#ดิออนออนเดอะโรลdionyk
08 : AP101 (วิชาออแพร์)
  •      สวัสดีค่ะทุกคน กลับมากับอีพีที่ 08 นะคะ ก่อนอื่นเลยเรามาเพราะมันมีกระแส #ย้ายประเทศกันเถอะ นั่นแหละค่ะ แล้วมีคนดีเอ็มมาถาม ไม่ได้เยอะมาก แต่ก็มี เราเลยกะจะมาเล่าประสบการณ์ตัวเองขยายความต่อจากอีพี 01 อีกนิดนึง และมาแนะนำรายละเอียดโครงการและขั้นตอนแบบชัดเจนที่สุดเท่าที่จะทำได้ให้ทุกคนได้เก็บข้อมูลกันก่อนจะตัดสินใจเข้าร่วมโครงการนะคะ หวังว่าเราจะตอบคำถามได้ชัดเจนและเป็นประโยชน์กับทุกคน ถ้าพร้อมแล้ว เรามาเริ่มกันเลยค่า :)


    Pre - ก่อนมาเป็นออแพร์
         เริ่มกันที่ขั้น Pre เลยนะคะ ขยายความจากอีพี 01 เนอะ หลายคนเห็นเพื่อนเราและคนอื่นๆไปแนะนำในกลุ่มย้ายประเทศกันเถอะ แล้วก็มีความสนใจแต่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับโครงการเลย จริงๆเราได้เขียนแนะนำไปแบบคร่าวๆแต่ก็ถือว่าเยอะมากในอีพี 01 ไปแล้ว แต่ก็นั่นแหละค่ะ มาอธิบายกันอีกรอบให้มันชัดเจนที่สุดเลยดีกว่า ถ้าทุกคนพร้อมแล้วมาทำความรู้จักโครงการออแพร์ให้มากขึ้นกันอีกขั้นด้วยกันนะคะ

    - ออแพร์คืออะไร?
         ออแพร์คือพี่เลี้ยงเด็กแหละค่ะ แต่ออแพร์มาทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็กในฐานะผู้มาแลกเปลี่ยนด้วยวีซ่า J-1 โดยที่เราจะต้องอาศัยอยู่กับโฮสต์แฟมมิลี่ พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนค่าเล่าเรียนจากโฮสต์ด้วยค่ะ โดยออแพร์มีความแพร่หลายในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศยุโรปค่ะ หลังจากครบสัญญา 1 ปี ออแพร์จะมีโอกาสท่องเที่ยวต่อในสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 30 วันอย่างถูกกฎหมายด้วยค่ะ แถมยังต่อสัญญาได้อีก 1 ปีด้วยนะคะ

    - ออแพร์ได้รับสิทธิอะไรบ้าง?
         มีคนถามเข้ามาเหมือนกันนะคะว่าออแพร์ได้อะไรบ้าง เงินเดือนพอมั้ย แล้วต้องทำงานยังไง เลือกเด็กได้มั้ย เอาจริงๆเลยตอนเราสมัครเข้าโครงการ เราไม่เคยมีคำถามในหัวเลยค่ะ เราไม่ได้สนเรื่องเงินเท่าไหร่ เพราะมาอเมริกาทั้งทีก็อยากจะใช้ชีวิตให้มันคุ้มที่สุด แต่เรามามันติดโควิดพอดีนี่แหละค่ะ เลยไม่คุ้มอะไรเท่าไหร่ แต่มาตอบคำถามข้อนี้ให้ทุกคนที่สงสัยทราบกันนิดนึงเนอะ

