ความเป็นไปของความป่วยreadaround
101 - พบจิตแพทย์
  • เอาล่ะซิ...นี่มันคงถึงเวลาจริงๆแล้วใช่มั้ย ที่ต้องขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญซักที
    วันนี้ใจสั่น รู้สึกไปเองว่าหัวใจเต้นเร็ว จนต้องเอามือทาบหน้าอก และวัดการเต้นของหัวใจ
    ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก ก็ไม่นี่หว่า 75 ครั้ง/นาที ก็ปรกติดี

    แล้วอาการเสียวท้อง วาบๆๆ เหมือนตอนจะไป present หน้าชั้นเรียนล่ะ? เสียวเป็นพักๆเลย ตลอดเวลาที่คิดถึงว่าจะต้องไปทำงานในวันถัดไป มันไม่ปรกติหรือเปล่าวะ?

    มือสั่นๆ ใจหวิวๆ บางทีก็คล้ายจะเป็นลม อยากล้มวูบสลบไปนอนกับพื้นนิ่งๆไปเลย

    แต่ที่น่ากลัวกว่านั้น คือ กลัวใจตัวเอง กลัวสติหลุดที่สุด เพราะ 1-2 อาทิตย์ที่ผ่านมา ในหัวเรามีแต่เรื่องการทำร้ายตัวเอง ภาพที่เห็น มันเข้ามาในหัวเราแบบอัตโนมัติ เราไม่ทันคิดด้วยซ้ำ ว่าเราต้องการเห็นอะไร แต่จู่ๆก็มีภาพของการกรีดข้อมือ การแขวนคอตาย การกระโดดจากตึกสูง การเดินไปกลางถนนเพื่อให้รถชน เข้ามาในหัวเรา เราไม่ได้เห็นว่าภาพนั้นเป็นเรา หรือตัวบุคคลอื่น แต่เราพยายามพูดกับตัวเองในใจว่า ไม่ใช่ นี่ไม่ใช่เรา เรายังไม่อยากตาย ทำไมเราต้องมาคิดอะไร เห็นอะไรแบบนี้ ทำไมภาพพวกนี้ไม่หลุดจากหัวเราซักที เรากลัวจริงๆ

    จนวันนี้ (6 พ.ค. 2562) เราคิดว่า เราไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเป็นสุข เลยสอบถามคนรู้จัก หาข้อมูลใน internet จนเราตัดสินใจว่า เราจะไปพบแพทย์ เพื่อคุยถามอาการและระดับความร้ายแรง ไม่อยากคิดไปเองแล้วว่า เราเป็นอะไรกันแน่?

    หมอที่เราเลือกคือ คลินิกอิงใจ (คุณหมองามวงศ์)
    ที่เลือกหมอคนนี้ เอาตรงๆเลยนะ ณ ตอนนี้เราไม่มีเงินสดในมือมากพอจะจ่าย
    เราโทรไปคุยประเมินราคาเบื้องต้น ค่าคุย 800 บาท/ชั่วโมงไม่รวมยา
    ถ้าครั้งต่อไป คุยเคลียร์ Follow อาการก็อาจจะครึ่งชั่วโมง 400 บาท
    หมอรับ เงินสด พร้อมเพย์ บัตรเครดิต Greet....!!! ทางออกของคนเป็นบ้าที่ใช้บัตรเครดิตแก้ปัญหา
    แล้วก็ตามอ่านคุณวุฒิของหมอทีหลัง ซึ่งก็เลอค่านะคะ

    นัดหมอไว้ 1 ทุ่ม​ คุยกัน 1 ชั่วโมงกว่าๆ ได้การวินิจฉัยโรค+ยา มากิน 2 ตัว
    เราเป็น Adjustment Disorder with Depressed and Anxious Mood 
    รายละเอียดการรักษาคงไม่เล่าเนาะ แต่คือคุยๆก็มีหลายจุดที่ทำให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น
    ยาคือการ shortcut สำหรับบรรเทาความทรมานของเราในเวลานี้

    เรามีโอกาสหายได้ แต่ก็มีปัจจัยหลายอย่างประกอบ ซึ่งปัจจัยรอบตัวเรา อาจจะไม่อำนวยนัก
    หมอว่า case เรา complicated ไปหน่อย เลยนัดคุยต่ออาทิตย์หน้า

    วันนั้นเลยหมดค่ายา ค่าคุยไป 940 บาทถ้วน

    คืนวันที่ 6 และเข้าวันที่ 7 พ.ค. หลังจากกินยาที่หมอให้ มึงเอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยย 
    หัวสมองว่างเปล่า รู้สึกเบา ไม่เครียด แต่เหวิ่งๆ ลอยๆ เป็นช่วงๆ ทุกอย่างดีเลย์ๆ

    สารภาพว่าตอนขับรถออกไปทำงาน มีหลับในไป 2 รอบ ดีนะขับช้า ไม่มีรถหน้า และรู้ตัวเร็ว
    เลยไม่มีใครเป็นไร กับอีกที เหม่อและเบรคกระทันหัน เราว่าไม่ได้จุ๊บรถคันหน้านะ เพราะไม่รู้สึกถึงแรงกระแทก แต่คันหน้าจอดลงมาดู แต่นั่นแหละ ไม่มีแผลอะไร เราก็ขอโทษเค้า เค้าก็ไม่เอาเรื่อง

    คงต้องระวังเรื่องการขับรถให้ได้มากกว่านี้นั่นแหละ 

    เฮ้ออออออออออออออออ 

    สำหรับเรื่องงาน เรายังอยากลาออก และตั้งเป้าไว้นะ ว่าเราอยากลาออกให้ได้ภายใน Q2 ยื่นเอกสารวันสุดท้ายภายใน Q2 ถ้าไม่หางานใหม่ (วันนี้สมัครไป 3 ที่) ก็ภายใน 2 เดือนนี้ หาไรทำให้เป็นรายได้เสริมให้ได้แล้วล่ะ

    ถ้าภาวะปรับตัวเราผิดปรกติ แล้วเราปรับไม่ได้จริงๆ เราคงต้องยอมย้ายไปอยู่กับสิ่งแวดล้อมใหม่ที่จะทำให้เราชื่นใจดีกว่านะ

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
Sim Mongkongllite (@fb8699542833769)
คุยกับคุณหมอชั่วโมงกว่าพร้อมยา 940 บาทมันถูกและคุ้มกับชีวิตมาก วันนี้ไปให้หมอแคะขี้หู + ค่าหมอค่าพยาบาลค่าเครื่องมือค่าหัตถกรรม 2,000 บาทค่ะชีวิตนี้จะอยู่ได้ยังไงอีก 100 กว่าโลกที่อยู่ในร่างกายและจิตใจ