The Wizard Next Doorpiyarak_s
Day 10 : Forest
  • ถึงจะไม่มีรายการดูเน็ตฟลิกซ์และชิลล์ด้วยกัน แต่การนั่งสนทนากันหน้าโทรทัศน์ที่เปิดรายการสารคดีสัตว์โลกที่มีเสียงเซอร์เดวิด แอทเทนโบโรห์เป็นเบื้องหลังราวกับโลกนี้ไม่มีอินเทอร์เน็ตก็เป็นเรื่องที่ไม่เลว แม้ว่าหัวข้อการสนทนาจะเป็นเรื่องที่ชวนขนหัวลุกเหมือนดูหนังสยองขวัญยุคเก้าศูนย์อยู่ก็ตาม 


    พวกเขานั่งบนพรม อิงหลังกับโซฟาคุยกันเหมือนเด็กวัยรุ่น ต่างจากเด็กนิดหน่อยตรงที่พวกเขาถือเบียร์กันคนละขวด และพูดคุยเรื่องเกี่ยวกับงาน เกี่ยวกับความเสี่ยงของการถูกติดตามจากบุคคลอันตราย 
    แม้จะไม่ใช่เวลาที่ควรสนใจประเด็นอื่นนอกจากประเด็นที่สนทนา แต่เบอร์แทรมก็อดไม่ได้ที่จะใข้เวลาตอนนี้สังเกตดูรัสเซลล์อย่างจริงจัง 


    นายตำรวจหนุ่มอายุมากกว่าเขาเล็กน้อย พูดติดสำเนียงเดวอน ผมสีน้ำตาล ตาสีน้ำตาล กับไรหนวดเคราบาง ๆ ทำให้ดูเหมือนตำรวจที่ถูกเคาะออกมาจากเล่มนิยายสืบสวนยุโรปยุคใหม่ และปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เขาหล่อ แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้เบอร์แทรมสนใจอีกฝ่ายเป็นพิเศษ 


    วันแรกที่รัสเซลล์ โธมัสย้ายมาอยู่ในบ้านหลังถัดไปจากบ้านของเขา เบอร์แทรมรับรู้ถึงกระแสของวิญญาณและธรรมชาติบางอย่างที่แปรเปลี่ยนไปจากปกติ และเมื่อได้เห็นหน้ารัสเซลล์เป็นครั้งแรกจากระยะไกล ๆ เขารับรู้ได้ถึงความอ่อนล้าและสาเหตุของความอ่อนล้าที่วนเวียนอยู่รอบกายของอีกฝ่าย


    ชายคนนี้มองไม่เห็นวิญญาณ ไร้ความสามารถในการสื่อสารกับสิ่งเหนือธรรมชาติ แต่จิตใจอ่อนโยนที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีเย็นชาและคล้ายจะแข็งกร้าวเป็นสิ่งที่ดึงดูดวิญญาณไร้ที่พึ่งที่เข้ามาหา และด้วยอาชีพตำรวจของเขา ทำให้เขามีโอกาสสัมผัสกับพลังด้านลบของที่เกิดเหตุอยู่ตลอดเวลา แต่นั่นก็ยังไม่มีอะไรเลวร้ายเท่ากับแรงอาฆาตของวิญญาณที่มองเขาเป็นศัตรูที่คอยติดตามอยู่ห่าง ๆ โดยไม่สามารถทำอันตรายอื่นใดนอกจากทำให้ร่างกายและจิตใจอ่อนล้า


    ยิ่งร่างกายอ่อนแอจากการได้รับบาดเจ็บ จิตใจสับสนวุ่นวายด้วยปัญหาที่รุมเร้า สิ่งเลวร้ายที่เจ้าตัวเองก็ไม่รู้ว่า คอยติดตามอยู่ก็ฉวยโอกาส โดยเฉพาะเมื่อเขาอยู่ตามลำพัง แต่ความที่เบอร์แทรมสัมผัสรู้และไหวตัวทัน ทำให้ความรุนแรงของพลังมืดที่พยายามจะคร่ากุมรัสเซลล์ไม่สามารถลงมือได้ 