         + สิ่งที่ออแพร์จะได้รับ
              -  สัญญาการเป็นออแพร์อยู่ที่ 1 ปี และสามารถเลือกต่อได้ 6, 9 หรือ 12 เดือน
              -  ได้รับค่าตอบแทนเป็นรายสัปดาห์ 195.75$ ต่อสัปดาห์
              -  ได้รับการสนับสนุนค่าเล่าเรียนจากโฮสต์แฟมมิลี่ จำนวน 500$ เราสามารถเลือกเรียนอะไรก็ได้ตามความสนใจ แต่ต้องเก็บหน่วยกิตครบ 6 หน่วยกิต หรือ 60 ชั่วโมง (เดี๋ยวอันนี้มาเขียนแนะนำอีกทีในบทความอีพีต่อไปนะคะ)
              -  มีที่ปรึกษาท้องถิ่นให้ปรึกษาเสมอค่ะ หากเกิดเหตุอะไรขึ้น
              -  มี Vacation ให้ 2 อาทิตย์ต่อปี

         + เงินเดือนพอมั้ย
              สำหรับเราเลยนะคะ เราพอค่ะ ข้าวเราก็กินฟรี เครือข่ายโทรศัพท์เราก็ใช้ฟรี ที่อยู่อาศัยอีก เราไม่ต้องจ่ายอะไรเลยค่ะ ยกเว้นเวลาไปเที่ยวกับเพื่อนหรือเวลาเทคเวเคชั่นที่มันเป็น your own expenses ซึ่งเรามองว่ามันขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์มากกว่าค่ะ เราไม่ได้เก็บเงินเก่งเลยนะ เราใช้จ่ายอาทิตย์ละ 300-400$ ก็มีค่ะบางช่วง (ไม่ใช่ทุกเดือน/ทุกอาทิตย์นะคะ) หลายคนมองว่าเงินแค่นี้ทำอะไรได้ บอกตามตรงเลยนะคะ Adidas/Nike ที่เราไม่เคยซื้อในไทยเพราะมันก็ถือว่าเป็น brand ที่แพงสำหรับเราที่เป็นแค่นักศึกษาหรือพนักงานออฟฟิศมีเงินเดือนแค่หมื่นกว่าๆ แต่ต้องจ่ายค่าหอ/ค่าอาหาร/ค่าเดินทาง/ค่าโทรศัพท์เองทั้งหมดน่ะค่ะ ทั้งปีได้เงินเก็บไม่ถึงหมื่นด้วยซ้ำค่ะ มานี่เราซื้อหมดเลย เก็บกด ฮ่าๆ

    - ทำไมถึงเลือกออแพร์?
         เอาจริงๆก่อนจะเลือกออแพร์ มันก็ต้องทำความรู้จักกับโครงการก่อนเนอะ อย่างที่บอกเลยว่าเราชอบเลี้ยงหลานมาก หลานมาหาทีคือเลี้ยงได้ทั้งวัน แต่ก็ไม่ใช่คนที่ extrovert ขนาดนั้น กว่าจะทำความคุ้นเคยกับหลานได้ก็นานอยู่ค่ะ แต่ด้วยความที่คิดว่าเราเลี้ยงหลานรอดนี่แหละ ก็เลยคิดว่าโครงการนี้มันใช่เราแน่ เราใจเย็นมาก และ optimistic มากด้วย ผ่านปีหนึ่งมาได้และอยู่จนจะครบปีสองแล้วค่ะ ใกล้จะกลับไปรับความเฮงซวยในไทยเร็ววัน เพราะว่าไม่ได้แพลนอยู่ต่อที่นี่นั่นเองฮะ

