ก่อนตะวันรอนngamdokbua
นวนิยายเรื่อง : ก่อนตะวันรอน ตอนที่ 10 : ผิดผี
  • นวนิยายเรื่อง : ก่อนตะวันรอน

    ตอนที่ 8 ผิดผี

    ที่บ้านผู้ใหญ่คงแห่งดอนผักหวาน

    "พ่อผู้ใหญ่ ๆ อยู่บ่ครับ" ครูบุญหลายครูใหญ่โรงเรียนบ้านดอนผักหวานร้องเรียกผู้ใหญ่บ้านตั้งแต่เช้าตรู่

    “อยู่ทางนี้ครู เป็นจังได๋มาจังได๋ คือได้มาแต่เซ้าแต่เซียวแท้ มีไผเป็นหยังบ่? ” ผู้ใหญ่บ้านถามครูบุญหลายด้วยความกังวล

    "เครื่องปั่นไฟครับพ่อ ที่ต่อไปใซ่งานเอิ้นขวัญมื้อก่อนหนิฮ้างแล้วครับ ลุงคำว่าสิยืมไปใช้งานแต่งนางต้อยลูกสาวเลา กะคือสิบ่มีใซ่แล้วหล่ะ ผมว่าสิเอาไปซ่อม เบิ่งทรงอีกโดนยุกว่าสิซ่อมได้กลับมาใช้" ครูบุญหลายบอกเล่าด้วยสีหน้าเป็นกังวลไม่แพ้กัน

    “พอดีหล่ะครูใหญ่พ่อมีข่าวดีมาบอก แล้วแลงแล้วงายว่าสิไปตีกองเอิ้นประซุมเรื่องไฟฟ้าหลวงยุ ถ้าครูใหญ่บ่มีธุระไปไสกะมาประชุมนำกันเด้อ” ผู้ใหญ่คงพูดด้วยสีหน้าเป็นปลื้มกับข่าวดีที่จะมาบอกกับลูกบ้าน

    “โอ้! ข่าวดีอีหลีตั้วหนิ คันได้มาทันใซ่งานเฮียนลุงคำคือสิดีน้อพ่อ เอ้า! สั่นหล่ะเนาะ เดี๋ยวลูกเมือก่อน กินข้าวน้ำแลงงายแล้วสิฟ่าวไปประชุมนำเด้อ ศาลาวัดน้อพ่อน้อ? ” ครูบุญหลายพูดพลางยิ้มไม่หุบด้วยความดีใจ

    “จังสั่นหล่ะครูใหญ่ พ้อกันยุศาลาวัดพุ้นหล่ะเด้อ” ผู้ใหญ่คงกำชับเวลากับครูใหญ่อีกรอบ ก่อนจะขึ้นบ้านไปกินข้าวเช้ากับนางทองสุขเมียรัก

    ในขณะที่ครูใหญ่เองก็เดินยิ้มกลับบ้านตลอดทาง

    “ครูใหญ่ เป็นหยังน้อมื้อหนิ คือสิมีความสุขแต่เซ่า แท้หย่างยิ้มเป้ย ๆ มาตลอดทางเลย” พ่อสีพ่อของเดอลาร้องทักครูใหญ่ ขณะที่ครูใหญ่กำลังเดินผ่านหน้าบ้านไป

    “มีข่าวดีตั้วลุงสี ผมไปเฮือนพ่อผู้ใหญ่มาหว่างได๋นั่น เพิ่นว่าสิเอิ้นประซุมเรื่องไฟฟ้าหลวง เห็นว่าอีก บ่จั๊กอาทิตย์กะสิมาฮอดบ้านดอนผักหวานเฮาแล้ว ลุงสีฟ่าวหากินข้าวกินน้ำเด้อ เดี๋ยวพ่อผู้ใหญ่เพิ่นสิตีกองเอิ้นประซุมดอก” ครูใหญ่บุญหลายตอบด้วยความดีใจ

    “ป้าดโท้! ข่าวดีอีหลีตั้วหนิ เอ้า ๆ ลุงหากินข้าวกิน น้ำก่อนสั่น แล้วพ้อกันยุวัดเด้อครูเด้อ” พ่อสีดีใจกับข่าวที่ครูใหญ่นำมาบอกพลางยิ้มหน้าบานไม่แพ้ครูใหญ่เลย

    “แม่อีนาง! แล้วไป๊แนวอยากแนวกิน ข่อยสิฟ่าวไป ประชุม” พ่อสีร้องถามนางเมียรัก

    “แล้วพอดีเฒ่า เจ้าคือทรงฟ่าวแท้ประซุมอิหยัง? ข่อยคือบ่ได้ยินเสียงตีกลอง” แม่นางตอบพ่อสี พร้อมกับถามด้วยความสงสัย

    “โอ้ยประซุมเรื่องไฟฟ้าหลวง ครูใหญ่หัวแต่บอกหว่างได๋นั่น” พ่อสีตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

    ตุ้ม! ตุ้ม! ตุ้ม!

    “พ่อ! เสียงกองหยังยามนี้ ควายไผเสียอีก!? ” เดอลาปีนบันไดขึ้นมาถามพ่อด้วยความเหนื่อยหอบเพราะเล่นวิ่งแข่งกับต้นน้องชาย ว่าใครจะขึ้นบ้านมา ได้ก่อน หลังจากนำควายไปผูกในตอนเช้าเรียบร้อยแล้ว

    “บ่มีควายไผเสียดอกลูกหล่า ผู้ใหญ่บ้านเพิ่นตีกอง เอิ้นประซุมข่าวดีเรื่องไฟฟ้าหลวง” พ่อสีตอบด้วยสีหน้าดีใจ

    “ไฟฟ้า! อีหลีบ่อีพ่อ บ้านเฮาสิมีไฟฟ้าใซ่แล้วติพ่อ? ” เดอลาร้องถามพ่อด้วยความตื่นเต้นดีใจ

    “แมนแล้วเห็นว่าอีกบ่จั๊กอาทิตย์หนิหล่ะ กะสิมาฮอดแล้ว” พ่อสียิ้มตอบเดอลาลูกสาวสุดที่รัก

