MERMATE #mermatejoomผู้หญิงล้านอารมณ์
MERMATE || Myth#1 - Word of Mouth

  • Photo by Moss on Unsplash

    เป็นไปได้ว่ะ วันนี้ไอ้โจแม่งมาร้านเร็ว” เสียงของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ ที่ในขณะนี้กำลังยืนเช็ดแก้วอยู่ที่เคาท์เตอร์เอ่ยแซว เมื่อเห็นชายหนุ่มเรือนผมสีทอง รุ่นน้องคนสนิทก้าวขาเดินเข้ามาบนชั้นสองของร้าน

    มันดูนาฬิกาผิดรึป่าววะพี่? นี่เพิ่งทุ่มกว่าเอง ปกติเห็นกว่าจะเข้าร้านก็นู่นสามสี่ทุ่ม เด็กหนุ่มผมสีแดงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กันเอ่ยแซวตามคนพี่ด้วยน้ำเสียงทะเล้น

    เจ๊โทรหาเมื่อเช้าบอกวันนี้ให้มาเร็ว ๆ คนที่ถูกแซวตอบกลับพร้อมกับนั่งลงตรงอีกฝั่งของเคาท์เตอร์

    อะไรวะ ไว้คราวหน้าข้าแกล้งเข้าร้านช้ามั่งดีกว่า เจ๊จะได้โทรหา มาร์พูดพรางทำหน้าตาเจ้าเล่ห์

    ก็ลองดู ถ้าเจ้ามาช้า ข้าหักเงินเดือน ทันใดนั้นสาวสวยในชุดเดรสรัดรูปสีขาว ผู้เป็นเจ้าของประโยคเมื่อสักครู่ที่ทำให้คนถูกพูดถึงอย่างมาร์ถึงกับสะดุ้ง เธอเดินลงมาจากบันไดตรงมายังเคาท์เตอร์ที่พวกเขาทั้งสามคนนั่งกันอยู่

    ก็ข้าอยากให้เจ๊โทรหาบ้างนี่นา หรือจะให้ข้าโทรหาแทนล่ะ? เมื่อเห็นดังนั้นมาร์ก็รีบออกมาจากเคาท์เตอร์เพื่อตรงมาอ้อนหญิงสาว


    แต่แน่นอนว่า…ไม่ได้ผลหรอก 


    หญิงสาวผลักหัวกลม ๆของมาร์ที่มาถูไถอยู่ข้าง ๆ แขนของเธอออก
    พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้ทั้งโจและนิคต่างหัวเราะกันร่วน ถ้าเจ้าโทรมา ข้าจะปาโทรศัพท์ทิ้ง”

    โหย นี่ถ้าสาวคนอื่นผมอ้อนขนาดนี้นี่เขินหน้าแดงแจ๋แล้วนะมีแต่เจ๊เนี่ย ส่งมุขไหนไปโดนตีกลับมาหน้าแหกทุกที!” มาร์ส่ายหน้าพร้อมกับเดินเข้ามาจัดขวดสุราบนชั้นด้านหลังเคาท์เตอร์ต่อ

    มุขไร้สาระ ผู้หญิงพวกนั้นหลงเจ้ากันไปได้ยังไง หญิงสาวพูดพร้อมกับชายตามองไปทางหญิงสาวสองสามคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะมุมร้าน

    ก็ดีไม่ใช่หรอครับ? นั่นลูกค้ารายใหญ่เลยนะ ไอ้มาร์ชมนิดชมหน่อยก็สั่งเอา ๆ  โจพูดก่อนจะรับแก้วสุราจากพี่นิคมาดื่ม

    เห็นป่ะเจ๊ ผมมีประโยชน์นะโว้ย” มาร์แกล้งพูดพรางทำปากบึน

    เออรู้แล้ว ก็ดีแล้วไง ข้าจะได้ไม่ต้องไล่เจ้าออก หญิงสาวตอบก่อนที่จะหันไปทางโจ “โจ อย่าดื่มเยอะ อีกครึ่งชม.เตรียมขึ้นแสดงเลยนะ คืนนี้คนจะเข้าร้านเยอะ” เธอเอ่ยก่อนจะลงบันไดไปยังชั้นล่าง

