Ode to BTSjajaaq
EUPHORIA ความสุขแสนเศร้า
  • มองเพลงในมุมใหม่ที่ไม่ใช่เพียงเพลงรักธรรมดา

    Euphoria

    Noun
    UK /juːˈfɔː.ri.ə/ US /juːˈfɔːr.i.ə/
    : extreme happiness, sometimes more than is reasonable in a particular situation
    (Cambridge Dictionary)

    บทความนี้จะพูดถึงเพลง Euphoria ของ BTS ที่ร้องโดยน้องจองกุก และรวมอยู่ในอัลบั้ม Love Yourself: Answer

    Euphoria ศัพท์แสนแฟนซีนี้หมายถึงช่วงเวลาที่มีความสุขสุดขีดจากเหตุการณ์อะไรซักอย่าง 
    ตอนแรกฟังเผิน ๆ เพลงนี้ก็จะให้ความรู้สึกว่าเป็นเพลงพูดถึงความสุขตามชื่อ แต่จริง ๆ แล้วเป็นเพลงที่มีความเศร้าแอบอยู่อย่างแนบเนียน



    เรื่องมันเริ่มมาจาก เวลาตีสี่ ฝนตกหนัก เราปิดไฟนอนใส่หูฟังเปิดเพลงไปเรื่อย ๆ จนมาถึง Euphoria แล้วก็รู้สึกขึ้นมาว่าเพลงมันเศร้าแฮะ เลยลุกขึ้นมาเสิร์ชนู่นเสิร์ชนี่ จนพบว่าหลาย ๆ คนมองเพลงนี้เป็นเพลงเศร้า 

     

    มาดูเนื้อเพลงกันก่อนค่ะ

    อันนี้ลองแปลเองจากเกาหลีนะคะ ยังไม่เชี่ยวชาญ แต่ตรวจดูกับเนื้อภาษาอังกฤษก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่

    ผิดพลาดขออภัยด้วยค่ะ

     

    Euphoria Lyrics

    KR-TH by jajaaq

    เธอคือแสงอาทิตย์ที่ส่องสว่างอีกครั้งในชีวิตของฉัน

    เป็นความทรงจำในวัยเด็ก และความฝันที่ฟื้นคืนมา 

    ไม่รู้เหมือนกันว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไรกันแน่

    หรือว่านี่เองก็เป็นสิ่งที่เกิดในความฝัน

     

    ความฝันคือภาพลวงตาสีฟ้ากลางทะเลทราย*

    เป็น a priori** ที่อยู่ลึกภายในตัวฉัน

    ฉันมีความสุขจนแทบลืมหายใจ

    รอบตัวค่อย ๆ โปร่งแสงขึ้น

    | *ของเกาหลีใช้ 푸른 신기루 = blue/green mirage ค่ะ เราอิงจากเพลง sea ที่บอกว่า มันเป็นทะเลหรือทะเลทรายสีฟ้ากันแน่ น่าจะไปแนว ๆ เดียวกัน)
    ** a priori ศัพท์ยากอีกแล้ว จากที่ดูใน cambridge และ merriam คือหมายถึง การคาดเดาล่วงหน้า เป็นการใช้เหตุผลอย่างหนึ่ง ก็ประมาณว่ามันเกิดจากจิตใต้สำนึก อะไรทำนองนี้ค่ะ 

     

    ฉันได้ยินเสียงทะเลจากที่แสนไกล

    ข้ามผ่านความฝัน ผ่านดินแดนแห่งป่าไม้

    มุ่งหน้าไปยังที่แห่งนั้นที่ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ 

    จับมือฉันสิ

    เธอคือเหตุของความสุขล้นนี้

     

    Euphoria

     

    จับมือฉันสิ

    เธอคือเหตุของความสุขล้นนี้

     

    Euphoria

     

    ปิดประตูสิ

    เธอและฉันอยู่ด้วยกันก็เหมือนอยู่ในยูโทเปีย***

    | ***ยูโทเปีย = โลกในอุดมคติที่มีแต่ความสุข ปราศจากความทุกข์

     

    เธอเองก็ร่อนเร่เฝ้าตามหา

    ความฝันที่ถูกลบทิ้งไปเหมือนกับฉันหรือเปล่า

    มันไม่เหมือนคำว่าโชคชะตาที่ใช้กันทั่ว ๆ ไป

    สายตาที่เจ็บปวดของเธอมองไปยังที่เดียวกันกับฉัน

    ช่วยอยู่ในความฝันต่อไปได้ไหม

     

