บันทึกการอ่านmenalin
Red Queen - ความแตกต่างของเธอคืออำนาจ
  • "Anyone can betray anyone."
    - Julian (p. 225)

    "Red Queen"

    ผู้เขียน Victoria Aveyard
    HarperTeen, 2015

    ภาพ cover และภาพปกจาก goodreads.com

              ก่อนหน้าที่จะมีประกาศแปลไทยของแพรวสำนักพิมพ์ออกมา เราไปถูกใจรูปเล่มฉบับภาษาอังกฤษเข้าเสียก่อน บวกกับความอยากอ่านมานานเป็นทุนเดิม ก็เลยซื้อมากะว่าอ่านเล่น ๆ รอฉบับภาษาไทย แต่หลังจากซื้อมาได้ไม่นาน แพรวสำนักพิมพ์ก็แจ้งกำหนดเปิดพรีออเดอร์ออกมาให้สะเทือนใจเบา ๆ แต่ด้วยความที่พรีไปพร้อมกับเรื่องอื่นอีกหลายเล่ม และต้องรอออกครบหมดก่อนทางร้านถึงจะส่งให้พร้อมกันทีเดียว สุดท้ายก็อ่านฉบับภาษาอังกฤษนี้จบก่อน

              โลกของ Mare ถูกแบ่งออกโดยสีเลือด ผู้มีเลือดสีเงินซึ่งมีพลังพิเศษคือชนชั้นปกครอง ผู้มีอำนาจ ชนชั้นสูง ส่วนพวกเลือดสีแดงเช่น Mare นั้นคือชนชั้นระดับล่างสุด เป็นชนชั้นแรงงาน ทหารในแนวหน้า และผู้รับใช้ ชีวิตของกลุ่มเลือดสีแดงไม่ดีนัก เด็กหนุ่มสาวที่อายุครบ 18 ปีและไม่มีผู้จ้างงานจะถูกส่งไปรบในแนวหน้า พ่อของ Mare ก็พิการจากสงคราม บรรดาพี่ชายก็ถูกเกณฑ์ไปรบหมดเช่นกัน น้องสาวของเธอมีทักษะในการเย็บปักถักร้อย จึงได้งานเย็บเสื้อผ้าให้พวกเลือดสีเงิน ส่วน Mare นั้นหารายได้เล็ก ๆ น้อยมาจุนเจือครอบครัวจากการเป็นนักล้วงกระเป๋า ชีวิตของเธอก็คงจะวนเวียนไปเช่นนี้จนครบกำหนดอายุที่จะเข้าร่วมกองทัพ แต่เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นกับเพื่อนสนิทที่โตมาด้วยกัน Mare ตัดสินใจยื่นมือเข้าช่วย และนั่นคือจุดเริ่มต้นของชีวิตที่พลิกผันอย่างเหลือเชื่อของเธอ

              Mare มีพลังพิเศษเช่นเดียวกับพวกเลือดสีเงินทั้ง ๆ ที่เลือดของเธอเป็นสีแดง! จากชีวิตในชนชั้นระดับต่ำสุดของสังคม Mare โผนทะยานขึ้นสู่ชีวิตในราชวงศ์เลือดสีเงิน เพื่อปกปิดฐานะและเลือดสีแดงของเธอ Mare ถูกบังคับให้ปลอมตัวเป็นเจ้าหญิงที่หายสาบสูญไปและหมั้นกับเจ้าชาย เธอต้องแสดงบทบาทให้สมจริงและต้องรับมือกับเล่ห์เหลี่ยมของเกมการเมืองในราชวงศ์ไปพร้อม ๆ กัน ในโลกที่เต็มไปด้วยคำลวงและการทรยศหักหลังนี้ พลาดแค่เพียงก้าวเดียวชีวิตของเธอและคนที่เธอรักก็จะจบลงทันที

              เปิดเรื่องมาก็ตรึงเราอยู่ สนุกมาก Red Queen นี่คือ Hunger Games + Divergent เวอร์ชั่น X-Men อะ ตอนแรกเรานึกว่าธีมเรื่องจะประมาณนิยายย้อนยุคแฟนตาซี แต่มันมีความล้ำสมัยของเทคโนโลยีและอาวุธปนไปกับแฟนตาซีอย่างลงตัว ผู้เขียนผูกปมได้ดีนะ แม้จะมีเนื้อหาไปในแนวทางเดียวกับ Hunger Games และ Divergent แต่ก็สร้างเรื่องราวได้น่าติดตามดี มันเก๋ตรงจับเอาพลังพิเศษมาใส่ให้ตัวละคร และสร้างความสั่นคลอนในใจเราให้หวาดระแวงตัวละครแต่ละตัวตามไปด้วย Anyone can betray anyone อ่านเพลินมาก ศัพท์ที่ใช้ในเรื่องก็ไม่ยากเกินไปนัก พออ่านเข้าใจได้โดยไม่ต้องเปิดพจนานุกรม

              แค่เล่มแรกนี่ก็เข้มข้นทั้งศึกรัก ศึกรบ ตอนนี้เราขึ้นเล่ม 2 ละ (Glass Sword) ไม่รอละฉบับแปลไทย เอาไว้ค่อยอ่านเก็บรายละเอียดทีหลัง ไม่แน่ใจว่าซีรี่ส์ชุดนี้จะมีทั้งหมดกี่เล่มจบกันแน่ ที่มีตีพิมพ์ออกมาตอนนี้ก็มีแค่ 2 เล่มนี้แหละ เล่ม 3 King's Cage ตามกำหนดที่ระบุในเว็บไซต์ต่าง ๆ ระบุว่าจะออกวันที่ 7 กุมภาพันธ์ปีหน้า (2017/2560) ส่วนเล่ม 4 ก็น่าจะมาราว ๆ ช่วงเดียวกันในปี 2018/2561

    ภาพจาก goodreads.com
              นอกจากซีรี่ส์ชุดหลักนี้แล้วยังมีภาคแยกออกมาอีก 2 เล่ม คือ Queen Song และ Steel Scar เล่มแรกเป็นเรื่องราวในยุคสมัยของราชินีองค์ก่อน แม่ของ Cal เจ้าชายรัชทายาทใน Red Queen ส่วนอีกเล่มจะเล่าเรื่องของ  Farley ผู้นำกลุ่มกบฏ The Scarlet Guard ซึ่งมีบทบาทสำคัญในซีรี่ส์เช่นกัน

    ภาพจาก goodreads.com
    ภาพจาก goodreads.com

              ใครสนใจอยากอ่านเป็นภาษาไทย เล่มแปลออกมาวางขายได้สักพักละ ตอนนี้มีงานสัปดาห์หนังสืออยู่ด้วย ลองไปหาดูกันได้ค่ะ เขาแปลออกมาครบทั้ง 2 เล่มเลย ในช่วงสภาวะที่จิตใจห่อเหี่ยวอย่างตอนนี้ หลบจากโลกโซเชี่ยลเข้าสู่โลกหนังสือบ้าง น่าจะพอช่วยให้ผ่อนคลายได้ไม่มากก็น้อย

    รูปจาก facebook แพรวนิยายแปล

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in