    เจ๊เขารู้ได้ไงวะว่าคืนนี้คนจะเยอะ” มาร์พูดพร้อมกับยกมือขึ้นเกาหัวอย่างสงสัย 

    แต่เจ๊พูดแบบนี้ทีไร คนก็เยอะจริงทุกทีนะ พี่นิคเอ่ยตอบ

    หรือเจ๊จะมีญาณทิพย์วะ!?” มาร์ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

    ปัญญาอ่อน / ไร้สาระไม่พูดเปล่ามือหนัก ๆ ของทั้งโจและนิคตบไปคนละทีที่หัวของเพื่อนจอมทะเล้น

    ข้าไปเตรียมตัวก่อนล่ะ ไปก่อนนะพี่นิค ขอบคุณครับ โจว่าพรางเลื่อนแก้วเปล่าส่งคืนผู้เป็นพี่คนสนิท

    โอ๊ย! ไอ้โจ เอ็งมาตบหัวข้าแล้วจากไปแบบนี้ไม่ได้!” ชายหนุ่มผมสีแดงส่งเสียงโวยวายไล่หลังโจไปก่อนจะได้รับการตอบกลับมาอย่างเป็นมิตรด้วยนิ้วกลางจากเพื่อนซี้



    - ☾ -



  • หลังจากเหตุการณ์ที่เป็นเหมือนกับฝันร้ายเมื่อ 7-8 ปีก่อน ลุงคริสโตเฟอร์ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ในการเลิกทำอาชีพประมง เขาเสียเพื่อนรักอย่างดีแลนให้กับผืนสมุทรไปแล้วเขาจะไม่ยอมเสียคนสำคัญที่สุดอีกคนในชีวิตอย่างโจไปอีกเด็ดขาด และรวมถึงตัวเขาเองด้วยเพราะหากว่าเขาเป็นอะไรไป ชีวิตหลานชายของเขาก็จะยิ่งลำบาก

    ดังนั้นเขาจึงเลือกที่เริ่มหางานทำในเมืองแทน ซึ่งแน่นอนว่างานไม่ได้หากันง่าย ๆ อายุของคริสโตเฟอร์ก็ไม่ใช่น้อย ๆ แล้วส่วนโจเองก็ยังเด็กมีข้อจำกัดในการทำงานหลายข้อ ทั้งเขาและโจโชคดีที่บางช่วงก็มีงานให้ทำบ้าง แต่บางช่วงก็แทบไม่ได้ออกไปไหนไกลจากตัวบ้านเลย แต่อย่างไรก็ตามก็ยังดีที่พวกเขามีเงินเก็บ หากใช้ประหยัดหน่อยก็สามารถต่อชีวิตไปได้จนกว่าจะมีงานใหม่เข้ามา

    เมื่อโจผ่านจากช่วงวัยเลข 1 มาสู่วัยที่ขึ้นต้นด้วยเลข 2 ก็ดูเหมือนว่าอะไร ๆก็ดีขึ้น โจเริ่มทำงานได้มากขึ้นและหลากหลายขึ้น มีทั้งรับจ้างงานทั่วไปอย่างการเป็นเด็กเสิร์ฟบ้างบริการส่งของบ้าง หรือการรับงานประมงออกช่วยบนเรือใหญ่ ๆ (โดยที่ลุงคริสและพี่นิคไม่รู้) บ้าง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งงานทางดนตรีที่ดูเหมือนโจจะไปได้ดีในทางนี้ปีสองปีถัดมาเริ่มมีผู้คนเห็นถึงความสามารถของโจ และจ้างเขาให้ไปเล่นดนตรีร้องเพลงตามร้านอาหารหรืองานเทศกาลต่างๆ มากขึ้น


    ดูเหมือนทุกอย่างจะเริ่มเข้าที่เข้าทางไปซะหมด


    หรอ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็คงดีนะ แต่ความจริงน่ะไม่ใช่หรอก
    หนทางชีวิตไม่ได้ง่ายดายและลงล็อกขนาดนั้น...


