The Scandals on Cleveland Streetpiyarak_s
Chapter 11: อคิลลีสและเปโตรคลุส
  • คำถามว่าเหตุใดเขาจึงนัดโทเบียส ฟอล์กเนอร์ที่โรงอาบน้ำทำให้เขาหันมามองหน้าข้าพเจ้าแล้วชะงัก แม้จะเป็นนักแสดง แต่สีหน้าตื่นตะลึงและอาการพูดไม่ออก เพราะไม่ทันเตรียมคำตอบและไม่คิดว่าข้าพเจ้าจะตั้งคำถามเขาเช่นนั้นล้วนเป็นของจริง ก่อนที่อารมณ์ชั่วขณะนั้นจะถูกกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้ม


    “นั่นเป็นเรื่องสำคัญด้วยหรือครับ สารวัตร” 



    “มันสำคัญตรงที่ผมอยากรู้คำตอบ คุณเกรเซียน” ข้าพเจ้าเอ่ยอย่างไม่อ้อมค้อม ด้วยน้ำเสียงธรรมดา แต่หนักแน่นพอที่จะทำให้เขารู้ว่า เขาจำเป็นต้องตอบคำถามของข้าพเจ้า 



    นักแสดงหนุ่มเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนหันมามองหน้าข้าพเจ้าพร้อมรอยยิ้ม “ผมอยากขอบคุณที่ มร. ฟอล์กเนอร์ช่วยดูแลมิสซิสซัลลิแวนแทนจิมมี่ที่จากไป ทราบมาว่าเขาเคยเป็นแพทย์ทหารในอัฟฟริกาและได้รับบาดเจ็บที่ขา และยังคงมีอาการเจ็บปวดเรื้อรังกลับมา การอบไอน้ำร้อนและการนวดแบบตุรกีน่าจะช่วยได้มาก”



    “แต่คนที่คุณอยากให้รับความปรารถนาดีนั้นก็ไม่มา” 



    “นั่นเป็นเรื่องน่าเสียดาย” เกรเซียนตอบ และนั่นก็ฟังดูเป็นคำตอบที่จริงใจที่สุดเท่าที่ข้าพเจ้าได้ยินมานับแต่พบกัน เพราะเท่าที่ข้าพเจ้าสังเกต ความคิดจิตใจของเขาดูจะจดจ่ออยู่กับบุคคลที่อ้างว่า ไม่สามารถมาพบได้ ถึงกระนั้น ก็ยังคงเป็นเรื่องแปลกอยู่ดี


    เท่าที่ข้าพเจ้าทราบ เขาได้พบ นพ. ฟอล์กเนอร์แค่เพียงครั้งเดียวและเป็นครั้งแรกที่ห้องเก็บศพของโรงพยาบาล เพื่อยืนยันตัวตนของจิมมี่ ซัลลิแวน ซึ่งในเวลานั้น เขาอยู่ในสภาพเกือบจะคุมสติของตนเองไม่อยู่ สหายของข้าพเจ้าก็ไม่มีอาการที่บ่งบอกว่าเดือดร้อนจากอาการบาดเจ็บ จึงแทบไม่มีทางที่เขาจะมองเห็นปัญหาด้านร่างกายของศัลยแพทย์ตำรวจผู้นี้ออก และการบอกเล่าปัญหาส่วนตัวของตนเองให้คนแปลกหน้าได้รับรู้ คือ สิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลยสำหรับ นพ. ฟอล์กเนอร์ จึงเป็นไปได้ว่า เขาได้ทราบเรื่องดังกล่าวมาจากใครบางคนที่รู้จักชายหนุ่มผู้นั้นดีเอาการ และในขณะเดียวกันก็รู้จักแอนโธนี เกรเซียนมากเพียงพอ


    “คุณทราบเรื่องที่คุณหมอมีอาการบาดเจ็บเรื้อรังด้วยหรือ คุณเกรเซียน” 



    เป็นอีกครั้งที่เขาเงียบไป หลังได้ยินคำถามของข้าพเจ้า แม้จะไม่ใช่คนที่จัดอยู่ในขั้นหลักแหลม แต่ความสามารถในการสัมผัสกับอารมณ์ผ่านน้ำเสียงของเขาก็ใช้ได้ สมกับที่เป็นนักแสดง เพราะสายตาที่มองตอบกลับมายังข้าพเจ้าบอกว่า เขาเข้าใจความหมายของข้าพเจ้าดี



    “ผมได้ยินวีรกรรมเมื่อครั้งเขาเป็นแพทย์ทหารมาบ่อยครั้งทีเดียวครับ สารวัตร” 



