I love not man the less, but books moreรั่วชิงบ้านสกุลหาน
(Book) รีวิว บำเพ็ญเพียร เป็นเซียนต่างมิติ เล่ม 1-3 (ภาคเขตลี้ลับเจิงหรง)
  • บำเพ็ญเพียร เป็นเซียนต่างมิติ เล่ม 1-3 (ภาคเขตลี้ลับเจิงหรง)
    ผู้เขียน : Xu Ci
    ผู้แปล : เสี่ยวหลงเปา
    Mee-D
    ภาค 1 มี 3 เล่มจบ

    ADVERTISEMENT


              สำหรับนิยายเรื่องนี้ตอนออกมาใหม่ๆ เราไม่ได้อยากอ่านเลย เพราะลองไปอ่านตัวอย่างมาแล้วงงๆ ไม่ค่อยเข้าใจ พื้นฐานเดิมเป็นคนที่อ่านนิยายแนวนี้ไม่ค่อยรอดอยู่แล้วด้วยแหละ อ่านตัวอย่างไปได้ไม่กี่ตอนก็เลยเลิก ชั้นไม่เสียเงินให้เรื่องนี้แน่นอน!

              แต่หลังจากได้ดื่มด่ำกับ กระบี่คู่หานซาน ที่เรายกให้เป็นหนึ่งในเดอะเบสต์ของเราในปีนี้ เป็นแนวเต๋าบำเพ็ญเพียรคล้ายๆ กัน เราเลยนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้ แล้วก็ลองสงบจิตสงบใจอ่านตัวอย่างใหม่อีกหน

              สรุป เออ หนุกดีว่ะ

              แล้วเห็นว่าเล่ม 3 วางแผงพอดี เราก็เลยโอเค! นัมเบอร์วัน! สั่งไป!

              พอได้มาปุ๊บก็เลยรีบอ่านต่อทันที แล้วก็รู้สึกว่านิยายเรื่องนี้มันน่าสนใจจริงๆ นะ

              เนื้อเรื่องหลักๆ พูดถึง กู้ฉางเซิง เด็กหนุ่มที่ทะลุมิติจากโลกปัจจุบันเข้าไปในโลกของผู้บำเพ็ญตนที่ชื่อว่า จิ่วโจวต้าลู่ ตอนเกิดใหม่ๆ วิญญาณกระจัดกระจาย ตามองไม่เห็น หูไม่ได้ยิน พูดก็ไม่ได้ แต่ถือว่าว่าสนาดี ได้ จ้างอวี้จุนเจ่อ หลี่จั๋ว เจ้าสำนักชีเสวียนผู้ยิ่งใหญ่ (สุดจะยิ่งใหญ่ แบบสุดเทพ) เก็บกลับไปเลี้ยงให้เป็นศิษย์คนที่เจ็ด เป็นเจ้ายอดเขากระบี่น้อย ค่อยๆ บำเพ็ญไปเรื่อยๆ โตมาก็พูดได้ฟังได้แต่ตายังมีปัญหาอยู่บ้าง

              อายุสิบห้า อาจารย์เห็นว่ากู้ฉางเซิงไม่เอาไหน บำเพ็ญไปก็ไม่ได้เรื่อง ตัวเองมีร่างกระบี่แท้ๆ ให้เป็นผู้สืบทอดกระบี่แต่กลับชอบวาดยันต์ร่ายอาคม แถมตอนนี้ยังเป็นแค่จู้จี (หนึ่งในระดับขั้นบำเพ็ญเพียรในเรื่อง ไม่ขออธิบายแล้วกัน) เลยเตะออกจากสำนัก ให้ไปหาประสบการณ์ที่โลกภายนอก ก่อนอายุยี่สิบถ้ายังไปไม่ถึงขั้นจินตันไม่ต้องกลับมา! กู้ฉางเซิงตกใจ แต่ได้ออกไปท่องโลกกว้างก็ยังรู้สึกว่าพอจะหยวนให้กันได้บ้าง สุดท้ายเลยออกเดินทางพร้อมกับ นกน้อย วิหคร้อยวิญญาณสุดที่รักของเขา