    - เข้าโครงการยังไง?
         เข้าโครงการไม่ยากเลยค่ะ พอรู้รายละเอียดคร่าวๆแล้วเราก็โทรติดต่อเอเจนซี่ไปเลย เหมือนที่เคยเล่าว่าเราติดต่ออีกเอเจนซี่ไปก่อนแล้วพี่เขาบอกเราภาษาอังกฤษยังไม่รอด ให้ไปฝึกก่อนแล้วติดต่อมาอีกที จนมาเจออีกเอเจนซี่หนึ่งที่มาสัมมนาใกล้บ้านพอดี เลยเข้าร่วมด้วยนั่นแหละค่ะ แนะนำให้ทุกคนติดต่อเอเจนซี่ไปเลยนะ ถามพี่ๆเจ้าหน้าที่ในเอเจนซี่ที่สนใจเลยค่า และออแพร์อเมริกาเนี่ยจะต้องมาผ่านเอเจนซี่เท่านั้น ไม่สามารถดำเนินการด้วยตัวเองได้เลยเหมือนกับฝั่งยุโรป มาค่ะ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ใช่แล้วจ้าทุกคน เราจะมาแนะนำเอเจนซี่ในไทยที่เรารู้จักให้ทุกคนนะคะ ซึ่งจริงๆเราว่ามันมีอีกเยอะมาก แต่เอาที่เราเคยได้ยินชื่อและมีคนได้มาจริงๆในช่วง 2-3 ปีนี้ก่อนแล้วกันนะคะ เราขอบอกข้อมูลคร่าวๆที่เราทราบนะคะ เพราะเราก็ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของเอเจนซี่ ถ้าอยากได้ข้อมูลแน่นๆ ติดต่อไปทางเอเจนซี่เลยน้า

         + แนะนำเอเจนซี่ในไทย
              1) American Learning - สุดท้ายก็ต้องเปิดเผยว่าเรามากับเอเจนซี่อะไร ใช่แล้วค่ะ เรามากับเอเจนซี่ American Learning (เอเจนซี่ไทย) หรือ AuPairCare (เอเจนซี่หลักในอเมริกา) อันนี้เราพูดได้เยอะหน่อย เพราะรู้จักกับพี่ๆเขาเกือบ 1 ปีเลย (เราเริ่มไปสัมมนาเดือนพฤศจิกายน 2018 - บิน 20 ตุลาคม 2019) ถ้าใครสนใจเอเจนซี่นี้ หลังไมค์มาถามได้ในทวิตเตอร์เช่นเคยค่ะ ทวิตเตอร์ หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ของเอเจนซี่ คลิก (ข้อสำคัญคือจ่ายค่าโครงการหลังแมทช์ค่ะ)

              2) Cultural Care - เราไม่ได้รู้รายละเอียดเท่าไหร่นะคะ อ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์และประสบการณ์ของออแพร์ในกลุ่มออแพร์ค่ะ สนใจศึกษาเอเจนซี่นี้เพิ่มเติม คลิก

              3) Thai Au Pair - อันนี้เอเจนซี่ของนัทโลมาที่เราเคยไป collab ด้วยเองค่ะ ถ้าใครอยากรู้เพิ่มเติมนอกเหนือจากที่เรารวบรวม ลองศึกษาจากเว็บไซต์ของเอเจนซี่ คลิก หรือสอบถามกับรุ่นพี่ออแพร์อย่างนัทดูได้นะคะ คลิก (จ่ายค่าโครงการหลังสัมภาษณ์วีซ่าผ่าน)

              4) Beloved Thai Au Pair - เอเจนซี่นี้เราเห็นโฆษณาผ่านเฟสบุ๊คบ่อยมากค่ะ ตอนกำลังเลือกเอเจนซี่ก็มองไว้อยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้สอบถามไป ยังไงลองศึกษาในเว็บไซต์ของเอเจนซี่ดูนะคะ คลิก

              5) Asia Bridge - เอเจนซี่นี้เปิดมาไม่กี่ปีเองค่ะ แต่เคยได้ยินจากในกลุ่มบ่อยๆ เราเอาข้อมูลที่แสดงในเว็บมาเล่าสู่กันฟังเท่านั้น ไม่ได้รู้ข้อมูลเยอะ ยังไงลองสอบถามทางเจ้าหน้าที่ดูนะคะ หากเพื่อนๆท่านใดสนใจเอเจนซี่นี้ คลิก