    เขาเลี่ยงที่จะเอ่ยชื่อใครอีกคนหนึ่ง ทว่ามีบางชื่อผุดขึ้นในใจ แต่ข้าพเจ้าพยายามบอกตัวเองว่า อย่าเพิ่งด่วนสรุปเกินไปนัก


    “ถ้านั่นเป็นจุดประสงค์เดียวที่คุณต้องการชวนคุณหมอมาโรงอาบน้ำตุรกี ทำไมจึงไม่ยกเลิกนัดทั้งที่เขาปฏิเสธเล่า”


    “ผม...” เขาอึกอักอยู่พักใหญ่ มองข้าพเจ้าอย่างขอความเห็นใจ ก่อนถอนใจหนักหน่วง เมื่อไม่ได้รับการตอบสนอง “มีเรื่องที่ผมอยากทราบเกี่ยวกับคุณหมอ และคิดว่าสารวัตรอาจตอบข้อสงสัยให้ผมแทนได้...”


    เกี่ยวกับคุณหมอ ไม่ใช่จิมมี่ ซัลลิแวน ที่เขากล่าวอ้างว่าเป็นเพื่อนรัก นี่เป็นเรื่องที่ผิดคาดเอาการอยู่ แต่อย่างน้อยที่สุด ข้าพเจ้าก็ไม่ได้คิดผิดที่ตอบรับคำชวนของเขา แทนที่จะกลับไปสะสางงานอื่น ๆ ของข้าพเจ้าต่อ


    โรงอาบน้ำตุรกี เป็นสถานที่ที่ผู้เข้ารับบริการจะต้องเปลื้องผ้าและอยู่ในสภาพเกือบจะเปลือยเปล่า ข้าพเจ้าจึงสามารถโอกาสในการสังเกตร่องรอยการต่อสู้หรือบาดแผลที่อยู่บนร่างกายของเขา โดยเฉพาะรอยเล็บข่วนหรือจิก เพราะ นพ. เวสต์ และ นพ. ฟอล์กเนอร์พบเศษหนังของมนุษย์ติดอยู่ในเล็บมือของจิมมี่ ซัลลิแวน



    ในทางกลับกัน จะเป็นไปได้ไหมว่า เขานัดเรามาที่โรงอาบน้ำเพื่อใช้โอกาสนี้ทำให้เรามองเห็นได้ว่า บนร่างกายของเขาไม่มีร่องรอยบาดแผล และบอกเป็นนัยว่า เขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมจิมมี่ ซัลลิแวน แต่ข้อสันนิษฐานนี้ ยังมีปัญหาอยู่บ้าง เพราะนอกจากข้าพเจ้า จ่ามัสเกรฟ ศัลยแพทย์ตำรวจทั้งสอง และคนที่ลงมือฆ่าชายหนุ่มเคราะห์ร้าย ซึ่งเรายังไม่รู้ว่าเป็นใครแล้ว ไม่มีคนอื่นที่ทราบว่า ฆาตกรมีบาดแผลชนิดใดอยู่บนร่างกาย หากเขาไม่รู้ข้อค้นพบดังกล่าว ข้อสงสัยนี้ย่อมเป็นอันตกไป แต่หากเขารู้ การกระทำเช่นนี้ก็ไม่อาจทำให้เขาพ้นจากการเป็นผู้ต้องสงสัยไปได้ เพราะนั่นหมายความว่า เขามีส่วนรู้เห็น มีส่วนร่วม หรือช่วยผู้อื่นปกปิดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการตายของเด็กส่งโทรเลขผู้นี้ด้วยเช่นกัน 



    เมื่อพินิจจากแววตาของเขาและกิริยาที่แสดงออก ทุกครั้งที่ข้าพเจ้าเอ่ยพาดพิงถึงบุคคลที่ไม่ได้อยู่ ณ ที่นี้ด้วย แววตาของเขามักมีประกายสงสัยใคร่รู้และเสียดายระคนกัน และหากเข้าใจไม่ผิด ข้าพเจ้าอดคิดไม่ได้ว่า มีความอิจฉาบางเบาเจือปนอยู่จนชวนให้นึกแปลกใจ เพราะอารมณ์ประการนี้ของเขานั้นดูจะมีอำนาจเหนือความเศร้าเสียใจเมื่อเอ่ยถึงเพื่อนผู้อาภัพที่ตายจากกันไปเสียอีก 



