One more chapter : ขออีกบทนึงingkychaw
อ่านจบ: พฤศจิกายน 2019
  • นับจากต้นปีจนสิ้นเดือนนี้ เราอ่านได้ไป 70 เล่ม ภูมิใจกับตัวเองมากกก เมื่อต้นปีตั้งเป้าไว้ 30 เล่มแถมไม่มั่นใจด้วยว่าจะทำได้ตามเป้ามั้ย ดีใจที่ตัวเองค้นพบความชอบในการอ่านโรแมนซ์ ใครที่ผ่านมาและอายุ 18+ ยังไม่เคยลองแนวนี้ เราชวนลองอ่านดู5555 

    ส่วนเดือนนี้อ่านไปจำนวนไม่มากไม่น้อย ได้ไป 10 เล่ม มีบางช่วงที่รู้สึกหยิบเล่มไหนมาก็ไม่โดนใจสักที หมดแรงอ่านทำให้ไอเดียอัพบล็อกล่มไปหลายอันเลย ฮือ ไว้แก้ตัวเดือนหน้านะ

    ตีมของ 10 เล่มที่อ่านหลากหลายสุดๆ ทั้งเรื่องเล่า นิยายสืบสวน นิยายรักย้อนยุค มาดูกันเลยย


    1. Dutchland ดัตช์แลนด์ แดนมหัศจรรย์ โดย Little Thoughts

    เล่าถึงประวัติศาสตร์ การเมือง การค้าของเนเธอร์แลนด์ที่ก่อให้เกิดเป็นเนเธอร์แลนด์แบบอย่างในปัจจุบัน

    เริ่มเล่มรู้สึกเนื้อหาแน่นมาก เหมือนอ่านหนังสือเรียนเลยรู้สึกเบื่อไปบ้าง แต่อ่านไปเรื่อย ๆ และด้วยความที่เคยไปดัตช์มาแล้ว พอเจอประเด็นที่นึกถึงที่เที่ยวแล้วก็อ๋อออ อย่างงี้นี่เอง (สำเนียงทีวีแชมเปี้ยน) สนุกดีเหมือนกัน 

    2. Bon en France บอง ออง ฟรองซ์ โดย บองเต่า

    เล่าถึงการเรียนปริญญาโทที่ฝรั่งเศสของคุณบองเต่า

    เล่มนี้เราดองไว้นานมาก น่าจะซื้อมาตอนเริ่มป.ตรี จนตอนนี้เราแก่กว่าคุณบองเต่าตอนไปเรียนในเล่มแล้วเนี่ย55555

    เราชอบอ่านบล็อก exteen ของเขาตั้งแต่ไปทำงานที่กัมพูชาแล้ว คุ้นสำนวนเขามาบ้าง เล่มนี้ก็ไม่ผิดหวังเลย รู้สึกสนุก ลำบาก และเศร้าไปกับหนังสือเลย

    3. A Darker Shade of Magic โดย V.E. Schwab

    ในโลกที่ลอนดอนมี 4 คู่ขนาน แดง, เทา, ขาว และดำ เคล เป็นแอนทารี อาศัยอยู่ลอนดอนแดง ผู้ใช้เวทมนตร์คนสุดท้ายที่สามารถเดินทางไปมาระหว่างลอนดอนทั้ง 4 ได้ วันหนึ่งเคลเจอหินที่มาจากลอนดอนดำ แล้วผจญภัยก็เริ่มขึ้น ทั้งโดนโจรสาวจากลอนดอนเทาขโมยของ นักฆ่าจากลอนดอนขาวไล่ตาม เคลจึงวางแผนเอาหินกลับไปยังลอนดอนดำ ต้นกำเนิดของมัน

    แนวคิดเรื่องลอนดอนคู่ขนานกับผู้ใช้เวทมนตร์น่าสนใจมากๆ แถมเป็นยุคคิงจอร์จที่ 3 เป็นยุคที่เราสนใจอีก แต่ติดที่ตัวละครของเรื่องไม่มีตัวไหนที่เราชอบเลย แม้แต่เคลเอง จริงๆเป็นมาตั้งแต่เรื่อง Vicious ของคนแต่งเดียวกันแล้ว เขาสร้างโครงเรื่องดี แต่ตัวละครจืดมาก