    ฉันได้ยินเสียงทะเลจากที่แสนไกล

    ข้ามผ่านความฝัน ผ่านดินแดนแห่งป่าไม้

    มุ่งหน้าไปยังที่แห่งนั้นที่ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ 

    จับมือฉันสิ

    เธอคือเหตุของความสุขล้นนี้

     

    แม้ว่าผืนทรายนี้จะแตกออกจากกัน

    แม้ว่าใครจะมาสั่นคลอนโลกใบนี้

    ช่วยอย่าปล่อยมือที่จับกันไว้ทีเถอะ

    อย่าได้ตื่นจากความฝันนี้เลย

     

    ฉันได้ยินเสียงทะเลจากที่แสนไกล

    ข้ามผ่านความฝัน ผ่านดินแดนแห่งป่าไม้

    มุ่งหน้าไปยังที่แห่งนั้นที่ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ 

    จับมือฉันสิ

    เธอคือเหตุของความสุขล้นนี้

     

    จับมือฉันสิ

    เธอคือเหตุของความสุขล้นนี้

     

    Euphoria

     

    ปิดประตูสิ

    เธอและฉันอยู่ด้วยกันก็เหมือนอยู่ในยูโทเปีย

     

    จริง ๆ ก็เหมือนเพลงรักเพลงหนึ่งนะ ได้อยู่กับคนที่ชอบก็เป็นความสุขที่ไม่สามารถบรรยายได้ หวาน ๆ ใส ๆ พอปปี้เลิฟ (น้องจองกุกก็บอกเองว่านี่ก็เป็นเพลงรักอะค้าบ)  แต่ถ้าอ่านเนื้อเพลงก็จะเห็นว่ามันไม่ได้แฮปปี้ขนาดนั้น และเราก็อยากลองตีความอีกแบบให้หน่วงเล่น ๆ (5555)

     โปรดใช้วิจารณญาณค่ะ

     

    เศร้า แบบเด็ก ๆ

    แบบไม่ต้องคิดอะไรมาก จะเห็นว่าในเพลงมีคีย์เวิร์ด ความฝัน เยอะมาก ๆ 

    ซึ่งถ้าพูดถึงความฝันก็คือ สิ่งที่ไม่ใช่ความจริง แหะ

    เพราะฉะนั้นก็เหมือนกับความรักที่มันไม่ราบรื่นในโลกแห่งความจริง แต่ว่าแค่มีเธออยู่ก็โอเคแล้ว เรามาสร้างความสุข (ที่เหมือนกับความฝัน) ด้วยกันเถอะ แม้ว่ามันจะเป็นแค่ภาพลวงตากลางทะเลทรายก็ตาม

    เป็นสุขปนเศร้า ความสุขชั่วคราว

     

    "Close the door now 

    when I'm with you, I'm in Utopia" 

     

    ปิดประตู ให้ความรู้สึกว่ามีความเป็นส่วนตัวมาก ๆ คือเป็นโลกที่มีแค่ฉันกับเธอ แค่นี้ก็พอ มันจะเป็นที่ที่ไม่มีความทุกข์อะไรเลย (เพราะความทุกข์มาจากโลกความจริงรอบตัว)

    แล้วจริง ๆ ยูโทเปียมันก็ให้เซนส์ของที่ที่ไม่มีอยู่จริงด้วยก็ได้

    สรุปคือ คนสองคนที่มีลักษณะเป็น escapist อยากจะหนีจากโลกแห่งความจริงไปด้วยกัน

     

     

    เศร้า แบบจุก ๆ 

    ต่อมาจะเอามาโยงกับจักรวาลบังทันนะคะ (เรื่องราวของเด็กผู้ชาย 7 คนที่ดราม่าปวดตับมาก ๆ )

    คนที่ร้องเพลงนี้คือจองกุก ตัวละครจองกุกเนี่ย เป็นตัวละครที่รู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจ รวมทั้งครอบครัว จนมาเจอพี่ ๆ แล้วก็เลือกที่จะให้พี่ ๆ เป็นที่ยึดเหนี่ยว ที่พักพิง น้องเป็นคนที่ถ้าไม่มีพี่ ๆ ผมก็ lost อะไรแบบนั้นเลย

    เพราะฉะนั้น "เธอ" ในที่นี้ก็คือพี่ของเขา (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยุนกิฮยอง ที่สนิทที่สุดในเนื้อเรื่อง)

    เพลงนี้ความหมายมันกลาง ๆ อยู่แล้ว เพราะงั้นจะตีความเป็นความรักที่ไม่ใช่รักโรแมนติกก็ได้ 

     