    เบอร์แทรมแอบวางเครื่องรางป้องกันซ่อนเอาไว้หน้าประตูบ้าน เท่าที่เขาสามารถเข้าไปได้และไม่เป็นการบุกรุกเคหสถานของคนอื่น และพยายามวาดเครื่องหมายและสัญลักษณ์ป้องกันไว้ ตอนนั้น เขาคิดว่าจะพยายามปกป้องอีกฝ่ายเท่าที่เขาจะทำได้ และไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสได้พบกันระหว่างที่รัสเซลล์ออกมาเดินเล่นตามทางเดินในป่าใกล้กับที่พักของเขา


    เมื่อมีโอกาสเข้าไปในบ้าน เขาจึงได้มีโอกาสช่วยเหลืออีกฝ่ายเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย เปลือกไม้เชอรี่ที่เติมลงในเตาผิงช่วยบรรเทาอาการนอนไม่หลับและความวิตกกังวล ควันจากใบเสจทำให้บ้านที่รัสเซลล์อาศัยอยู่ปราศจากพลังงานลบและขับไล่สิ่งชั่วร้ายที่คอยติดตามอยู่ให้ออกมาจากภายในบ้าน


    การสื่อสารกับวิญญาณเป็นพลังที่เคลลีย์ทุกคนมีติดตัวและเป็นความสามารถที่ส่งต่อกันมาทางสายเลือด นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนที่เกิดมาในครอบครัวนี้ต้องเรียนรู้การใช้เวทมนตร์และศาสตร์ลึกลับเพื่อใช้ในการปกป้องตนเอง คนที่มีพรสวรรค์ คนที่มีพลังแข็งแกร่งจะเป็นที่ยอมรับและถูกจับตามองเสมอ และเบอร์แทรมก็เป็นหนึ่งในคนที่ต้องแบกรับความคาดหวังและเสียงกระซิบจากจิตใต้สำนึกที่คอยย้ำเตือนความเป็นพ่อมดและพลังในการสื่อวิญญาณที่เขามีอยู่ในตัวเอง


    วิญญาณร้ายที่ตามติดรัสเซลล์จากลอนดอนมาถึงนอร์ทธัมเบอร์แลนด์ดูแปลกใจที่ในที่สุดก็มีใครสักคนที่เจรจากับตนเองรู้เรื่อง แต่การพูดจากันได้ ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ความโกรธเกรี้ยวที่ฝังลึกนั้นเบาบางลงได้ โดยเฉพาะเมื่อเขาเข้าแทรกแซงการกัดกร่อนกำลังกายและใจของรัสเซลล์ที่วิญญาณตนนั้นพยายามทำอยู่ 


    แรงอาฆาตของวิญญาณทำให้มันมีพลังมากผิดปกติ และกว่าที่เบอร์แทรมจะสยบมันลงได้ เขาก็แทบไม่เหลือแรงที่จะประคองตัวให้เดินต่อ แค่เดินกลับบ้านและกลับไปนอน เขาก็ยังไม่สามารถทำได้ สติของเขาวูบหายไปตั้งแต่ยังก้าวไม่ถึงห้องนอน และต้องขอบคุณสัญชาตญาณหรือลางสังหรณ์ของตำรวจที่ทำให้รัสเซลล์ตามมาพบเขาจนได้ 


    เบอร์แทรมไม่คิดด้วยซ้ำว่า รัสเซลล์จะอ่อนโยนและใช้ความระมัดระวังกับเขาได้มากถึงเพียงนั้น ไม่ว่าจะอุ้มขึ้นไปนอนบนโซฟา หาผ้าห่มมาห่มให้ และคอยเฝ้าดูเขาอยู่จนกระทั่งเขาฟื้นขึ้น และแม้รัสเซลล์จะไม่รู้ว่าผ้าห่มควิลท์ผืนนั้นสามารถช่วยฟื้นฟูพลังที่ถูกลดทอนไปให้คืนกลับมาได้ แต่การทำเช่นนั้นก็เป็นสิ่งที่ส่งผลดีกับเขาอยู่นั่นเอง 


