รีวิวนิยายฉบับคนชอบดองChadang
รีวิว (+เล่าสปอยล์) คู่ป่วนสืบคดีพิศวง (จบ)
  • คู่ป่วนสืบคดีพิศวง 

    ผู้เขียน Hu Xuan

    ผู้แปล กวินท์

    สำนักพิมพ์ SUNBEAN

    เรื่องย่อ (ท้ายเล่มแรก)

               “นอกจากต้องอดทนกับ ‘อวี้’ น้องชายคนใหม่ที่ครอบครัวเขารับอุปการะแล้ว ‘อวี๋อิน’ นักศึกษามหาวิทยาลัยผู้มีดวงตาเห็นวิญญาณ ยังเริ่มเห็นแมวภูเขาปรากฎตัวขึ้นบ่อย ๆ ที่น่าประหลาดคือเมื่อมันปรากฎตัวใกล้ใคร เป็นต้องมีเรื่องเลวร้าย...อย่างอุบัติเหตุรุนแรง...เกิดขึ้นกับคนคนนั้นทุกครั้ง แต่กลับไม่มีใครมองเห็นแมวที่ว่านี้เลย อวี๋อินจึงต้องพยายามสืบหาสิ่งที่แมวภูเขาพยายามจะบอกเขาเพื่อหยุดยั้งเหตุการณ์ร้ายที่จะเกิดขึ้นต่อไป ทั้งที่มีน้องชายคนใหม่ตามติดไม่ยอมปล่อย !”


    ความรู้สึกหลังอ่าน (มีสปอยล์ปานกลางถึงมาก)

              กลับมาหยิบเรื่องนี้ เพราะไปเจอเวอร์อิ้งค์ชื่อ The Yu bother’s case book ส่วนชื่อไทย คู่ป่วนสืบคดีพิศวง มี 8 เล่มจบ ส่วนไต้หวันมีภาคสองต่อค่ะ แต่ถามว่าภาคแรกอ่านแล้วรู้สึกจบไหม จบค่ะ จบได้ แต่อยากอ่านต่อ (ฮืออ) เรื่องนี้หยุดพิมพ์มาหลายปี (หาจับจ้องได้ยากแล้ว) เพราะสำนักพิมพ์ล่มไปแล้ว หลังจากนั้นก็ยังไม่มีใครรับไปทำการแปลต่อ สำหรับเราค่อนข้างรู้สึกเสียดาย เพราะในบรรดานิยายสืบสวนคดีผี เรื่องนี้เป็นหนึ่งในเรื่องที่เราชอบมาก เรียกว่าเป็นลูกชายคนโตสุดรักในตู้หนังสือก็ว่าได้ (โดยส่วนตัวถูกโฉลกกับแนวที่นักเขียนท่านนี้เขียน) 

             

              รีวิว และเล่าเรื่องแต่ละเล่ม ถึงจบ

    เรื่องราวทั้ง 8 เล่มนำโดย 2 พี่น้องอาอิน และอาอวี้ แต่ละเล่มจะเป็นตอนเท่ากับ 1 คดี แต่ทุกเล่มจะเชื่อมด้วยคดีใหญ่ของอาอวี้ค่ะ  


    แนะนำตัวละคร

    อวี๋อิน (อาอิน) พระเอกของเรื่องหนุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยที่มีดวงตาเห็นวิญญาณหลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทว่าดวงตาเห็นวิญญาณของเขากลับไม่เที่ยงเอามาก ๆ บางวันเห็นบางวันไม่เห็น เอาแน่เอานอนไม่ได้เลย !

    เส้าตี๋อวี้ (เสี่ยวอวี้) เรียกได้ว่าพระเอกอีกคนของเรื่อง น้องชายคนใหม่ของของอาอินเป็นเด็กที่พ่อทั้งสองของเขารับอุปการะ เพราะอาอวี้เป็นพยาน และผู้รอดชีวิตหนึ่งเดียวในการฆาตกรรมหมู่ที่บ้านของเขา โดยมีฆาตกรเป็นพ่อของเขาเอง นั่นน่าจะเป็นเหตุให้สะเทือนใจ และกลายเป็นคนไม่แสดงอารมณ์ และพูดไม่ได้ 

    อวี๋ถัง พ่อใหญ่ของอวี๋อิน เป็นคนใจเย็น ใจดี ทำกับข้าวเก่ง ดูแลงานบ้านเป็นเลิศ ภายหลังจากประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ทำให้ดวงตาเห็นไม่ชัดเท่าเดิม และขาก็เจ็บหนัก งานตำรวจของเขาก็เลยต้องเปลี่ยนแผนกมาเป็นฝ่ายธุรการแทน 