              6) Engenius - อันนี้มาใหม่เลยค่ะ เห็นว่ามีทุนเยอะมาก เพราะเพิ่งเปิดใหม่ น่าจะหากลุ่มลูกค้าใหม่ เรารวบรวมข้อมูลจากเว็บไซต์ของเอเจนซี่มานะคะ แต่ไม่ได้ทราบลึกๆว่ามีรายละเอียดยังไง ทุกคนลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บไซต์เอเจนซี่ดูนะคะ คลิก

         7)  Edudee - เราได้ข่าวแว่วๆจากเอเจนซี่นี้มาบ้างในช่วง 3-4 เดือนนี้ค่ะ เหมือนเขาเป็นเอเจนซี่ที่ส่งออก W&T มามากมาย เคยทำออแพร์มาก่อน แล้วหยุดไป ตอนนี้กลับมาทำออแพร์อีกรอบแล้วนะคะ มีโปรโมชั่นพิเศษให้กับสายครูและสายสุขภาพด้วย ยังไงลองอ่านเพิ่มเติมในเว็บไซต์ของเอเจนซี่ดูได้นะคะ เราว่าน่าสนใจอยู่เหมือนกัน ลองดูค่ะ คลิก

         เรารวบรวมมาแค่นี้ก่อนนะคะ เพราะเห็นบ่อยๆในช่วง 2-3 ปีนี้ก็มีประมาณนี้ค่ะ จริงๆเราลองเสิร์จดูมันมีเอเจนซี่เยอะกว่านี้มาก แต่เขาไม่แสดงรายละเอียดในเว็บไซต์ไว้เลย เราเลยเอามาพูดถึงแค่นี้ก่อน ยังไงก่อนเข้าร่วม แนะนำเพื่อนๆสอบถามไปทุกเอเจนซี่นะคะ อย่ารีบร้อนค่ะ เพราะตอนเรา เราก็ถามไปแค่ 2 เอเจนซี่เอง เลยรู้สึกว่าไม่ได้ทำการเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของแต่ละเอเจนซี่เท่าไหร่ ส่วนปัจจัยที่แนะนำว่าควรเข้าเอเจนซี่ไหนดี เราแนะนำเป็นความน่าเชื่อถือ, เลือกราคาที่เราจ่ายไหวและจำนวนโฮสต์ในระบบแล้วกันค่ะ ถ้าโฮสต์น้อยก็แมทช์ยากอีกเนอะ ยังไงเพื่อนๆลองสอบถามเจ้าหน้าที่แต่ละเอเจนซี่ไปดูนะคะ :)

    - ไม่มีงานทำ ไปได้มั้ย?
         จากที่เราคลุกคลีกับพี่เอเจนซี่เรามาเกือบ 1 ปี พี่ที่ดูแลเราเขาเคยตอบคำถามเราไว้ว่ามาได้ค่ะ แต่ว่าต้องเป็นกรณีที่ผู้เข้าร่วมโครงการจบปริญญาตรีมาได้ไม่นาน ระยะเวลาประมาณ 1-2 เดือนก่อนเดินทาง นั่นหมายความว่าน้องๆที่เรียนปี 4 อยู่เหมาะกับการมาแบบไม่ต้องมีงานทำค่ะ ส่วนของเราสมัครเข้าโครงการหลังจบปริญญาตรีได้ 5-6 เดือน พี่เขาเลยบอกว่ามันไม่เหมาะสม กลัวผ่านสัมภาษณ์วีซ่ายาก นั่นเลยเป็นเหตุให้เราต้องมีงานทำก่อนเดินทางมายังอเมริกาค่ะ
         มีคนมาแชร์ว่าจบมัธยมปลาย (ม.6) ก็มาได้นะคะ ยังไงลองติดต่อกับเอเจนซี่ดูนะคะ ไม่จำเป็นต้องเรียนต่อมหาวิทยาลัยก็ได้ค่ะ ยิ่งมาเร็วยิ่งดีเลยน้า จะได้รับประสบการณ์ที่เร็วกว่าเพื่อนคนอื่น ฮ่าๆ