    อย่างที่วิญญาณที่อาศัยอยู่ในเวิร์กช็อปของเขากล่าว ทั้งเขาและรัสเซลล์ต่างเป็นเรื่องดีของกันและกัน การมีรัสเซลล์อยู่ใกล้ ๆ ทำให้เขารู้สึกว่าตนเองมีเป้าหมายที่จะใช้พลังอำนาจที่มีอยู่ในการปกป้องใครสักคนหนึ่งที่พร้อมจะปกป้องเขาจากเรื่องเลวร้ายด้วยเช่นกัน 


    “เบอร์แทรม” 


    “ครับ” เขาขานรับ เมื่ออีกฝ่ายเรียก หลังจากการสนทนาหยุดลงชั่วขณะ เพราะต่างฝ่ายต่างดื่มเครื่องดื่มที่อยู่ในมือของตนเองจนหมดขวด 


    “คุณคิดยังไงกับเรื่องแอดดิงตัน ฆาตกรที่ผมเล่าให้ฟัง” รัสเซลล์พูดเหมือนชวนคุยตามปกติ แต่เบอร์แทรมจับความกังวลที่ยังคงอยู่ในน้ำเสียงของอีกฝ่ายได้ “ผมไม่อยากเชื่อเลยว่า จะมีคนที่คิดฆ่าคนอื่นเพื่อพลังที่มองไม่เห็น”


    “ถ้าเปลี่ยนคำว่าศาสตร์มืดเป็นอำนาจทางการเมือง ผมคิดว่ามันง่ายสำหรับการทำความเข้าใจ” เจ้าของร้านหนังสือบอก “คนที่หมกมุ่นกับตัวเอง หมกมุ่นกับอำนาจที่ตัวเองไม่มี โดยไม่สนใจวิธีการในการได้มาเป็นคนประเภทที่มีอยู่ในสังคมเราเต็มไปหมด แอดดิงตันก็เป็นคนหนึ่งในนั้น” 


    “คุณคิดว่า เขาจะตามหาผมเจอหรือเปล่า” 


    เบอร์แทรมวางขวดเบียร์ลงกับพื้นแล้วเอื้อมมือออกไปวางบนเข่าของคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ “เพื่อนร่วมงานของคุณอาจจะตามหาเขาเจอก่อนที่เขาจะตามคุณเจอก็ได้”


    “แต่ถ้าเขาตามเจอล่ะ”


    “ผมคิดว่าคุณเอาตัวรอดได้” เจ้าของบ้านยิ้มน้อย ๆ “คุณเพิ่งเล่าให้ผมฟังไม่ใช่เหรอว่า คุณเคยไปแคมป์ที่น็อตติ้งแฮม คนที่ผ่านป่าเชอร์วู้ดมาได้อย่างคุณ มีทักษะการเอาตัวรอดติดตัวมาแน่ ๆ และที่สำคัญ คือ ตอนนี้คุณมีพรรคพวกเป็นผม ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวซะหน่อย จริงไหม” 


    มุมปากของรัสเซลล์ขยับเล็กน้อยก่อนที่ริมฝีปากจะคลี่ออกเป็นรอยยิ้ม “แต่คุณไม่ได้ผ่านป่าเชอร์วู้ดมาอย่างผมไม่ใช่เหรอ เบอร์แทรม”


    “คุณคงไม่ทิ้งผมไว้กับฆาตกรหรอก ผมเชื่อใจคุณ” เจ้าของชื่อหัวเราะ “ถ้ามันตามมาเจอเราจริง ผมคิดว่า การที่เรามีประสบการณ์การดูหนังอย่างเฟรดดี้ เจสัน ฮัลโลวีน แล้วก็ I Know What You Did Last Summer มาแล้ว และเรียนรู้ว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำ หรือถ้าคิดอะไรไม่ออกจริง ๆ เราก็วิ่งหนีเข้าป่าใกล้ ๆ บ้านเรา คงพอจะเอาตัวรอดได้” 