    อวี๋เซี่ย พ่อรองของอวี๋อิน หรือก็คืออาของเขา น้องชายฝาแฝดของอวี๋ถัง เป็นคนเก่ง อารมณ์ร้อน เรียกได้ว่าเป็นขั้วตรงข้ามกับพี่ชายเลยก็ว่าได้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็เป็นมือดีในแผนกสืบสวนคดีฆาตกรรม บู๊เก่งมากจนลูกน้องแซวว่าไปฝึกฝีมือจากวัดเส้าหลิน เขาชอบทะเลาะกับอาอินบ่อย ๆ เพราะมีนิสัยบางอย่างคล้ายกัน จนบางทีอวี๋ถังยังรำพึงบ่อย ๆ ว่าอาอินทำไมเหมือนน้องชายเขาไปได้ สภาพแวดล้อมในการเลี้ยงดูสำคัญจริง ๆ (555555)

    เหยียนซือ หมอนิติเวชของสถานีตำรวจ เป็นคนที่มีบทบาทคนหนึ่งในเรื่อง คอยช่วยพวกอาอินบ่อย ๆ และเกียวโยงกับคดีในเล่มสอง สิ่งที่สุดยอดของคนคนนี้ก็คือจิตแข็งขนาดเจอวิญญาณหลอกก็ยังไม่รู้สึกใด ๆ ได้ 

    หลีจื่อหง หัวหน้าคนใหม่ของอวี๋เซี่ย และเป็นเพื่อนของเหยียนซือ เป็นคนจิตแข็งเช่นกัน เพราะสามารถนอนหลับบนรถที่มีวิญญาณสิงของเหยียนซือได้โดยไม่รู้สึกอะไร (อาอินได้กล่าวไว้สักตอน)

    จิ่วเซิน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานผู้ขวัญอ่อน และกลัวผีอย่างที่สุด แต่ตัวเขานอกจากมีหัวหน้าจอมโหดอย่างอวี๋เซียที่ไม่ค่อยแคร์เรื่องภูติผี ยังเจออาอินที่ชอบขอร้องให้ตรวจดูหลักฐานที่วิญญาณสิงบ่อย ๆ จนแทบจะบ้าตาย (5555) เจ้าหน้าที่คนนี้เป็นตัวละครสมทบที่น่ารักมาก แถมยังซนจนไปรู้ความลับไม่น่ารู้ของบ้านอวี๋เข้าด้วย (ไว้อาลัยแด่จิ่วเซิน)


    เข้าสู่เนื้อหาทั้ง 8 เล่ม

              เรื่องเริ่มต้นที่บ้านอวี๋รับเสี่ยวอวี้เข้าบ้านโดยไม่บอกอาอินก่อน ทำให้ลูกชายคนโตเกินงอนพ่อ ๆ ที่ไม่ยอมปรึกษาตัวเอง เลยพาลไปไม่ยอมรับน้องชายคนใหม่ แต่หลังจากผจญเหตุการณ์ต่าง ๆ ด้วยกัน และอาอินรู้ความเป็นมาของอวี้คร่าว ๆ เขาก็ยอมรับน้องคนนี้ในที่สุด ความน่ารักอยู่ที่เวลาบรรยายมักจะใช้ว่า ‘อวี๋อินเดินไปข้างหน้าไม่นานก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินตามหลัง’ คือเสี่ยวอวี้กลายเป็นติดอวี๋อิน ตามไปทุกที่ น่ารักมาก ๆ 



    เล่ม 1 ตอนแมวมรณะ

          เป็นคดีแรกของหนังสือชุดนี้ อวี๋อินเห็นวิญญาณแมวภูเขาอยู่กับเพื่อนของเขาก่อนจะประสบอุบัติเหตุร้ายแรง (แต่ยังไม่ตาย) หลังจากนั้นไม่ว่าแมวจะปรากฎตัวใกล้ใคร ต่างก็เกิดอุบัติเหตุถึงชีวิตด้วยกันทั้งสิ้น อาอินพยายามหาความเชื่อมโยง ขณะเดียวกันก็มีเสี่ยวอวี้คอยตามช่วยอยู่ข้าง ๆ ความพิเศษของเสี่ยวอวี้อย่างหนึ่งคือ เขาฉลาดกว่าวัย (เหมือนไอคิวจะสูงมาก) ทำให้เป็นที่ปรึกษาที่ดีของอาอิน อย่างความเชื่อมโยงของคดีนี้น้องชายก็เป็นคนเห็นก่อน แต่บอกคนพี่แล้ว ทว่าตอนแรกคนพี่ไม่เข้าใจ (55555) เป็นคดีเปิดตัว แต่ละตัวละครได้ดี แถมยังปูความสัมพันธ์พี่น้องของทั้งสองที่เริ่มเข้าขากันได้ดีมาก ๆ ด้วย



