขที่ได้เที่ยวแบบนี้ เวลาเกือบ 3 เดือนผมเจออะไรหลายอย่างมากจริงๆ ผมไม่เคยคิดเลยว่า การเที่ยวคนเดียว นานๆในที่ไกลๆ จะเป็นสิ่งที่ท้าทายและดีที่สุดในชีวิต

                รถไฟความเร็วสูงขบวนสุดท้ายที่ผมได้นั่งในยุโรปผมมองออกไปนอกหน้าต่าง น้ำตามันไหล ไม่ใช่เพราะผมเสียใจนะแต่มันคือความสุขและความใจหาย

                ผมมาถึงโรงแรม เดินเล่นซื้อของฝากไปให้ครอบครัวและเพื่อน จัดแจงจัดของเก็บใส่กระเป๋าใบใหญ่ที่ผมฝากไว้กับโรงแรมเมื่อ 2 วันก่อน ก่อนที่จะอาบน้ำและออกมาเดินเล่นซึมซับบรรยากาศยุโรปอีกครั้ง ไม่นานผมเดินกลับไปโรงแรม เพื่อเตรียมตัวบินกลับไทยในวันพรุ่งนี้....
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in