I love not man the less, but books moreรั่วชิงบ้านสกุลหาน
(Book) รีวิว นวลหยกงาม เล่ม 3-4
  • นวลหยกงาม เล่ม 3-4
    ผู้เขียน: ซานเยวี่ยกั่ว
    ผู้แปล: Honey Toast
    แจ่มใส มากกว่ารัก
    15 เล่มจบ


            หลังจากตกลงปลงใจตามนิยายจำนวนเล่ม 15 เล่มจบแล้วก็พบว่าถอนตัวไม่ขึ้น ช่วงนี้ไม่ได้อ่านนิยายจีนแนวนี้แล้วด้วยเลยอดตื่นเต้นไม่ได้ตอนที่รู้กำหนดวางขาย พอเว็บเปิดให้สั่งซื้อได้ก็รีบกดทันที เพราะแม้จะอยู่กรุงเทพฯ แต่กว่าหนังสือจะกระจายไปทั่วร้านขายก็สองสามวันแน่ะ

            เข้าเรื่อง ตอนแรกจะรีวิวแบบแยกเล่ม คือเล่ม 3 กับ 4 แต่ก็มาคิดๆ ดูว่าสองเล่มนี้เนื้อหาไม่ได้ห่างไกลหรือมีจุดพลิกผันอะไรมากนัก เลยตัดสินใจเขียนรวมกันไปเลยดีกว่า

            สำหรับเล่มนี้ถ้าใครได้อ่านสองเล่มแรกก็จะรู้ว่านางเอกของเราอย่าง อี๋อวี้ ต้องอยู่พักรักษาตัวที่บ้านหลังจากตกม้าเพราะถูกกลั่นแกล้ง แต่เล่มนี้เล่าถึงช่วงเวลาที่อี๋อวี้อยู่บ้าน ว่าวันหนึ่งมีคนท่าทางประหลาดๆ มาที่บ้าน รู้ภายหลังว่าคือ เหยาปู้จื้อ หมอเทวดาพิลึกพิลั่น ที่กระเตงเอาลูก (สาว) อย่าง เหยาจื่อชี มาขออาศัยบ้านใกล้เรือนเคียงชั่วคราว

            ตาลุงคนนี้นิสัยพิลึกมาก แต่เขาก็มีฝีมืออยู่มากพอๆ กับท่าทางขี้โม้นั่นเหมือนกัน ไม่นานนักอี๋อวี้ก็ได้เรียนรู้เรื่องสมุนไพร (มีพิษ) จากเขามากมาย คล้ายๆ จะเป็นศิษย์

            แต่บทของตาลุงคนนี้มีไม่มาก เพราะอยู่ได้แวบเดียวก็ต้องหนีหัวซุกหัวซุนเพราะถูกตามล่าตัว แถมก่อนไปยังสร้างความขุ่นเคืองให้พวกสี่คนแม่ลูกสกุลหลูไม่น้อย แต่อี๋อวี้นั้นมีความลับเก็บงำทุกคนไว้ไม่ได้บอกใคร ว่าก่อนเหยาปู้จื้อจะไป เขาได้ให้ของบางอย่างไว้แก่นาง

            ประจวบเหมาะกับพิษของเว่ยอ๋อง หลี่ไท่ กำเริบ ไปๆ มาๆ คนที่ต้องรักษาอาการนี้ให้ก็คืออี๋อวี้ รักษาน่ะไม่เท่าไรแต่ต้องย้ายมาอยู่ที่คฤหาสน์ลับของหลี่ไท่นี่มันก็ออกจะ...แค่กๆ บางทีก็อยากให้หลี่ไท่เก็บอาการสักนิด คนอ่านรู้ทัน

            สองเล่มนี้ที่บอกว่าเนื้อหาไม่ได้โดดไปไกลนักส่วนหนึ่งคือเพราะอี๋อวี้ก็ยังอยู่กับหลี่ไท่ตลอดทั้งสองเล่มนี่แหละ

            ส่วนวิธีรักษานั้นนอกจากกดจุดให้แล้วยังต้องสระผมอีกต่างหาก แอร๊ยยย ไม่ขอบอกอาการโรคของท่านอ๋องแล้วกัน เอาไว้ไปอ่านกันเองพร้อมเหตุผลของการต้องช่วยสระผมแบบนี้

            และช่วงครึ่งเล่มหลัง อี๋อวี้ต้องกลับไปเรียนหนังสือ ต้องเจอกับศัตรูมากมายของนางอีกแล้ว แต่กลับมาคราวนี้อี๋อวี้ปากร้ายขึ้นกว่าเดิม เพิ่มเติมคือไม่สนไม่แคร์ ฮึ!