    “หนูไปนำได้บ่พ่ออยากฟังเพิ่นประซุม? ” เดอลาขอพ่อตามไปประชุมที่ศาลาวัดด้วย

    “บ่ต้องไปหล่ะ เด็กเล็กเด็กน้อยไปเฮียนลุงคำนำแม่หนิ ใกล้มื้อกินดองน้าต้อยแล้ว ขาดเหลือหยังสิได้ซ่อยกันหาใส่” แม่นางปรามเดอลาลูกสาว

    “ขอไปนำกับ่ได้เนาะ สาสำหนินึง” เดอลาบ่นอุบ

    “ข่อยไปก่อนเด้อเฒ่า ประซุมแล้วเดี๋ยวข่อยนำก้นไป บอกอ้ายคำแน” พ่อสีกำชับนางเมียรักอีกรอบ

    “อ้ายคำกะสิบ่ไปประซุมนำเจ้าพุ่นหวา” แม่นางอดถามไม่ได้

    “กะจักหล่ะใกล้มื้อกินดองลูกสาวเพิ่นแล้ว เผื่อเพิ่นบ่มา” พ่อสีตอบ ก่อนที่จะลงจากเรือนไปประชุมที่ศาลาวัด

    การประชุมเรื่องไฟฟ้าผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ข้อสรุปก็คืออีกหนึ่งอาทิตย์เจ้าหน้าที่จะดำเนินการลงเสาไฟฟ้าให้แล้วเสร็จ เพื่อจะรองรับสายไฟในอีกอาทิตย์ถัดไป ส่วนเรื่องหลอดไฟถ้าใครอยากจะซื้อหามาไว้รอเลยก็ได้ ทั้งแบบหลอดตูมกาและหลอดนีออนที่เพิ่งมีมาวางขายที่ตลาด

    “เป็นจังสิงานเฮียนข่อยกะสิบ่มีไฟฟ้าใซ่ตั้วนิพ่อผู้ใหญ่ คันเครื่องปั่นไฟมาฮ้างจังสิ มีข่าวดีไฟฟ้าสิเข้ามาแต่กะมาบ่ัทันงาน” ตาคำบ่นด้วยความกังวล

    “บ่มีไฟฟ้ากะบ่เป็นหยังดอกพ่อ เดี๋ยวพวกข่อยกับหมู่สิไปหาขี้ตกมาไว้ให้ ขี้ตกแน ตะเกียงแน พอได้อยู่ดอกเนาะพ่อ ซ่อยกันหลายตีนหลายมือแล้วเร็วยูดอก” บ่าวเขื่อนอาสาตาคำจะออกตระเวนไปหาขี้ไต้มาใช้จุดในงานแต่งของต้อย หลานสาวที่อายุและชื่อเหมือนต้อยสาวที่ชายหนุ่มหมายปอง

    “เอาจังสั้นกะเอาลูกหล่า พ่อขอบอกขอบใจเด้อลูกเด้อ” ตาคำตบไหล่บ่าวเขื่อน พลางเอ่ยขอบใจที่บ่าวเขื่อนอาสาออกไปหาขี้ไต้ให้

    ที่บ้านบ่าวเชิด

    “ใครจะมีสตางค์ก็มีไป ใครจะไปเหยียบดาวก็ตามใจ" บ่าวเชิดนอนฮำเพลงบนแคร่ใต้ต้นดอกคูณหน้าบ้านตัวเอง ตามเสียงที่ดังออกมาจากวิทยุเทปคู่ใจ

    “ดาวเฮาบ่เหยียบดอก สิเหยียบหัวมึงหนิ" บ่าวเขื่อนยกเท้าทำท่าทางจะยกขึ้นเหยียบบ่าวเชิดเพื่อนเกลอ

    “โอ๊ะ! โอ๊ะ! โอ๊ะ! คนเด้อคน สิมาเหยียบกันเล่น ๆ บ่ได้นะขอรับ ฮ่า ฮ่า" บ่าวเชิดไวพอที่จะหลบเท้าบ่าวเขื่อนได้ทัน ถึงแม้จะรู้ว่าเพื้อนรักแค่แกล้งเท่านั้น แต่ก็ไม่อยากพลาดโดนเท้าใหญ่ ๆ หนัก ๆ ของเพื่อน

    “มาหยังแต่เซ่าแท้หมอ? ” บ่าวเชิดถามเพื่อนด้วยความสงสัย

    “ฟ่าวไปเปี่ยนเสื้อผ้า เฮาสิพาขึ้นโคกหาขี้ตกมาใซ่ในงานกินดองสาวต้อย" เขื่อนอธิบายให้บ่าวเชิดเพื่อนรักฟัง

    “เอ๊า! คึสิได้ใซ่ขี้ตก? เพิ่นบ่ปั่นไฟมาใซ่หวา? ” เชิดถามต่อ

    “เครื่องปั่นไฟฮ้างมื้องานเอิ้นขวัญนั่นหล่ะ ครูใหญ่เอาไปซ่อมยุแต่แล้วบ่ทันงานดอก เฮาเลยอาสาลุงคำสิไปเลาะหาขี้ตกมาให้เพิ่นใซ่" บ่าวเขื่อนอธิบายยาว

    “โอ้ว! จักบึ๊ดเด้อหมอ เฮาไปเปี่ยนผ้าจักบึ๋ดก่อน” เชิดตอบพลางรีบขึ้นบ้านไปใส่เสื้อตัวเก่ง ออกไปหาขี้ใต้ช่วยบ่าวเขื่อน

    สองหนุ่มเดินผ่านบ้านสาวขาว หนุ่มเชิดก็หันไปยักคิ้วหลิ่วตาให้ พร้อมกับร้องถามเผื่ออยากไปเก็บขี้ไต้ด้วยกัน

    “ขาวไปเก็บขี้ตกนำพวกอ้ายบ่ มูไปหลายยุเด้”

    เชิดยิ้มหน้าบานรอคำตอบจากขาว

    “ไอ้ต้อยไปนำบ่ ถ้าบ่ไปข่อยกะบ่ไปเด้อ เข้าป่าเข้าดอนกับผู้ซ่อนนอนซาย เดี๋ยวสิเป็นขี้ปากคะเจ้า” ขาวตอบทำหน้าตาขึงขัง

    “อ้ายกะว่าสิให้โตไปซ่อยเว้ากับป้านางนิหล่ะ คันอ้ายไปชวนเองย้านเพิ่นบ่ให้น้องสาวหล่าไปนำ” บ่าวเขื่อนอธิบายแกมขอร้องขาว

