You, Me and London (unfinished)ad.ar
You, Me and London | 06 Here Comes The Sun
  • Chapter 06 | Here Comes The Sun

    Little darling, I feel that ice is slowly melting
    Little darling, it seems like years since it's been clear
    Here comes the sun
    Here comes the sun, and I say
    It's all right— The Beatles - Here Comes The Sun


    23 ตุลาคม 2013
    อาทิตย์นี้ก็เป็นอาทิตย์สุดท้ายที่ฉันจะได้อยู่ที่ลอนดอนแล้ว อีกไม่กี่วันก็จะต้องกลับไทย ไปเผชิญหน้ากับหลายๆอย่างที่รอเราอยู่ เมื่อวันศุกร์ที่แล้วเพื่อนๆชาวอิตาลีก็ได้ร่ำลาและได้บินกลับประเทศไปอีก 1 กลุ่ม ถือเป็นการบอกลาครั้งที่ 2 ของฉันในลอนดอน ฉันรู้สึกว่าสนิทกับเพื่อนกลุ่มนี้กว่าชาวรัสเซีย อาจเป็นเพราะฉัันเป็นคนไทยคนเดียวในคลาส อาจจะเป็นเพราะอาจารย์ให้จับกลุ่มดูแลกันตลอดเวลา หรืออาจเป็นเพราะอายุเราไล่เลี่ยกัน ไม่ว่าเหตุผลอะไรก็ตาม ฉันรู้สึกขอบคุณที่ทำให้ฉันได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆกลุ่มนี้ ตอนคลาสสุดท้ายจบลงฉันก็ได้ทำการแลก facebook กับเพื่อนๆที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน และทั้งคนที่นั่งห่างกันเป็นเมตร แต่ฉันรู้สึกถูกชะตาเลยเข้าไปพูดคุยด้วย เราได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกให้ให้คำสัญญาว่าหากใครมาเที่ยวบ้านเกิดของใคร คนนั้นจะต้องพาเที่ยว การร่ำลาผ่านไปได้ด้วยดี เพื่อนๆชาวอิตาลีก็ได้เดินทางกลับประเทศโดยสวัสดิภาพ อาทิตย์นี้ก็คงเหลือเพียงแต่ฉันในคลาสที่ยังไม่รู้ว่าเพื่อนใหม่จะเป็นชาวอะไร มาจากไหน และในขณะเดียวกันอาทิตย์นี้ฉันและเพื่อนๆชาวไทยคงต้องเป็นฝ่ายกล่าวคำร่ำลาเพื่อนๆประเทศอื่นเพื่อกลับบ้านเหมือนกัน 



    อย่างที่บอกว่าอาทิตย์นี้เป็นอาทิตย์สุดท้ายของฉันในลอนดอน แพลนในตอนบ่ายหลังเลิกเรียนวันนี้จึงเป็นการทัวร์ลอนดอนอย่างเต็มรูปแบบ ตะลุยสถานที่ที่ถ้าไม่ไปถือว่ามาไม่ถึง ไม่ว่าจะเป็น Big Ben, Westminster Abbey, St.James's Park หรือแม้กระทั่ง Buckingham Palace และคนพาทัวร์คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากไบรอัน #คนเศร้า2013 ซึ่งตอนนี้ดูยิ้มเเย้มเป็นปกติแล้ว คงทำใจได้ประมาณนึง วันนี้ท้องฟ้าปลอดโปร่ง เหมาะกับการถ่ายรูปมากกกกก เป็นพิเศษ ซึ่งถือเป็นโชคดีของพวกเรา ขณะเดินทางบนรถไฟ ฉันก็ได้ทำกิจกรรมคลาสสิกนั่นก็คือใส่หูฟัง
    I've been roaming around
    Always looking down at all I see
    Painted faces, fill the places I can't reach
    You know that I could use somebody
    You know that I could use somebody

    เพลงที่แรนดอมมาตอนนั้นคือเพลง Use Somebody ของ Kings of Leon ซึ่งหน้าจอของฉันหรือไม่ก็เพลงที่เปิดคงดังทะลุหูฟังออกมาพอสมควร เพราะมีช่วงจังหวะนึงที่ฉันสบตาไบรอันแล้วไบรอันก็พูดขึ้นมาว่า I love that song พร้อมชี้มาที่โทรศัพท์ ฉันเพียงเเต่ตอบกลับไปว่า I know right พร้อมทำหน้าเข้าอกเข้าใจความหมายของเพลงเป็นอย่างดี
    Off in the night, while you live it up, I'm off to sleep
    Waging wars to shape the poet and the beat
    I hope it's gonna make you notice
    I hope it's gonna make you notice
    Someone like me
    Someone like me
    Someone like me, somebody