    จากทุกสิ่งทุกอย่างที่ประมวลมาข้างต้น ประกอบกับพฤติกรรมที่เขาแสดงให้เห็น เหตุผลที่ข้าพเจ้าคิดว่าเป็นไปได้มากที่สุดสำหรับการชวน นพ. ฟอล์กเนอร์ มายังโรงอาบน้ำตุรกี คือ เขาต้องการ ‘เห็น’ ตัวตนและร่างกายของศัลยแพทย์หนุ่มมากกว่าต้องการเปิดเผยร่างกายของตนเองให้เราเห็นว่า เขาเป็นผู้บริสุทธิ์ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการตายของจิมมี่ ซัลลิแวนแต่อย่างใด 



    “คุณอยากรู้อะไรเกี่ยวกับ มร. ฟอล์กเนอร์นอกเหนือไปจากที่คุณเคยได้ยินใครเล่าให้ฟังอย่างนั้นหรือ คุณเกรเซียน” ข้าพเจ้าเอ่ย “ผมยินดีตอบ ‘ทุกเรื่อง’ เท่าที่ผมทราบ และคงจะดีไม่น้อย หากคุณสามารถตอบคำถามเกี่ยวกับพ่อหนุ่มซัลลิแวนผู้น่าสงสารให้ผมได้บ้าง” 



    มันเป็นการวางเดิมเหยื่อที่ข้าพเจ้ายอมรับว่าประมาทฝ่ายตรงข้ามไปสักหน่อย เพราะข้าพเจ้าวางท่าเหมือนรู้จักโทเบียส ฟอล์กเนอร์มายาวนาน ทั้งที่เราต่างรู้จักกันยังไม่ครบปี แต่ข้าพเจ้าอดเชื่ออย่างเข้าข้างตัวเองอยู่บ้างไม่ได้ว่า ความใคร่รู้ของแอนโธนี เกรเซียนจะทำให้เขารับปากได้ไม่ยาก



    เคราะห์ดีที่ข้าพเจ้าไม่สูญเดิมพันทางวางไว้ไปอย่างเปล่าประโยชน์ 



    “ได้ครับ สารวัตร” นั่นเป็นคำตอบที่เต็มปากเต็มคำและเต็มอกเต็มใจที่สุดที่ข้าพเจ้าได้ยินจากเขาตลอดเวลาที่ผ่านมา


    อย่างไรก็ดี ข้อตกลงระหว่างเราต้องถูกพักเก็บเอาไว้ชั่วคราว เมื่อพนักงานชาวตุรกีร่างใหญ่ ไว้หนวดกดหนาส่งภาษาอังกฤษสำเนียงแปร่งหูประกอบกับภาษามือให้ข้าพเจ้าตามเขาไป ในขณะที่แอนโธนี เกรเซียนแยกไปกับพนักงานอีกคนหนึ่งไม่ห่างกันไปมากนัก


    เขาชี้บอกให้ข้าพเจ้านั่งบนม้านั่ง และจากนั้น ข้าพเจ้าก็สะดุ้งเฮือก ความคิดสับสนที่อยู่ก่อนหน้านั้นเหมือนถูกกระชากออกไปจากสมองอย่างกะทันหัน เมื่อชายชาวตุรกีร่างใหญ่ตักน้ำรดตัวข้าพเจ้าตั้งแต่หัวจรดเท้า จากนั้นกระบวนการอาบน้ำขนานใหญ่ที่สุดเท่าที่ข้าพเจ้าประสบพบเจอก็เริ่มต้นขึ้น


    ชายชาวตุรกีสวมถุงผ้าเนื้อหยาบเข้ากับมือ และใช้มันถูไปตามตัวของข้าพเจ้า เริ่มจากแขน หลัง ลำตัว ขา ทุกส่วนของร่างกายด้วยความชำนาญ ไม่ต่างอะไรจากนายพรานที่กำลังถลกหนังกวางออกอย่างหมดจด โดยที่คนในเงื้อมมือของเขาอย่างข้าพเจ้าไม่สามารถจะโอดโอยหรืออุทธรณ์ได้ และเมื่อเสร็จสิ้นการขัดถูขนานใหญ่ ข้าพเจ้าก็ได้แต่นั่งนิ่ง พูดไม่ออกไปครู่หนึ่ง ด้วยความรู้สึกเหมือนมีคนจับลูกแมวทั้งฝูงที่กำลังกางเล็บโยนใส่ไปทั่วทั้งตัว


