นิทานความรักตะเกียงดาว
#ระหว่างเรา
  • ริมถ้วยกาแฟมีเรื่องราว...และเรื่องเล่าอันไม่รู้จบของความรัก

    ..

    "ผมอยากเจอคุณ"

    ถ้อยคำทางปลายสายของเขาเมื่อคืนวาน พาเธอมายังสถานที่นี้

    .


    บนชั้นสองของร้านหนังสือเป็นคอฟฟี่ชอปบรรยากาศอบอุ่น เธอทอดสายตาลงไปเบื้องล่าง ยามค่ำคืนหน้ามหาลัยแสงไฟพร่าพราย ทั้งบนถนนและริมทางเท้า คราคร่ำไปด้วยผู้คนนับร้อยนับพันบ้างเดินไปทางซ้ายบ้างเดินไปทางขวาขวักไขว่ไปมาอย่างกับว่าพวกเขาไม่รู้หนทางกลับบ้าน

    .


    มันดูสับสนวุ่นวายและเหน็ดเหนื่อยผู้คนจับจ่ายซื้อของ ผู้คนตั้งแผงขายของ จุดนัดพบแห่งวิถีชีวิตเริ่มต้นขึ้นพลุกพล่านขุ่นข้อง เสียงตะโกนเรียกลูกค้า เสียงพูดคุยทักทายบนบาทวิถีเมื่อคนแถบถิ่นเดียวกันมาพานพบรอยยิ้มปรากฎบนใบหน้าเปื้อนเหงื่อเหนียวเหนอะของใครบางคนขจัดความโรยแรงจากไปชั่วคราว

    .


    ท่ามกลางความอบอ้าวของอากาศความแออัดของผู้คน ชายขอทานคนเก่าเริ่มบทบาทของตนเด็กหญิงต่างชาติยัดเยียดกระดาษทิชชูใส่มือผู้คน ว่องไวรวดเร็ว ดวงตาไร้แววไม่รับรู้ถึงคำสบถก่นด่า ใบหน้ากร้านชีวิตวางเฉยไม่สะดุ้งสะเทือน

    .


    ฉากชีวิตหลากสีตกสะท้อนในแววตาเฉยชาของเธอเขาตามสายตาเธอไปเบื้องล่างเพียงไม่กี่นาทีก่อนเขาอยู่ตรงนั้นเป็นหนึ่งในผู้คนที่เธอมองเห็น หรือมองไม่เห็นเขาเองไม่ใคร่แน่ใจนัก


    "ขอโทษที่ต้องให้รอ"เสียงทักฉุดเธอกลับมา

    เขาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสองเม็ดบนพับแขนเสื้อยาวทบไปถึงข้อศอก เป่าลมออกจากปาก กวาดตามองไปทั่วร้าน

    .


    เธอมองดูเขาเห็นอาการกระสับกระส่ายเก้อเขินสลับวิตกกังวลอย่างคนแปลกหน้าต่อกันชัดเจน เขาเลี่ยงการสบตาเสมองนั่นนี่ การทิ้งระยะห่างระหว่างเธอกับเขาเมื่อหลายเดือนก่อนคงเป็นหนึ่งในสาเหตุ ทิ้งระยะห่างเพื่อทบทวน ทิ้งระยะห่างเพื่อมองดูอีกฝ่ายและตัวเองให้เด่นชัดขึ้นกระมังในความหมาย

    .


    "รบกวนหรือเปล่า"เขาตั้งคำถามก่อนนั่งลง


    เธอส่ายหน้าเขาเคาะบุหรี่จุดสะบัดให้ดับในนาทีถัดมาเมื่อเหลือบไปเห็นป้ายห้ามสูบกับสายตาเชิงตำหนิของคนรอบข้างเขารู้สึกเครียด การเผชิญหน้ากับเธอทำให้เขากังวล ตกเป็นจำเลย

    .

    เธอคลับคล้ายผิดไปจากเดิมในครั้งที่เจอกันเมื่อแรก หญิงสาวผอมบางนัยน์ตาระยิบพรายเฟื่องฝันผู้กำลังคว้าจับอากาศอยู่ริมระเบียงหลังห้อง ขณะเขายืนดื่มด่ำรสชาดของเบียร์กระป๋องซึ่งค้างตู้เย็นของเจ้าของห้องผู้เตร็ดเตร่ท่องราตรีไม่รู้เหน็ดเหนื่อย

    .