    ถึงแม้โจเองจะเริ่มมีชีวิตการทำงานที่ดีขึ้นหาเงินได้มากขึ้น แต่ในทางกลับกันผู้เป็นลุงของเขากลับยิ่งแย่ลงทุกวัน ๆ เรื่องเกิดขึ้นจาก 'การหวังรวยทางลัด' ของคริสโตเฟอร์ เพราะเขาใช้เงินเก็บก้อนสุดท้ายไปกับบ่อนใต้ดิน ซึ่งแทบไม่ต้องเดาเลย เขาเสียอย่างไม่ต้องสงสัย


    การพนันก็เหมือนกับยาเสพติดนั่นแหละ เล่นแล้วมันเลิกยาก


    ใช่ หลังจากเสียเงินครั้งนั้นไปคริสโตเฟอร์ก็ยังคงเล่นพนันอีกเรื่อย ๆ จนสุดท้ายไม่พ้นที่จะไปกู้หนี้ยืมสินจากผู้มีอิทธิพลของเกาะซาคินทอสมา หนี้ก้อนโตที่ลุงของเขาสร้างไว้คือสาเหตุที่ทำให้ทุกวันนี้โจต้องวิ่งทำงานตัวเป็นเกลียวอยู่แบบนี้ ต้องทยอยหาเงินส่งให้บ่อนทุกเดือน ไม่เช่นนั้นแล้วลุงของเขาต้องถูกเจ้าของบ่อนสั่งเก็บอย่างแน่นอน หนำซ้ำคริสโตเฟอร์ยังกลายเป็นชายแก่ขี้เมาไร้ประโยชน์อย่างสมบูรณ์แบบ เขานอนได้ทุกที่ไม่เว้นแม้แต่ข้างถังขยะขอเพียงแค่ในอ้อมกอดมีขวดเหล้าอยู่เป็นพอ ข้าวปลาไม่ต้องดีมากก็ได้แต่เหล้าต้องห้ามขาด วัน ๆ ไม่ทำอะไรนอกจากถือขวดเหล้าเดินไปมา 

    อ๋อ จริงสิ ถ้าดีหน่อยก็มีออกไปตกปลาบ้างน่ะนะ


    แต่ก็นับว่าโชคชะตายังไม่ใจร้ายกับหนุ่มโจจนเกินไปเพราะในคืนวันงานเทศกาลของเกาะซาคินทอส เขาได้พบกับ เซลีน หรือที่พวกโจเรียกกันติดปากว่าเจ๊  วันนั้นจู่ ๆ เซลีนก็เดินตรงเข้ามาหาเขาที่หลังเวทีพร้อมกับยื่นข้อเสนอให้เขามาเป็นนักดนตรีประจำร้านอาหารกึ่งบาร์ของเธอ ด้วยค่าตอบแทนที่เทียบแล้วก็สูงกว่าค่าตัวของนักร้องตามผับตามบาร์ปกติอยู่หลายเท่า จนโจเองถึงกับต้องเอ่ยปากบอกกับเซลีนอย่างตรงไปตรงมา 

    คุณเซลีนครับข้าว่ามันเยอะไปนะ มันเกินกว่าที่ข้าทำเสียอีก
    ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากได้เงินเยอะ แต่เขาแค่ไม่อยากเอาเปรียบใคร

    ซึ่งคำตอบที่เขาได้กลับมาก็มีเพียงว่า ไม่หรอกเจ้าสมควรได้รับมันแล้ว  
    ซึ่งนับจากวันนั้นก็เป็นเวลาเกือบ 2ปีเห็นจะได้ที่เขาทำงานเป็นนักดนตรีประจำของที่ร้านแห่งนี้


     ‘Salina’ หรือเซลินา ตั้งอยู่ริมชายหาดทางตอนใต้ของเกาะซาคินทอสเป็นร้านอาหารกึ่งบาร์ขนาดใหญ่ เป็นอาคารสีขาว 3 ชั้นโดยหลัก ๆ แบ่งเป็นชั้นล่างสุดคือส่วนของร้านอาหารที่ถูกประดับตกแต่งอย่างงดงามวิวสวยติดชายหาด  ชั้นที่สองคือส่วนของบาร์เหมาะสำหรับนักดื่มที่ต้องการมานั่งชิลล์ และชั้นสุดท้าย ที่มาริสเรียกมันว่า ดินแดนแห่งความลับ ซึ่งเป็นชั้นที่พักของผู้เป็นเจ้าของร้านนั่นเอง

