ห้องตรวจหมายเลข 5นักเล่าเรื่อง
หมอขอล่ะครับ นั่งลงก่อน
  • “หมอขอล่ะครับ นั่งลงก่อนดีกว่า หมอเห็นตอนคุณนอนค่าชีพจรมันดีมากเลยนะ” หมอ J พูดง้อฉันหลังจากที่ฉันลุกขึ้นมานั่งบนขอบเตียงแล้วสะบัดขาไปมาอย่างสบายใจตอนให้ยาเคตามีน ฉันรู้สึกกระตือรือร้นอะไรซักอย่างแปลกๆตอนที่ให้ยาครั้งนี้ อาจจะเพราะหนึ่งฉันคิดว่ามันเป็นการให้เคตามีนครั้งสุดท้ายของฉัน และสองหมอ J เป็นคนทำเคตามีนให้ ชื่อหมอที่ติดไว้หน้าห้องทำฉันแทบเต้นระบำอินเดีย นานๆโชคชะตาจะเข้าข้างฉันซักทีหนึ่ง ก็คงต้องรอเป็นตอนสุดท้ายของชีวิตล่ะมั้ง ฉันล้มตัวลงนอนบนเตียงดัง ตึ้ง!! แล้วมองดูมือตัวเองโบกไปโบกมาในอากาศ
    “เอาอย่างงี้มั้ยครับ เดี๋ยวผมจะให้ยาระงับเรื่องหัวใจไปฉีดดีกว่า ผมว่าความดันมันจะแรงไปละ” หลังจากนั้นแหละหลังมือฉันก็แสบไปด้วยฤทธิ์ยาระงับหัวใจหรืออะไรซักอย่างของหมอ J ไม่ใช่แค่เรื่องสรรพเพเหระเท่านั้นที่เราคุยกันในวันนี้ แต่ฉันยังเล่าถึงแผนการณ์สูดก๊าซพิษและกินยาลดความดันเกินขนาดด้วย หมอ J ขมวดคิ้วแน่น
         หมอ J : วันนี้คุณต้องแอดมิทนะครับ
         ฉัน : ห่ะ ไม่นะคะ ไม่แอดมิทค่ะ
         หมอ J : นะครับ ครั้งนี้หมอว่ามันจำเป็นจริงๆ นะ (หมอเริ่มอ้อน)
    หลังจากนั้นหมอ J ส่งหมอเข้ามาอีกสองคนเพื่อมาเกลี้ยนกล่อมให้ฉันแอดมิท แต่ก็ไม่ได้ผล จนสุดท้ายต้องมาจบที่หมอ J มาพูดอีกครั้งด้วยน้ำเสียงอ้อน บวกกับหน้าอ้อนกว่าปกติ จนฉันยอมใจต้องไปตรวจร่างกายและ Covid-19 ก่อนจะเข้าแอดมิท ระหว่างที่กำลังรอผลเลือดและ Covid ฉันได้ยินหมอ J พูดกับพยาบาลหน้าห้องอย่างพยายามกระซิบว่า “ผมบอกให้เค้ารอผลเลือดก่อนป้องกันเค้าหนี” อ้อออ มันเป็นอย่างงี้นี่เอง หลังจากนั้นฉันจึงเปลี่ยนมานั่งหน้าห้องและเม้ามอยกับพี่พยาบาล หูเจ้ากรรมมันดันได้ยินมาอีกว่า
         พยาบาล 1 : เตียงเต็มอ่า
         พยาบาล 2 : ต้องส่งรีเฟอร์ไปแอดมิทโรงพยาบาลอื่น
    สิ้นเสียงนั้นฉันนั่งไม่ติดที่ ฉันได้ข่าวมาว่าโรงพยาบาลอื่นวอร์ดผู้ป่วยจิตเวชนรกมาก ฉันไม่เสียเวลาไปเด็ดขาด ฉันรีบวิ่งออกมาจากแผนกจิตเวชผู้ใหญ่และลงลิฟท์ไป MRT ทันที เย็นนั้นมีคนโทรตามฉัน 13 สาย สองทุ่มคืนนั้นฉันผสมน้ำยาล้างห้องน้ำและไฮเตอร์เข้าด้วยกัน กินยาทุกชนิดที่ฉันมี ทั้งยาต้านเศร้าและยาความดัน ฉันทนกลิ่นของสารพิษไม่ได้จนต้องเปิดหน้าต่างห้องน้ำและมานั่งพักบนโซฟา กว่าจะเดินมาถึงโซฟาได้ก็เวียนหัวตาลายจนล้มลงข้างเตียง เหงื่อแตกพราวทั้งหน้าและลำตัว การหายใจเริ่มติดขัดและหอบเหนื่อย ฉันหยิบเครื่องวัดความดันมาใช้อย่างทุลักทุเล 62!!!! ฉันควรโทรหา 1669 แต่ด้วยคุณภาพของสาธารณสุขไทยในตอนนี้ ไม่มีใครขับรถมารับฉัน ฉันหลับไปด้วยฤทธิ์ยานอนหลับร้อยกว่าเม็ดที่กินเข้าไป