              ถึงในเรื่องจะบอกว่ากู้ฉางเซิงเป็นตัวไร้ค่าน้อย แต่ความจริงน้องกู้เก่งกาจมาก ในโลกนี้อายุ 15 เป็นจู้จีว่าเก่งแล้ว แต่จะให้ได้จินตันก่อน 20 นี่มีแต่คนหัวเราะบอกว่าบ้าหรือเปล่าาา ใครจะไปทำได้ แต่แหม นี่เป็นหนึ่งในสาเหตุที่เราตัดสินใจซื้อเลยนะเพราะตัวเอกแม่งเก่งเทพมาก แบบท่าทางเหมือนไม่เก่ง เหมือนพวกที่รังแกได้ง่ายๆ แต่ความจริงแล้วสุดจะซูอ่ะ ชอบมาก 5555

              ออกเดินทางได้ไม่นาน กู้ฉางเซิงได้เจอกับ ลู่สุ่ยอู๋ บุรุษที่กำลังตั้งครรภ์มาสามปี (?) พร้อมสามีหึงดะ หึงไม่เลือกหน้าอย่าง เฟิ่งจ้าวไป๋ ไปๆ มาๆ กู้ฉางเซิงก็ตามกลับสำนักของอีกฝ่าย และได้รู้ว่าตัวเองมีวาสนากับสิ่งดำๆ กลมๆ ในท้องของลู่สุ่ยอู๋ เจ้าสิ่งดำๆ ทำให้เขาใจเต้นสามครั้ง ตัวสั่นสามครา หลังจากจดหมายถามศิษย์พี่ใหญ่ก็ได้รู้ว่าไอ้ดำๆ กลมๆ ในท้องบุรุษอย่างลู่สุ่ยอู๋คือว่าที่ศิษย์ในอนาคตของกู้ฉางเซิง ศิษย์พี่ใหญ่กล่าวว่า ศิษย์น้อง! ตอนอาจารย์เจอเจ้าก็มีอาการเช่นนี้แล!

              ตอนแรกน้องกู้ยังหวั่นๆ เพราะมองไม่ออกว่าไอ้ที่อยู่ในท้องคืออะไร แต่ปราณอสูรเพียบไปหมด ทว่าพอรู้ว่ามีวาสนากับตนก็รักยิ่งนัก รักศิษย์หลงศิษย์ตั้งแต่ยังไม่ออกมา มีอะไรก็แทบจะประเคนให้ รักมากหลงมากยิ่งกว่าบิดาและบิดารองของเด็กเสียอีก

              น้องกู้ตั้งชื่อเล่นให้เด็กน้อยว่า หวันหวั่น เมื่อเด็กคลอดออกมาด้วยวิธีสุดแสนจะพิเศษแถมด้วยปรากฏการณ์ที่เกือบทำเอาคนตกใจตาย เด็กน้อยก็ได้ชื่อว่า ลู่ชั่งหวั่น แถมยังเป็นเด็กพิเศษอีกต่างหาก เพราะหวันหวั่นย้อนเวลากลับมา!

              เรื่องราวที่มาที่ไปของลู่ชั่งหวั่นนั้นจะมีเฉลยตั้งแต่ในบทแรกของเล่ม 2 เลย เราจะได้รู้ว่าเบื้องลึกเบื้องหลังของพวกเขามันมีอะไรมากกว่านั้น ชะตาทั้งสี่คนเองก็ร้อยรัดพันเกี่ยวกันแบบแทบจะแยกไม่ออกด้วยซ้ำ

              หวันหวั่นน้อยโตเร็วมาก โตเร็วเกินเด็กปกติ พูดก็พูดได้เร็ว แถมยังมีความทรงจำจากชาติก่อนติดตัวมานิดหน่อย (สมองยังไม่พัฒนาดี บางครั้งเลยชอบสับสน) และเด็กน้อยเองก็ได้เข้าไปร่วมผจญภัยในเขตลี้ลับเจิงหรงพร้อมกับอาจารย์อีกต่างหาก

              พูดถึงการเข้าไปในเขตลี้ลับเจิงหรงก็เป็นพิธีที่คล้ายๆ กับแดนสนธยาฮั่นไห่ในเรื่องกระบี่คู่หานซานเลย คือมีตัวแทนจากหลากหลายสำนักเข้าไปหาวาสนาในนั้น และแน่นอนว่าการเข้าไปครั้งนี้เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นหลายอย่าง เรียกได้ว่าคนอ่านก็แทบหายใจหายคอไม่ทัน 5555