    ร้านเซลินาได้รับความนิยมสูงมากในช่วงปีที่ผ่านมานี้ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวหรือจากคนบนเกาะซาคินทอสเองก็คงเป็นเพราะร้านเซลินาไม่ได้มีดีแค่อาหาร เครื่องดื่ม หรือการบริการล่ะมั้งแต่ร้านนี้ยังขึ้นชื่อเรื่องเจ้าของสวยพนักงานหล่ออีกด้วย เริ่มจากเจ้าของร้านอย่างเซลีน หญิงสาวผู้มีหน้าตาสะสวย ผมสีน้ำตาลยาวดัดลอน หุ่นสวยน่ามองตามฉบับคนชอบออกกำลังกายที่มีหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่แวะเวียนเข้ามาจีบอยู่ไม่ขาดสาย แต่รายนี้น่ะเขาสนใจใครที่ไหนกัน ถึงจะรวยล้นฟ้ามาจากไหน เจ๊ก็ตอบกลับหน้าหงายไปทุกราย

    เซลีนครับ ข้าอยากจะขอทำความรู้จักกับท่านให้มา--”
    ต้องขอโทษด้วย แต่รบกวนรู้จักข้าเท่าที่ข้าอยากให้ท่านรู้จักเถอะ


    ส่วนทางด้านสองบาร์เทนเดอร์หนุ่มหน้าตาดีต่างสไตล์อย่างนิคโคลัสและมาริที่คนนึงก็มีรูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาหล่อคม อบอุ่นและใจดี ส่วนอีกคนก็เป็นหนุ่มน้อยร่างเล็ก หน้าตาน่ารัก เฟรนลี่และปากหวาน ไม่แปลกเลยที่จะมีสาว ๆ (จำนวนมาก) มาติดอยู่เป็นประจำ

    พวกท่านเมากันมากแล้วกลับก่อนดีไหมครับ? ข้าเกรงว่าพวกท่านจะกลับกันลำบาก

    โอยยไม่เป็นไรหรอกพวกพี่น่ะเอาคนขับรถมาด้วย น้องนิคไม่ต้องห่วงนะ

    โหวันนี้มีอะไรพิเศษรึเปล่าครับเนี่ย? สวยกันทุกคนเลย

    ก็พวกข้ามาหาพี่มาร์ไงค่ะพี่มาร์พูดแบบนี้แสดงว่าปกติไม่สวยใช่ไหม?

    ไม่ใช่ซักหน่อยน้องเฮเลนกับน้องจีน่าน่ะสวยทุกวันต่างหาก แต่แหม ถ้าให้พี่ชมทุกวัน พี่ก็เขินแย่


    และคนสุดท้ายที่ขาดไม่ได้ นักดนตรีหลักประจำร้านอย่างโจคาสต้าหนุ่มเรือนผมสีทอง หน้าตาหล่อเท่ รูปร่างสูงสมส่วนตรงตามสเปคของสาวหลาย ๆ คน เขาร้องและเล่นเครื่องดนตรีได้หลากหลายแต่ถ้าพูดถึงเครื่องดนตรีคู่ใจก็เห็นจะเป็นฮาร์โมนิก้านี่แหละ

    โจ เมื่อไหร่จะใจอ่อนซักทีล่ะ? ดารินมาตามจีบหลายวันแล้วนะ

    ขอโทษนะครับดาริน ก็อย่างที่ข้าบอกท่านตั้งแต่วันแรก ข้ามีคนในใจอยู่แล้ว

    แต่ผู้หญิงคนนั้นโจก็ยังไม่ได้เจอซักทีไม่ใช่หรอ เธออาจจะลืมโจไปแล้วก็ได้

    นั่นสิ ก็อาจจริงอย่างที่ดารินพูด แต่ทำยังไงได้ก็ข้ายังไม่ลืมเธอนี่นา


    เธอคนนั้น
    เจ้าของรอยยิ้มน่ารักที่ผ่านมาสิบกว่าปีแล้ว
    ก็ยังไม่มีใครทำให้ใจของข้าเต้นได้เหมือนกับเธอ


