เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
bluesgiftmeme
blue eyes
  • (หนึ่ง)

    ตอนนั้นเป็นเวลาตีสอง เขากึ่งหลับกึ่งตื่นอยู่หน้าบทกวีของดีแลน โทมัสและเรียงความร่างแรกที่เต็มไปด้วยประโยคกระท่อนกระแท่น วรรคทอง "Do not go gentle into that goodnight" ออกจะเป็นตลกร้ายอยู่สักหน่อย ในเมื่ออีกไม่กี่ชั่วโมง แสงแรกของวันใหม่ก็คงโผล่พ้นขอบหน้าต่างเข้ามาในห้องแคบ ๆ นี้โดยที่เขายังไม่ทันได้กล่าวราตรีสวัสดิ์กับตัวเองด้วยซ้ำ หลังจากขีดฆ่าสิ่งที่เขียนไปเป็นรอบที่ห้าและเริ่มคิดว่าตัวเองกำลังฝัน (ในโลกแห่งความฝัน เขาเขียนเรียงความวิชากวีนิพนธ์อังกฤษสมัยใหม่เสร็จทันและได้เอ) จู่ ๆ เสียงหวีดแสบแก้วหูก็ปลุกเขาให้ตื่นได้ชะงัดยิ่งกว่าชาเข้ม ๆ สามแก้ว เสียงนั่นดังมาจากห้องข้าง ๆ ที่ซึ่งกำแพงบางเสียยิ่งกว่าผ้าม่าน ฟังไปสักพักถึงพอเดาออกว่านั่นเป็นเสียงจูนกีตาร์ไฟฟ้าและลำโพงที่หอนอย่างต่อเนื่อง คำถามสำคัญ: ไอ้บ้าที่ไหนมันนึกครึ้มใจมาเล่นดนตรีร็อคในแฟลตเอาป่านนี้

    เขานั่งฟังเสียงดนตรีที่ดัง ๆ หยุด ๆ นั่น แปลกใจที่ตัวเองไม่ได้นึกรำคาญอย่างที่ควรจะเป็น แน่ล่ะว่าเขาไม่ได้คิดอยากจะนอนตั้งแต่แรก แต่ถึงอย่างนั้น เสียงเพลงข้างห้องไม่ได้เรียกว่าถูกจริตเขาสักเท่าไร อีกอย่าง เขาก็ยังเขียนอะไรไม่ออกเหมือนเดิม คำถามสำคัญ: ทำไมเขาไม่เดินออกไปยุติมลภาวะทางเสียงนี้ให้รู้แล้วรู้รอด  ตอนนี้เขาได้แต่นั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะทำงานใต้แสงไฟสลัว เงี่ยหูฟังเสียงนั่น — เสียงที่เขาไม่ค่อยเข้าใจ ก่อนที่ใครสักคนจะทุบประตูรัว ตามด้วยเสียงเปิดประตู เสียงตะโกนที่ฟังไม่ได้ศัพท์ และเสียงกระแทกประตูปิดท้ายที่รุนแรง เขาไม่จำเป็นต้องสร้างสถานการณ์จำลองในหัวถึงจะรู้ว่าเพื่อนข้างห้องอีกฝั่งคงหมดความอดทนและรับหน้าที่จัดการความไม่สงบกลางดึกเรียบร้อยแล้ว

    หมดจด ทุกอย่างคืนกลับสู่ความเงียบงัน เขาได้ยินเพียงเสียงนาฬิกาตั้งโต๊ะเดินเป็นจังหวะ คงที่และหนักแน่น ดีแลน โทมัสบอกให้รีบเร่งก่อนจะสิ้นแสง ส่วนตอนนี้คริสกำลังวิ่งแข่งกับการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์และรุ่งอรุณ ซึ่งรู้จักในอีกชื่อว่าเส้นตาย

    คำถามสำคัญ: เขาอยากฟังเพลงแปลก ๆ นั่นจริง ๆ น่ะเหรอ


    (สอง)

    เสียงเพลงนั่นดังแหวกอากาศขึ้นมาเป็นครั้งคราวในบางค่ำคืน ตามด้วยเสียงทุบประตู เสียงเปิดเอี๊ยดอ๊าดและเสียงปิดดังปังราวกับเป็นพิธีกรรม คริสไม่เคยรับบทบาทเพื่อนข้างห้องขี้หงุดหงิดและชอบธรรม แม้ว่าในบางเช้า เขาจะแอบชำเลืองมองบานประตูข้างห้องก่อนจะออกไปเรียน นึกฉงนว่าทำไมเขาถึงนึกหน้านักกีตาร์ขาร็อคคนนั้นไม่ออก เป็นไปได้หรือที่พวกเขาไม่เคยเจอกันหรือแม้แต่เดินสวนกันที่บันได ในบรรดาเพื่อนร่วมแฟลต ไม่มีใบหน้าใดที่เขาจะจับคู่กับเครื่องดนตรีชิ้นนั้นได้เลย คนคนนั้นอาจเป็นแค่ไอ้เพี้ยนคนหนึ่งในลอนดอน — แต่ให้ตาย เขามีแนวโน้มชอบคิดว่าคนเพี้ยนหน่อย ๆ นั้นน่าสนใจเสมอ