              ส่วนตัวเราชอบคาแรคเตอร์ของกู้ฉางเซิงมาก คือมีความคนยุคปัจจุบันเต็มเปี่ยม คำพูดคำจาดูเพ้อเจ้อๆ ชอบชมตัวเองเป็นที่สุด แต่เราชอบมากเวลาน้องเถียงกับนกน้อย คืออ่านแล้วเพลินมาก ดูสุดจะไร้สาระ แต่ทั้งคู่สนิทกันมากกกก เราชอบเวลากู้ฉางเซิงเรียกนกน้อยว่าที่รัก แบบงุ้ยๆๆ

              นกน้อยเองก็เป็นสีสันของเรื่องเลย เป็นวิหคร้อยวิญญาณในร่างตุ๊กตาหุ่นเชิดที่ได้กู้ฉางเซิงช่วยชีวิตเอาไว้เลยทำพันธะสัญญาด้วยกัน นกน้อยเป็นแฟนบอยของจ้างอวี้จุนเจ่อต้าเหรินผู้ยิ่งใหญ่ ในเรื่องคือสิบประโยคน้องพูดอวยจ้างอวี้จุนเจ่อไปแล้วหกประโยค สองประโยคที่เหลืออธิบาย สองประโยคสุดท้ายด่ากู้ฉางเซิง 5555

              ส่วนตัวหวันหวั่นนับว่ายังไม่ได้เห็นคาแรคเตอร์เต็มๆ นักเพราะเล่มแรกน้องยังเป็นก้อนกลมๆ ดำๆ ในท้องลู่สุ่ยอู๋ บางครั้งก็ฝืนเป็นไอดำๆ มาหากู้ฉางเซิง จนกระทั่งเล่มสองถึงจะโผล่ออกมาพูดคุยได้บ้าง แต่น้องยังเด็ก มีแต่กลิ่นนมกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่ม หอมๆ ฟูๆ คูมพระอาทิตย์ แต่สิ่งที่แน่นอนคือรักอาจารย์หลงอาจารย์ อาจารย์เท่ที่สุด อาจารย์เก่งเกินใคร อาจารย์ไปไหนหวันหวั่นไปด้วย ง่ายๆ คือถ้านกน้อยเป็นแฟนบอยอาจารย์ของกู้ฉางเซิง แฟนบอยของกู้ฉางเซิงก็คือหวันหวั่นนี่แหละ

              สามเล่มแรกนี้ไม่มีเรื่องความรักของตัวเอกมาเกี่ยวเท่าไร จะมีบ้างก็ตอนที่เล่าย้อนไปถึงเรื่องในชาติก่อน แต่ก็นะ ในสามเล่มนี้หวันหวั่นยังหอมกลิ่นแป้งเด็กอยู่เลย ถึงสมองจะเป็นผู้ใหญ่ แต่ตัวยังเป็นเด็กกระจิริด (แต่อ่าน note คนเขียนช่วงจบเล่มสาม เห็นบอกว่าภาคต่อไปจะได้เห็นความรักของพวกเค้าแล้วล่ะ / กำหมัด!)

              พูดถึงเรื่องความรัก กลับเป็นคู่ของลู่สุ่ยอู๋กับเฟิ่งจ้าวไป๋มากกว่า คู่นี้ไม่ธรรมดา ที่มาที่ไปไม่ธรรมดา ความรักก็ไม่ธรรมดา

              ส่วนตัวเราชอบลู่สุ่ยอู๋ เวลาโมโหกู้ฉางเซิงแต่ทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้นี่ตลกมากๆ เถียงแพ้นกน้อยด้วยอีกหน แต่ส่วนตัวเราไม่ค่อยชอบคาแรคเตอร์ของเฟิ่งจ้าวไป๋สักเท่าไร ;-; ความจริงตัวละครนี้ก็นับได้ว่าน่าสงสาร แต่พอคิดว่าถ้ามีคนมาตามตื๊อไม่ยอมปล่อยแถมยังทำเรื่องร้ายๆ กับเรา (แต่ในความคิดเจ้าตัวดันเข้าใจว่าเป็นความรัก) เราคงปวดหัวมากๆ เลยออกจะเข้าใจความรู้สึกของลู่สุ่ยอู๋นิดหน่อย สรุปคือ ตัวละครนี้มีอาการป่วย คลั่งรักแบบเกินเหตุ แค่นั้นแหละ

