Dear, DiaryWIPASANE
งานรับปริญญานั้น สำคัญไฉน?
  • การสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีนั้น เป็นอีกก้าวสำคัญก้าวหนึ่งในชีวิตของหลายๆคน จึงไม่แปลกที่ผู้คนมากมายจะทุ่มเทให้กับวันรับปริญญากันอย่างมาก ตั้งแต่ ค่าชุด ค่าช่างกล้อง ค่าช่างแต่งหน้า บางคนที่บ้านอยู่ไกลก็ต้องจองโรงแรม เพื่อให้มาทันงาน ไหนจะญาติๆที่บินมาจากต่างจังหวัดหรือต่างประเทศอีก สิริรวมแล้ว เป็นเงินหมือนกันเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม เราเคยหันกลับมาพิจารณามันให้ดีแล้วหรือยังว่า " งานรับปริญญา นี้นั้น แท้จริงแล้วมีสำคัญอย่างไรกันแน่? "

    สำหรับข้อมูลที่เราเคยได้รับการบอกเล่ามา งานรับปริญญาเป็น การตลาดรูปแบบหนึ่ง ในสมัยก่อน คนไทยยังไม่นิยมส่งลูกมาเรียนมหาวิทยาลัย และเพื่อจะจูงใจให้ประชาชนส่งลูกเข้าเรียนมหาวิทยาลัย จึงมีการจัดงานพระราชทานปริญญาบัตรขึ้น ด้วยคอนเซปต์ว่า 'ใครใครก็อยากถ่ายรูปกับในหลวง' เรียนจบปริญญาตรี ได้ถ่ายรูปรับใบจบกับในหลวงเป็นเกียรติของชีวิต อะไรประมาณนั้นกระมัง ดังนั้น ในความคิิดของฉัน การจัดงานรับปริญญาเกิดขึ้นมาเพื่อจูงใจให้คนมาเป็นบัณฑิตนั่นเอง

    ในทางกลับกัน ปัจจุบันที่ความคิดของคนรุ่นใหม่ได้เปลี่ยนไป ความสำคัญของเรื่องตรงนี้ก็ลดลงไปตามกาลเวลา หลายคนเลือกที่จะไปถ่ายรูปเพียงอย่างเดียว แต่ไม่เข้ารับ เพราะ มองว่า เป็นการเสียเวลามากเกินความจำเป็น ไหนจะต้องลางานมาซ้อม ตื่นเช้ามานั่งคอย รวมๆแล้วก็เสียเวลาไปกว่าสามวันเลยทีเดียว ซึ่งตัวฉันเอง แม้จะเลือกเข้ารับฯ แต่ก็รู้สึกว่า เหนื่อยอยู่ไม่น้อย

    จะเห็นได้ว่า ยุคสมัยและค่านิยมที่เปลี่ยนไปไม่ได้ลดความยิ่งใหญ่ของงานรับปริญญาลงแต่อย่างใด มันยังคงความเป็นงานสำคัญอยู่ เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบไปเสียมากกว่า การได้ถ่ายรูปสวยๆไว้เป็นท่ี่ระลึก การได้พบปะเพื่อนฝูง รุ่นพี่รุ่นน้อง ญาติพี่น้อง การร่วมแสดงความยินดีกับก้าวใหม่ของชีวิต ได้เข้ามาแทนที่ การตลาดรูปแบบเดิมไป

    ฉันเชื่อว่า หลายๆคนคงอยากรู้ว่า ต้องเตรียมงบประมาณไว้เท่าไหร่ในการรับปริญญา ขอบอก ณ จุดนี้เลยว่า สองหมื่นบาทก็อาจไม่พอ ทุกสิ่งในโลกทุนนิยมนี้มีราคา ค่าช่างแต่งหน้า ค่าช่างกล้อง ค่าชุด ค่ารองเท้า ล้วนแต่ต้องใช้เงินซื้อมา คุณภาพก็ตามราคา มีให้เลือกตั้งแต่ถูกยันแพง มือสมัครเล่นไปจนถึงระดับโปร แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เลือกมาจะได้ดั่งใจหรือไม่ ล้วนต้องพึ่งดวงอีกที เศร้าจริงเชียว นอกจากนี้ หากไม่เร็วพอ มีเงินก็ซื้อไม่ได้... เป็นงานที่แย่งกันกินแย่งกันใช้โดยแท้ สรูปได้ว่า จะใช้งบเท่าไรก็เป็นเรื่องนานาจิตตังอยู่ระดับหนึ่ง