    - เก็บชั่วโมงยังไง? ทำตอนไหน?
         มีคนถามมาอีกนั่นแหละว่าเราไปเก็บชั่วโมงยังไง เราไม่รู้ว่าคนอื่นจะติดต่อยากขนาดนั้นมั้ยนะคะ แต่ว่าเราอยู่ต่างจังหวัด เราก็เลยหา nursery แถวบ้าน แล้วก็เข้าไปถามเขาเลยว่าขอเก็บชั่วโมงได้มั้ย แล้วก็คุยรายละเอียดกับเขาว่าเราจะไปออแพร์นะ ขอเก็บชั่วโมงเลี้ยงเด็กได้มั้ย ซึ่งของเราทำเป็น volunteer ค่ะ ไม่ได้ทำเต็มวัน ทำวันละ 3-4 ชั่วโมงก็มี และไม่ได้เงินเดือนจ้า ฉะนั้นถ้าใครอยากได้เงินเดือนก็ไม่ต้องบอกนะคะว่ามาเก็บชั่วโมง สมัครเป็นงานไปเลย และขั้นตอนการเก็บชั่วโมงของเรา เราทำหลังจากที่สมัครเข้าร่วมโครงการกับเอเจนซี่ไปแล้ว ระหว่างที่เก็บชั่วโมงก็ทำเอกสารกับเอเจนซี่ไปด้วยค่ะ
         เนื่องจากเรามากับ APC ทางเอเจนซี่เลย request ให้เก็บชั่วโมง 200 ชั่วโมงทางการ โดยต้องมีชั่วโมงดูแลน้องอายุ 0-2 ปี จำนวน 200 ชั่วโมงรวมอยู่ในนั้นด้วย เอาจริงๆเราเขียนเล่าส่วนของเราไปหมดแล้วในอีพี 01 ว่าเราเก็บชั่วโมงแบบไม่รีบร้อน เก็บชั่วโมงเกือบ 8 เดือนเลยค่ะ ยิ่งมีชั่วโมงเยอะยิ่งดีค่ะ เราเก็บรวมๆแล้วก่อนมาไปประมาณ 1,280 ชั่วโมงเลย เพราะตั้งใจจะมาหลังวันเกิดตัวเอง แต่พอดีโดน lay off ซะก่อน เนื่องด้วยสถานการณ์การเงินของทางโรงเรียน ที่แจ้งให้ออกก่อนถึงวันที่กำหนดให้ออกเพียงแค่ 5-6 วันเท่านั้น เป็นประสบการณ์ทำงานที่จะจำไปจนแก่เฒ่าเลยค่ะ ฮ่าๆ เป็นเหตุให้เราเลยล่าช้าตรงนี้ไป 1 เดือนค่ะ แต่ตอนนี้ได้ข่าวว่าเนื่องด้วยสถานการณ์โควิด ทาง daycare หรือสถาบันต่างๆปิดทำการ เห็นเพื่อนๆหลายคนก็ struggled กับตรงนี้อยู่ เราก็หวังว่าทุกคนจะได้ไปเก็บชั่วโมงกันในเร็ววันนะคะ สู้ๆค่า