    “มุเจ้าหนิเนาะ ยากไปเหมิดเลย เอ้า! ไปกะไป แต่ถ้าจักบึ๋ดเด้อ ข่อยไปบอกอีแม่ก่อน” ขาวรับปากก่อนจะรีบขึ้นเรือนไปบอกแม่

    ในขณะเดียวกันที่บ้านของเดอลาเด็ก ๆ ในแก๊งสาว สาว สาว แอนด์สาวก็อยู่กันครบทีม และกำลังจับกลุ่มกันฟังเพลงจากวิทยุใต้ต้นจำปา เสียงหัวร่อต่อกระซิกกันครึกครื้น

    “นางหล่า! ไอ้ต้อยอยู่บ่? ” เสียงของขาวร้องถามเข้ามากลางวงวิทยุ

    “ไผมาเอิ้นหาข่อย? ” ต้อยรีบลุกขึ้นมองหาเจ้าของเสียง

    “เฮาหนิหล่ะ เฮ็ดหยังอยู่เดี๋ยวหนิ เฮาสิมาซวนไปเก็บขี้ตกนำกัน ไปบ่? ” ขาวถามต้อยเพื่อนสาวด้วยแววตามีความหวัง

    “ไปจ้า!!!” เด็ก ๆ แก็งสาว สาว สาว แอนด์สาวชิงตอบก่อนที่ต้อยจะได้เอ่ยปาก

    “เพิ่นซวนไผก็หวา….? ” สาวต้อยลากเสียงถามเด็ก ๆ ด้วยความเอ็นดู

    “ซวนน้าต้อย แฮร่ ๆ " เดอลาตอบด้วยแววตาใสปิ๊ง เชิงอ้อนวอน เพราะตนและเพื่อน ๆ ก็อยากไปร่วมผจญภัยในป่าเหมือนกัน

    “ให้เด็กน้อยไปนำอ้ายเขื่อน ซ่อยกันหลาย ๆ คนสิได้ฟ่าวกลับมาก่อนมืด" ต้อยบอกให้เขื่อนเข้าใจถึงความต้องการ

    “เอ้า ๆ ไปเหมิดหนิหล่ะ เดี๋ยวอ้ายไปขอป้านางก่อนเด้อ เพิ่นสิหาว่าพวกอ้ายพาพวกโตไปทั่วไปทีบ” บ่าวเขื่อนเอ่ย พลางสายตาก็สอดส่องหาแม่นางของเดอลา

    “สิพากันไปใสน้อ? ” นางร้องตะโกนถามมาจากบนบ้าน ขณะที่มือก็กำลังง่วนกับการเลือกกากข้าว ออกจากข้่าวสาร เพราะโรงสีกระเทาะเปลือกข้าวออกไม่หมด มีเหลือติดมาบ้าง ก่อนจะนำข้าวสารไปแช่เลยต้องคอยเลือกกากออกตลอด

    “ไปเก็บขี้ตกมาไว้ใซ่งานแต่งไอ้ต้อยครับป้านาง เครื่องปั่นไฟฮ้าง พวกข่อยเลยอาสาลุงคำเพิ่นเข้าป่า ไปหาขี้ตกมาไว้เผื่อได้ใช้” เขื่อนอธิบายยาวให้นางเข้าใจ

    “เอ้า ๆ ฟ่าวไปฟ่าวมา มันสิมืดสิค่ำ” นางอนุญาติให้ไปแต่โดยดี เพราะขี้ไต้จะเอามาใช้ในงานหลานตัวเอง

    “ฝากวิทยุแนเด้อเอื้อยนาง สิฟ่าวไปฟ่าวมาดอก" ต้อยวานพี่สาว ก่อนจะบอกทุกคนให้ออกเดินทางเข้าป่าไปหาขี้ไต้

    ด้วยความตื่นเต้น เด็ก ๆ เดินแกมวิ่งนำหน้าขบวนไปไกลแล้ว ส่วนหนุ่ม ๆ สาว ๆ เดินรั้งท้าย ทั้งหมดใช้เวลาไม่ถึง 20 นาทีก็ถึงชายป่าดอนผักหวาน

    “เอ้า! ฟ่าวหากันเด้อ สิได้ฟ่าวเมือบ้านแต่เว็น" บ่าวเขื่อนกำชับทุกคน

    “ทางพี่มีหลายเลย มาเก็บซ่อยกัน" เดอลาเรียกทุกคนให้ไปเก็บขี้ไต้ด้วยกัน

    “เก็บมากองไว้ทางนี้น้องหล่า อ้ายกับอ้ายเชิดสิเฮ็ดกะบองไว้เลย” บ่าวเขื่อนสั่งงานทุกคน ก่อนที่ตัวเองจะเดินไปปลิดใบตองกุงมาไว้ทำกระบองจากขี้ไต้เพิ่ม

    “หญิงอ้ายเชิดเลาหล่อเนาะ” กรีนนี่เบียดนกแก้วเข้ามากระซิบเดอลา

    “อีเขียว! มึงนี่เนาะ" นกแก้วตาเขียวมองกรีนนี่ด้วยความเคือง

    “หล่อ! แต่แพ้อ้ายเขื่อนของเฮา ฮ่า ฮ่า" นกแก้วหัวเราะชอบใจกับคำตอบของตัวเอง

    “อ้ายเขื่อนของน้าต้อยเฮาเด้อ!” เดอลาพูดขัดคอนกแก้ว

    “เป็นเด็กเล็กเด็กน้อยพากันหาเว้าเรื่องผู้ซ่อนนอนซายมันบ่ดี” ต้อยปรามเด็ก ๆ หลังจากที่แอบฟังมาสักพักแล้ว จนได้ยินเดอลาหลานรัก บอกว่าบ่าวเขื่อนเป็นของตน ถึงแม้ว่าจะแอบพอใจในคำพูดหลานอยู่บ้าง แต่สาวต้อยก็ยังรู้สึกตะขิดตะขวงใจดูไม่งามอยู่ดี

    “เขินสั่นบ่? ” บ่าวเขื่อนเดินมากระซิบข้าง ๆ สาวต้อย ทำเอาสาวเจ้าอายหน้าแดง

    “เขินบ้าหยัง ไปมัดกะบองต่อเลยเจ้า!” ต้อยรีบขยับหนีห่างจากเขื่อน เกรงว่าเด็ก ๆ จะเอาไปล้ออีก