            ไฮไลท์อีกอย่างของเล่มนี้คือการเผชิญหน้ากันระหว่างอี๋อวี้กับ ฝางเฉียว ผู้เป็นบิดา การพบหน้ากันครั้งแรกไม่น่าประทับใจแม้แต่น้อย แต่อี๋อวี้ก็โต้ตอบกลับไปได้อย่างดีจนเราแอบสะใจเล็กๆ แต่หลังจากนั้นเราจะได้รู้ความจริงของเรื่องครอบครัวนี้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ฝางเฉียวยังรักแม่ของอี๋อวี้หรือไม่ แล้วเรื่องที่ หลูจื้อ เป็นฆาตกรในวัยเด็กนั้นมีที่มาที่ไปยังไงกันแน่

            ช่วงท้ายเล่มหนึ่งยังมีเรื่องชวนหวาดเสียวเกิดขึ้นอีกในคฤหาสน์ลับ ผลพวงมาจากการห้ำหั่นกันของโอรสฮ่องเต้ และอี๋อวี้ก็พลอยโดนลูกหลงไปด้วย แต่แน่นอนว่าพระเอกของเราช่วยไว้ได้ทันจนตัวเองบาดเจ็บ ทีนี้เรดาร์หวงน้องสาวของหลูจื้อยิ่งทำงานหนักไม่น้อย เพราะเขาเริ่มมองออกแล้วว่าอีตาอ๋องคนนี้คิดไม่ซื่อกับน้องสาวเขาแน่ๆ

            นอกจากนี้อีกเหตุการณ์หนึ่งที่ดำเนินไปได้ตลอดเล่มเห็นจะเป็นการประชันศาสตร์ห้าสำนัก อี๋อวี้ที่ไม่ถนัดเรื่องการขี้ม้าเพราะคล้ายกับการตกม้าครั้งนั้นจะเป็นปมในใจไปแล้ว ก็ได้ ตู้เหอ เขียนจดหมายน้อยอาสาจะช่วยสอน แต่จดหมายน้อยดันถูกหลี่ไท่เห็นเข้าไปอีก

            แม้จะไม่ช่วยสอนการขี่ม้าเพราะยังไงก็คงไม่ชำนาญทันวันประชัน แต่ท่านอ๋องของเราก็สอนอี๋อวี้เดินหมากและยิงธนู ความจริงเพราะเห็น อาเซิง ตั้งท่าจะสอน ตัวเองทนไม่ไหวก็เลยเข้าไปเอง ทีนี้ก็แตะนิดแตะน้อยไปตามเรื่องอ่ะแหละ 5555

            จะว่าไปช่วงเล่ม 3 นั้นพระนางยังสงวนคำพูดกันอยู่บ้าง แม้จะย้ายมาอยู่ที่เดียวกันแล้วแต่เพราะพระเอกก็เย็นชาเสียส่วนหนึ่ง บทสนทนาในความคิดเราเลยรู้สึกว่ามันไม่คืบหน้ายังไงไม่รู้ ฉากความหวานกว่าจะมานี่ดีกว่าคู่พระนางจากบันทึกปิ่นนิดหน่อยเอง แหะๆ