    ("นั่นไม่ใช่คนเพี้ยน คริส" เอมิลี่ว่า "นั่นมันไอ้คนไร้มารยาทต่างหาก") 

    อาจจะจริงของเธอ สำหรับที่นี่ ไม่มีอาชญากรรมใดร้ายแรงเท่ากับการทำตัวไร้มารยาท และสุดสัปดาห์นั้น ไอ้คนไร้มารยาทที่ว่าก็ถูกเตะออกจากแฟลต เขากลับมาทันเห็นฉากอารมณ์ระหว่างชายหนุ่มผมยาวประบ่าร่างผอมบางกับคุณป้าเจ้าของแฟลตพอดี ทั้งคู่ยืนเถียงกันอยู่หน้าห้องของเขาท่ามกลางสัมภาระระเกะระกะ คริสหันหลังกลับช้าไปเพียงเสี้ยววินาที ตอนที่ชายนักดนตรีข้างห้องชี้มาที่เขาและเอ่ยว่า "เขาอยู่ข้างห้องผมไม่ใช่เหรอ ไม่เห็นเขาจะว่าอะไรผมเลยนี่"

    หลังจากนั้น ท่ามกลางความโกลาหล คริสจำข้อเท็จจริงได้เพียงสองอย่าง 1.) เขาไม่เคยเห็นหน้าเพื่อนข้างห้องคนนี้มาก่อน และ 2.) ผู้ชายคนนั้นตาสีฟ้า — ฟ้าแบบที่ว่านักเรียนวรรณกรรมอย่างเขายังนึกหาคำอุปมามาเปรียบด้วยไม่ถูก และนั่นทำให้เขาเอาแต่คิดเรื่องนี้ ราวกับว่าจู่ ๆ ถ้อยคำก็พลันหายไปจากหัว

    และเช่นเดียวกัน เขาคนนั้นก็หายตัวไปด้วย


    (สาม)

    เรียงความว่าด้วยดีแลน โทมัสได้คะแนนบีลบ คริสถอนใจโล่งอก เก็บข้าวของ แล้วตรงดิ่งไปยังโรงหนังใกล้ ๆ เขาต้องการเวลาทำจิตใจให้ปลอดโปร่งสักชั่วโมง เอนหลัง เหยียดแข้งเหยียดขา อิจฉา ชื่นชม หลงใหล และปวดใจกับภาพเคลื่อนไหวบนจอ ไม่แน่ว่าคืนนี้เขาอาจกลับไปเขียนได้ต่อ อะไรก็ตามที่ไม่ใช่งานวิชาการยาวสามสี่พันคำ อะไรที่น่าตื่นเต้นสดใหม่ อะไรที่เขาไม่ต้องหยิบยืมคำพูดใครมาพูดซ้ำสอง เขารู้สึกว่าตัวเองล่องลอยในความฝันอีกครั้ง จนกระทั่งเสียงนั้นดังขึ้น — "เฮ้ นายมันคนข้างห้องนี่นา"

    คำถามสำคัญ: ทำไมคนคนนี้ต้องโผล่พรวดพราดเข้ามาตอนที่เขากำลังฝันอยู่เรื่อย

    คริสส่งเสียงชู่ว ขณะที่อีกฝ่ายหัวเราะหึแล้วเอนหลังกับเก้าอี้ พวกเขาไม่ได้พูดอะไรกันอีกจนกระทั่งแสงไฟกลับมาสว่างไสว  เมื่อมองใกล้ ๆ คริสถึงตระหนักได้ว่าสีหน้าขี้รำคาญและสายตาเย็นชานั่นอาจสลักถาวรอยู่บนใบหน้าของพ่อหนุ่มนักดนตรี ผู้ซึ่งวาจาเผ็ดร้อนบาดใจที่เขาได้ยินเมื่อวันก่อนคมไม่แพ้โหนกแก้มอันเป็นเอกลักษณ์ เขาสบถใส่ตัวเองในใจที่สายตาชอบเสาะหาและหมกมุ่นในรายละเอียด ขณะที่คนข้าง ๆ ยังคงมองจ้องมาด้วยสีหน้าที่เขาอ่านไม่ออก

    หลังจากเวลาเหมือนผ่านไปสองปี คริสก็เอ่ยปาก "คุณเปลี่ยนทรงผม"

    "แค่เล็มออกไปนิดหน่อย" ฝ่ายถูกทักดูจะประหลาดใจกับการเปิดบทสนทนา "นายนี่พูดไม่ค่อยเก่งใช่ไหม"

    บทสนทนานี้ควรจะจบลงด้วยเสียงหัวเราะหึแก้เก้อ แต่คริสไม่ได้หัวเราะ เขากำลังคิด



    เมื่อหมดวัน เขายังคงไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของอดีตเพื่อนข้างห้องคนนั้น และเขาก็ยังคิดไม่ออกว่านัยน์ตาสีฟ้าคู่นั้นควรจะเปรียบเทียบกันกับอะไรดี



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
ramyeon (@fb3554496334829)
เรากด log in ทั้งที่เล่นไม่เป็นเพื่อจะมากดหัวใจและคอมเม้นให้คุณรู้ว่าเรารักงานคุณมาก
got755054531 (@got755054531)
สีฟ้าเหมือนกับซิลิกาแอโรเจลเวลาต้องแสงหรือเปล่า?