    ยิ่งเล่มนี้ตัวละครหญิงคนนึงทำเอาเราแทบไม่อยากอ่าน เหมือนต้องเก็กทำตัวเป็นคนเจ๋งตลอดเวลาเพื่อทำให้ดูเป็นคนแกร่ง ซึ่งคนเก่ง แกร่งไม่ต้องออกมาดิบๆ ลุยๆก็ได้ โอยเหนื่อย55555


    4. The Bride แรงริษยา โดย Julie Garwood

    ตามคำสั่งของกษัตริย์ของอังกฤษ อเล็ค คินเคท หนึ่งใน laird จากสกอตแลนด์ ต้องแต่งงานกับหญิงอังกฤษ จึงได้เจอกับจามี่ และพาเธอไปใช้ชีวิตใหม่ ในฐานะภรรยาเขาที่สกอตแลนด์

    เจอคนรีวิวหลายคนว่านิยายเรื่องนี้เข้าถึงความย้อนยุคที่ดีที่สุดที่ดำเนินเรื่อง ณ สกอตแลนด์ ทำให้ตั้งความหวังไว้สูงมาก เอาจริงก็....นะ55555 เราเฉย ๆ กับคลุมถุงชน เพราะยุคโบราณเกิดขึ้นได้เสมอ แต่เจอกันแว้บเดียวแล้วแต่งเลย และหลงรักกันใน 2-3 วัน มันไม่ได้เซ็กซี่เท่าไหร่เลย จุดดีคือชอบนิสัยจามี่นางเอกของเรื่อง ไม่ได้แกร่งจนโอเว่อร์เกิน แต่ก็ไม่อ่อนแอ

    5. The Viscount who Loved Me ไวส์เคานต์ที่เฝ้ารอ โดย Julia Quinn

      แอนโทนี บริดเจอร์ตัน พี่คนโตของตระกูลบริดเจอร์ตัน ผู้มีตำแหน่งไวส์เคานต์ อยากแต่งงาน เขากำลังสนใจมิสเชฟฟิลด์ ผู้เพียบพร้อม แต่พี่สาวของเธอ เคท เชฟฟิลด์ ต่อต้านหัวชนฝา แต่ไม่ทำให้แอนโทนีล่าถอยแถมคิดว่าท้าทายขึ้นด้วยซ้ำ สุดท้ายการต่อล้อต่อเถียง กลายเป็นความรู้สึกดีที่ไม่อาจต้านทานอีกต่อไป

    เอนเนอจี้คู่นี้ดี แต่สาเหตุที่ทั้งคู่มาแต่งงานกันมันซ้ำเหมือนเล่ม The Duke and I เรื่องของดาฟนี น้องสาวเลยอะ แถมประเด็นดราม่าพ่อแง่แม่งอนยังคล้ายกัน หักคะแนน!

    6. An Offer From A  Gentleman สุภาพบุรุษสุดที่รัก โดย Julia Quinn

    โซฟี เบคเก็ตต์ เป็นลูกนอกสมรสของเอิร์ล ทำให้คนในบ้านโดยเฉพาะแม่เลี้ยงมองเธอเป็นเพียงหญิงรับใช้ แต่เราคนใช้ด้วยกันรู้ดีว่าฐานะเธอดีกว่านั้น จึงแอบเตรียมชุด เครื่องประดับและหน้ากาก พาเธอไปงานเลี้ยงหน้ากากที่บ้านตระกูลบริดเจอร์ตัน เพียงก้าวแรกที่เธอไปถึงบ้านบริดเจอร์ตัน ก็ตรึงใจเบเนดิกต์ บริดเจอร์ตัน ลูกชายคนรองของตระกูล 

    พลอตซินเดอเรลล่าเด๊ะ โซฟีก็ลำบากเหลือเกิ๊นน เชียร์ให้ตอนจบตบกับแม่เลี้ยงมากๆ5555 ส่วนข้อเสียของเรื่องคือพระเอกของเรื่อง... เบเนดิกต์เจ้ากี้เจ้าการมากกก แถมมีแบล็กเมลนางเอกอีก ไม่มีความสุภาพบุรษดั่งชื่อเรื่องเลย หักคะแนนอีก!