    "ทำอะไร"เขาอดตั้งคำถามเอากับเธอไม่ได้

    "คว้าจับความคิดถึง"เธอหันมาตอบ


    คาดว่าสีหน้าของเขาคงอยู่ระหว่างความประหลาดใจปนความเบื่อหน่าย ที่เจอผู้หญิงเพ้อเจ้อในคืนค่ำสุดสัปดาห์แห่งการพักผ่อนหลังตระเวณถ่ายทำสารคดีท่องเที่ยวทางภาคใต้มาเกือบครึ่งปี

    เธอเปิดยิ้มหัวเราะหน้าระรื่น

    .


    บทสนทนาต่อมาทำให้รู้ว่าใครบางคนของเธอส่งบทเพลงแห่งความคิดถึงอะไรสักอย่างมาให้


    "เขาคงประหลาดใจน่าดูหากพรุ่งนี้มีข่าวหน้าหนึ่งสาวไม่ทราบชื่อตกระเบียงเสียชีวิตด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เพียงเพราะคว้าจับความคิดถึงในอากาศจากเขา"

    "อืม...น่าคิด"เธอทำหน้าจริงจังก่อนหัวเราะ

    .


    หลังจากนั้นระหว่างราวระเบียงห้อง ระหว่างคนสองคนต่างมีเรื่องราวไม่รู้จบให้สืบสานง่ายดายเช่นนี้ระหว่างความแปลกหน้าในค่ำคืนที่ความคิดถึงแหวกว่ายพลัดหลงในอากาศให้คว้าจับ เบียร์ถูกผลัดกันจิบดวงตาวิบวับของเธอประชันดวงดาวบนฟากฟ้า สายลมพลิ้วแผ่วหอบเสียงหัวเราะรื่นเริงของเธอพลัดพรายตกหล่นระหว่างคำ มีเรื่องมากมายให้พูดคุยจนรุ่งสาง

    .


    ในปรายยิ้มมีปริศนาชวนค้นหาเรียวริ้วเส้นผมพาดผ่านหน้าเริงล้อยั่วเย้าปรารถนาสัมผัส เขาหมายเอื้อมมือคว้าจับความจริงตรงหน้ามากกว่าความคิดถึงในอากาศ

    .


    ก่อนเธอจะกลายมาเป็นผู้หญิงที่เขารักในกาลต่อมา

    .

    .


    รูปปากของเขาขยับเธอนิ่งมองความมหัศจรรย์ของการเปล่งเสียงการแปรเปลี่ยนของปาก ที่บางครั้งเป็นวงกลมบางครั้งปิด บางครั้งเปิดครึ่งหนึ่งเห็นฟันเรียงแถวอยู่ข้างในคำพูดของเขาเข้าท่วงทำนองช้อนซ่อมกระทบจานเป็นส่วนหนึ่งในถ้อยคำสนทนาภายในร้านอันดาษดื่น

    .


    เธอปล่อยเขาพูดเลือกจับบางประโยคตรงหน้าเขา


    "แย่จังไม่มีคำว่าคิดถึง" เธอว่าแบมือออก ก่อนนิ่งเงียบไปอีกครั้ง

    "ขอร้องล่ะพูดอะไรบ้างสิ"


    เขาเอื้อนเอ่ยเมื่อเป็นฝ่ายทนไม่ได้กับความเฉยเมยนิ่งเงียบของเธอ นิ่งเงียบอย่างกับว่านั่นเป็นเกราะป้องกันภัยช่วยให้เธอพรางกายจากปัญหาทั้งหมดทั้งมวลที่พึงเผชิญขดกายไว้ในรังไหมอันแสนอุ่นกระนั้น

    .


    นานแค่ไหนที่เขาเป็นฝ่ายเฝ้ารอคอยเขาบอกเธอหลายครั้งหลายคราถึงความรัก การแต่งงาน ชีวิตครอบครัวแต่เธอกลับทำเหมือนไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น ไม่ได้ยินไม่รู้สึกรู้สมหลบเร้นจิตใจไว้ใต้เปลือกของความชาเฉย เงียบใบ้ไร้สรรพเสียง

    .


    "จะให้ฉันพูดอะไรได้อีก"น้ำเสียงระทดท้อถามไถ่


    เขามองใบหน้าเฉยเมยนั่นทำไมเธอที่เขารักถึงได้เย็นชาเช่นนี้หนอ เธอช่างยากที่จะเข้าใจไม่ว่าวันเวลาผ่านมานานแค่ไหน เขายังรู้สึกถึงความแปลกหน้าการที่จะทำความเข้าใจเธอดูเป็นเรื่องยากทั้งเธอเองไม่เปิดโอกาสให้เขาแม้สักเพียงเล็กน้อย เธอเหมือนหนังสือที่ไม่อาจตีความหมายได้ เป็นหนังสือที่คนเขลาเช่นเขาไม่อาจรู้ความ หรืออีกอย่างคือเป็นแม่น้ำนิ่งลึกยากแก่การหยั่งถึง

    .


