มรรคาแห่งธรรมNoi Beleza
คนเรา..แตกต่างกันที่ตรงไหน

  • คนเรา..แตกต่างกันที่ตรงไหน

    Two things defind you :
    🙂Your patience when you have nothing.
    🙂Your attitude when you have everything.

    มีคนกล่าวไว้ว่า สิ่งที่จะบ่งบอกความเป็นตัวของคุณ
    มี 2 ประการ
    🙂 ความอดทนในยามที่คุณไม่มีอะไรเลย
    🙂 ทัศนคติของคุณ เมื่อคุณมีครบทุกสิ่งแล้ว

    เมื่ออ่านเจอแล้วชอบมาก ลองมานึกทบทวนดู..
    เราบางคน มีต้นทุนชีวิตเริ่มจากศูนย์
    เมื่อเรามีโอกาสทางการศึกษา เรียนจบปริญญา
    บากบั่น ขยันหมั่นเพียรในการงาน
    มีความอดออม เก็บทรัพย์สะสมไว้
    จนสามารถสร้างครอบครัว
    มีบ้าน รถยนต์ ของใช้อำนวยความสะดวกต่างๆ
    ส่งบุตรหลาน มีการศึกษาที่ดี มีความก้าวหน้า
    ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

    ความอดทน เป็นปัจจัยที่สำคัญมาก
    เราต้องอด..ในสิ่งที่เราอยากได้
    การไปเที่ยวต่างประเทศ
    การทานอาหารที่หรูเลิศ
    การใช้กระเป๋าเสื้อผ้าที่มีแบรนด์ดัง
    การเปลี่ยนมือถือ รุ่นแล้วรุ่นเล่าที่ออกใหม่

    เราต้องทนในสิ่งที่เราอาจ..ไม่อยากทำ
    ตรากตรำในการงานหนัก เหน็ดเหนื่อยตลอด
    ทนต่ออารมณ์ของผู้คนต่างๆ
    ทนต่อความคับข้องใจที่เกิดขึ้นในสิ่งรอบตัว

    แต่เมื่อเรามีคาถา ความอดทน..นี้อยู่ในใจ
    เรามีความขยันหมั่นเพียร
    มีความอุตสาหะ เอาใจใส่ในการงานต่างๆ
    วันหนึ่ง เราจะพบว่า..
    เราประสบความสำเร็จแล้ว
    มีทุกอย่างตามที่เราตั้งเป้าหมายไว้
    ด้วยคาถา ..ความอดทน นั่นเอง
    .
    .
    เมื่อวันที่เราเริ่มมีปัจจัยพร้อมในการดำรงชีวิต
    เราก็ลองสังเกตตนเองว่าเราประพฤติตัวอย่างไร
    เรามีความสุขมากน้อยเพียงไร
    เรามองโลกต่างจากเดิมไหม
    เราปฏิบัติตัวต่อตนเอง ต่อครอบครัว
    เราคบหาเพื่อนฝูง พูดจาทักทาย เปลี่ยนไปไหม
    เราได้ช่วยเหลือ เจือจุนคนยากไร้ บ้างไหม
    เรามีจิตอาสา แบ่งปัน ช่วยเหลือสังคม บ้างรึเปล่า
    เราได้เข้าวัด ทำบุญ ทำทาน บ้างไหม
    สิ่งเหล่านี้สะท้อน "ทัศนคติ" จากตัวเรา

    เราให้คุณค่ากับสิ่งใด ..เราก็ทำเช่นนั้น
    เรารักในมิตรภาพ..เราก็ไปมาหาสู่เพื่อน
    เรารักพี่น้อง..ก็มีพบปะสังสรรค์ เยี่ยมเยียนกัน
    ยามสุข..ก็ร่วมสังสรรค์ ฉลองกัน
    ยามเจ็บไข้ได้ป่วย..ก็เยี่ยมเยียน ให้กำลังใจกัน

    และประการสำคัญ..
    หากใครรู้คุณบิดามารดา..
    ก็จะดูแลกายใจท่าน
    หมั่นไปเยี่ยมเยียน พูดคุยถามไถ่..
    มอบทรัพย์ให้ท่านได้ใช้ไม่ขัดสน
    หล่อเลี้ยงกาย ใจ ของท่าน
    ท่านก็ปลื้มใจให้พร..เราก็มีมงคลในชีวิต
    ทำกิจการใด ก็สำเร็จสัมฤทธิ์ผล
    .
    .
    สิ่งหนึ่งที่อยู่เบื้องหลังทัศนคติของเรา..
    คือ "ทิฎฐิ"

    พระอาจารย์ชยสาโร ท่านกล่าวไว้ว่า..
    ทิฏฐิ คือ ความคิดเห็น ความเชื่อถือ
    ค่านิยม หลักการ อุดมการณ์
    เมื่อเราพิจารณาว่า..
    อะไรควรทำ..อะไรไม่ควรทำ
    อะไรดี อะไรดีที่สุด
    มักจะขึ้นกับทิฏฐิเป็นส่วนใหญ่

    เวลาที่ต้องตัดสินในเรื่องคุณค่าต่างๆ
    ทิฏฐิเป็นตัวกำหนดความคิด การพูด การกระทำ
    เช่น ถ้าเราถือว่าการมีเงินคือสิ่งสูงสุดของชีวิต
    เป็นเครื่องหมายของความสำเร็จ
    ความคิด การพูด การกระทำของเรา
    มักจะตอบสนองทิฏฐินั้น

    ถ้าเราถือว่าความดีงามเป็นสิ่งสูงสุด
    ความคิด การพูด การกระทำ
    ก็จะตอบสนองทิฏฐินั้น เช่นกัน

    อย่างไรก็ตาม ..
    ไม่ใช่ว่าคนที่เอาเงินเป็นใหญ่ ไม่ต้องการความดี
    หรือคนเอาความดีเป็นใหญ่ ไม่ต้องการเงิน

    แต่อิทธิพลของทิฏฐิจะเห็นได้ชัด
    ในกรณีที่ต้องเลือกระหว่างเงินกับความดี
    คนบางคนยอมสละความดี..เพื่อเงิน
    และบางคนยอมสละเงิน..เพื่อความดี

    สัมมาทิฏฐิ คือ ความคิดเห็น
    ความเชื่อถือ ค่านิยม หลักการ อุดมการณ์
    ที่ถูกต้องตรงตามความเป็นจริง
    โดยเฉพาะกฎแห่งกรรม
    สัมมาทิฏฐิ คือเบื้องต้นของมรรค
    คือหนทางไปสู่ความดับทุกข์
    .
    .
    ขอพวกเราน้อมกายใจ มีสัมมาทิฏฐิ..
    เราก็จะประพฤติ ปฏิบัติตามเส้นทางที่เหมาะสม
    มีความสุขกาย สบายใจ
    มีสันติสุขในตนเอง มีครอบครัวที่ร่มเย็นกันค่ะ

    🙂🙂🙂🙂🙂

    #passion #onceapassion
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in