ห้องตรวจหมายเลข 5นักเล่าเรื่อง
ตุ๊กตาแมวสามสี
  •      พยาบาล : พี่ขอเปิดเส้นก่อน เจ็บนิดนึงนะ
    พยาบาลบอกฉันก่อนที่จะจิ้มเข็มลงไปบนหลังมือในแนวเฉียง...เลือดยังไม่ออกมา พยาบาลถอดเข็มออกมาครึ่งหนึ่งและทิ่มลงไปอีกครั้ง กล้ามเนื้อหลังมือของฉันเริ่มปวดเกร็ง...เลือดออกมาแล้ว
         พยาบาล : นี่ไงเจอแล้ว วันนี้ได้เจาะแค่ครั้งเดียวเนอะ ไม่ต้องเจ็บหลายครั้ง
    พยาบาลฉีดน้ำเกลือเข้าไปในเส้นเลือดของฉันและยิ้มอย่างพอใจ ฉันรู้ดีว่าการหาเส้นให้เจอมันไม่ง่ายเลย เพราะฉันเคยสั่งซื้อเข็มมาจากเมืองจีนมา 100 อัน ฉันจำได้ดีว่าพยาบาลเคยบอกกับฉันว่าจะหาเส้นยังไง ตรงที่มันเป็นสีเขียวๆอาจจะเป็นเส้นหลอก คือพอจิ้มเข็มลงไปแล้วเส้นมันจะหด ทำให้หาเส้นไม่เจอ ต้องลองคลำที่หลังมือแล้วรู้สึกว่ามันดึ๋งๆเหมือนมีอะไรซักอย่างอยู่ คืนหนึ่งที่ความเศร้าเข้ามารุมเร้า ความผิดหวังจากการสัมภาษณ์งานไม่ผ่านวกเวียนวนไปวนมาในหัว ความคิดถึงหมอ J ที่ต่อให้สวรรค์เป็นใจยังไงมันก็เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างมันอัดแน่นในหัวสมองเหมือนรอการระบาย ฉันหยิบเข็ม 1 เล่มออกไปที่บันไดหนีไฟ มองลงไปข้างล่างและคิดว่าฉันยังไม่กระโดดลงไปวันนี้หรอก ตอนนี้ฉันขอแค่ได้เห็นเลือดพุ่งออกมาจากเส้นเลือดก็ยังดี มีดผ่าตัดที่ฉันเคยเอามากรีดที่นี่ยังวางอยู่ที่เดิม สิ่งที่เปลี่ยนไปคือมันขึ้นสนิมจนฉันไม่กล้าจับ
    ฉันกำมือแน่นและใช้มือซ้ายคลำๆบนหลังมือขวาอย่างแผ่วเบา ไหนกันนะ ทุกที่มันก็รู้สึกดึ๋งๆหยุ่นๆทั้งนั้นแหละ ไม่มีตรงไหนที่แข็งหรอกนอกจากกระดูกนิ้วมือ ฉันลองเอาเข็มทิ่มแบบสุ่มๆลงไปที่ไหนซักที่บนหลังมือขวา...เลือดไม่ออกมา ฉันดึงเข็มออก เข็มนี้ติดเชื้อโรคแล้ว แต่ฉันก็ยังใช้มันในแผลต่อไป...ต่อไป...และต่อไป ฉันแทงโดนเส้นเลือดครั้งหนึ่งแต่เลือดก็ไม่ได้พุ่งปรี๊ดเป็นสายเหมือนอย่างที่ฉันจินตนาการไว้ ฉันใช้เข็มเล่มเดิมทิ่มๆๆๆลงไปบนหลังมือขวาอย่างโมโห ฉันรู้ว่าฉันเป็นคนที่หาเส้นเลือดยาก ยิ่งไม่ใช่พยาบาลที่ฝึกหัดมาด้วยแล้วยิ่งแทบเป็นไปไม่ได้ เลือดจากรอยทิ่มเข็มไหลย้อยออกมาเล็กน้อย แต่รอยช้ำจากปลายเข็มยังโชว์หราอยู่เหมือนเดิม น่ารังเกียจสิ้นดี
    วันต่อมาฉันต้องไปให้เคตามีนที่โรงพยาบาล ฉันเดินทางไปตั้งแต่เช้า และไม่ลืมควักเอาด้ายแดงจากวัดหลงซานและเหรียญนำโชคจากวัดหวังต้าเซียนออกมาอธิษฐาน 'ขอเถอะนะ วันนี้ขอให้หมอ J เป็นคนทำเคตามีนให้เถอะ' ฉันเก็บของทุกอย่างใส่กระเป๋าตังค์แล้วเดินไปชั่งน้ำหนัก วัดความดัน น้ำหนักยังมากเท่าเดิม ความดันสูงเท่าความสูงของฉัน ฉันเดินอย่างเซ็งๆเอาใบนัดทำเคตามีนไปให้พยาบาลที่เคาท์เตอร์แล้วเดินไปห้องหัตถการพยาบาล 
         พยาบาล : ไหน วันนี้พกเส้นมาด้วยรึเปล่า
