เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
ท่องเที่ยวที่ได้ไปNarut Sirithip
ICELAND นะนิ
  • เป็กปกติครับว่ากลับมาจากการเที่ยวต่างประเทศแล้ว จะต้องมาเขียนเท่าที่จำได้ว่าแต่ละประเทศที่เราไป เราได้พบเจออะไร ซึ่งจะไม่ได้เป็นเหมือนมารีวิวที่เที่ยว ไม่สามารถบอกได้ว่างบเท่าไหร่ ไปยังไง เพราะ ไม่รู้เรื่องอะไรแบบนั้นเลย แต่ถามได้ จะเอาไปถามพี่ต่อให้ มาเริ่มกันเลยเป็นข้อครับ สิ่งที่เห็น ที่พบ ในทริปไอซ์แลนด์ 22 oct- 2 nov 2019
    • เป็นเรื่องแรกที่ควรพูดคือ ประเทศนี้เป็นประเทศที่มีธรรมชาติที่สวยงาม ไปที่ไหนก็สามารถถ่ายภาพสวยๆได้ ข้างทางก็ได้ ที่พัก บ้านในเมือง นี่ยังไม่พูดถึงที่เที่ยวดังๆนะ ดังนั้นคิดแต่ท่าไปก็พอ
    • กล้องดีขนาดไหนก็ไม่สามารถที่คุณจะเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในนั้น ภาพจริง สีจริง อากาศ กลิ่น และมุมที่กว้างจากการมองผ่านดวงตาของเราเอง
    • แสงเหนือ ต้องบอกว่ามีประเทศอื่นดูได้เช่นกัน แต่ที่นี่ได้เปรียบที่อื่น ตรง คุณจะได้แสงเหนือพร้อมฉากสวยๆ บางวันคุณก็ออกล่าแสงเหนือ บางทีโชคดีคุณก็เจอแสงเหนือล่า ระหว่างขับๆรถอยู่ เราไปตุลา หน้าหนาว และวันที่เห็น นี้เห็นตั้งแต่ 1 ทุ่มกว่าระหว่างทางกลับ
    • พูดถึงการล่า 2 สิ่ง สำคัญที่คุณต้องดูคือ 1.ค่า kp สามารถดูได้จาก app aurora map 2.web : https://en.vedur.is/weather/forecasts/areas/ ซึ่งใช้ในการดูเมฆ ถ้า 2 ส่วนนี้ถึงพร้อมจะบอกว่าแม้ในเมืองก็สามารถมองเห็นได้ แต่ถ้าไม่ล่าเอง มีขายทัวร์ล่าแสงเหนือขายเป็นเรื่องเป็นราวเลยครับ รับประกันว่าเห็นแน่นอน
    • พูดถึงแสงเหนือ อีกสิ่งที่น่าสนใจคือ กลาเซีย ธารน้ำแข็งครับ ต้องเป็นสิ่งที่แปลกตามากโดยเฉพาะสำหรับบ้านเมืองร้อนอย่างเรา ถ้ำน้ำแข็งซึ่งที่นี้ใหญ่สุดในยุโรปครับ แต่ก็เป็นที่น่าหดหู่ที่ 10 ปีมานี้ ธารน้ำแข็ง ที่ยาวออกไปไกลกลับละลายจากภาวะโลกร้อน ซึ่งหายไปหลายกิโลเมตร เห็นว่ามีข่าวที่ครั้งหนึ่งชาว iceland ได้จัดพิธียืนไว้อาลัยให้กับภูเขาน้ำแข็งหรืออะไรซักที่ ลูกสุดท้ายที่ละลายไป
    • อีกที่ น้ำพุพุ่ง GEYSIR ตอนนี้เหลือบ่อที่พุ่งอยู่ 1 บ่อ บ่อใหญ่ที่สุดที่เคยพุ่งได้หลายๆเมตร ตอนนี้ดับไปแล้วครับ
    • ที่เที่ยวส่วนใหญ่เป็นน้ำตก
    • อ้อแต่ ที่ที่ฟินที่สุดซึ่งยกให้เป็นที่สุดแห่งความฟินในทริปนี้คือ การแช่น้ำพุร้อนครับ ท่ามกลางอากาศหนาวๆแบบนี้ หลังจากที่เราอยู่อาศัยมาแล้ว 3 4 วันละด้วย โดยอยู่หลายแห่งครับ ขอให้เลือกที่ ที่กันลมนะครับ งั้นจะชิบหายมากไปลองมาสองที่ เจอทั้งสองแบบ โอ้และถ้ามีเครื่องดื่มดีๆด้วยแล้ว ยิ่ง พีคคค