    ข้าพเจ้าคิดว่าพิธีกรรมการอาบน้ำแบบตุรกีจะสิ้นสุดเมื่อพนักงานใช้ผ้าขัดตัวข้าพเจ้าจนสาแก่ใจและตักน้ำรดอีกรอบ แต่ข้าพเจ้าคิดผิด เพราะเขายังพาข้าพเจ้าไปต่อยังอีกที่หนึ่ง เป็นแท่นหินอ่อนอุ่น ๆ แล้วชี้บอกให้ขึ้นไปนอน ทั้งที่อยากจะหนีออกไปแต่งตัวเต็มกลืน แต่ยังมีเรื่องที่ข้าพเจ้ายังสนทนากับแอนโธนี เกรเซียนยังไม่จบ ทำให้จำใจต้องทำตามอย่างแกน ๆ ไป โดยไม่ได้คาดเห็นเลยว่า สิ่งที่ข้าพเจ้าพบเจอเป็นขั้นต่อไป คือ ที่สุดของพิธีกรรมที่ทำให้การอาบน้ำแบบตุรกีเป็นที่กล่าวขวัญ


    ถูกขัดผิวด้วยผ้าหยาบทั้งตัว ก็ยังไม่เท่าถูกมือเหมือนคีมเหล็กของพ่อยักษ์แอตลาสขยำแขน ขา หลัง ไหล่ ไปจนทั่วร่างกายอย่างหนักหน่วงด้วยพลังมหาศาลจนกระทั่งคนที่นิยมกีฬาใช้แรงอย่างข้าพเจ้ายังสู้แรงเชาไม่ไหว ถึงขั้นว่าหากเขาจะบีบคอข้าพเจ้าให้ตายหรือดัดหลังข้าพเจ้าจนหัก ข้าพเจ้าก็คงจะจำยอมให้เขากระทำได้ตามใจ เพราะ ณ ขณะนั้นข้าพเจ้าจะร้องก็ไม่ออก จะดิ้นก็ไม่ได้ ทำได้เพียงครางออกมาเป็นสัญญาณบอกให้ตาหมอนวดรู้ว่า เขาใกล้จะทำกระดูกของข้าพเจ้าหักเต็มทีแล้ว เขาจึงเบามือลงมาได้


    ความคิดที่จะชวนโทเบียส ฟอล์กเนอร์กลับมาใช้บริการโรงอาบน้ำตุรกีสักครั้งล้มเลิกไปโดยปริยาย เพราะแม้การอบไอน้ำร้อนจะทำให้สบายตัวดี แต่การถูกขัดถูจนแสบไปทั้งตัวและตามด้วยการถูกบีบนวดอย่างหนักหน่วงดูจะทารุณเกินไปสำหรับสุขภาพของเขา



    ในเวลานั้น ข้าพเจ้านึกว่าตนเองจะถูกหักเป็นท่อนหรือตายก่อนที่จะได้รับทราบสิ่งที่ทำให้ข้าพเจ้าไม่เคยคาดคิดมาก่อนจากปากของแอนโธนี เกรเซียนเสียแล้ว



    หลังผ่านกระบวนการบีบนวดอันยาวนานมาได้ พนักงานก็พาข้าพเจ้าไปผลัดผ้านุ่งที่เปียกโชกเป็นอีกผืนหนึ่ง และนำไปยังห้องโถงที่ใช้ในการผึ่งตัวและปรับสภาพร่างกาย ซึ่งก็เป็นเรื่องน่าแปลกที่แอนโธนี เกรเซียนดูจะไม่สะดุ้งสะเทือนกับพิธีกรรมการอาบน้ำหลายขั้นตอนชนิดนี้นัก เขาห่อตัวครึ่งบนด้วยผ้าอย่างคราวแรกที่เข้ามา และเดินนำข้าพเจ้าไปนั่งพักในมุมหนึ่งของห้องผึ่งตัวที่มีหลังคาสูง ตกแต่งด้วยไม้ฉลุและวางแนวเป็นลวดลาย ทำให้รู้สึกโปร่งโล่ง สว่าง เย็นสบาย มีสระน้ำกว้างและน้ำพุกลางห้องที่ให้ความรู้สึกสดชื่นมากกว่า 



    นักแสดงหนุ่มยิ้มให้พนักงานที่ยกเอาชาสมุนไพร และนัรญีละห์ หรือกล้องฮุคคาห์ อุปกรณ์สูบยาแบบอาหรับมาให้ ก่อนโบกมือให้ฝ่ายหลังออกไปและปล่อยให้เราอยู่ตามลำพัง 



    ข้าพเจ้ากล่าวขอบคุณและรับถ้วยชาร้อนมาจากเขา แต่ปฏิเสธที่จะสูบยา ในขณะที่เขาเอนหลังลงกับหมอนอิงบนตั่งยาวในท่าครึ่งนั่งครึ่งนอน สูบควันกลิ่นหอมประหลาดเหมือนผลไม้จากท่อยาวที่ต่อจากหม้อยาสูบ ท่าทางของเขาเหมือนพยายามจะทำท่าทีผ่อนคลายทั้งที่ยังมีอาการเกร็งด้วยความกังวล