    “ครับ ครับ ไปแล้วคร้าบ" บ่าวเขื่อนส่งยิ้มหวานให้ต้อยก่อนที่จะกลับไปมัดกระบองต่อ

    “เห็นวางมาดอยู่ต่อหน้าเอื้อยเขา พอเข้าป่ามากะออกลายเลยเนาะหมอ ฮ่า ฮ่า" บ่าวเชิดแซวเพื่อน ในขณะที่มือก็เกี้ยวตอกมัดกระบองไปด้วย

    “จักนอยแนเถาะ ไผสิคือโตกับสาวขาว ตั้งแต่เข้าป่ามาหนิโตติดกันตลอดเลยวะ ฮ่า..ฮ่า.." บ่าวเขื่อนได้ทีรีบแซวเพื่อนกลับ

    ส่วนขาวไม่พูดอะไรได้แต่หน้าแดงส่งกระบองที่เชิดมัดเสร็จแล้วลงในตะกร้า

    “หญิงกรีนมาทางนี้! เงียบ ๆ เด้อ" เดอลาเรียกกรีนนี่ให้เข้าไปหาด้วยสีหน้าตื่นเต้น

    “แมนหยังหญิง? ” กรีนนี่ถามด้วยความสงสัย ส่วนเท้าก็ค่อย ๆ ย่องเข้าไปหาเพื่อน เพื่อไม่ให้เหยียบใบตองกุง ที่แห้งกรอบร่วงหล่นระเกะระกะเต็มพื้นไปหมด เพราะเกรงว่าจะทำให้เกิดเสียงดัง เดี๋ยวเดอลาเพื่อนสาวดุเอาอีก

    “เข้ามาใกล้ ๆ ” เดอลาป้องปากกระซิบ

    “สิให้เบิ่งหยังคึบ่บอก ลีลาหลายแท้!” กรีนนี่เริ่มบ่น สีหน้าไม่ค่อยดีกลัวว่าเพื่อนจะแกล้ง

    “นั่นเด้! เงยหัวขึ้นไป” แต่ยังไม่ทันที่กรีนนี่จะเงยหัวขึ้นไปจนสุดตามที่เดอลาบอก กิ้งก่าตัวเบ้อเริ่มก็กระโดดลงมาจับอยู่บนหัวของกรีนนี่แล้ว

    “ว้ายยยยยย! อีหล่า! อีห่า! มึงเอาหยังมาใส่หัวกู!!!” กรีนนี่ร้องเสียงหลง ตะโกนด่าเพื่อนสาวจนลืม มาดหญิงงามไปแล้ว

    “ห่าเต็มโคกแล้วบักเขียว บาดมาคึพากันหญิงคะ! หญิงขา! บาดนี้คึอีผี อีห่า โอ๊ยยยย กูหล่ะหน่ายสูนิ ฮ่า ฮ่า” เชิดอดขำในท่าทีของกรีนนี่ไม่ได้

    “มาเป็นก้อยเป็นลาบคือยุ อันนี่หยังโดดมาใส่หัวคนบ่ ได้ตั้งโตเลย" กรีนนี่บ่นอุบ

    “มาเป็นก้อยเป็นลาบพะนะ โอ้ยเทศกินเทศอยากป่านพระเนาะเขียวเนาะ" เชิดยังเย้ากรีนนี่ไม่เลิก

    “ข่อยชื่อกรีนนี่เด้อค่ะ บ่แมนเขียว" กรีนนี่สวนกลับเชิด

    “โอ้ยเซาเถียงกันเถาะ โตกะเป็นฮ้ายไปต่อปากต่อคำนำเด็กน้อย บ่แล้วบ่ทัว ฟ่าวมัดขี้กะบองนั่น เด็กน้อยกะเซาเล่นกันได้แล้ว” บ่าวเขื่อนออกคำสั่ง

    ไม่นานทุกคนก็เก็บรวบรวมขี้ไต้ได้มากพอสมควร จึงพากันเดินเท้ากลับเข้าหมู่บ้าน โดยมีเด็ก ๆ เดินนำอย่างเช่นขามา

    “เขื่อนมื้อแลงไปใต้แมงกินูนนำเฮาบ่หมอ? ” บ่าวเชิดเอ่ยถามเพื่อนรัก

    “ไปกะไปตั้วหมอ ฮ้อน ๆ จังสินอนกะนอนบ่ได้ดอก ไปหาใต้แมงกินูนกะดีคือกัน" บ่าวเขื่อนตกปากรับคำ

    “ขาวไปใต้แมงกินูนนำพวกอ้ายบ่มื้อแลงหนิน้องหล่า? ” บ่าวเขื่อนเอ่ยปากถามสาวขาว ก่อนที่จะหันไปมองสบตากับสาวต้อย นัยจะรอคำตอบจากต้อยด้วย

    “อยากให้ไปกะไปขอเฒ่าพ่อก่อนตั้วเนาะ" ขาวตอบพลางส่งยิ้มหวานให้เชิด

    “หญิง! อันผู้สาวผู้บ่าวสองคู่นี้แมนไผจีบไปกันแน่ อ้ายเขื่อนเว้ากับเอื้อยขาว แต่ส่งยิ้มให้เอื้อยต้อย พอเอื้อยขาวตอบอ้ายเขื่อน กะแอบส่งตาหวานให้อ้ายเชิด โอ้ย! ปวดหัวนำผู้ใหญ่หนิ" นกแก้วกระซิบถามเพื่อน ๆ เพราะอดที่จะสงสัยไม่ได้

    หนุ่ม ๆ สาว ๆ เขื่อน เชิด ต้อยและขาวพากันหัวเราะร่าด้วยความพอใจ และเอ็นดูในความอยากรู้อยากเห็นของเด็ก ๆ