    7. After Ben โดย Con Riley

    1 ปีหลัง ธีโอเสียเบนแฟนหนุ่มที่คบกันมา 15 ปีไป เขาเริ่มเปิดใจมากขึ้น เริ่มทักปีเตอร์ ชายที่เจอทุกครั้งตอนมาออกกำลังที่ยิม แต่ความสูญเสียยังกัดกินใจขอธีโอเกินกว่าจะสานต่อเกินเพื่อนกับปีเตอร์ จึงหันไปเล่นเว็บบอร์ดการเมือง เขาวิจารณ์เศรษฐกิจ การเมืองลงอินเตอร์เนตเป็นงานอดิเรก วันหนึ่งได้รับข้อความจากมอร์แกน ว่าเขาเห็นด้วยกับความเห็นของธีโอ จึงเริ่มแลกเปลี่ยนความเห็น ความสัมพันธ์เริ่มแลกเปลี่ยนมากกว่าการเมืองเป็นเรื่องส่วนตัวรวมถึงหัวใจ

    ทั้งปีเตอร์และมอร์แกนท้าทายใจอันบอบช้ำหลังเสียเบนของธีโอ จนเขาไม่รู้ว่าจะเริ่มรักใครได้อีกหรือไม่

    เรื่องนี้บรรยายความเศร้าของธีโอได้หดหู่มาก รู้สึกเหมือนมีเมฆดำลอยบนหัวแล้วมีฝนพรำลงมา5555 เขาอธิบายตัวละครธีโอได้ดี เข้าถึงความเศร้า การพยายามเปิดใจใช้ชีวิตใหม่หลังจากสูญเสีย 

    ถึงจะจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งก็เถอะ มันมีความดราม่าอึมครึมจนแทบจะพารากราฟสุดท้ายเลยอะ อ่านจบแทบจะหาเรื่องอื่นมาอ่านต่อไม่ได้ อินเหมือนแฟนในจินตนาการตายเอง ฮือ5555

    8. Single Malt (Agent Irish and Whiskey #1) โดย Layla Reyne

    8 เดือนหลังจากประสบอุบัติเหตุ และสูญเสียคนรัก อีกทั้งเพื่อนร่วมงาน เอเดนกลับมาทำงาน FBI อีกครั้ง โดยถูกย้ายไปแผนกไซเบอร์ รับหน้าที่ฝึกคู่หูใหม่ เจมี่ ให้ทำงานภาคสนามเป็น 

    เจมี่เองตื่นเต้นที่จะได้ทำงานนอกจากหน้าคอมสักที อีกทั้งตื่นเต้นที่จะได้ทำงานกับคนที่แอบชอบมานานถึง 2 ปี ทั้งคู่ต้องช่วยกันสืบคดี เปิดใจเข้าหากัน ทั้งในฐานะเพื่อนร่วมงานและมากกว่านั้น

    เรื่องนี้แฟนตายอีกแล้ว55555 ตัวเอกมี age gap 12 ปี น้องเจมี่เพิ่ง 30 แต่เด็กกว่าแล้วไง แซ่บเหมือนกัน

    เพิ่งเคยอ่าน FBI สืบสวนแนวไซเบอร์ แปลกใหม่ดี ปกติเจอแต่แนวฆาตกรรม เจมี่เรียนวิทย์คอมมาสามารถแฮคได้จากทุกอย่างทุกที่ ทำให้พี่เอเดนประทับใจชมอยู่เนืองๆ5555

    มีข้อเสียอย่างนึงคือใช้ตัวย่อเยอะ แล้วไม่ค่อยมีอธิบายว่าคืออะไร MIT IRA GNL บางตัวย่อไม่ใช่เรื่องที่ทุกคนจะรู้จักได้เอง ทำให้อ่านแล้วขัดๆ ต้องแว้บไปกุเกิ้ลเองว่าคืออะไรอยู่บ่อยๆ