            ตอนอ่านก็ยังกังวลในอยู่บ้างว่าคนเขียนจะกั๊กความหวานลากยาวไปอีกหรือเปล่าเพราะมันตั้ง 15 เล่ม แถมนางเอกก็ยังไม่เต็ม 13 ดี ที่ไหนได้พออ่านเล่ม 4 นี่ค่อยหายใจสะดวกหน่อยเพราะฉากหวานๆ เริ่มมาแล้ว ใครบางคนเริ่มรู้ใจตัวเอง ทั้งกอดทั้งอุ้มตั่งต่าง ไม่นับรวมไปแหย่เค้าให้ร้องไห้แล้วรู้สึกผิด ยอมอยู่บ้านเป็นเพื่อนแต่โดยดีอีกนะ นั่นแหละๆ ไปอ่านเองฟินเองเถอะ

            (แต่ขอนิดเหอะ พอมารู้สึกว่านางเอกยังอายุน้อยเท่านี้แต่เริ่มถูกพระเอกมองประหนึ่งจับจองไว้แล้วนี่มันก็แบบ...แหม โลลิค่อนก็ไม่บอก)

            ใครเป็นเอฟซีเหยี่ยว อิ๋นเซียว ก็จะได้รู้ถึงตัวจริงของน้องแล้วนะ ว่าจริงๆ แล้วน้องเป็นพันธุ์ไหนกันแน่ และมีความเก่งกาจยังไง น้องจะอยู่กับเราไปตลอดทั้งสองเล่มเลย เอ็นดูมั่กมากกก

            ส่วนการประชันเองก็เริ่มขึ้นแล้ว หลักๆ ที่อยากอ่านมากคือการประชันอักษรกับยิงธนู แต่ในเล่มนี้เขียนถึงฉากประชันอักษร ซึ่งแน่นอนว่านางเอกโดนกลั่นแกล้งอีกแล้วจากทั้ง องค์หญิงเกาหยาง (ที่ออกจากเจดีย์มาก็ทำซ่าเลย) กับลูกสมุน จ่างซุนเสียน บางทีก็แอบคิดว่านางเอกเรื่องนี้ต้องรับมือหนักจริงๆ เพราะผู้หญิงเกือบทุกคนในเรื่องตั้งท่าไม่เป็นมิตรกับนางทั้งนั้น 555

            อ้อ ยังไม่ได้พูดถึงตัวละครหญิงคนใหม่ ศัตรูหัวใจของอี๋อวี้อย่าง จ่างซุนซี น้องสาวของจ่างซุนเสียน ที่มีข่าวลือกับเว่ยอ่องหลี่ไท่ นางเป็นตัวละครที่อ่านแล้วคันมือยุบยิบ ไม่รู้ใสซื่อจริงหรือมีเล่ห์เหลี่ยมกันแน่ แต่เป็นคนงามที่ทำให้อี๋อวี้น้อยอกน้อยใจหลี่ไท่ก็แล้วกัน

            อีกคนคือ หลูซูฉิง คุณหนูใหญ่จวนไหวกั๋วกงหรือก็คือท่านตาของอี๋อวี้ แต่อย่าเพิ่งงงว่ามาได้ไง ไหนเล่มก่อนเขียนไว้ว่าบ้านนี้ไม่มีหลานชายหลานสาว ความเป็นมาของยัยคนนี้มีบอกในเล่ม แต่เป็นตัวละครอีกตัวที่วางท่าบอกยี่ห้อนางร้ายไว้แล้ว แค่ยังมีบทไม่มากเท่านั้นเอง

            ปิดท้ายเล่มค่อนข้างค้าง เพราะยังเหลือแข่งยิงธนูอีกอย่างที่คาใจ คนเขาอุตส่าห์ช่วยสอนแบบตัวต่อตัว ยังไงก็อยากเห็นในวันแสดงฝีมือนั่นแหละนะ

            เล่มต่อไปคงจะออกปีหน้าเลย แต่หวังให้ออกสองเล่มเหมือนสองครั้งนี้นั่นแหละ ดูปกต้นฉบับแล้วปกแรกเป็นอี๋อวี้กับพี่ชายทั้งสอง (ที่ทำให้เราแอบดีใจว่า หลูจวิ้น จะกลับมาแล้วใช่หรือไม่ เพราะสองเล่มนี้น้องไม่มีบทเลย กระซิกๆ) กับอีกเล่มเป็นการเชยคางนางเอกของคุณเค้านั่นแหละจ้ะ แหม เขินรอเลยชั้น



เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in