    เสียงหัวใจเต้นแรงปลุกฉันให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ฉันยังไม่ตาย! ฉันกดเครื่องวัดความดันที่รัดคาเอาไว้ที่แขน 95 ดูดีขึ้น แต่ยังไม่ใช่ปกติสำหรับฉัน ฉันรีบเก็บกระเป๋าและของใช้จำเป็นต่างๆเรียกรถแท็กซี่ไปห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลที่ฉันรักษาจิตเวชอยู่ พยาบาลรีบเข็นฉันเข้าห้องฉุกเฉินและตรวจวัดร่างกายเบื้องต้นต่างๆ ไม่นานมีหมอเดินเข้ามาพูดกับฉัน
         หมอ : คนไข้จะสวนสายปัสสาวะดีหรือว่าจะใส่ผ้าอ้อมอย่างเดียวดีคะ
         ฉัน : เอาที่หมอสะดวกเลยค่ะ
         หมอ : ถ้างั้นหมอให้พยาบาลมาสวนให้นะคะ
    หลังจากรูดปิดม่านเรียบร้อย พยาบาลสองคนก็มารื้ออวัยวะเพศของฉัน! แม้แต่ตัวฉันเองยังไม่เคยเห็นรูปัสสาวะของตัวเองเลยด้วยซ้ำ นี่ต้องมานอนฉีกขาให้พยาบาลช่วยกันหาให้ ชีวิตของฉันไม่มีอะไรน่าอนาจใจมากไปกว่านี้อีกแล้ว เอาเลย จะทำอะไรก็เอาเลย ฉับพลันพยาบาลสวนสายปัสสาวะเข้าไปทางรูฉี่ของฉัน ฉันเกร็งจนหลังแอ่นอยู่บนเตียง แต่ความรู้สึกหลังจากนั้นฉันพบว่ามันดีมาก เมื่อสวนสายเข้าไปซักพักความเจ็บและจุกจะหายไป มีเพียงความว่างเปล่า ฉันไม่ต้องเดินไปเข้าห้องน้ำเลย และไม่รู้สึกปวดฉี่ด้วย เมื่อมีน้ำลงไปที่กระเพาะปัสสาวะ มันก็ลงไปตามท่อหมด แต่อย่าคิดว่ามันจะจบแค่นั้น เวรกรรมของคนฆ่าตัวตายไม่ได้มาแค่นี้แน่นอน หลังจากที่เอาสายสวนออก (ซึ่งเจ็บมาก) การปัสสาวะของฉันก็ไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย มันจะเจ็บและจุกทุกครั้งเหมือนโดนใครเอาท่อมาสวนรูปัสสาวะของฉันแถมยังมีเลือดออกเล็กน้อยอีกด้วย
         A : ทำไมทำตัวไร้ประโยชน์ขนาดนี้วะ?
         B : ไร้ประโยชน์ยังไง?
         A : ก็นอกจากจะหาเงินไม่ได้แล้วยังเป็นตัวผลาญเงิญอีก
         B : (ไม่มีอะไรจะเถียง)
         A : อยากเอาเงินไปซื้อหนังสือเข้าร้าน? จะไปหามาจากไหนนักหนา?
         B : ไปกู้ไง ที่คิดไว้ว่าจะทำถ้าไม่ตายอ่า
         A : แล้วเอาปัญญาที่ไหนมาผ่อน!!
         B : เออว่ะ ขายหนังสือได้กำไรก็หายไปไหนไม่รู้
         A : ถ้ามีชีวิตอยู่แล้วรายจ่ายเยอะขนาดนี้ ตายไปดีกว่ามั้ย? ไม่เปลืองทรัพยากร ไม่เปลืองเงิน ตายไปมีแต่ประโยชน์
         B : จงบอกประโยชน์ของการมีชีวิตมา 1 ข้อ
         A : มีคนช่วยเลี้ยงหลาน แต่เด็กพวกนั้นใครจะดูแลก็ได้ปะวะ
         B : แล้วโครงการเพื่อคนซึมเศร้าอ่า ไม่ทำแล้วหรอ?
         A : แล้วตอนเราร้องไห้จะเป็นจะตายมีใครที่ไหนมาประคองเราบ้างมั้ย? ไม่มี!!! ทำไมเราต้องทำอะไรเพื่อคนอื่นในเมื่อคนอื่นไม่เคยเห็นหัวเราด้วย
         B : (ไม่มีไรจะเถียง)
         A : โดดตึกมั้ย?
         B : รอก่อน รอพบหมอซักครั้งก่อน
         A : เค
    นี่คือการบ้านที่นักจิตวิทยาให้ฉันทำ คือการคุยกับตัวเอง สุดท้ายคำตอบมันก็คือการฆ่าตัวตายครั้งที่ 7 

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
Marly (@fb9618227139732)
ดีใจที่แจ้งเตือนอัพเดตเป็นคุณนะคะ :)