    สำหรับใครที่ต้องการสวยเป็นพิเศษ ต้องการสวยทันตาเห็น ปัจจุบัน เทคโนโลยีทางการแพทย์ก็มีตัวเลือกให้ท่านมากมาย ตั้งแต่ โบฯเกาหลี โบฯอเมริกา hifu thermage ultera ฉีตเฟต ร้อยไหม และอื่นๆอีกมากมาย

    พูดมาจนถึงตอนนี้ ทุกคนคงจะเริ่มเห็นภาพแล้วว่า งานรับปริญญา สำหรับคนที่ให้ความสำคัญกับงานนี้ ก็คล้ายกับการเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวนั่นแหละค่ะ โดยส่วนตัวแล้ว ขณะที่กำลังเขียนบทความนี้ เราและงานรับปริญญาได้เดินทางมาถึงครึ่งทางแล้ว ความรู้สึกในตอนนี้ คือ "เหนื่อย..."

    อยากบอกทุกคนว่า การรับปริญญาเนี่ย มันเหนื่อยจริงๆนะคะ กว่าจะหาช่างกล้อง ช่างแต่งหน้า สไตล์การแต่งหน้าทำผม ใดใด ที่ถูกใจได้เนี่ย หมดเวลาไปเป็นสัปดาห์ แถมซ้ำร้าย ช่างแต่งหน้าก็อาจจะแต่งออกมาไม่ถูกใจเราก็ได้ นอกจากนี้ เมื่อเราจ้างช่างกล้องแพงแล้ว ก็ต้องอยากได้รูปสวยๆถูกไหมคะ? แต่ถ้าเราไม่สวย ก็ต้องยอมทนเจ็บไปให้หมอจิ้มหน้าอีก!  แค่คึ่งทางก็หมดเงินไปร่วมหมื่นแล้วค่ะท่านผู้ชมจนบางครั้งก็เริ่มคิดแล้วว่า เราควรหยุดพักก่อนไหม? มันเหมือนเราตั้งเป้าว่า ฉันจะต้องสวย ต้องดูดีที่สุดในวันนั้น ภาพในวันนั้นจะอยู่กับเราไปตลอดชีวิตเลยนะ ซึ่งหากเรามานั่งคิดให้ถี่ถ้วนแล้ว เราเองก็เป็นแค่มดงานตัวเล็กๆที่มารันวงการนี้ต่อไปหรือเปล่า? เราเป็นคน ไม่ใช่ตุ๊กตากระเบื้องเคือเสียหน่อย? จะมีสิว จะอ้วน จะมีเหนียงบ้างจะเป็นอะไร อย่างไรเสียนี่ก็คือตัวเรา

    ความจริงแล้ว คอนเทนต์นี้ ถูกเขียนขึ้นด้วยความปรารถนาให้ทุกคนที่กำลังจะมีงานสำคัญๆในชีวิต โดนเฉพาะ คนที่กำลังจะรับปริญญาแบบเรา หยุดวิ่ง แล้วหันมาฉุกคิดสักนิดว่า สิ่งที่กำลังทำอยู่ 
    เรากำลังทำเพื่อใคร? 
    ทำเพื่ออะไร? 
    แล้วเป็นสิ่งที่เราต้องการจริงๆหรือเปล่า? 
    มันคุ้มค่าที่เราจะลงทุนลงแรงลงเวลาขนาดนั้นเลยไหมนะ?


    Love,

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in