    หลายครั้งที่โจพยายามพาตัวเองไปอยู่ในความสัมพันธ์กับใครซักคนเพราะเขารู้ดีว่าอาจไม่มีวันที่เขาจะได้เจอกับเธออีก แต่ก็ยังไม่ทันเข้าไปอยู่เลยด้วยซ้ำ แค่ก้าวขาเข้าไปก้าวนึง ภาพในหัวก็ฉายรอยยิ้มของเธอคนนั้น ใบหน้าน่ารักของเธอคนนั้น รวมถึงเสียงหวาน ๆ ของเธอคนนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า


    ข้าไม่รู้ว่าเราจะพบกันได้อย่างไร แต่ข้าเชื่อว่าซักวันโชคชะตาจะเห็นใจ
    พาเจ้ามาพบกับข้า หรือไม่ก็พาข้าไปพบเจ้า ซักวัน



    - ☾ -



  • “เฮ้ยไอ้โจ นั่งเหม่ออะไรวะ เห็นนะเอ็ง วันนี้น้องดารินมาตามจีบอีกแล้วหรอวะ?” หลังจากมาร์จัดการเรียงขวดสุราเปล่าขวดสุดท้ายเก็บใส่ลังเป็นที่เรียบร้อย หนุ่มน้อยก็รีบเดินตรงเข้ามากอดคอเพื่อนซี้ของเขาทันที

    “อือ แต่ข้าปฎิเสธไปแล้ว หลังจากนี้คงไม่มาตื้อแล้วแหละ” เขาตอบก่อนจะกระดกแก้วสุราดื่ม

    “อะไรของเอ็ง สวยขี้อ้อนขนาดนั้น ยังไม่ใจอ่อนอีก รออะไรอยู่วะ?” บาร์เทนเดอร์หนุ่มส่ายหัวก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ข้าง ๆ

    “จะมีอะไรวะไอ้มาร์ มันก็คงรอเธอคนนั้นของมันล่ะมั้ง ข้าพูดถูกใช่ไหมวะ ฮ่า ๆ ”
    ขณะนั้นเองที่พี่นิคเดินออกมาจากหลังร้านและนั่งลงที่โต๊ะเดียวกัน

    “โหย จนข้าอยากจะเห็นหน้าเธอคนนั้นของเอ็งแล้วเนี่ย มันสวยตราตรึงขนาดไหนกัน มีผู้หญิงกี่คนเข้ามาก็ไม่ทำให้เอ็งใจอ่อนซักราย” มาร์ว่าพรางหรี่ตาลงเพื่อแสดงถึงการแซวเพื่อนรัก


    นั่นสิ ข้าเองก็อยากเจอ... โจไม่ได้ตอบไปหรอก เขาเพียงแค่คิดอยู่ในใจ


    “ไงเหนื่อยกันแย่เลยวันนี้ เดี๋ยวเพิ่มโบนัสให้แล้วกัน บอกแล้วไงว่าคืนนี้ลูกค้าจะเยอะ” ไม่นานนักสาวสวยผู้เป็นเจ้าของร้านก็เดินเข้ามาร่วมโต๊ะกับพวกเขาด้วยอีกคน

    “เจ๊ถามจริงนะ เจ๊รู้ได้ไงว่าวันนี้คนจะเยอะ” มาร์ถามด้วยหน้าตาสงสัยอย่างจริงจัง
    ซึ่งก็ได้คำตอบสั้น ๆ จากเซลีนมาว่า “เดา”

    “เออ ว่าแต่มันยังไง ข้าได้ยินแต่ลูกค้าคุยกันถึงเรื่องเมอร์เมด ชักจะไปกันใหญ่แล้วนะคนในเกาะเราเนี่ย” ผู้เป็นพี่ใหญ่ของกลุ่มชายหนุ่มเอ่ย