    "เธอคือแสงอาทิตย์ที่ส่องสว่างอีกครั้งในชีวิตของฉัน

    เป็นความทรงจำในวัยเด็ก และความฝันที่ฟื้นคืนมา 

    ไม่รู้เหมือนกันว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไรกันแน่

    หรือว่านี่เองก็เป็นสิ่งที่เกิดในความฝัน

     

    ความฝันคือภาพลวงตาสีฟ้ากลางทะเลทราย*

    เป็น a priori** ที่อยู่ลึกภายในตัวฉัน

    ฉันมีความสุขจนแทบลืมหายใจ

    รอบตัวค่อย ๆ โปร่งแสงขึ้น"

     

    สอง verse แรกก็พูดถึงช่วงเวลาที่ได้อยู่กับพี่ ๆ เห็นได้จากใน MV ว่า ทุกคนมีความสุขมาก ๆ 

    เนื้อเพลงมีจุดที่แสดงถึงการ rebirth ทั้งดวงอาทิตย์ที่ขึ้นมาใหม่ ทั้งคำว่า 재림 ที่แปลว่าฟื้นกลับมา

    เพราะงั้นก็เลยเหมือนกับว่า น้องเคยรู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีชีวิต แต่พอเจอ​ "เธอ" ก็รู้สึกเหมือนเกิดใหม่อีกครั้ง

    แต่ความสุขนี้มันเหมือนกับเป็นความฝัน 

     

     

     

    แล้วความฝันนี่มันเป็นยังไงกันล่ะ

    ก็เป็น ภาพลวงตาสีฟ้า กลางทะเลทราย

    คืออยู่บนทะเลทรายแห้งแล้ง แต่เห็นโอเอซิส เห็นทะเล (แล้วทะเลก็เป็นที่ที่สำคัญ เพราะทั้ง 7 คนไปเที่ยวด้วยกันด้วย) 

     

     

    "ความฝัน" ใน The Notes  ที่ตีพิมพ์มีพูดถึงเรื่องนี้อยู่ด้วย อันนี้เอามาจากเวอร์ชันแปลอังกฤษนะคะ

    เป็นพาร์ทของจองกุกตอนที่ทั้ง 7 คนไปทะเลด้วยกัน ทุกคนจะไปตามหาหินที่เขาว่ากันว่าจะทำให้ความฝันเป็นจริงได้ แล้วน้องถามขึ้นมาว่าความฝันหมายถึงอะไรกันแน่ พี่ ๆ ก็เลยตอบกัน

    ทีนี้พี่ยุนกิพูดขึ้นมา

     

    "แปลกดีนะ สิ่งที่ต้องการทำให้สำเร็จที่สุดในชีวิต กับสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นจริงได้ ต่างก็ถูกเรียกว่า ความฝันเหมือนกัน" ยุนกิกล่าวพลางหัวเราะ "นั่นคงเป็นเพราะทุกคนล้วนสิ้นหวัง คนเราทิ้งความฝันไม่ได้ ถึงจะรู้ดีแก่ใจว่าไม่มีวันทำให้เป็นจริงได้ก็ตาม อย่าได้คิดจะมีความฝันเชียว" ผมมองเขาอย่างแปลกใจ 

    "ทำไมล่ะครับ" พี่ยุนกิเอาแต่กัดเล็บ แต่พอรู้ว่าผมมองอยู่ก็สอดมือเข้าไปกระเป๋า

     "เพราะการมีความฝันมันยากมากยังไงล่ะ" (The Notes 1, หน้า 34)

     

    ความฝันในเนื้อเพลงก็คงเหมือนกัน เป็นสิ่งที่ละทิ้งไปไม่ได้ เป็นความปรารถนาอันยิ่งใหญ่ แต่ก็ยากที่จะเกิดขึ้นจริง เพราะฉะนั้นความสุขตอนที่ได้อยู่ด้วยกันจึงเป็นเหมือนภาพลวงตาบนความจริงที่หดหู่


     


    "ฉันได้ยินเสียงทะเลจากที่แสนไกล

    ข้ามผ่านความฝัน ผ่านดินแดนแห่งป่าไม้

    มุ่งหน้าไปยังที่แห่งนั้นที่ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ 

    จับมือฉันสิ

    เธอคือเหตุของความสุขล้นนี้

     

    เธอเองก็ร่อนเร่เฝ้าตามหา

    ความฝันที่ถูกลบทิ้งไปเหมือนกับฉันหรือเปล่า

    มันไม่เหมือนคำว่าโชคชะตาที่ใช้กันทั่ว ๆ ไป

    สายตาที่เจ็บปวดของเธอมองไปยังที่เดียวกันกับฉัน

    ช่วยอยู่ในความฝันต่อไปได้ไหม"

     