    ฉันกำมือซ้ายแล้วยื่นไปให้พยาบาลดู พยาบาลจับมือของฉันพลิกไปพลิกมาอยู่หลายรอบ ใช้นิ้วชี้กดคลำๆอยู่ซักพัก
         พยาบาล : ขอดูอีกมือนึงหน่อยได้มั้ย
         ฉัน : ไม่ได้แล้วค่ะ 
    ฉันยื่นหลังมือขวาที่บอบช้ำไปด้วยรอยเข็มให้พยาบาลดู
         พยาบาล : โห นี่ทำเองหรอ ใช้อะไรทำเนี่ย
         ฉัน : ก็เข็มที่เหมือนของพยาบาลนั่นแหละค่ะ
         พยาบาล : ใช้ไปกี่อันล่ะ ระวังจะติดเชื้อในกระแสเลือดนะ พยาบาลเป็นห่วง
    พยาบาลกลับมาหาเส้นที่หลังมือซ้ายของฉันเหมือนเดิม สุดท้ายแล้วก็แทงเข้าไปเข็มเดียวจบ เลือดไหลออกมาอย่างดี ฉีดน้ำเกลือเข้าไปแล้วเส้นไม่บวม ฉันเดินเอามือที่ถูกติดรั้งด้วยเข็มฉีดยาและหลอดน้ำเกลือไปนั่งรออยู่หน้าห้องหมายเลข 8 ที่เดิม หมอ J เปิดประตูออกมาหาพยาบาลเนื่องจากคนไข้ก่อนหน้าฉันทำเคตามีนเสร็จแล้ว ด้ายแดงจากวัดหลงซานและเหรียญนำโชคจากวัดหวังต้าเซียนใช้ได้ผล! ฉันคือคิวต่อไป เมื่อคนไข้คนก่อนหน้าออกมาจากห้องด้วยอาการสะลึมสะลือ พยาบาลเปิดไฟในห้องสว่างจ้าแล้วเปลี่ยนชุดผ้าปูที่นอนและหมอนใหม่ ฉันขึ้นไปนั่งบนเตียงแล้วยิ้มให้หมอ J
         ฉัน : ไม่เจอกันนานเลย หมอเป็นยังไงบ้างคะ
         หมอ J : สบายดีครับ คุณ K ล่ะ
         ฉัน : สบายดีค่ะ 
    ฉันนอนลงให้พยาบาลติดสายยาเคตามีนเข้ากับสายน้ำเกลือที่เปิดเส้นเอาไว้ สอดแถบผ้าวัดความดันไว้ที่แขนอีกข้างหนึ่ง พยาบาลกดเริ่มให้ยาแล้วปิดไฟให้แสงในห้องสลัวๆก่อนเดินออกไปทิ้งให้ฉันอยู่กับหมอ J ในห้องสองต่อสอง หลังจากหมอสอบถามอาการและให้ฉันทำแบบสำรวจเสร็จเรียบร้อยหมอก็ไปนั่งพิมพ์คอมพิวเตอร์ต๊อกแต๊กๆบนโต๊ะที่ไม่ห่างจากเตียงมากนัก
         ฉัน : หมอคะ
         หมอ J : คร้าบบบ
         ฉัน : ขอถามอะไรหน่อยสิคะ
         หมอ J : ว่ามาเลยครับ (หมอย้ายมานั่งบนเก้าอี้ข้างเตียงที่ฉันนอนอยู่)
         ฉัน : หมอมีแฟนรึยังคะ
         หมอ J : มีแล้วครับ
    ฉันรู้สึกห้องหมุนเหมือนจะอาเจียน ภายในใจเหมือนตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม หน้าซีด ปากแห้งและคอแห้งผาก สิ่งเดียวที่ยังเปียกอยู่ตอนนี้คือตาของฉันเอง น้ำตามันเอ่อล้นออกมาไม่ขาดสาย หมอยังไม่ทันได้สังเกตเห็น ฉันนอนร้องไห้เงียบๆอยู่อย่างนั้นจนเริ่มคัดจมูก ฉันสูดน้ำมูกหนึ่งครั้ง
         หมอ J : ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้างครับ
         ฉัน : รู้สึกอกหักค่ะหมอ ช่วยด้วย ฉันต้องทำยังไงดีไม่ให้รู้สึกอย่างนี้
         หมอ J : อกหักจากอะไรครับ (หมอเปลี่ยนมายืนข้างเตียงคนไข้ แล้วยิ้มกรุ้มกริ่ม)
         ฉัน : อกหักจากหมอไงคะ (ฉันร้องไห้สะอึกสะอื้นจนหน้ากากผ้าเปียกเละเทะไปหมด)