    ทุกคนเดินมาจนถึงบ่อน้ำประจำคุ้มวัด ก็เวลาพลบค่ำพอดี แสงแดดยามเย็นยังคงส่องสว่างเพียงแต่ลดกำลังการแผดเผาลงไปมากแล้ว นอกจากกลุ่มหนุ่ม ๆ สาว ๆ ที่มีสีผิวเข้มขึ้นเพราะกรำแดดออกไปหาขี้ไต้ช่วงกลางวันแล้ว ต้นไม้ใบหญ้าก็ทนความร้อนของแสงแดดมากพอสมควรเช่นกัน แม้แต่ใบกล้วยในสวนตาชมที่ติดกับบ้านเดอลายังเหี่ยว อย่างกับใบตองย่างไฟก็ไม่ปาน

    คงมีเพียงก้านมะพร้าวถึงแม้จะโดนแดดโดนฝนก็ดูไม่แตกต่างกันเท่าไหร่นัก เสียงกระดิ่งควายดังก๊อง แก๊งมาแต่ไกล สาวน้อยเดอลาจำได้ดีว่าเป็นควาย ที่บ้านเธอ

    “อีพ่อ! หนูกลับมาแล้ว! เดี๋ยวหนูไปซ่อยล่ามควย” เดอลารีบวิ่งไปช่วยพ่อ โดยไม่ทันได้มองดูหลุมกลางทุ่งนาให้ดี

    ตุ๊บ! โอ้ย!

    “เกิบขาดอีกแล้ว!” เดอลาร้องเสียดัง โมโหที่รองเท้าคู่ใจต้องขาดแล้วขาดอีกเพราะความซุ่มซ่ามของตัวเอง

    “พอโยนถิ่มได้แล้วเกิบดาวแท้เธอหน่ะหญิง" กรีนนี่เข้ามาประคองเดอลาให้ลุกขึ้นยืนหลังจากวิ่งตกหลุมจนล้มไม่เป็นท่า

    “กะเสียดายหนิหล่ะ เห็นว่าพอใส่ได้ยุ" เดลลาบ่นพึมพำกับตัวเอง กลัวว่ากรีนนี่จะเหน็บเอาอีก

    “เอาไว้มื้อได๋มีตลาดนัดน้าสิพาไปซื้อใหม่ ให้พ่อหนูซ่อมให้ก่อนเด้อ” ต้อยเดินมาปลอบใจหลานสาว

    เขื่อนเห็น พ่อของเดอลากำลังจะเอาควายไปผูกที่คอกใต้ถุนบ้าน เลยรีบเข้าไปช่วยและถือโอกาสขออนุญาตพาต้อยไปเก็บแมงกินูนกับพวกตนค่ำนี้

    “ลุงสีมื้อแลงพวกข่อยว่าสิไปใต้แมงกินูน ว่าสิมาขอให้สาวต้อยไปนำ ลุงกับป้าสิให้ไปบ่ครับ? ” บ่าวเขื่อนถามตาสีหลังจากที่ช่วยผูกควายเสร็จเรียบร้อยแล้ว

    “มันคือบ่หล่ะหล่า ผู้แส่ผู้สาวออกบ้านกลางค่ำกลางคืนนำพุซ่อนนอนซาย” ตาสีเอ่ยติงบ่าวเขื่อน

    “ครับลุง” บ่าวเขื่อนยิ้มเจื่อน ๆ ตอบรับ

    “ได้ยินแล้วแมนบ่สุคน มื้อแลงอ้ายกับบักเชิดสิไปกันเอง เดียวสิเอามาฝากเด้อ” บ่าวเขื่อนบอกกับทุกคน ก่อนที่จะหันไปมองหน้าเชิดกร่อย ๆ

    “เสียดายเนาะหมอ นึกว่าสิได้อยู่นำพุสาวอีก” บ่าวเชิดพูดเสียงอ่อย

    “เอาหน่ะ! ผู้สาวบ่ไปนำหน่ะดีแล้ว สิได้ฟ่าวหาฟ่าวกลับมาบ้าน ขากลับเลยไปทางเฮือนลุงคำนำ โซคดีอาจสิได้พ้อกับสาวต้อยสาวขาวกะได้ ได้ยินว่าแลงนี้สิพากันไปซ่อยเตรียมงานแต่งสาวต้อยลูกลุงคำยุ" บ่าวเขื่อนพูดอย่างมีความหวัง

    “เอ้าสั่นฟ่าวไป กินข้าวแลงแล้วออกมาหาเฮาอยู่เฮือนเด้อหมอ" บ่าวเชิดชวนให้เพื่อนเกลอออกมาหาตนที่บ้าน

    บ่าวเขื่อนยิ้มพยักหน้าเป็นการตอบรับ

    เมื่อถึงเวลาสองหนุ่มเพื่อนเกลอก็พากันเดินลัดทุ่งนาหลังบ้านบ่าวเชิด และตรงดิ่งไปยังป่าท้ายนาของตาคำ ซึ่งมีต้นมะขาม ต้นติ้วและต้นกระโดนมากมายที่เป็นแหล่งอาหารของแมงกินูน

    ในระหว่างทางจนถึงป่าที่หมายของสองหนุ่มไม่ได้จุดขี้ไต้เลย เพราะแสงจันทร์สว่างมาก อีกทั้งทางเส้นนี้ทั้งสองคุ้นเคยเป็นอย่างดี


    “หมอ! โตได้ยินเสียงหยังบ่? ” บ่าวเขื่อนดึงแขนให้บ่าวเชิดหยุดเดิน และเงี่ยหูฟังเสียงที่ตัวเองได้ยิน

    “เสียงหยังวะ? กลางค่ำกลางคืนในป่าในดง เว้าแนวบ่แมนเด้อ" บ่าวเชิดถามด้วยความระแวง

    “บ่แมนผีดอกหน่ะ! ฟังดี ๆ เงียบ ๆ นำ" บ่าวเขื่อนกระซิบบอกเพื่อน

    แล้วสองหนุ่มก็ค่อย ๆ ย่องเข้าไปใกล้ ๆ ที่มาของเสียง พอมองเห็นเงาตะคุ่ม ๆ ที่กำลังกอดก่ายกันอยู่ แต่ไม่รู้ว่าเป็นใครกันแน่ จนได้ยินเสียงสนทนาเกิดขึ้น

    “อ้ายเหลี่ยมป่านได๋อ้ายสิไปขอข่อยกับอีพ่ออีแม่ ข่อยออกมากับอ้ายดู๋แล้วเด้? ” สายบัวกระซิบถาม เหลี่ยม ผู้บ่าวรุ่นพี่ที่สายบัวแอบมาพลอดรักด้วย เป็นประจำ โดยไม่เคยมีใครล่วงรู้ความลับของทั้งคู่มาก่อน

