Cineflixswiftism
Doctor Sleep (2019) - ลางนรก

  • สั้นๆสำหรับใครที่ไม่อยากอ่านยาวๆนะครับ นี่คือหนังที่เจ๋งที่สุดเรื่องนึงของปีนี้เลยครับ!

    เล่าก่อนว่าผมต้องเปิด The Shining ดูอีกรอบเลย เพราะดูครั้งแรกก็นานจนลืมเนื้อหาไปหมดแล้ว กลัวว่าจะดู Doctor Sleep ไม่รู้เรื่อง ซึ่งครั้งนี้ดูในเน็ตฟลิกซ์ เป็นฉบับ European Cut ยาวแค่ราวๆสองชั่วโมง แต่ครั้งแรกที่ดูคือผมซื้อแผ่นดีวีดีมา เป็นฉบับ theatrical ยาว 146 นาที ทั้งสองฉบับนี้ผมไม่เห็นว่าจะต่างอะไรกันเท่าไร เพียงแค่แบบสั้นมันกระชับกว่า (ซึ่งผกก. Stanley Kubrick เค้าก็แนะนำแบบสั้นมากกว่านะ)

    ซึ่งผมก็คิดถูกแล้วที่ย้อนดู เพราะ Doctor Sleep มันใจร้ายกับคนที่ไม่เคยดูมาก่อนมากๆ อาจจะมีเปรยๆถึง The Shining นิดหน่อย แต่นอกนั้นก็เป็นเรื่องราวใหม่ไปเลย ถ้าไม่เคยผ่านตามาเลยคงมีเกาหัวแน่เลย 

    เรื่องนี้ก็ทำหน้าที่เป็นภาคต่อโดยตรงเลยนะครับ ว่าด้วยแดนนี่ (Ewan McGregor) ในวัยที่แก่ตัว ที่จำใจต้องมาปกป้องแอบรา (Kyliegh Curran) เด็กสาวที่มีญาณวิเศษเช่นเดียวกับเขา จากลัทธิประหลาดที่กินวิญญาณของคนที่มีพลังวิเศษเป็นอาหาร

    (source: IMDb)
    ชอบมากๆเลยครับ หวังไว้เยอะเหมือนกันตอนเห็นรีวิวจากต่างประเทศ ได้ดูจริงๆก็รู้สึกเหมือนกันเลยครับ ไม่ผิดหวังเลย คือมันพาเรากลับไปสู่บรรยากาศเดิมๆแบบ The Shining ได้อย่างสนิทใจ ในขณะเดียวกันก็ใส่ element ใหม่ๆเข้ามาผสมกับวัตถุดิบเดิมๆได้ลงตัวมาก

    Mike Flanagan นี่เค้าทำเรื่องไหนก็ออกมาดีทุกเรื่องเลย ผมยังดู The Haunting of Hill House ไม่จบ แต่ดูเรื่องนี้จบแล้วแทบจะเปิดเน็ตฟลิกซ์ทันทีที่ออกมาจากโรงเลย แกมักจะใส่ความดราม่าลงไปในหนัง สมมติว่ามีชามอยู่ใบนึงที่มีความน่าสะพรึงเต็มไปหมด แกก็จะเหยาะปมหรืออะไรก็ตามที่เป็น conflict ในใจตัวละคร ใส่ลงไปในชามแล้วคลุกเคล้ากัน สุดท้ายก็ออกมาอร่อยถูกปาก ได้ทั้งความน่ากลัวและความเป็นมนุษย์ที่จับต้องได้ในเวลาเดียวกัน