         หมอ J : 5555 คุณ K หมอล้อเล่น (หมอยื่นกระดาษทิชชู่ให้ฉันเช็ดน้ำตาและน้ำมูก)
         ฉัน : ห่ะ? ล้อเล่นเรื่องอะไรคะ
         หมอ J : เรื่องที่หมอมีแฟนไง หมอยังโสดครับ
    ฉันเงียบไปแต่ห้องยังหมุนเคว้งคว้างอยู่ ในสมองงงไปหมดแล้วว่าฉันควรจะรู้สึกยังไงดี โล่งอกที่หมอยังไม่มีแฟน? โกรธที่หมอโกหกฉัน? เสียใจที่หมอต้องโกหกฉันเพราะกลัวฉันจีบ? หมอใช้มือซ้ายยกขึ้นมาแตะหัวฉันแล้วลูบขึ้นลงเบาๆ
         ฉัน : หมออย่าทำอย่างงี้ค่ะ ฉันหวั่นไหว
         หมอ J : แล้วรู้สึกดีขึ้นมั้ยล่ะ
         ฉัน : ค่ะ
    หมอลูบหัวฉันไปเรื่อยๆพร้อมกับสังเกตความดันของฉัน หมอเดินไปบันทึกความดันบ้างและกลับมายืนข้างฉันเหมือนเดิมบ้าง รอยยิ้มในความมืดของหมอมันเจิดจ้าจนฉันเขิน หมอเดินกลับไปที่โต๊ะและรื้อเอาของบางอย่างออกมา
         หมอ J : อะ หมอให้
    ฉันรับมันมา มันคือตุ๊กตาแมวนุ่มนิ่มที่ฉันเดาสีไม่ออกเพราะห้องยังมืดสลัวอยู่ ฉัดกอดเอาไว้เหมือนที่อยากกอดหมอจับใจ
         หมอ J : หมอเขียนไอดีไลน์ของหมอไปให้แล้วนะ
         ฉัน : เราติดต่อกันได้แล้วหรอคะ
         หมอ J : ได้แล้วครับ ผมอนุญาตแล้ว
         ฉัน : ขอบคุณค่ะ
    หมอใช้มือประคองหัวของฉันขึ้นจากหมอนเล็กน้อย มือขวายื่นออกมาแกะผ้าปิดปากของฉัน แล้วค่อยๆโน้มตัวลงมา ฝีปากของเราประกบกัน ฉันรู้ว่าปากของฉันมันเปียกไปด้วยน้ำตา ส่วนปากนุ่มนวลสีชมพูของหมอรื้นไปด้วยน้ำลาย ริมฝีปากบดบี้เข้าด้วยกันอยู่ประมาณ 2 นาที ฉันกอดตุ๊กตาแมวไว้แน่น มือข้างหนึ่งแตะหลังของหมอไว้ไม่อยากให้เราห่างไกลกัน หมอถอนปากออกไป ค่อยๆวางหัวของฉันไว้บนหมอนตามเดิม หมอยิ้ม ใส่ผ้าปิดปากให้ฉันอย่างเบามือ แสงมืดสลัวในห้องเหมือนจะเจิดจ้าขึ้น ฉันเห็นใบหน้าหล่อเหลาของหมอชัดเจน รอยยิ้มนั้นอีกแล้ว รอยยิ้มที่ฉันรักและให้กำลังใจฉันได้เสมอมา
         หมอ J : หลับไปเลยก็ได้นะ เดี๋ยวหมอเปิดเพลงให้
    หมอลูบหัวของฉันสองครั้งก่อนกลับไปนั่งที่โต๊ะและเปิดเพลง Yellow เวอร์ชั่นภาษาจีนที่ประกอบเรื่องเหลี่ยมโบตั๋นให้ฉันฟังคลอเบาๆ ฉันกอดเจ้าตุ๊กตาแมวนุ่มนิ่มตัวนั้นเอาไว้ไม่ห่างกาย แล้วหลับตาลง
    .
    .
    .
    ฉันตื่นขึ้นมาและพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงในคอนโด ในอ้อมกอดมีตุ๊กตาแมวสามสีนุ่มนิ่มที่ฉันซื้อมาเองจากร้าน Miniso ทุกอย่างล้วนเป็นความฝัน...มันจะเป็นจริงได้ยังไงในเมื่อเหตุการณ์ในฝันนั้นล้วนผิดจรรญาบรรณแพทย์ อย่าหวังอะไรกับหมอ J ผู้เคร่งครัดในกฎเกณฑ์เลย ฉันหยิบมือถือขึ้นมาดูเวลา ตี 2 เวลาที่ฉันมักตื่นขึ้นมาแม้จะกินยาก่อนนอนไปถึง 6 เม็ด รูปหมอ J โชว์หราอยู่ที่หน้าจอมือถือ น้ำตาของฉันหลั่งริน

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in