    “อีกบ่โดนดอกน้องหล่า ข้าวนาปาแล้วปีนี้หล่ะ อดเอาได้บ่? ” บ่าวเหลี่ยมกระชับอ้อมกอดสายบัว คู่รักให้แน่นขึ้น เพื่อให้สาวเจ้าอุ่นใจในคำมั่นสัญญา


    “อย่าตั๋วข่อยเด้อ ข่อยมากับอ้ายป่านนี้แล้ว ถ้าอีพ่อเพิ่นฮู้ ฆ่าข่อยตายคัก ๆ " สายบัวออดอ้อนบ่าวเหลี่ยม ก่อนที่จะแนบแก้มลงบนอกแกร่งของผู้บ่าวคนรัก

    ในขณะที่บ่าวเขื่อนกับบ่าวเชิดหลังจากซุ่มดูเหตุการณ์สักพัก จนแน่ใจแล้วว่าสองหนุ่มสาว เจ้าของเสียงที่กำลังพลอดรักกันเป็นใคร บ่าวเชิดก็ไม่รอช้า รีบพุ่งพรวดเข้าไปกระชากสายบัวลูกพี่ลูกน้องออกจากอ้อมกอดของบ่าวเหลี่ยมทันที ก่อนที่จะหันกลับไปชกหน้าบ่าวเหลี่ยม จนเซถลาล้ม บ่าวเชิดตามไปกระทืบต่อ

    "มึงก้ามากเลยนะ! มาหยามนามสกุลกูบักเหลี่ยม!” บ่าวเชิดไม่พูดเปล่าแต่ยังกระหน่ำหมัดเข้าชกหน้าบ่าวเหลี่ยมจนเลือดกบปาก

    "ฮือ.. ๆ ฮือ..ๆ อ้ายเชิดอย่าเฮ็ดเลา พอแล้ว ๆ " สายบัวร้องไห้ฟูมฟาย มือข้างหนึ่งก็กุมผ้าซิ่นไม่ให้ หลุดร่วง ส่วนอีกข้างหนึ่งก็พยายามรั้งแขนบ่าว เชิดลูกพี่ลูกน้องเอาไว้

    "พอได้แล้วหมอ! อ้ายเหลี่ยมเพิ่นสิตายก่อน" บ่าวเขื่อนเห็นท่าไม่ดี จึงเข้าไปดึงเพื่อนออกมา

    “เอิ้นมันอ้ายเฮ็ดหยัง มาลักอยู่ลักกินหยามหน้า หยามตานามสกุลกูป่านนี้ หมากะยังดีก่อนมันอีก!” บ่าวเชิดยังอยู่ในอาการโกรธเกรี้ยว ขณะที่ถูก เพื่อนรักลากออกมา หลังจากที่ตะบันหน้าบ่าวเหลี่ยมอย่างไม่ยั้ง

    “อีสายบัว! งามหน้าแล้วมึง มาป่อยเนื้อป่อยโตให้ผู้ซ่อนนอนซาย อยู่กางโคกกางป่า เมือเฮือนนำกูเดี๋ยวนี้เลย บักเหลี่ยมนำ!” บ่าวเชิดออกคำสั่ง

    ทั้งสี่คนเดินผ่านทุ่งนาที่มีเพียงแสงจันทร์ส่องแสงนวลพอให้เห็นทางเดิน ถึงจะไม่ถนัดตาเหมือนตอนกลางวัน แต่ก็พอเห็นว่าทั้งสี่คนเร่งรีบพอสมควร หัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะของทั้งสี่ โดยเฉพาะสายบัวและบ่าวเหลี่ยม หนุ่มสาวทั้งสองแทบไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย นอกจากหัวใจที่เต้นเร็วและแรง ราวกับว่าจะหลุดออกมาจากร่างก็ไม่ปาน

    “เขื่อนมึงไปเอิ้นผู้ใหญ่อยู่เฮือนลุงคำมา กูสิเฝ้าอ้ายอีสองโตนี้ไว้ งามหน้างามตาคักมึง" บ่าวเชิดออกคำสั่ง

    “กูว่ามึงนั่นหล่ะไปเอิ้นผู้ใหญ่ ป่อยมึงไว้นำเขากูว่าเขาตายคาตีนมึงแท้วะ ไป! ฟ่าวไป กูสิเฝ้าให้” บ่าวเขื่อนตบไหล่เพื่อนยื่นข้อเสนอให้

    “ระวังโตไว้เลยสูสองคน! เดี๋ยวกูกลับมา!” บ่าวเชิดชี้หน้าบ่าวเหลี่ยมและสายบัว ก่อนจะหันหลังให้ และรีบสาวเท้าตรงไปยังบ้านตาคำ เพื่อไปบอกผู้เฒ่าผู้แก่ ที่กำลังพากันเตรียมงานแต่งให้ต้อยลูกสาวตาคำอยู่

    ที่บ้านตาคำมีพี่น้องชาวดอนผักหวานทั้งเด็กและผู้ใหญ่ออกมารวมตัวกัน เพื่อช่วยเตรียมงานแต่ง สาวต้อยมากหน้าหลายตา บรรดาผู้ใหญ่ก็จะแยกงานหญิงชาย ส่วนเด็ก ๆ ที่มากับพ่อแม่ก็จับกลุ่มเล่นกันเสียมากกว่า และที่เห็นเป็นกลุ่มหัวโจกก็เป็นแก็ง “สาว สาว สาวแอนด์สาว” นั่นเอง เพราะดูมีสีสัน มีกิจกรรมและเรื่องราวแปลกใหม่มาเล่าให้เพื่อนฟังตลอด

    ส่วนบ่าวเชิดเมื่อมาถึงบ้านของตาคำก็ไม่รอช้า วิ่งตรงดิ่งไปใต้ต้นมะยมทันที เพราะที่นั่นเป็นที่รวมกลุ่มของผู้ชายที่มาช่วยงาน ตาน้อยพ่อของสายบัวซึ่งเป็นลุงแท้ ๆ ของบ่าวเชิดก็อยู่ที่นี่ด้วย