    • อุฌภูมิ ถ้าจะดูควรดูตัวนี้ครับ realfeel temperature เพราะตอนไปดูเห็นว่า 1 องศา ออกมาเจอบวกลม พอมาดู realfeel temperature ปาเข้าไป -13 หนาวนี่ไม่เท่าไหร่ ลมนี่ชิบหายได้เลยครับ
    • ถนนหมายเลข 1 เป็นถนนล้อมรอบประเทศ 2 เลน บางช่วงตรงโซนเหนือ ขับเป็นชั่วโมงไม่เจอรถคันอื่นเลย
    • ห้องน้ำใช้ W/C มีไปเมืองหนึ่งเราจะแวะเข้าหาห้องน้ำ เห็นป้าย W/C ประหนึ่งบอกไปสถานที่สำคัญ ชี้ตั้งแต่ 3 km เจออยู่ 3 4 ป้าย บอกต่อๆกัน จนไปเจอห้องน้ำสาธารณะเพียงห้องเดียวในเมือง
    • สินค้าที่นี่จัดไปในโซนค่อนข้างแพง เข้าใจว่าส่วนใหญ่เป็นเพราะภูมิประเทศ ไม่ได้เหมาะกับการเพาะปลูกอะไรมาก และยังเลี้ยงปศุสัตว์ได้ไม่มากด้วย จึงมักเป็นการนำเข้า
    • อ้อและร้านที่เป็น แหล่งทรัพยากรหลักของเราคือ ห้าง BONUS รูป หมูกระปุกออมสินบนฉากเหลือง
    • ทุกที่รับบัตรเครดิต ครับ นายจ่ายเรากว่า 90% ก็ใช้ บัตรเครดิต
    • สัตว์เจอบ่อยๆเลยข้างทางคือ ม้า กับ แกะ ที่จะเคลื่อนที่ช้าๆ ภายใต้ อากาศหนาวๆ
    • ประเทศมีประชากรจากการเซิดดูอยู่ที่ ราวๆ 360,000 คน ซึ่งน้อยกว่านักท่องเที่ยวในแต่ละปีอีกมั้ง
    • คนอาศัยอยู่ตามรอบๆเกาะ เพราะกลางเกาะคือภูเขาสูง ไม่เหมาะกับการพักอาศัย
    • นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็เป็นนักท่องเที่ยวจริงๆครับ หมายถึงเป็นนักท่องเที่ยวที่ช่วยเหลือตัวเองได้ และไม่ทำลาย ไม่สร้างภาระให้กับธรรมชาติและที่ ที่เขาไปเยือน เป็น backpack ซะส่วนใหญ่ โดยเฉพาะถ้าคุณไปโซนเหนือ แต่ถ้าโซนใต้จะเจอแบบทัวร์บ้างครับ
    • self service เป็นสิ่งที่พบได้ทุกที่ตั้งแต่มาถึง จนเราบินกลับเลยครับ เติมน้ำมันเอง โหลดกระเป๋าเอง เชคอินเอง และตาม hostel ต่างๆก็มีมาก ดีด้วย
    • และเนื่องจากเป็น self service ซะส่วนใหญ่ ดังนั้น คุณจะพบว่า การเข้าร้านอาหารโอเครๆซักร้าน จะมีค่าใช้จ่ายเท่ากับคุณซื้ออาหารมาทำเองได้ราวๆ 4-5 มื้อ เลยครับ
    • เมืองหลวงคือ เมือง เรจยาวิก (reykjavik) สมาบินลงที่นี่ อยู่ทางตอนใต้ ฝั่งตะวันตก ของประเทศ
    • ในเมืองหลวง เดินทั่วไปเราจะเจอร้านของที่ละลึกเยอะมากกก ซึ่งก็ล้อกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามา
    • เอ้อ ถ้ามาในเมืองแล้ว สถานที่หนึ่งที่คนรีวิวกันเยอะ (คนไทยนะ เพราะเราไม่เคยดูรีวิวอื่น) จะมี hotdog เจ้าหนึ่งเป็นร้านที่เขาว่าอร่อยสุดใน iceland ตั้งเป็น คีออสโง่ๆหนึ่ง ข้างโรงแรม เรดิสัน ในตัวเมือง ทำจากเนื้อแกะ ซึ่งเอาจริงไปลองมาแล้ว เอ้อ อร่อยจริง
