รัสเซลล์หลับสนิทอยู่บนเตียงในขณะที่เบอร์แทรมลุกขึ้น ลงจากเตียงในความมืดที่มีเพียงแสงของดวงไฟจากโคมไฟสนามนอกบ้านที่เล็ดรอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาให้ความสว่าง เขาหยิบเสื้อคาร์ดิแกนที่ถอดพาดไว้บนเก้าอี้มาสวม หยิบโทรศัพท์มือถือที่เสียบชาร์จไว้บนโต๊ะหัวเตียงติดมือออกไปจากห้องด้วย
คนที่เก่งกว่าเขา แข็งแกร่งกว่าเขา และเคยหนีไปก่อนหน้านี้
คนคนนั้นเคยหลบซ่อนมานานจนกระทั่งมีใครบางคนหาเขาพบ แม้จะมีคนรู้ตัวตนของคนคนนั้นแล้ว แต่คนคนนั้นก็ยังเลือกยืนยันที่จะไม่กลับไปที่เดิมที่เคยจากมา ยอมติดต่อกลับไปบ้างเป็นครั้งคราว แต่ในกรณีของเขา เป็นกรณีพิเศษ เพราะพวกเขาติดต่อกันในฐานะคนที่มีความสนใจและธุรกิจที่คาบเกี่ยวกันและมีอะไรหลายอย่างที่เหมือนกันจนสนิทใจที่จะคบหา ไม่ใช่เพราะพวกเขาเป็นเคลลีย์เหมือนกัน
อีเมล์นั้นเป็นคำอธิบาย ความคิดเห็น และแผนภาพของสิ่งที่เขากำลังจะทำต่อไปนี้
ช่วงเวลาที่เขาใช้ไปกับรัสเซลล์เรียกได้ว่าเป็นห้วงเวลาต้องมนต์ แต่ในช่วงเวลานี้ เป็นห้วงเวลาต้องสาปที่เขาไม่อยากให้ใครอื่นเข้ามาใกล้
คนคนนั้นถึงกับโทรศัพท์มาถามเขาว่า เขาแน่ใจแล้วใช่หรือไม่ว่าจะใช้มัน
เขาตอบว่า เขาจำเป็นต้องใช้มันเพื่อคนคนหนึ่ง คนที่เขาชอบมาก และอยากช่วยเหลือให้พ้นจากอันตราย
คำตอบเรียบง่ายนั้นของเขาทำให้คนที่อยู่ปลายสายเงียบไป และรอไม่ถึงอึดใจ อีกฝ่ายก็ตอบรับง่ายดายเช่นกัน
เหมือนคนคนนั้นเข้าใจสถานการณ์ที่เขาเป็นอยู่ หรือมากไปกว่านั้น คือเคยประสบสิ่งเดียวกันมาแล้วจึงเข้าใจ
เบอร์แทรมเดินกลับไปที่ห้องนอนของตัวเอง เปลี่ยนเสื้อผ้าจากชุดนอนเป็นเสื้อสเวตเตอร์สีดำกับกางเกงยีน สวมรองเท้าผ้าใบ และเดินออกไปยังส่วนที่เป็นเวิร์กช็อปหลังบ้าน
ดูเหมือนว่าเหล่าวิญญาณที่สิงอาศัยอยู่ในสถานที่แห่งนั้นจะมีญาณรับรู้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่จะเกิดขึ้นได้ พวกเขาต่างเงียบสงบ ไม่มีใครสักคนที่ปรากฏตัวให้เขาเห็น เว้นแต่สุภาพสตรีในชุดเครื่องเงินและสาวน้อยในนิยายของบรองเตที่มองมายังเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย
ชายหนุ่มเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ที่อาจแตกหักเสียหายได้ไปเก็บไว้หมดแล้วตั้งแต่เข้ามาในเวิร์กช็อปเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา พื้นที่ที่มีอยู่จึงพร้อมสำหรับการใช้งาน
เขาเปิดลิ้นชักตู้สำหรับใส่กระดาษทำปกและขึ้นเล่มหนังสือ หยิบกระดาษแผ่นใหญ่ออกมาแผ่นหนึ่ง แล้ววางลงบนพื้น ตรึงกระดาษให้อยู่กับที่ด้วยมาสกิ้งเทป รู้สึกว่ามือของตัวเองสั่นน้อย ๆ ขณะเปิดฝาปากกาเมจิกสีดำออก แล้วจรดปลายปากกาลงเขียนวงเวทย์เส้นแรก แต่จากนั้นเส้นต่าง ๆ ที่เป็นส่วนประกอบของวงเวทย์นั้นก็ถูกวาดขึ้นอย่างต่อเนื่องและแม่นยำ
แม้จะไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตา แต่เหล่าสมาชิกไร้ร่างที่อาศัยอยู่ในห้องนี้มานานก็สัมผัสได้ว่า บรรยากาศที่เคยอบอุ่น โปร่งสบายแปรเปลี่ยนเป็นเยียบเย็น หนักหน่วงราวกับมีหมอกควันหรือพลังงานบางอย่างก่อตัวและไหลเวียนไปทั่ว ใบหน้าที่ตามปกติแล้วจะถูกแต้มด้วยรอยยิ้มกระจ่างของเจ้าของร้านหนังสือเก่าเครียดเคร่ง จริงจังจนเหมือนเป็นคนละคน