    ดูเหมือนช่วงเดือนนึงมานี้เกาะซาคินทอสกำลังมีประเด็นใหญ่ ข่าวลือที่ได้ยินอย่างหนาหูถึง อมนุษย์ครึ่งคนครึ่งปลาในตำนานอย่าง ‘เมอร์เมด’ บ้างก็ว่าชาวประมงหลายรายเห็นขณะออกเรือบ้าง หรือชาวบ้านริมหาดบางรายก็เห็นนั่งหวีผมอยู่ที่โขดหินทางตอนใต้บ้าง ไม่รู้ว่าจริงไหม แต่เรื่องทั้งหมดนี่ก็ลือกันให้ทั่วทั้งเกาะแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าข่าวลือนี้โจเองก็พอรู้มาบ้าง และมันก็ทำให้เขากระวนกระวายใจอยู่ไม่น้อย แต่จะให้ทำอย่างไรได้ในเมื่อทุกวันต้องทำงานตัวเป็นเกลียว ยิ่งช่วงนี้แทบไม่ได้พักเลย ใกล้ถึงวันที่ต้องส่งเงินให้ทางบ่อนแล้วด้วย ถึงจะอยากไปตามหาความจริงแค่ไหนก็ไม่มีเวลาหรอก

    “โหยพี่ นั่นเมอร์เมดเลยนะ” มาร์ตอบพร้อมกับทำตาโต
    “นี่รู้รึเปล่าว่าตอนนี้พวกมหาเศรษฐีหลายคน กำลังจับจ้องเอามาทำเป็นธุรกิจ”

    “ธุรกิจอะไร?” คนที่นั่งเงียบอยู่นานอย่างโจพูดขึ้น

    “ล่าเมอร์เมด” คำตอบที่มาร์ตอบถึงกับทำให้โจตาโตและนั่
    งไม่ติดเก้าอี้

    “บ้ารึเปล่าวะ พวกนั้นจะเอาเมอร์เมดไปทำอะไร?” โจถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

    “ข้าได้ยินมาว่าเมอร์เมดนี่มีมูลค่าสูงมาก แถมยังสามารถทำอะไรได้ตั้งหลายอย่าง เขาว่ากันว่าน้ำตาเมอร์เมดจะหยดลงมากลายเป็นไข่มุก หรืออย่างเกล็ดของเมอร์เมดเมื่อถูกถอดออกมาแล้วโดนแสงจันทร์จะกลายเป็นเพชรด้วยนะเว่ย” มาร์พูดด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นกว่าเดิม

    “มันก็แค่ตำนานปรัมปราไม่ใช่หรอวะ?” พี่นิคพูดพรางหัวเราะเล็กน้อย

    “แต่สำหรับคนมีเงินเขาอาจจะคิดว่ามันคุ้มที่จะลงทุนมั้งพี่” มาร์ตอบก่อนจะหยิบขนมขบเคี้ยวตรงหน้าเข้าปาก ก่อนจะพูดต่อว่า “เออ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่หวังล่าเมอร์เมดไปทำธุรกิจนะ เพราะล่าสุดข้าเพิ่งรู้มาว่ามันมีพวกคนที่ล่าเมอร์เมดเพราะเชื่อว่าเมอร์เมดเป็นปีศาจด้วย” เมื่อมาร์เห็นว่าทุกคนในโต๊ะกำลังตั้งใจฟังเขาจึงเริ่มพูดต่อ “เขาว่ากันว่าเมอร์เมดคือปีศาจที่นำพาความชิบหาย เสียงเพราะ ๆ ของนางและหน้าตาสะสวยของนาง จะทำให้ผู้พบเห็นหลงใหลตกในภวังค์ แล้วเมื่อนั้นแหละที่ชีวิตจะถึงฆาตร เมอร์เมดจะดูดพลังชีวิตของเจ้าไม่ให้เหลือ และพาเจ้าลงดิ่งสู่ก้นทะเล”

    “ไร้สาระน่าไอ้มาร์ ข้าว่าคนคงแต่งเรื่องให้เด็กกลัวไม่ไปทะเลตอนกลางค่ำกลางคืนล่ะมั้ง”
    พี่นิคพูดพรางส่ายหน้าไปมา

    “ข้าไม่รู้ ข้าก็ได้ยินเขาเล่าต่อกันมาอีกทีนี่หว่า” มาร์กระดกแก้วในมือจนหมด ก่อนจะหันหน้าไปหาหญิงสาวเพียงคนเดียวของโต๊ะและชายหนุ่มเพื่อนซี้ที่นั่งเงียบมาตั้งนาน “แล้วสองคนนี้คือยังไงเงียบเลย เจ๊อ่ะว่ามีจริงป่ะเมอร์เมด?”