    - ขั้นตอนระหว่างเตรียมเอกสาร?
         เราเขียนทุกขั้นตอนของเราไปแล้วในอีพี 01 ยังไงลองศึกษาดูได้นะคะ คลิก พี่ๆเอเจนซี่ของเพื่อนๆน่าจะช่วยทุกขั้นตอนเหมือนกันกับเรา ข้อดีของการมีเอเจนซี่ช่วยเหลือก็ดีตรงนี้แหละค่ะ แล้วก็มีคนสอบถามว่ามาเราฝึกภาษายังไง เอาจริงๆเราอ่อนมากเลยค่ะ แต่ว่าเอเจนซี่เราเขาจะช่วยฝึกในระหว่างเตรียมเอกสารด้วย นั่นก็คือการดูหนังแล้วตอบคำถามเกี่ยวกับหนัง จริงๆพี่เขามีบททดสอบเยอะมาก แต่เราดูไปแค่ 2 เรื่อง และพี่เขาก็บอกว่าถึงเวลาออนไลน์แล้ว หมายถึง submit ทุกอย่างเพื่อหาโฮสต์แล้วนะคะ พี่เขาก็จะนัดตรวจเอกสารแล้วก็ทดสอบเกี่ยวกับออแพร์อีกรอบก่อนจะให้เราส่งเอกสารให้สำนักงานใหญ่ และเมื่อสำนักงานใหญ่ตรวจเอกสารของเราเรียบร้อยแล้ว เขาก็จะแจ้งให้เราทำแบบทดสอบด้านจิตวิทยาแล้วก็กด submit เลย รอ 1-2 อาทิตย์ให้เอเจนซี่หลักในอเมริกาอนุมัติ (แล้วแต่นะคะว่าจะใช้เวลานานมากมั้ย ของเรา 1 อาทิตย์ค่ะ) และเราก็เริ่มออนไลน์เพื่อหาโฮสต์ได้เลยค่า

    Pro - ระหว่างออนไลน์ และการเตรียมตัวสำหรับวีซ่า
         แล้วก็นั่นแหละค่ะ เราได้เขียนขั้นตอนทุกอย่างไปหมดแล้วในอีพี 01 เลยไม่รู้จะพูดถึงยังไงดี แต่มาแนะนำตอนสัมภาษณ์เล็กน้อยแล้วกันนะคะ พอได้ออนไลน์แล้วทุกคนก็จะมีโฮสต์เข้ามาขอแมทช์ เราก็ต้องนัดสัมภาษณ์กับโฮสต์นะคะ โดยเรานัดหมายทางอีเมลทั้งหมดเลย ซึ่งตรงนี้พี่เอเจนซี่เราเขามีไกด์ให้หมดเลยค่ะ ไม่ยากเลย ช่วยเหลือดีมากๆค่ะ แล้วก็แนะนำว่าให้ตรวจสอบวันเวลาดีๆนะคะ เพราะอเมริกาเป็นประเทศที่ใหญ่มาก เวลาในแต่ละภูมิภาคก็จะแตกต่างกัน อันนี้เราก็ได้เขียนแนะนำในอีพี 06 ไปเรียบร้อยแล้ว ยังไงเพื่อนๆลองศึกษาในบล็อกของเราดูนะคะ โดยแนะนำตามหัวข้อดังนี้ค่ะ

              • การสัมภาษณ์กับโฮสต์ คลิก
              • ขั้นตอนการเตรียมเอกสารและการสัมภาษณ์วีซ่า คลิก
              • สถานที่และเวลาในอเมริกา คลิก

          ถ้าใครมีคำถามอะไร เรายินดีตอบมากๆค่ะ แต่ว่าเวลาจะไม่ตรงกัน เราช้ากว่าประเทศไทย 14 ชั่วโมงเลย ตอบช้าอย่าว่ากันนะคะ ส่วนข้อไหนที่เราได้เขียนไว้แล้ว รบกวนอ่านบล็อกก่อนจะถามน้า เพราะเราว่าเราก็เขียนไปเยอะแหละ ฮ่าๆ ฝากด้วยค่ะทุกคน