    “ลุงน้อย! ลุงน้อยอยู่ใสครับ? ลุงน้อย!” บ่าวเชิดกวาดสายตาไปทั่วบริเวณรอบ ๆ เรือน เพื่อหาตาน้อยแต่ก็ไม่พบ

    “เป็นหยังคือตาตื่นแท้หล่ะหำ? คือว่าพากันไปใต้แมงกินูน เป็งจังได๋คึมาอยู่นี่? ” ตาสีพ่อของเดอลาเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ

    “บอกเพิ่นแนควายเข้าสวนเพิ่นแล้ว!” เชิดบอกกับตาสีด้วยท่าทางร้อนรุ่ม

    “ห่วยมะซ่างว่าแท้ละฮึแมนไผหล่ะ? " ตาสีถามบ่าวเชิดด้วยความตกใจ

    “บักเหลี่ยม! ลูกยายมาเฮือนยุซ่นบ้านท้างพุ้น หล่ะลุงสี" เชิดอธิบายสั้น ๆ ตาก็ยังกวาดหาตาน้อย อยู่

    “แมนไผมาเอิ้นหากูอยู่หนิ? ” ตาน้อยร้องถามในขณะที่ปีนลงบันไดบ้านตาคำลงมาสมทบบ่าวเชิดกับตาสี

    “ข่อยหนิหล่ะพ่อลุง แม่ป้าเด้เอิ้นเพิ่นมานำ พ่อใหญ่คงอยู่ใสเอิ้นเพิ่นไปนำ บ่สั่นบ่แล้วหล่ะมื้อหนิ" บ่าวเชิดพูดด้วยสีหน้าเอาเรื่องไม่ยอมหยุด

    “มันแมนหยังมึงคือทรงเป็นเดือดเป็นฮ้อนคักแท้? ” ตาน้อยยังถามต่อ เพราะไม่เข้าใจที่บ่าวเชิดพูด

    “ควายยายมาเข้าสวนเจ้า!” บ่าวเชิดตอบสั้น ๆ แต่ก็ทำเอาตาน้อยโกรธเลือดขึ้นหน้าในทันที

    ส่วนยายสาเมียของตาน้อยที่มาได้ยินที่เชิดพูดพอดีถึงกับเข่าทรุดด้วยความเสียใจ จุกจนร้องไห้ไม่ออก

    “ไหวบ่แม่ป้า มาข่อยสิพาเมือเฮือน” แม่ของเดอดาที่เดินมากับยายสา ได้ยินทุกอย่างพร้อม ๆ กัน เสนอตัวพายายสาไปส่งบ้าน

    “ขอบใจหลายแม่อีนาง มา ๆ ไปฟังซ่อยข่อยแน" ยายสาเค้นเสียงที่แทบจะไม่มี เพราะความเหนื่อยหอบ กับเรื่องราวที่เพิ่งจะได้ยินจากปากบ่าวเชิด เพื่อขอร้องแม่ของเดอลาให้ไปเป็นสักขีพยาน ในการเจรจาเรื่องงามหน้าของลูกสาวในครั้งนี้

    ตาสีพ่อของเดอลาอาสาตาน้อยรับหน้าที่หาผู้หลักผู้ใหญ่ไปเจรจาไกล่เกลี่ยเรื่องของบ่าวเหลี่ยมและสายบัว ส่วนตาน้อย บ่าวเชิด ยายสาและแม่ของเดอลาล่วงหน้าไปก่อนแล้ว

    “เอ็ดลุงฝากเบิ่งเด็กน้อยไว้ถ้าแนเด้อ เดี๋ยวเว้าความแล้วสิฟ่าวมาดอก" ตาสีฝากฝังเด็ก ๆ ให้นางเอ็ด ลูกพี่ลูกน้องของเมียให้ดูแลแทน

    “บ่เป็นหยังดอก เจ้าพากันฟ่าวไปโลดพ่อลุง!” นางเอ็ดตกปากรับคำที่จะดูแลเด็ก ๆ ให้

    “หญิง! ได้ยินข่าวอิหยังบ่? ” กรีนนี่โผล่เข้ามากลางวงเพื่อน ๆ ที่กำลังเล่นไม้พาดอยู่ หลังจากที่หายเข้าป่าไปปลดทุกข์เป็นนานสองนาน

    “ข่าวอีหยังของเธออีกคะ? มาแต่ละเทือข่าวล่ามาแรงตลอดเธอหน่ะ!” นกแก้วแซวกรีนนี่

    “สิฟังบ่ฟัง? ” กรีนนี่ตวัดเสียงพร้อมชักสีหน้าไม่พอใจที่นกแก้วชอบขัดคอเธอตลอด

    “ฟังตั้วเนาะ แซวเล่นแซวหัวสะดีดสะดิ้งคือหลาย" นกแก้วเบ้ปาก

    “อีนกแก้ว!” กรีนนี่เริ่มโมโห

    “พอได้แล้วสองคนหนิ! มีหยังว่ามา" เดอลารีบสงบศึกระหว่างกรีนนี่และนกแก้ว

    “เฮาได้ยินอ้ายเชิดสุดหล่อบอกตู้น้อยว่าควายเข้าสวนเพิ่นวะสั้น!” กรีนนี่เล่าด้วยสีหน้าท่าทางตืนเต้น

    แต่เพื่อน ๆ ของเธอยังมีสีหน้าที่ไร้อารมณ์ตอบรับกับอาการของกรีนนี่

    “ควายเข้าสวนแล้วจังได๋วะ? ” เดอลาขมวดคิ้วถามเพื่อนสาวแบบงง ๆ

    “เออแมน! ประสาควายเข้าสวนคือสิเป็นสิตายแท้" นกแก้วรีบเสริมเดอลาเพื่อเอาคืนกรีนนี่ทันที

    “เออแมน! สาควายเข้าสวนคือสิเป็นสิตายแท้" นกแก้วรีบเสริมเดอลา เพื่อเอาคืนกรีนนี่ทันที

    “แต่ฉันว่ามันต้องมีหยังหลายกว่านั้น พวกเธอรู้บ่ว่าผู้เฒ่าผู้แก่คะเจ้าหลั่งไปเฮือนตาน้อยเกือบเหมิดแล้ว! เหลือบ่จักคนพากันมืนตาเบิ่งแน!” กรีนนี่อธิบายยาว และหาจังหวะจบได้สวย ส่งน้ำหนักให้เหตุผลกับเรื่องที่ตนเองเอามาบอกกับเพื่อน ๆ ได้มากเลยทีเดียว โดยไม่ลืมที่จะหันไปจิกตาใส่นกแก้วด้วยความสะใจ