    พักหลังมานี้ฉันและไบรอันคุยกันเรื่องเพลงบ่อยมาก ฉันชอบให้เขาแนะนำเพลงใหม่ๆ หรือเพลงที่เขาชอบฟังอยู่ในขณะนั้น เพราะฉันเชื่อว่า playlist หรือการฟังเพลงของคนคนนึงสามารถบอกตัวตนของเขาได้ (ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานก็มีหนังเรื่อง Begin Again ออกมาพร้อมกับวลีเด็ด "you can tell a lot about a person by what's on their playlist." ซึ่งมันโดนใจฉันมากกกกกก) เออมีอีกเรื่องที่ฉันลืมบอกไป ฉันกับไบรอันมีช่องทางติดต่อในช่วงที่ไม่ได้เจอกันก็คือไลน์ อย่าเพิ่งงงว่าทำไม่ฝรั่งถึงใช้ไลน์ อย่างที่บอกไบรอันเคยมีเเฟนเป็นคนไทย แถมยังต้องติดต่อกับพี่กุ๊กซึ่งก็เป็นคนไทยอีก จึงไม่แปลกที่จะมีไลน์ 




    ข้ามมาถึงการเที่ยวสำรวจลอนดอนวันนี้ ถือเป็นการเช็คอินที่สำคัญที่ต้องมาเลยก็ว่าได้ ทุกคนต่างก็ถ่ายรูปกันรัวๆ วานคนนู้นคนนี้ถ่ายบ้าง เซลฟี่เองบ้าง ซึ่งฉันก็ทำหน้าที่เป็นตากล้องให้คนอื่นอยู่บ่อยครั้ง การเดินทางในเเถบนั้นก็ใช้การเดินเท้าเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งวันนี้ฉันได้ถือกระเป๋า Cambridge Satchel สี neon pink ไป (มารู้ทีหลังจากอาจารย์ที่สอน ใน ISIS Study Centre ว่าเพื่อนอาจารย์เป็นเจ้าของ ถ้าอยากได้ discount บอกได้ อ่าวซื้อมาแล้วทำไงได้ละอาจ๊านนนน) ซึ่งไบรอันแอบนินทาฉันกับน้องคนไทยว่า ฉันไม่มีทางหลงเเน่นอน ยังไงก็หาตัวเจอ พร้อมชี้ไปที่กระเป๋าสีชมพูนีออนนั้น โธ่ก็เเฟชั่นอะ ทำไงได้ 



    หลังจากเดินเช็คอินถ่ายรูปจุดสำคัญต่างๆในลอนดอนแล้ว ก็มาถึงที่สุดท้ายของวันนี้ นั่นก็คือ Buckingham Palace ซึ่งจุดนี้ทุกคนใช้เวลาหามุมและถ่ายรูปกันนานเป็นพิเศษ อาจเพราะเป็นที่สุดท้ายแล้วจึงไม่ต้องรีบ ทำให้ฉันผู้ที่ถ่ายรูปและซึมซับบรรยากาศจนหมดแล้วต้องมายืนแกร่วคอยกับไบรอันอยู่ 2 คน ซึ่งก็ยืนเงียบๆดูเพื่อนๆพี่ๆน้องๆถ่ายรูปกันอยู่ซักพักไบรอันก็พูดขึ้นมาว่า should we take some photos? ฉันหันไปมองหน้าแบบงงๆเเล้วก็ได้เเต่ตอบรับไป โดยอาสาใช้โทรศัพท์ตัวเองในการเซลฟี่ เนื่องจากโทรศัพท์ของไบรอันนั้นถูกพันไปด้วยหูฟัง คงนานกว่าจะแกะออกมาได้ หลังจากที่ตอบตกลงไป อยู่ๆไบรอันก็เอามือมาโอบไหล่แล้วก็เอียงหัวลงมาพิงตรงหัวของฉัน ณ จุดนี้คืออยู่ๆทุกอย่างก็ blank เหมือนระบบทุกอย่างหยุดสั่งการ ฉันทำได้เพียงยิ้มและกดถ่าย ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก รู้ตัวอีกทีคือไบรอันบอกกับฉันว่า อย่าลืมส่งมาให้นะพร้อมกับทำหน้ายิ้มร่าเริง 


    หลังจากเหตุการณ์นี้เราก็ได้พูดคุยกันอีกนิดหน่อยตลอดทางกลับที่พัก ก่อนนอนคืนนี้ทำให้ฉันคิดได้ว่าก่อนกลับไทยควรทำอะไรให้ไบรอัน นั่นก็คือ 1.ทำสิ่งที่ฉันถนัดที่สุดนั่นก็คือ วาดรูป และ 2.เขียนจดหมาย คืนนี้ฉันจึงตัดสินใจลงมือทำทั้ง 2 อย่างนี้ให้เสร็จเพราะไม่รู้ว่าวันกลับจะได้เจอไบรอันอีกมั้ย เพราะถ้าไม่ พรุ่งนี้และมะรืนจะเป็น 2 วันสุดท้ายที่ฉันจะได้เจอกับเขาแล้ว... 
                                                      ________________________________




    ปล. จะมาบอกว่าทักทายกันได้ใน twitter @adarisgood นะคะ อีกไม่กี่ chapter ก็คงจบเเล้ว ถ้ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับการไปเรียน หรือการใช้ชีวิตที่นู่น หรือเรื่องที่ไม่ได้เขียนเอาไว้ในนี้ก็ถามกันมาได้นะ สุดท้ายนี้อยากบอกว่า Merry Christmas ค่า
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in