    “ข้าไม่รู้อะไรทั้งนั้น ตำนานบ้าบอไร้สาระ” หญิงสาวตอบ หลังจากนั้นก็ส่งซองเงินค่าตอบแทนของคืนวันนี้ให้พวกเขาทั้งสามแล้วจึงลุกออกไป

    “แล้วเอ็งอ่ะโจ อยู่ทีมข้าหรือพี่นิค เชื่อไม่เชื่อ?” หนุ่มขี้เล่นเอ่ยพร้อมกับใช้ไหล่ดันไหล่ของเพื่อนซี้

    “ไม่รู้เว่ย ข้าไปเก็บเครื่องดนตรีก่อนแล้วจะกลับบ้านล่ะ ป่านนี้ลุงข้าไปนอนอยู่ไหนไม่รู้” โจว่าพรางโบกมือให้กับเพื่อนซี้และพี่ชายคนสนิทของเขา

    “เออแล้วเจอกัน / กลับดี ๆ โว้ยเอ็ง” ทั้งสองตอบกลับไล่หลังไป



    - ☾ -



  • เมื่อโจคาสต้าเก็บเครื่องดนตรีเสร็จ เขากำลังจะเดินออกจากร้านเพื่อหวังจะกลับบ้านแต่แล้วก็ถูกเบรคด้วยเสียงที่คุ้นเคยเสียก่อน “โจ” เสียงเรียกของเซลีนดังขึ้นจากข้างหลังของชายหนุ่ม
    “อ้าว ว่าไงครับเจ๊?” เขาหันหลังกลับมา “มีงานพิเศษมาให้ ไม่รู้จะสนใจไหม พอดีมีคนติดต่อขอให้เจ้าไปทำ” เธอเอ่ยแล้วจึงยื่นใบกระดาษใบหนึ่งมาให้

    กระดาษที่กำลังประกาศรับสมัครคนงานขึ้นไปทำงานบนเรือใหญ่มีเป้าหมายคือ ‘ล่าเมอร์เมด’ ที่กำลังจะออกเรือในอีกสองอาทิตย์ถูกส่งมาให้กับโจ ในกระดาษใบนั้นมีหลายตำแหน่งที่เปิดรับสมัครไม่ว่าจะเป็นคนใช้แรงงาน คนครัว หรือคนคอยบริการ แต่ไอ้งานพิเศษที่เซลีนว่าก็คงหมายถึงอันนี้ที่มีปากกาสีแดงวงเอาไว้ ‘นักดนตรี’


    “พอดีวันก่อนเจ้าของเรือนี้เขามากินข้าวที่ร้านเราแล้วได้ฟังเจ้าร้องเพลง เขาเลยมาติดต่อกับข้า ขอให้เจ้าไปเป็นนักดนตรีหลักให้เขาบนเรือได้ไหม เขาบอกว่าเขาจะมีที่พัก อาหารและบริการให้เจ้าอย่างดี ยิ่งเรื่องค่าตอบแทนด้วยแล้วมากกว่าที่ข้าให้ตั้ง 5 เท่า ข้าว่าน่าสนใจนะ ข้าอนุญาต เจ้าจะไปไหม?”