    ที่ชอบมากๆอย่างนึงคือโทนหนังมันไม่ได้มาเป็นสยองขวัญจ๋าๆ แต่กลับเป็น supernatural + thriller เป็นเรื่องราวของคนมีพลังจิต ประหนึ่ง X-Men ยังไงยังงั้น แต่หนังไม่ได้มีฉากแอ็คชั่นปล่อยพลัง telekinesis ใส่กันตู้มต้ามเลยนะ กลับกัน ผกก.เค้าค่อยๆสร้างบรรยากาศตึงเครียด คุมหนังตลอดทั้งเรื่องได้ดี เปรียบเสมือนรถไฟเหาะที่ช่วงแรกจะไม่ค่อยหวือหวามาก แต่พอขึ้นเนินแล้วเราก็ลุ้นเหลือเกินว่ามันจะลงดิ่งเมื่อไหร่ กับเรื่องนี้มีครบครับ มาเป็นรถไฟเหาะตีลังกาเลยแหละ

    อีกอย่างคือพาร์ตตัวละคร คือผกก.เค้าเก่งเรื่องสร้างตัวละครให้ออกมาเป็นมนุษย์อยู่แล้ว มาเรื่องนี้ยิ่งทำดีเข้าไปใหญ่ อย่างพระเอกงี้ ไม่มีวินาทีไหนเลยที่เราไม่เอาใจช่วยเขาให้ผ่านวิกฤตนรกไปได้ หนังสยองหลายๆเรื่องถ้าทำพาร์ตนี้ออกมาดีมันจะช่วยให้เรามีอารมณ์ร่วมได้มากขึ้นเลยนะ

    ทั้งนี้ต้องชื่นชมเหล่านักแสดงในเรื่องด้วย เริ่มจากพี่โอบีวันก่อนเลย จะ 50 แล้วยังหล่อมากกกกก ในเรื่องก็ดูโทรมจนเราอดเห็นใจไม่ได้เลยจริงๆ น้อง Kyliegh ก็ดูแกร่ง มีซีนเป็นของตัวเองเยอะมาก และที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ Rebecca Ferguson ในบทโรส เดอะ แฮต ตัวร้ายของเรื่อง เป็นตัวละครที่เท่และสวยมาก น่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวร้ายแห่งปีได้ไม่ยากนัก

    (source: IMDb)
    ผมรู้สึกว่ามันเจ๋งมากเลย เป็นหนังที่ยาวสองชั่วโมงครึ่ง แต่ไม่น่าเบื่อเลยสักวินาทีเดียว เคยบ่นไปว่าถ้าหนังเรื่องไหนน่าเบื่อผมจะชอบหยิบนาฬิกาขึ้นมาดู แต่กับเรื่องนี้แทบจะลืมเวลาไปเลย ไม่อยากให้จบเลยนะ คือมันยำทั้งสยอง (นิดหน่อย) ทริลเลอร์ จิตวิทยา และเรื่องพลังจิตผสมกันได้รสชาติกลมกล่อมมากจริงๆครับ ผกก.เค้าใส่เอาปมต่างๆมาให้เราได้ลุ้นอยู่เรื่อยๆ และที่สำคัญ แทบไม่มี jump scare ในเรื่องเลยยยยยย อันนี้ดีมาก ไม่จู่โจมคนดูด้วยเสียงดังๆ แต่มาแบบตรงๆจะๆเลย เจ๋งมาก

    แนะนำให้ดู The Shining มาก่อนมากๆ ไม่งั้นมีงงแน่นอน แต่สำหรับใครที่ดูมาแล้ว ผมคิดว่าการที่คุณจะได้เห็นโรงแรมโอเวอร์ลุคในรูปแบบเดิมอีกครั้ง มันก็น่าจะคุ้มค่าตั๋วที่สุดแล้วแหละครับ

    ปล. : ผมยังไม่ได้อ่านนิยายแฮะ เลยไม่ทราบว่าต่างกันยังไงบ้าง
    ปล. 2 : ที่หลายคนบอกว่าเป็นหนึ่งในหนังที่ดัดแปลงจากนิยายของ Stephen King ที่ดีที่สุด ผมว่าไม่เกินจริงเลยครับ

    Score: 9/10

    Directed by: Mike Flanagan
    Based on the novel by: Stephen King
    Screenplay by: Mike Flanagan
    Genre: Drama, Horror, Thriller
    Runtime: 151 mins

    ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านเช่นเคยครับ ^^
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in