    “ทำไมคุณถึงอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับคุณหมอฟอล์กเนอร์” 



    รอยยิ้มบนใบหน้าของแอนโธนี เกรเซียนจางหายไป เมื่อรู้แน่ว่า เขาไม่อาจถ่วงเวลาข้าพเจ้าได้อีก และข้าพเจ้าก็พร้อมที่จะลุกออกไปจากที่นั่งของตนเองอยู่ได้ตลอดเวลา ซึ่งหลังจากนี้เป็นต้นไป เขาจะไม่สามารถต่อรองอะไรได้อีก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อข้าพเจ้าหมายหัวเขาเป็นผู้ต้องสงสัย

      

    “สารวัตรสัญญาได้ไหมครับว่า จะไม่เอาความผิดแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้” 



    “ขึ้นอยู่กับว่า มันเป็นเรื่องไหน คุณเกรเซียน” ข้าพเจ้าบอก พร้อมเตือนความจำของเขา “แต่อย่าลืมว่า คุณเป็นคนเริ่มต้นเรื่องนี้ขึ้นก่อน และมันไม่ได้หมายความว่า ผมจะงดถามเรื่องเกี่ยวกับจิมมี่ ซัลลิแวน” 



    เขานิ่งคิดอยู่พักหนึ่ง จึงพยักหน้าช้า ๆ อย่างเข้าใจ และคำตอบของเขาก็ทำให้ข้าพเจ้าชะงัก 



    “ผมอยากเห็นคนที่เซอร์เอ็ดเวิร์ดพูดถึงไม่ขาดปากแม้กระทั่งในเวลาที่ผมอยู่กับเขา” 



    เอ็ดเวิร์ด สแตนตัน เป็นเขาอีกแล้ว... ข้าพเจ้ากำหมดแน่น เมื่อได้ยินชื่อของบุคคลที่นักแสดงหนุ่มเอ่ยถึง และเป็นชื่อที่แวบเข้ามาในใจของข้าพเจ้าตั้งแต่แรก ซึ่งก็ไม่ผิดไปจากที่คิดเลย 



    นอกเหนือไปจากนั้น มีอะไรบางอย่างในน้ำเสียงและแววตาของเกรเซียนที่ทำให้ข้าพเจ้าสะกิดใจ อารมณ์และความรู้สึกที่สัมผัสได้ เป็นอย่างเดียวกับทุกครั้งที่เขาเอ่ยถึงนายแพทย์หนุ่ม มันมีทั้งความสนเท่ห์ อยากรู้อยากเห็น และอิจฉาไปในเวลาเดียวกัน ซึ่งนั่นทำให้ข้าพเจ้าเริ่มปะติดปะต่อภาพความสัมพันธ์ของพวกเขา เริ่มมองเหตุผลที่เขาร้องขอไม่ให้เอาผิดกับบุคคลที่เกี่ยวข้องได้เลา ๆ และอดคิดไม่ได้ว่า มันอาจมีความเชื่อมโยงกับเหตุอื้อฉาวเกี่ยวกับสถานค้าบริการเด็กหนุ่มที่ถนนคลีฟแลนด์อยู่ไม่มากก็น้อย



    “คุณเห็นเขาที่ห้องดับจิตของโรงพยาบาลแล้วไม่ใช่หรือ คุณเกรเซียน”



    “ใช่...” เสียงของเขาแปร่งแปลกไป เมื่ออารมณ์ที่ถูกกักเก็บไว้ก่อนหน้านี้ ค่อย ๆ ถูกปลดปล่อยออกมาทีละน้อย “แต่ในเวลานั้น ผมไม่มีแก่ใจที่จะมองเขาให้ถนัดตา และผมอยากใช้โอกาสที่เขาใช้เวลาอยู่ในโรงอาบน้ำพิจารณาว่า ทำอย่างไรถึงจะสมบูรณ์แบบได้อย่างเขา” 



    คำตอบของแอนโธนี เกรเซียนทำให้ข้าพเจ้าไม่สามารถจะนิยามความรู้สึกของตนเองในเวลานั้นได้ และไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่า ควรจะรู้สึกอย่างไรจึงจะถูก แต่อย่างน้อยที่สุด มันก็เป็นคำตอบจากใจจริงของเขาอีกหนหนึ่ง


    เมื่อตั้งสติได้ สิ่งแรกที่ข้าพเจ้าทำ คือ มองคนฝั่งตรงข้าม “สมบูรณ์แบบอย่างนั้นหรือ... อะไรทำให้คุณเข้าใจอย่างนั้น” 