    ส่วนตอนจบเหมือนกลัวว่าจะไม่ไปอ่านเล่มต่อ55555 ทิ้งประเด็นใหญ่เบอเริ่ม

    9. Cask Strength (Agent Irish and Whiskey #2) โดย Layla Reyne

    หลังจากไขคดีแรกร่วมกันในฐานะคู่หูกันผ่านไปด้วยดี แต่ความสัมพันธ์ของเอเดนและเจมี่ยังไม่สานต่อไปไหน เอเดนกลัวจะเสียใจอีกถ้าความรักกับเจมี่ถลำลึกเกินไป จึงขอเจมี่เป็นเพียงแค่สัมพันธ์ทางกายกันและกันเท่านั้น ส่วนเจมี่ที่อยากจะลงหลักปักฐานก็เข้าใจพี่เขา ตกลงเป็นเพียงแค่นั้นดีกว่าเสียเขาไป

    คดีใหม่ทำให้เจมี่ต้องปลอมตัวไปสืบคดีที่บ้านเกิด และเจอกับแฟนเก่า ทั้งคดีและความสัมพันธ์ยุ่งเหยิงไปหมด ทั้งคู่ต้องพิสูจน์ใจกันท่ามกลางความวุ่นวายนี้

    เปิดมาคือโกรธเอเดนมาก เจมี่ฉันคือหงอยเป็นหมาโดนเตะ เป็นดราม่าที่ไม่ควรมีเลย รักก็บอกรักดิ 

    ส่วนคดีสนุกอีกแล้ว เพราะไม่ค่อยเห็นแนวแฮคเกอร์ด้วยแหละ เลยแปลกใหม่สำหรับเรามาก เอามาปรับกับเรื่องและความสัมพันธ์ทั้งสองได้ดี

    ส่วนตัวละครที่ไม่คิดว่าจะรักและสงสารคือแฟนเก่าของเจมี่ เจมี่ตัดบัวไม่เหลือใยใดใด แต่แฟนเก่าคือรู้เลยว่ายังรักหมดใจ ฮือ5555

    10. Fake Out (Fake Boyfriend #1) โดย Eden Finley

    แมดด็อกต้องแสร้งเป็นเกย์และต้องหาคนมาปลอมเป็นแฟนหนุ่มไว้ควงไปงานแต่งแฟนเก่า เพราะเขาเคยโกหกเจ้าหล่อนไว้ว่าเขาเป็นเกย์เพียงเพื่อจะได้บอกเลิกกับเธอ จนได้เจอเดมอน พี่ชายของเพื่อนสาวคนสนิทอาสาไปให้ เพราะแมดด็อกสัญญาว่าจะช่วยหางานมาแลกเปลี่ยนกัน

    แต่การแกล้งเป็นแฟนกันทำให้ทั้งคู่เกิดคำถามว่า ความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างกันนั้นไม่ได้เกิดเพราะแสร้งขึ้นหรือเปล่า

    เรื่องนี้สนุกมากกก ตลกด้วย เราขำพรืดออกมาเลย5555 ชอบความที่ทั้งคู่ค่อย ๆ รู้ตัวว่ารักกัน เป็นความสัมพันธ์ที่เติมเต็มกันและกัน และชอบที่ดราม่าที่มีนิดเดียวและไม่ยืดเยื้อ

    อีกประเด็นคือทำให้เราเข้าใจไบเซ็กชวลไปพร้อมกับตัวละครในเรื่อง เรารู้สึกว่าไม่ค่อยเห็นตัวละครหลักเป็นไบเท่าไหร่ เรื่องนี้อธิบายทำให้เข้าใจ sexual orientation นี้ยิ่งขึ้นแหละ

    และเลิฟซีนดีงามมาก ค่อยเป็นค่อยไป มีการเตรียมพร้อมก่อน ไม่ใช่พรวดพราดจัดการเลย รู้สึกถึงความใส่ใจของคนเขียนเลย

    และนี่คือ 10 เล่มประจำเดือนนี้จ้า เหลือเพียง 1 เดือนก็จะหมดปีแล้ว มาดูกันตอนหน้าว่า สรุปแล้วปี 2019 เราจะจบที่กี่เล่ม 

    เราคิดว่าจะจัดอันดับเรื่องที่ชอบประจำปีมาให้อ่านกันด้วย ฝากติดตามกันด้วยนะจ๊ะะ

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in