              อีกตัวละครหนึ่งที่เราค่อนข้างชอบคือ หวังเสี่ยวเสีย ศิษย์เอกของสำนักชีเสวียน ฝีมือไม่ธรรมดา เป็นคนที่เจ้ายอดเขาทั้งเจ็ดของชีเสวียนวางใจให้ทำธุระ ดูพึ่งพาได้ อนาคตยาวไกล หัวใจสาวน้อยอย่างเราเต้นตุ้บๆ หวังว่าภาคสองเราจะได้เจอกันอีกนะที่รัก

              พูดถึงภาคสองก็ไม่รู้ว่าสำนักพิมพ์จะออกเลยหรือเปล่า เท่าที่หาข้อมูลดูเหมือนจะมีประมาณ 3-4 ภาค ตอนนี้เล่มออริจินัลที่วางแผงแล้วมีภาคหนึ่งกับภาคสองที่เป็นภาคหลัก กับภาคพิเศษเขียนแยกออกมาเป็นเวิร์สปัจจุบัน นี่เลยคิดว่าไม่แน่ Mee-D อาจพิมพ์ภาคสองต่อเลย แต่ถ้าจะต่อภาคสามที่เป็นภาคหลักอาจต้องทิ้งช่วงรอทางฝั่งโน้นก่อน (อันนี้ไม่แน่ใจนะ เดาๆ เอาเท่านั้น)

              ในส่วนของภาคสองคือภาคชีเสวียนค่ะ เดาเรื่องคร่าวๆ คือกู้ฉางเซิงน่าจะพาหวันหวั่นกลับสำนัก แล้วเราจะได้เจอจ้างอวี้จุนเจ่อกับบรรดาศิษย์พี่สักที ในภาคแรกนี้ส่วนใหญ่จะมาแต่ชื่อ เลยจะไม่ได้ทำความรู้จักพวกเขาเท่าไร เอาล่ะ เราเองก็เตรียมป้ายไฟให้จ้างอวี้จุนเจ่อของเราบ้างดีกว่า

    ปกภาคสองของไทยก็น่าจะตามนี้เหมือนกันล่ะมั้ง เล่มแรกน่าจะเป็นจ้างอวี้จุนเจ่อของเรา แค่กๆ ของนกน้อย เล่มสองน่าจะเป็นนกน้อย เล่มสามนี่ชัวร์ป้าบ กู้ฉางเซิงกับหวันหวั่น

              จบภาคแรกถามว่าค้างมั้ยก็ไม่ถือว่าค้างอะไรนะ เหมือนเราดูหนังไตรภาคนั่นแหละ จะจบทิ้งท้ายไว้ประมาณนั้น คือไม่ค้าง แต่ก็ยังมีเรื่องราวที่แบบว่ายังไงก็ต้องตามต่อ สามารถหยิบมาอ่านได้เลยสามเล่ม ถ้าสำนักพิมพ์ออกภาคสองต่อเลยก็จะดีมาก ถ้าทิ้งช่วงไว้นิดก็อาจจะต้องหยิบมาอ่านทวนก่อน เพราะข้อมูลในเรื่องถือว่าเยอะ

              สรุปคือใครสนใจอยากอ่าน แนะนำให้อ่านเลยค่ะ ไม่ต้องรอหรอก ยังไงก็ยังเอามาอ่านได้เรื่อยๆ ใครสายบำเพ็ญเพียรเทพเซียนอาจจะชอบเลยก็ได้ เราเองก็ชอบเพราะตัวเอกเทพมาก แต่ฉากบรรยายบางฉากก็อ่านไปมึนไป (สารภาพเลย 5555) เฮ้อ เราคงไม่เหมาะจะเป็นเซียนกับเค้าสินะ

              ในส่วนของการแปลชื่นชมคุณเสี่ยวหลงเปาค่ะ แปลดี เก็บความหมายได้ครบถ้วน แต่เรื่องพรู๊ฟยังมีปัญหาอยู่ เจอคำซ้ำ/คำตกหล่น/สระหาย ประปราย

              (บ่นนิดได้มั้ย Mee-D เลือกปกกระดาษแบบนี้ก็สวยดี แต่จับอ่านนานๆ แล้วผงทองติดมือเป็นแถบ 5555 แล้วก็ดูท่าว่าปกจะไวต่อน้ำด้วย ต้องดูแลดีๆ เลยนะเนี่ย)

              ระบาย: เมื่อไหร่สารบัญชุมนุมปีศาจเล่ม 2 จะมาสักเททททททททท!!!!

    contact me
    twitter : @malavitabb


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in