    “เพราะอะไรสารวัตรถึงไม่คิดว่า เขาสมบูรณ์แบบ” ชายหนุ่มย้อนถามข้าพเจ้าด้วยท่าทางราวกับเรากำลังพูดกันคนละภาษา ไม่เช่นนั้น ข้าพเจ้าก็เป็นคนหูป่าตาเถื่อนจนแยกแยะว่าอะไรงามหรือไม่งามไม่ออก “เซอร์เอ็ดเวิร์ดเคยบอกผมว่า โทเบียส ฟอล์กเนอร์เป็นบุรุษที่มีใบหน้าและเรือนร่างงดงามที่สุดที่ท่านเคยเห็นและไม่อาจลืมได้ลงเลยจนบัดนี้ และเข้าใจถึงเหตุผลที่จักรพรรดิฮาเดรียนทรงปักใจกับอันติโนอุส อย่างถอนพระองค์ไม่ขึ้นได้ทันที เช่นนี้ ไม่เรียกว่า สมบูรณ์แบบแล้วจะเรียกว่าอย่างไรได้” 



    ให้ตายเถอะ... ข้าพเจ้าเกือบอุทานออกมา แต่เก็บคำเหล่านั้นเอาไว้ได้ทัน ใบหน้าของข้าพเจ้าร้อนวูบกับคำตอบของเขาที่พาดพิงถึงทั้งมหาเศรษฐีเจ้าของกิจการเดินเรือและสหายหนุ่มของข้าพเจ้า แต่สิ่งที่ทำให้ข้าพเจ้าสะดุดใจยิ่งกว่า คือ ชื่อของฮาเดรียน ซึ่งอยู่ในรายชื่อผู้ใช้บริการจากซ่องโสเภณีชายที่ถนนคลีฟแลนด์ นพ. ฟอล์กเนอร์และข้าพเจ้าช่วยกันวิเคราะห์เมื่อคืนนี้



    สิ่งที่เรากำลังตามหาอยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่ที่ยากยิ่งกว่า คือ ทำอย่างไรไม่ให้หลุดมือ หรือระแวงจนหนีห่างไปถึงระยะที่จะตามกลับมาได้โดยง่าย 



    ข้าพเจ้าบอกตนเองไม่ให้ตื่นเต้นกับข้อค้นพบใหม่จนเกินไปนัก และบังคับตนเองให้ยิ้มตอบอีกฝ่ายไม่ให้มีพิรุธ “เราอาจมีนิยามคำว่าสมบูรณ์แบบต่างกัน คุณเกรเซียน และหากคุณหมายถึงความสมบูรณ์แบบทางกายภาพ ในปัจจุบัน โทเบียส ฟอล์กเนอร์อยู่ห่างไกลจากคำว่า สมบูรณ์แบบมากนัก” 



    แอนโธนี เกรเซียนเลิกคิ้วน้อย ๆ “สารวัตรหมายความว่าอย่างไรกันครับ” 



    “บนร่างกายของคุณหมอมีแผลเป็นอยู่ไม่น้อย” ข้าพเจ้าบอก “ผมจึงยืนยันได้ว่า เขาไม่ได้สมบูรณ์แบบอย่างที่คุณคิด หากให้ผมเปรียบเทียบ ถึงจะงามเหมือนรูปสลัก แต่ก็เป็นรูปสลักที่ถูกกะเทาะจนชำรุด และไม่อาจซ่อมแซมให้กลับมาดีดังเดิมได้... ผมไม่แน่ใจว่า หากเซอร์เอ็ดเวิร์ดเห็นแล้วจะเปลี่ยนความคิดไปจากเดิมหรือไม่”


    ดวงตาของเขาที่จ้องมองข้าพเจ้าแสดงความสนใจอย่างเปิดเผย “สารวัตรเคยเห็นรอยแผลนั้นแล้วหรือครับ” 



    “เคยแล้ว” ข้าพเจ้าตอบ “แผลเป็นรอยใหญ่ที่สุดที่เขามี คือ รอยกระสุนที่บ่าซ้าย เป็นแผลถูกยิงทะลุจากด้านหน้าไปด้านหลัง ไม่ใหญ่มาก แต่ก็เป็นตำหนิที่เห็นได้ชัดเจน” 



    คู่สนทนาของข้าพเจ้าพยักหน้าราวกับเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาและดูโล่งใจไปในเวลาเดียวกัน 



    “เขาเป็นคนรูปงามคนหนึ่ง คงอายเรื่องแผลเป็นอยู่ไม่น้อย เพราะหากเป็นผม การมีรอยแผลที่โดดเด่นเห็นได้ชัดเช่นนั้น ผมก็อดกังวลในเรื่องดังกล่าวไม่ได้เช่นกัน แต่ยังถือว่าโชคดี ที่แผลเป็นนั้นไม่ได้เกิดขึ้นที่ใบหน้า ไม่เช่นนั้น คงจะน่าเสียดายอย่างยิ่ง” 