ดวงตาสีฟ้าที่หลุบต่ำลงมองเครื่องหมายที่ถูกวาดลงบนกระดาษมีประกายแข็งกร้าว แวบหนึ่งที่เอลิซาเบธมองสบตากับเขา วิญญาณของเธอสะดุ้งวาบเหมือนถูกดึงกลับไปในวินาทีที่วิญญาณของเธอหลุดออกจากร่าง
เบอร์แทรม เคลลีย์ที่อยู่ตรงหน้าของพวกเธอในเวลานี้ไม่ใช่เบอร์แทรม เคลลีย์ที่พวกเธอคุ้นเคยเลยแม้แต่น้อย
เมื่อวาดภาพที่จำเป็นต้องใช้สำเร็จแล้ว ชายหนุ่มวางมือลงบนแผ่นกระดาษ ขยับริมฝีปากเอ่ยบางสิ่งออกมาด้วยเสียงแผ่วต่ำ เพียงไม่นาน ที่กลางวงเครื่องหมายซับซ้อนและเต็มไปด้วยอักขระที่ยากจะเข้าใจก็มีความเคลื่อนไหวเกิดขึ้น
ควันสีเทาค่อย ๆ ปรากฏและก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่าง แต่เป็นรูปร่างของมนุษย์ที่บิดเบี้ยวด้วยคลื่นอารมณ์ที่ปั่นป่วนและดำดิ่งอยู่กับความทุกข์ทรมานที่ไม่อาจสลัดให้หลุดออกไปได้ บางส่วนของกลุ่มควันนั้นลามไหลเลื้อยเข้าพันมือและแขนของเขาเหมือนต้องการคร่ากุมเป้าหมายแรกที่ได้พบ แต่ทว่ากลับต้องรีบถอยหนีและบิดเร่าเหมือนสัมผัสถูกของร้อน
“ผมไม่ต้องการที่จะทำร้ายคุณ” เขาเอ่ย
กลุ่มควันที่ก่อตัวเป็นรูปมนุษย์เพศหญิงนั้นจึงค่อยหยุดเคลื่อนไหว
สภาพของเธอไม่เหมือนวิญญาณที่สิงสถิตอยู่ในห้องนี้ เพราะเศษเสี้ยวของวิญญาณของเธอถูกนำไปใช้
เธอเป็นหนึ่งในเหยื่อของโจนาห์ แอดดิงตัน วิญญาณของเธอแหว่งวิ่นและยังคงตื่นกลัว
“ผมต้องการความช่วยเหลือจากคุณ”
เธอหยุดนิ่งและโน้มตัวลงมาหาเขาที่เงยหน้าขึ้นสบตามองดวงตาดำมืดเหมือนก้นบ่อน้ำที่มองไม่เห็นจุดสิ้นสุดในกลุ่มควันที่ประกอบขึ้นเป็นโครงของรูปร่างของเธอ ส่วนที่เป็นปากของเธอขยับ แต่เอ่ยคำไม่ได้ เพราะลิ้นของเธอถูกตัดไปก่อนตาย
“คนที่ทำร้ายคุณกำลังหลบหนี เขาฆ่าคน และอาจไปทำร้ายคนอื่นอีก”
กลุ่มควันนั้นม้วนตัวไปมาเหนือวงเวทย์ กระจายตัวออกเหมือนจะแตกสลายลง แต่แล้วก็กลับรวมตัวกัน และพุ่งตรงเข้าหาชายหนุ่มที่ยังคงนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นที่เฝ้ามองความเคลื่อนไหวอย่างไม่สะทกสะท้านต่อความเกรี้ยวกราดและความคับแค้นรุนแรงของวิญญาณของเธอ
เขารู้ว่าเธอกำลังพลุ่งพล่านด้วยความโกรธ แต่ในขณะเดียวกัน เขาเชื่อว่า เธอจะให้คำตอบอย่างที่เขาอยากได้
เธอเป็นวิญญาณของเหยื่อวิญญาณเดียวที่เขายังสามารถติดตามและเรียกให้กลับคืนมาบนโลกใบนี้ได้
“ช่วยผมตามหาโจนาห์ แอดดิงตัน แล้วคุณจะได้รับในสิ่งที่คุณต้องการ”
เป็นตอนที่เท่มากๆ เลยค่ะ แง ชอบมาก ;-;
ตระกูลเคลลีย์ลึกลับน่าดูนะคะ แต่ชอบความสมัยใหม่ของพ่อมดยุคนี้ อีเมล์คุยกัน 55 รอเฉลยเรื่องคนปลายสายค่ะ ตื่นเต้นน
ตระกูลนี้ลึกลับจริงๆ ค่ะ ส่วนคนปลายสายที่คุยกับเบอร์แทรมเก็บไว้เป็นความลับต่อไป 555
ฮืออ คุณพ่อมดคะ ถึงกับเอ่ยปาก ว่าเป็นคนที่ชอบมาก (แอบรอลุ้นว่าเมื่อไหร่จะเปลี่ยนเป็นที่ รักมาก มั้ยหรือยังไง5555)
;))