    Post - เตรียมตัวเดินทางสู่ประเทศอเมริกา
         เขียนไปเยอะมากอีกแล้วในอีพี 01 นี่ขนาดเราว่าเราเขียนคร่าวๆนะ แต่เพื่อนบอกแกเขียนเยอะมาก แบบอีกนิดก็ทำหน้าที่เป็นคนดูแลเองเถอะ ฮ่าๆ นั่นแหละค่ะ ไม่มีอะไรแนะนำมาก เพราะตอนที่เรามากับตอนนี้มันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ตอนเรามามันยังปฐมนิเทศปกติที่โรงแรม ได้พบเพื่อนต่างชาติแล้วก็ได้ไปเที่ยวนิวยอร์กได้ด้วย ปัจจุบันน่าจะต้องปฐมนิเทศออนไลน์แล้วเดินทางเข้าบ้านโฮสต์เลยเนื่องจาก Pandemic ยังไงทุกคนก็ดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีด้วยนะคะ
         ด้วยเหตุผลข้างต้น เราเลยจะไม่พูดถึงตรงนี้อีกนะคะ แต่มาพูดคร่าวๆเรื่องการใช้ชีวิตแล้วกันเนอะ จริงๆแล้วเราก็เขียนไปแล้วแหละในอีพี 06 เรื่องถิ่นที่อยู่ เราจะไม่พูดเรื่องสถานที่และสภาพแวดล้อมอีกแล้ว มาพูดเรื่องการเข้ากันได้กับโฮสต์ดีกว่า ถ้าสุดท้ายแล้วใครที่อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ได้มาอเมริกาอย่างที่ตั้งใจ ขอฝากไว้เป็นข้อคิดว่า ‘เลือกทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง’ นะคะ อันไหนที่ toxic ก็ให้ตัดออก การใช้ชีวิตอยู่กับโฮสต์มันไม่ได้ดี 100% ทุกบ้าน ถ้าใครเจอสถานการณ์ที่แย่ การรีแมทช์คือทางออกค่ะ มันไม่ใช่เรื่องไม่ดีเลย ไม่ใช่ว่าเราแย่ที่เข้ากับเขาไม่ได้ แต่เราต้องรักตัวเองให้มากๆด้วยนะคะ เราอยาก encourage ทุกคน เพราะกว่าจะผ่านมา เราก็ไม่ได้ดีเหมือนกัน ฮ่าๆ
         เกริ่นมาขนาดนี้ แน่นอนค่ะ มาแน่... วางแพลนจะเขียนรีวิวชีวิตกับโฮสต์ทั้งสองบ้านในระยะเวลา 1 ปี 9 เดือนที่เราอาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาอเมริกาให้อ่านกันในเร็ววันแน่นอน ยังไงฝากติดตามอีพีต่อๆไปด้วยนะคะ

         สุดท้ายแล้วบล็อกของเรามันอาจจะตอบคำถามเพื่อนๆได้ไม่หมด แต่ก็หวังว่าจะช่วยเหลือได้ไม่มากก็น้อยนะคะ ที่เกริ่นๆมาทั้งหมดนี้นั้นก็เพื่อ... ขายของค่ะ ฮ่าๆ ในวันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคมนี้ เวลา 11 โมงเช้า (ประเทศไทย) นัทโลมาจะตั้งห้อง clubhouse ขึ้น เพื่อตอบทุกคำถามที่ทุกคนสงสัยเกี่ยวกับออแพร์อเมริกา ร่วมกับรุ่นพี่ออแพร์และ itskaekan เพื่อนของนัทอีกคน มีเรารวมอยู่ในห้องด้วย แต่อาจจะไม่ได้พูดอะไรมาก แค่เข้าไปช่วยเพื่อนเฉยๆนะคะ หวังว่าจะได้เจอทุกคนที่ติดตามบล็อกเราในวันนั้นนะคะ ใครสนใจเข้าร่วมรับฟังและเก็บข้อมูลไปพร้อมๆกัน คลิก ปักหมุดห้องไว้รอเลยนะคะ เข้ามารอรับฟังพร้อมกันในวันพรุ่งนี้ได้เลยนะคะ ไว้เจอกันค่ะทุกคน See ya!


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
jellybearx9 (@jellybearx9)
พอดีเพิ่งเรียนจบหมาดๆเลยค่า อยากถามว่าถ้าเราสมัครงานเกี่ยวกับการเลี้ยงเด็กจะถือเป็นการเก็บชั่วโมงไหมคะ
dionyk (@dionyk)
@jellybearx9 เป็นการเก็บชั่วโมงค่ะ ให้ทางสถาบันที่สมัครงานไปออกใบรับรองให้ได้เลยค่ะ😊