    พอฟังแล้วเรื่องค่าตอบแทนและสวัสดิการมันค่อนข้างเป็นอะไรที่ดึงดูดความสนใจของชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี เพราะถ้าเขาได้เงินก้อนนั้นมา เงินที่ต้องส่งให้บ่อนงวดนี้ก็คงไม่ต้องกังวล แถมดีไม่ดีเหลือไปถึงเดือนหน้าอีก และที่สำคัญเรื่องล่าเมอร์เมดนั่นด้วย ก็ดีเหมือนกัน จะได้ไปเห็นกับตาว่าคนพวกนั้นคิดจะทำอะไร ชายหนุ่มคิด 


    แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีเรื่องให้กังวล เพราะอย่างไรซะคือการออกเรือ ถ้าพี่นิครู้มีหวังโดนด่าชุดใหญ่แน่นอน พี่นิคเป็นอีกคนนอกจากลุงที่สั่งห้ามโจเด็ดขาดว่าห้ามออกเรืออีก อย่างที่รู้ว่ากลางทะเลมันอันตรายอะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ โอกาสไม่ได้มีมาบ่อย ๆ อาจจะไม่โชคดีเหมือนตอนเด็กอีกก็ได้ เป็นประโยคที่ผู้เป็นรุ่นพี่คนสนิทเคยพูดเอาไว้ ตามจริงก็มีหลายครั้งที่โจแอบรับงานไปกับเรือใหญ่โดยไม่บอกก่อน แต่สุดท้ายพอกลับมาก็เจอนิคกับมาร์มายืนรอรับอยู่หน้าท่าเรือตลอด โจโดนบ่นไปหลายชุดจนมาริสต้องคอยยั้งพี่ตัวโตไว้ทุกที


    และเมื่อเซลีนเห็นอีกคนทำหน้าตากังวล เธอจึงพูดออกมาพร้อมยิ้มบาง ๆ ว่า
    “ไม่ต้องห่วง เดี่ยวโกหกให้ ยังไงนิคมันก็ต้องเชื่อข้า”
    “ขอบคุณครับเจ๊ งั้นผมตกลง ผมขอลาเจ๊ล่วงหน้าเลยอาทิตย์นึง”
     ชายหนุ่มนักดนตรีตอบพร้อมยิ้มจนเห็นลักยิ้มข้างแก้มของเขา
    “อื้อ ค่านายหน้าข้าด้วยแบ่งจากเงินที่ได้ 10%”
    เซลีนกล่าวติดตลกเล็กน้อย จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงหัวเราะของทั้งคู่ 



    ถึงข้าจะอยากเจอเจ้ามากแค่ไหน แต่ขอทีเถอะ
    โชคชะตาอย่าใจร้ายใจดำพาข้าไปพบนางบนเรือลำนั้นเลย
    เพราะถ้าข้าเจอเจ้าบนเรือลำนั้น นั่นแปลว่าเจ้ากำลังอยู่ในอันตราย 
    หากเป็นเช่นนั้นข้าจะด่าทอโชคชะตาให้ไม่เหลือชิ้นดี 


    ชายหนุ่มคิดหลังจากแวะนั่งเป่าฮาร์โมนิก้าที่ระเบียงบ้านจบไปหนึ่งบทเพลง ก่อนจะเดินเข้าไปที่ห้องนอน เพื่อพักผ่อนร่ายกายที่ใช้งานมาอย่างหนักทั้งวัน



    - ☾ -



  • || ทอล์กกะไร๋เต๋อ ||


    สวัสดีค่ะทุกคน ผู้หญิงล้านอารมณ์หรือล้านมูดเองค่า!  
    วันนี้โอกาสดีได้เริ่มบทแรกของเรื่องซักที 
    ฮื่อ ลุงคริสนะลุงคริสกลายเป็นขี้เมาไร้ประโยชน์ไปซะแล้ว
    อย่างนี้แหละน้าผลของสุราและการพนัน ว่าแต่เอ๊ น้องเมอร์เมดไปไหนนะ 
    หายไปตั้งสองตอนแล้วนี่นา ยังไงก็อย่าลืมติดตามกันนะค้าบ 
    มารอดูกันว่าตอนหน้าบนเรือล่าเมอร์เมดจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง 
    คอยเอาใจช่วยพี่โจคนดีกันด้วยน้า 


    τα λέμε αργότερα
    แล้วเจอกันฮะ

    #mermatejoom


    - ☾ -

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in