    ข้าพเจ้าส่ายหน้ากับข้อสังเกตดังกล่าว “คงไม่ใช่เช่นนั้น คุณเกรเซียน สำหรับนักแสดง สิ่งนั้นอาจเป็นตำหนิ แต่สำหรับคนที่เคยออกสู่สนามรบ บาดแผลที่ได้รับเป็นเหมือนเหรียญกล้าหาญอย่างหนึ่ง”


    “สำหรับคุณหมอคงเป็นประการหลังกระมัง”



    “มิได้... ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง” ข้าพเจ้าส่ายหน้า ภาพของนายแพทย์หนุ่มเมื่อครั้งที่เอ่ยถึงร่องรอยเหล่านี้ มีเพียงความเจ็บปวดและสูญเสีย “มันคือเครื่องเตือนใจว่าเขาเคยผ่านสิ่งใดมาเท่านั้นเอง” 



    “แล้วทำไมสารวัตรถึงชอบเขา” นักแสดงหนุ่มเอ่ยถาม ยันตัวขึ้นจากท่าเดิมเป็นนั่ง แต่สีหน้าท่าทางดูผ่อนคลายมากขึ้น และระแวงน้อยลง 



    ข้าพเจ้าไม่แน่ใจนักว่า เขาเข้าใจความหมายของข้าพเจ้าหรือไม่ แต่ในขณะเดียวกัน ข้าพเจ้าก็อดคิดไม่ได้ว่า สายตาที่แอนโธนี เกรเซียนใช้มองสรรพสิ่ง อยู่ก้ำกึ่งระหว่างความไร้เดียงสาและเพ้อฝันเหมือนหนุ่มน้อย เขาพร้อมที่จะทุ่มความสนใจไปให้สิ่งที่ต้องความสนใจตนเอง ณ ตอนนั้นมากกว่าจัดลำดับว่าสิ่งใดสำคัญกว่า ทำให้เขาทั้งน่าเอ็นดูและชวนรำคาญไปในเวลาเดียวกัน 



    สำเนียงการพูดและแววตาที่เห็นได้ชัดเจนว่า เขานับรวมเอาข้าพเจ้าเป็นคนประเภทเดียวกับหมู่คนที่เขาวิสาสะเข้าแล้ว ทำให้ข้าพเจ้าเริ่มกระอักกระอ่วนมากขึ้นทุกขณะ แต่ข้าพเจ้าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากปล่อยให้เขาทึกทักไปตามความเชื่อของตนเองไปก่อน


    “บางครั้ง ความชอบก็ไม่ต้องการเหตุผลมากนัก” ข้าพเจ้าจิบชาจากถ้วยอย่างใจเย็น ทั้งที่ร้อนใจอยากได้คำตอบที่ตรงประเด็นสักที และหวังว่าตนเองจะเดินหมากไม่พลาด “แล้วคุณเล่า ชอบจิมมี่ ซัลลิแวนที่ตรงไหน” 



    “สารวัตรทราบ...” เสียงของแอนโธนี เกรเซียนเหมือนพึมพำกับตนเอง ทั้งที่ดวงตาทั้งคู่เบิกกว้างและจับที่ใบหน้าของข้าพเจ้าด้วยความประหลาดใจและตื่นตระหนก 



    ข้าพเจ้าไม่ได้ตอบคำถามนั้น เพียงแต่เลิกคิ้วเป็นเชิงถาม และได้รับการยืนยันคำตอบจากเขาเป็นการพยักหน้า


    “ผมจะไม่ถามว่า คุณทราบได้อย่างไรว่า พ่อหนุ่มซัลลิแวนทำงานให้กับเจ้าของสถานค้าบริการอย่างแฮมมอนด์และนิวเลิฟ แต่ผมอยากรู้ว่า คุณรู้สึกอย่างไรที่พบว่า เขาขายตัวให้กับผู้ชายที่มีเงินมากพอที่จะจ่ายให้เขาได้ถึงคราวละห้าชิลลิ่ง”


    “ไม่...”


    ดูเหมือนข้าพเจ้าจะจี้เขาถูกจุดเข้าแล้ว เพราะพื้นผิวเยือกเย็นที่เขาใช้ฉาบใบหน้าของตนเองถูกกระทบจนกะเทาะหลุดออกจนหมดสิ้น เมื่อคำว่า ‘ไม่’ นั้นถูกเปล่งออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นไหวและเต็มไปด้วยอารมณ์ 



    “ผมไม่ยอมให้สิ่งมีชีวิตที่สวยงามอย่างจิมมี่ถูกทำลายด้วยน้ำมือของผู้ชายโสโครกที่มองไม่เห็นคุณค่าของเขา...”