    "เรื่องของเรา"

    "มีอะไรต้องพูดอีก"

    "ผมรักคุณนะยังรักอยู่ รักมากกว่าผู้หญิงที่ผมกำลังจะแต่งงานด้วย"


    เธอควรยินดีกับประโยคนี้ไหม...ผมรักคุณรักมากกว่า...

    รักมากกว่าแต่เหตุใดเล่าเขาถึงได้จากเธอไปแต่งงานกับหญิงอื่น มันคืออะไรความรักของเขาไม่มากพอจะทำความเข้าใจผู้หญิงที่เขารักหรอกหรือ

    .


    เขากล้ำกลืนถ้อยคำสบตาเธอดวงตาไหวระริกตัดพ้อกล่าวโทษ หากปากยังเม้มสนิท


    "ที่ผ่านมาคุณดูเหมือนไม่รักผมเลย"

    "ฉันแค่ไม่เชื่อในความรักมันเป็นเรื่องโกหก เป็นคำพูดเพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ปรารถนา และการละทิ้งในที่สุดและฉันเข้าใจถูก"


    เธอเหยียดยิ้มหลังจบประโยคเย้ยหยันความรักซึ่งบรรจงแต่งความหมายให้เพริดแพร้ว


    "เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตคุณ"

    ถามไปแล้วกลับทำให้รู้สึกผิดเขาเห็นความขมขื่นกร่อนเซาะในแววตาเธอแค่เพียงชั่วขณะเดียวเท่านั้นก่อนจะสงบนิ่งลงเช่นเดิมเสมือนคลื่นกระทบฝั่งกลืนหายไปกับเม็ดทรายละเอียดยิบบนชายหาดแทรกซึมไหลย้อนคืนสู่ห้วงมหาสมุทรแช่มช้า


    "ผมขอโทษ"

    เธอส่ายหน้า"ช่างเถอะค่ะ ฉันรู้เป็นฉันเองที่ผิด"

    "หากที่ผ่านมาคุณเข้าใจผมเชื่อมั่นในความรักที่ผมมีต่อคุณ เรื่องมันจะไม่จบแบบนี้"

    .


    เรื่องจะไม่เป็นแบบนี้อย่างนั้นเหรอเขากำลังจะแต่งงาน ผู้ชายคนที่บอกว่ารักเธอ คนที่บอกว่าจะคอยดูแลปกป้องคนที่ครั้งหนึ่งเคยบอกว่าเข้าใจในความเป็นเธอ จะอยู่เคียงข้างกันเสมอและเธอก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นในวันหนึ่งข้างหน้าชีวิตครอบครัวที่เธอวาดหวังว่าจะสมบูรณ์แบบ

    .


    ชีวิตครอบครัวที่เธอไม่เคยสัมผัสชีวิตครอบครัวสำหรับเธอแล้วคลับคล้ายภาพฝันอันลางเลือนที่เธอหมายไขว่คว้ามาครอบครอง หวังจะก่อกำเนิดชีวิตเล็กๆ ได้ทุ่มเทความรักให้เพื่อทดแทนในสิ่งซึ่งเธอไม่เคยสัมผัส ให้ชีวิตหนึ่งสมบูรณ์พร้อมด้วยความอบอุ่น

    .


    ท้ายที่สุดเธอเองไม่กล่้าพอที่จะเหนี่ยวรั้งมันไว้ เธอไม่อาจตัดสินใจผูกพันกับเขาได้โดยการแต่งงาน เธอรักในความรักมากพอกับหวาดกลัวมันด้วยเช่นกัน เธอขาดความเชื่อมั่นในความรักก็ขนาดคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อแม่ เธอยังคาดหวังในความรักพวกเขาไม่ได้เลยอย่างนี้แล้วเธอจะเชื่อในความรักของเขาได้อย่างไรกันเล่า

    .


    เขาเฝ้าบอกให้เธอเชื่อมั่นในความรักของเขาขณะตัวเขาเองไม่เชื่อมั่นในความรักของเธอสักนิดความรักของเขามีไม่มากพอที่จะดำรงอยู่เพื่อเธอ.

    .


    "ฉันจะไม่อยู่สักพัก"


    เธอทิ้งข้อความถึงใครบางคนก่อนปิดโทรศัพท์.


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in