    “คุณนี่มัน...” นายตำรวจหนุ่มทำหน้าเหมือนไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน ก่อนที่จะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา


    เมื่อเสียงหัวเราะของชายหนุ่มที่ผสานเสียงกันจางหายไป รัสเซลล์ก็หันมามองสบตากับเบอร์แทรมและวางมือลงบนมือของอีกฝ่าย 


    “ขอบคุณ” 


    “ด้วยความยินดี” 


    แล้วต่างคนก็ต่างเงียบกันไปอีก 


    “ผมถามอะไรอย่างหนึ่ง คุณตอบผมได้ไหม” 


    เจ้าของร้านหนังสือเก่ากะพริบตา


    “อาจจะได้ แต่ขึ้นอยู่กับว่าคุณถามอะไร”


    เสียงของรัสเซลล์แผ่วเสียจนเบอร์แทรมต้องกลั้นใจฟัง


    “คุณชอบผู้ชายหรือเปล่า”


    คำถามนั้นทำให้เขาถึงกับอึ้งไป


    “อา... ขอโทษที” 


    รัสเซลล์ยิ้มเจื่อน แต่ไม่ทันจะได้พูดอะไรต่อ คำตอบของเบอร์แทรมก็เปลี่ยนรอยยิ้มนั้นให้กลายเป็นรอยยิ้มที่สะท้อนความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากเดิมทันที


    “คือ... ผมไม่รู้สิ... ผมเคยคบมาแล้วทั้งผู้ชาย ผู้หญิง คิดว่าผมชอบผู้ชายได้นะ ถ้าคนนั้นเป็นคนที่ใช่” 


    “มันฟังดูงี่เง่ามากนะ ที่ผมเกิดนึกอยากถามเรื่องอะไรแบบนี้ทั้งที่ตัวเองกำลังหาเรื่องเดือดร้อนมาให้คุณ”


    “ไม่... ไม่เลย” ลิ้นของเจ้าของร้านหนังสือเก่าเกือบจะพันกัน “โอย ผมไม่รู้จะพูดยังไงดี”


    “งั้นก็ไม่ต้องพูดแล้ว”


    เบอร์แทรมเลิกคิ้ว 

    “หืม”


    “ผมหวังว่าจะไม่เร็วไป” รัสเซลล์ว่า “ผมจูบคุณได้ไหม...” 


    ให้ตายเถอะ... ให้ตายเถอะ... ให้ตายเถอะ... เขานึกได้แค่คำเหล่านี้จริง ๆ 


    และประโยคสั้น ๆ อีกประโยคหนึ่ง... ทำไมจะไม่ล่ะ



    To be continued >>> Day 11 : Wings


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
smile515903 (@smile515903)
ขอกรี๊ดก่อนค่ะ!

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

ปล.ถึงเบอร์แทรมจะไม่ได้ผ่านป่าเชอร์วู้ด แต่เบอร์แทรมอาจจะผ่านป่าต้องห้ามมาแล้วก็ได้นะคะ!
smile515903 (@smile515903)
@smile515903 ปล.อีกทีนึง เราแอบนึกถึงเพลงนี้ตอนอ่านค่ะ ;-; https://www.youtube.com/watch?v=H4a-5BdZ5ck
piyarak_s (@piyarak_s)
@smile515903 แงงงงง ชอบเพลงนี้มากๆ เลยค่ะ เนื้อน่ารักมากกกกก
pngfo (@pngfo)
@smile515903 แอบตามไปฟังเพลงด้วยคนค่ะ เพลงเพราะ ชอบเสียงนักร้องค่ะ :))
smile515903 (@smile515903)
@pngfo ขอบคุณนะคะ เขินเรย แหะ >__<
pngfo (@pngfo)
เขินค่าาาาา
ตอนนี้นึกออกแค่นี้แหล่ะค่ะ ><
piyarak_s (@piyarak_s)
@pngfo 5555 ขอบคุณค่ะ