    “ผมเสียใจด้วย คุณเกรเซียน เพราะจิมมี่ของคุณมีชื่ออยู่ในรายชื่อเด็กส่งโทรเลขที่ค้าบริการในซ่องที่ถนนคลีฟแลนด์ และมีชื่อคนที่ซื้อตัวเขาไปปรากฏอยู่ในบัญชีของแฮมมอนด์อย่างชัดเจน” 



    “ไม่... สารวัตร ผมไม่มีทางยอมให้จิมมี่กับคนอื่นเป็นอันขาด” นักแสดงหนุ่มขบกรามแน่น พยายามข่มเสียงและอารมณ์ที่คุกรุ่นของตนเองให้เป็นปกติ “ผมเป็นคนซื้อตัวเขาเอง... ผมใช้ชื่อปลอมซื้อบริการจากจิมมี่ และกำชับนิวเลิฟไม่ให้ส่งตัวจิมมี่ให้คนอื่นนอกจากผม” 



    “รวมถึงเช่าห้องที่ดีนสตรีทด้วย...” 



    “ใช่... ผมทำเอง” เสียงของแอนโธนี เกรเซียนสั่นพร่าอย่างยากจะควบคุมได้ “ผมซื้อตัวเขา ผมเช่าห้องที่ดีนสตรีทให้เขาอยู่ เราหลับนอนด้วยกัน... แต่เราใช้ชีวิตด้วยกันอย่างคู่รักไม่ได้...” 



    เพราะพฤติกรรมรักเพศเดียวกันและการร่วมประเวณีกับผู้ชายด้วยกันเป็นความผิดตามกฎหมายอังกฤษ และเป็นเรื่องที่ยากจะยอมรับได้ทั้งในทางศีลธรรมและทางสังคม และนั่นเป็นเหตุผลที่เขาขอให้ข้าพเจ้ารับปากว่า จะไม่เอาผิด 



    “ผมเข้าใจข้อจำกัดข้อนั้น คุณเกรเซียน” ข้าพเจ้าเอ่ย แต่ไม่ได้แสดงความเห็นใจหรือตอบสนองต่อการแสดงอารมณ์ของเขาทั้งสิ้น “บอกผมได้ไหมว่า คุณใช้ชื่อปลอมในบัญชีนั้นว่าอะไร”



    “อคิลลีส...” 



    คำตอบของเขาดังเพียงกระซิบ



    “เพราะจิมมี่คือเปโตรคลุสของผม...”




    To be continued... 

    -----------------------------------------------  

    หมายเหตุ: ภาพ Cover คือ ภาพ Patroclus โดย Jacques-Louis David (1780) จิตรกรชาวฝรั่งเศส

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
smile515903 (@smile515903)
พ่อหนุ่มแอนโธนีนักรักนี่ช่างอารมณ์สุนทรีสมกับเป็นนักแสดงนะคะ
อคิลลีสคงไม่รู้ว่าเปโตรคลุสของเธออาจจะเป็นอันติโนอุสอีกคน(?)ของฮาเดรียนก็ได้

เอ็นดูสารวัตรโดนจับอาบน้ำค่ะ แอบเห็นด้วยเบาๆ ว่าควรล้มเลิกความอยากพาคุณหมอมาโรงอาบน้ำนะคะ /จินตนาการภาพแมวโดนจับอาบน้ำแล้วสงสาร ;-;
piyarak_s (@piyarak_s)
@smile515903 แอนโธนีวิ่งเล่นในทุ่งลาเวนเดอร์เป็นพักๆ ค่ะ แต่อคิลลีสคนนี้จะรู้ว่าคนของตัวเองเกี่ยวข้องกับใครบ้างหรือเปล่า ต้องตามดูกันต่อไปค่ะ


แง แมวไม่ชอบความรุนแรงในการอาบน้ำเท่าไหร่ค่ะ
zone1978 (@zone1978)
ขอบคุณทีีแต่งให้อ่านนะคะ💕 เป็นกำลังใจให้ค่ะ ตอนนี้ทำเราช็อคไปเลยค่ะ 😳 //แอบขำตอนสารวัตรโดนขัดตัว สงสารรร 5555
piyarak_s (@piyarak_s)
@zone1978 ขอบคุณที่มาอ่านค่ะ ><
ตอนนี้สารวัตรโดนจัดหนักเลยค่ะ 5555