    **Trigger Warning: ความตาย ความรู้สึกสิ้นหวังกับชีวิต**

     

    จากที่ตอนแรกเป็นแค่ภาพลวงตาสีฟ้า ๆ แต่ตอนนี้เหมือนได้ยินเสียงทะเลจริง ๆ แล้ว ถ้าเราก้าวข้ามมันไปได้ก็จะไป "ที่แห่งนั้น" ได้ ที่แห่งนั้นก็คงเป็น ทะเลในวันนั้น (อดีตที่ทุกคนเล่นสนุกด้วยกัน)

    คือความฝันมันชัดขึ้นเรื่อย ๆ จนเริ่มแยกไม่ออกจากความจริง

     

    ถ้าจะมองให้ดาร์คกว่านี้อีก ท่อน สถานที่ที่ชัดขึ้นเรื่อย ๆ ที่มุ่งตรงไป ข้ามขั้นความฝันไปอีก ไม่ใช่แค่ทะเลในความฝัน ก็คงมีที่เดียวค่ะ ;-; ก็เลยให้ Take my hands (และ เซฟหมี่ เซฟหมี่ ไอนี้ดยัวเลิฟ บีฟอไอฟอล)

     

    ส่วน verse ล่าง เป็นท่อนที่ชอบที่สุดเลยค่ะ ชอบอะไรหดหู่ 5555555 

    มองว่าท่อนนี้คงหมายถึงยุนกิ อ้างอิงจาก The Notes และ Save Me ในเว็บตูน จะเข้าใจได้ว่าพี่จินพาให้ยุนกิมาอยู่กับจองกุก เพราะเชื่อว่าจะเข้าใจกันได้ เพราะเป็นคนที่แชร์ความเจ็บปวดร่วมกัน

    จริง ๆ ก็คงเป็น เธอเองก็กำลังตามหาความสุขที่สูญหายไปเหมือนกันใช่มั้ย  ส่วน "โชคชะตา"ปกติก็จะใช้กันเป็นแง่บวก ถ้าเป็นโรแมนติกเลิฟ แต่ในที่นี้อาจจะหมายถึง โชคชะตาว่าด้วย ความเจ็บปวดที่มีด้วยกัน  ส่วน "มองไปยังที่เดียวกัน" ก็คือคิดว่าคงหมายถึงที่ที่ไม่ได้อยู่บนโลก ;-; 

     

    จากฉากใน The Notes มีตอนที่สองคนนี้ตะโกนคุยกัน

     

    "พี่ก็คิดว่าโลกนี้มันยากเหมือนกันใช่มั้ยครับ"

    "พี่อยากจะยอมแพ้กับโลกนี้เหมือนกันใช่หรือเปล่าครับ"

    (The Notes 1, หน้า 37)

     

    ฮึบ 

    ถึงจะอย่างนั้นน้องก็ชวนให้อยู่ในความฝันที่มีแต่ความสุขด้วยกันต่อ 

    Won't you please stay in dreams?

     

     

     

    "แม้ว่าผืนทรายนี้จะแตกออกจากกัน

    แม้ว่าใครจะมาสั่นคลอนโลกใบนี้

    ช่วยอย่าปล่อยมือที่จับกันไว้ทีเถอะ

    อย่าได้ตื่นจากความฝันนี้เลย"

     

    บุพเพสันนิวาสมาเอง น้องย้ำอีกครั้งว่าให้อยู่ด้วยกัน แม้ว่าความจริงมันจะแย่แค่ไหนก็เถอะ แต่เราก็อยู่ด้วยกันต่อไปก็พอ ฉันยินดีจะอยู่ในความฝันต่อ (ปล่อยให้ฉันนอนหลับตาก็ยังดีกว่ารู้ว่าเธอไม่รักกัน ฟีลนั้น)

     

    สรุป

    ตัวเอกของเพลงได้สัมผัสกับ Euphoria เพราะได้อยู่กับคนสำคัญ แต่เอ๊ะ ความรู้สึกนี้มันเซอเรียลมากเลยนะ เพราะมันเป็นความฝัน เป็นที่ที่หนีเข้ามาเพื่อเป็นเกาะกำบังความเป็นจริง

    Euphoria จึงไม่ต่างอะไรกับความฝัน ที่อยากให้เป็นจริงแต่ก็ไม่สามารถเป็นจริงได้นั่นเอง ;w;

    ก็คงเหมือนกับตัวเพลงที่ฟังแล้วชวนฝันหวาน แต่บางทีก็สัมผัสได้ถึงความเหงาค่ะ





    ใครมีความคิดเห็นเพิ่มเติมมาแชร์กันได้นะคะ 






Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in