    • พูดถึงอร่อยแล้ว มาพูดถึงสิ่งที่แย่ที่สุดบ้าง นั่นคือ ฉลากดองครับ เทคเจอร์ได้ แต่กลิ่นนี้แบบชิบหายมากครับ คือเค้าจะเสริฟเป็นชิ้นๆ ถ้วยหนึ่ง 3 4 ชิ้น กับเหล้าขาว 1 ชอต ก็ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องไปลองก็ได้
    • บ้านเมือง สะอาด สะอาดสุดในทุกประเทศที่เคยไป น่าจะเพราะคนเข้าถึงน้อย
    • ประเทศใช้เงิน หน่วย โคน่า คิดเป็นประมาณ 4 โคน่า = 1 บาท
    • เวลาช้ากว่าไทย 7 ชั่วโมง
    • น้ำดื่มดื่มจากก๊อกได้ครับ เอาจริง น้ำแข็งก็น่าจะกินได้นะ มันก็ดูสะอาดดีลองละ
    • เบียร์มีให้เลือกไม่เยอะ ส่วนใหญ่เป็น ลากเกอร์ เครื่องดื่มไซเดอร์ที่ไม่มีแอลก็เป็นอีกเครื่องดื่มที่นิยมในประเทศนี้
    • ทุกที่มีน้ำอุ่น และเปิดปึบอุ่นเลย ไม่ใช่แบบบ้านเรา
    • ปลั๊กไฟหัวกลม รู้สึกว่ายุโรปเป็นแบบนี้หมด ดังนั้นหัว adapter ต้องเอาไป
    • พูดถึงนิสัยของคนที่นี่ อันนี้เกิดจากการฟังเพิ่ม คนที่นี้มักไม่ถือตัว มองคนทุกคนเท่ากัน และเหตุผลหลักก็คือ เขาอยู่กับธรรมชาติ เมื่อพบว่าธรรมชาติ ทั้งสวยงาม และบางครั้งก็แสนน่ากลัว เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากเมื่อเทียบกับเขา ความถือตัวจึงลดลง ทุกคนมักช่วยเหลือกันมากกว่าแข่งขัน เพื่อความอยู่รอด
    • อีกเหตุผลเนื่องจากประชากรน้อย ทำให้แต่ละเมืองคนในเมืองจะรู้จักกันทั้งหมด หรือจะว่าเป็นญาติๆกันหมดก็ได้ มีเรื่องหนึ่งที่ว่า ถ้าคน iceland เข้างานสาย นั่นไม่ใช่เพราะรถติดแต่เพราะเจอคนรู้จักระหว่างทาง
    • ศิลปะขยะ หมายถึง ที่นี่มองความเป็นศิลปะแบบมีความเป็นปัจเจก ไม่ว่าศิลปะไหนก็ดี และเมื่อไม่มีการตัดสิน แต่ละคนจึงกล้าที่จะโชว์และแสดงมันออกมา เราจะพบเห็นได้ทั่วไป
        โดยรวมประทับใจในประเทศนี้นะครับ และสิ่งที่ทำให้รู้สึกได้ คือความเกี่ยวโยงกับธรรมชาติ ของคนเรา เราไม่ค่อยรวมมนุษย์เราเข้าไปกับธรรมชาติ ดูอย่างถ่ายรูป ถ้าเราบอกจะถ่ายรูปวิวธรรมชาติ เราจะถ่ายติดนก ติดแกะ สัตว์ต่างๆได้ แต่เราจะพยายามครอป ตัด รอ ให้คน ออกไปจากเฟรมการถ่ายธรรมชาติของเรา คนเรายิ่งใหญ่แค่ไหน เก่งยังไง เมื่อเทียบกับธรรมชาติแล้ว เราก็แค่จุดเล็กๆจุดหนึ่ง แต่จุดหลายๆจุดนี้ก็ได้สร้างความเดือดร้อนห้กับธรรมชาติมากมาย และสุดท้ายมันก็เป็นผลมาถึงตัวพวกเราเอง ถ้าเราไม่ได้ทำอะไรให้ธรรมชาติดีขึ้น ไม่ได้ปลูกป่า หรือโครงการลดโลกร้อนอะไร ก็ขอแค่อย่าทำร้าย ทำลายธรรมชาติมากขึ้นก็พอ ไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่อพวกเราและลูกหลานของเราต่อๆไปเองอ้อแต่ถึงจะได้รูปไม่เท่าตาเห็น แต่รับรองว่าคุณก็ยังจะได้รูปสวยๆมามากมายหลังจบ ทริป อยู่ดี
    ที่สุดของความฟินน

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in