    เดอลา ม่านฟ้าและนกแก้วเริ่มมองรอบ ๆ ตัว เห็นว่าทุกอย่างเป็นจริงอย่างที่กรีนนี่พูด

    “หญิง! ไปบ่!? กรีนนี่มองสบตาเพื่อน ๆ ทีละคน เพื่อรอคำตอบ ว่าจะแอบไปบ้านตาน้อย เพื่อไปดูเหตุการณ์ควายเข้าสวนตาน้อยไหม สมาชิกทุกไม่ตอบ แต่ยิ้มเป็นการตอบรับแทน ก่อนที่จะแอบย่องลงเรือนไป

    เมื่อเด็ก ๆ เข้าใกล้บ้านตาน้อย จึงพากันเข้าไปแอบอยู่ข้าง ๆ กองฟาง เพื่อที่จะได้ยินเสียงผู้ใหญ่คุยกัน

    “สิเอาจังได๋ว่ามาบักเหลี่ยม! มึงมาหยามหน้าหยามตาหยามนามสกุลกูขนาดนี้กูบ่แล้วง่าย ๆ แท้!” ตาน้อยชี้หน้าด่าบ่าวเหลี่ยมด้วยความโกรธเกรี้ยว

    “ข่อยยอมรับผิดสุอย่างเลยลุงน้อย ข่อยมันชั่วอีหลี" บ่าวเหลี่ยมกราบเท้าขอโทษขอโพยตาน้อยและยายสา

    “ซั่วฟากหมาอีหลีมึงหนิ จังไรแท้ ๆ สูสองคน กูมะแค้นคักแท้ มีลูกสาวอยู่ผู้เดียวกะเฮ็ดโตบ่เป็นตะสิแตก” ตาน้อยตีอกชกมือด้วยความแค้นใจ


    “สิให้ข่อยรับผิดซอบหยังข่อยยอมเหมิดเลยพ่อใหญ่ แต่ตอนนี้ข่อยบ่มีเงินมีคำอีหลี” บ่าวเหลี่ยมกราบเท้าผู้ใหญ่บ้านคง ให้เห็นใจและช่วยขอร้องกับตาน้อยและยายสาให้ตนอีกครั้ง

    “บักพากมึงเอ้ย! เว้าจังสิกะสำหมาตั้วหนิ" ตาน้อยโกรธจนเสียงสั่น

    “เอ้า! เอ้า! เอาจังสิ พ่อว่าให้เด็กเล็กเด็กน้อยมาสมบัดสมมาผู้เฒ่าผู้แก่ไปก่อน จังได๋เขากะเฮ็ดผิดผีกันแล้ว พอแล้วไฮ่แล้วนา ขายข้าวขายน้ำได้ทอได๋กะเอามาให้ทางนี้ เป็นค่าเลี้ยงค่าเกียลูกสาวเขา” ผู้ใหญ่คงยื่นข้อเสนอให้ทั้งสองครอบครัว

    “น้อยเอ้ย! เด็กน้อยเขากะผิดกะพาดไปแล้ว มันเอาคืนบ่ได้เด้ เขาพากันเฮ็ดผิดผีพ่อตู้แม่ตาเฮาแล้ว เขากะฮักกันแพงกันอีหลี มึงสิบ่ลดลาวาศอกแนติ ให้เขาตกเขาแต่งกันเป็นงานเป็นการสา” ผู้ใหญ่บ้านคงเห็นใจทั้งสองฝ่าย เลยเอ่ยปากขอร้องตาน้อยให้เห็นใจเด็ก ๆ

    ตาน้อยไม่เห็นด้วยเท่าใดนัก แต่ก็ต้องก้มหน้าก้ม ตายอมรับ เพราะลูกสาวตัวเองพลาดไปแล้ว

    “ลูกหลานบ้านเฮากะมีกันอยู่บ่จั๊กคน งานแต่งอีนางต้อยกะมื้อฮือนี้ ของกะเตรียมไว้แล้ว พ่อว่าให้บักเหลี่ยมกับอีนางสายบัวแต่งพร้อมกันเลย เดี๋ยวพ่อสิเป็นเจ้าภาพให้ว่าจังได๋พ่ออีนางต้อย? ” ผู้ใหญ่บ้านคงยื่นข้อเสนอแกมบังคับตาคำไปในตัว

    “ว่าจังได๋หล่ะเฒ่า? ” ตาคำหันหน้าไปถามเมียรัก

    “สิว่าจังได๋ได้หล่ะ ลุงคงเพิ่นสิเป็นเจ้าภาพใหญ่ให้ป่านนี้ พี่น้องทางเจ้าบ่าวเขาสิว่าไทเฮาขี้หมูขี้หมาบ่ได้แล้ว กะดีใจตั้วเฒ่า" นาง...ยิ้มตอบด้วยความโล่งใจ

    “เอ้าจังสั่นหล่ะ ของเขิงที่พากันเตรียมไว้อยู่เฮือนพ่ออีนางต้อย กะพากันขนมาเฮือนพ่อเลยเด้อ พอดีหล่ะเดิ่นเอิ้นขวัญยังอยู่อยู่ งานแต่งกะแต่งอยู่ลานนี่หล่ะเด้อ พ่ออีนางต้อยกะไปบอกทางเจ้าบ่าวให้มันแล้วมันทั่ว" ผู้ใหญ่บ้านคงพูดสรุปและจัดแจงหน้าที่ให้กับทุกคน

    “ตาแจ้งบ่หญิงบานหนิ ฉันกะว่าเอื้อยสายบัวเลา ออกบ้านไปหยังก็ดู๋แท้!” กรีนนี่พูดกับเพื่อน ๆ

    “ฉันกะเคยเห็นอ้ายเหลี่ยมเพิ่นไปตักน้ำซ่อยเอื้อยสายบัวดู๋ยุ แต่กะบ่คิดว่าคะเจ้าสิพากันเฮ็ดผิดผี” เดอลาพูดใจลอย


    ---- จบตอน 10----

    ด้วยฮัก  งามดอกบัว


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in