    เล่ม 2 ตอนปริศนาผีน้ำ

           คดีที่สองเกิดขึ้นที่ห้องพักของเหยียนซือ คุณหมอนิติเวชของสถานีตำรวจ แต่เพราะเขาไม่เชื่อเรื่องวิญญาณ (มีการไล่ให้วิญญาณไปแจ้งตำรวจด้วย) สุดท้ายอวี๋อินที่บังเอิญมารับอวี้กลับบ้านเลยเป็นคนที่เข้ามาพัวพันกับวิญญาณที่นี่แทน เป็นเล่มที่คุณหมอนิติเวชมีบทบาทมากขึ้น คาแรกเตอร์ก็ชัดขึ้นด้วย สำหรับตัวคดีเกี่ยวพันกับเสี่ยวอวี้เต็ม ๆ เพราะวิญญาณติดเสี่ยวอวี้ มีคนถึงกับทักเตือนว่าห้ามเสี่ยวอวี้เข้าใกล้น้ำ ไม่อย่างนั้นจะโดนเอาตัวไป อาอินเลยพยายามสืบหาทุกอย่าง เพื่อให้วิญญาณเลิกยุ่งกับน้องชายของเขา (เล่มนี้คือเรียกน้องชายเต็มปากแล้ว ปลื้มใจ) สุดท้ายเสี่ยวอวี้เองก็รู้สึกอยากมีชีวิตต่อ เพราะอวี๋อิน เลยรอดจากการโดนวิญญาณลากให้ตายตามกันไปได้



    เล่ม 3 ปริศนาลอตเตอรี่

          ถ้าเล่มสองวิญญาณตามติดเสี่ยวอวี้ เล่มสามก็ตามติดอวี๋อิน เป็นความบังเอิญ เพราะไข่พะโล้ถุงหนึ่ง ที่เขายื่นให้ชายที่ดีใจเนื่องจากถูกหวย แต่กลับกลายเป็นศพจากการโดดตกตายในคืนเดียวกัน เล่มนี้บทบาทสองพี่น้องอยู่ด้วยกันน้อยหน่อย เพราะเสี่ยวอวี้ไปเจอกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับคดีที่บ้าน แต่ไม่ยอมบอกอวี๋อิน เรื่องนี้จะนำไปสู่ปัญหาระยะยาว ส่วนทางอวี๋อินก็พบกับตัวละครที่จะเกี่ยวพันกับเสี่ยวอวี้ในตอนหลัง และเล่มนี้พ่อใหญ่ของเขามีบทบาทมากขึ้น (ไปสืบกับพ่อใหญ่)



    เล่ม 4 ความลับหลังความตาย

           ถ้าเล่มโน้นพ่อใหญ่ เล่มนี้ก็จะเอียงมาทางบทพ่อรอง และเหล่าลูกน้องพ่อรอง เช่น จิ่วเซิน รวมถึงหัวหน้าใหม่อย่าง หลีจื่อหงด้วย สองพี่น้องอาอิน และอาอวี้ก็กลับมาตามสืบวิญญาณกันอีกครั้ง คดีรอบนี้มีเกี่ยวกับคดีบ้านเสี่ยวอวี้ในเรื่องสารเสพติดที่คาดว่าพ่อเสี่ยวอวี้ใช้จนเป็นเหตุให้ก่อคดี และจากเล่มนี้อวี๋อินก็ได้วิญญาณติดตามเป็นเด็กแฝดสองคน ซึ่งจะมีบทบาทคอยช่วยเขายาว ๆ ไปจนถึงเล่มจบ (น่ารักมากสองตนนี้แอบช่วยตลอด) ส่วนในการสืบคดีพ่อรองของเขาก็ได้เปิดประสบการณ์เจอวิญญาณโจมตี ส่วนจิ่วเซินต้องตรวจสอบหลักฐานวิญญาณสิงจนต้องหายันต์จากวัดดังมาติดรอบห้องหลักฐาน (5555)



    เล่ม 5 ทวงแค้น

           สืบเนื่องจากคดีที่แล้วเสี่ยวอวี้แอบเอาธูปซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญในคดีที่แล้วออกมา อวี๋อินพยายามสอบถามเขาก็ไม่ตอบ และในช่วงของเล่มนี้เสี่ยวอวี้คลุกอยู่กับกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับคดีบ้านตัวเองมากขึ้น โดยไม่บอกอะไรกับอวี๋อิน ทำให้เขาเริ่มโกรธที่เหมือนไม่ได้รับความไว้ใจ ขณะเดียวกันคดีรอบนี้เกี่ยวกับโรงเรียนเสี่ยวอวี๋ และมหาวิทยาลัยของอวี๋อิน เลยมีตัวละครใหม่เปิดตัวเรียกได้ว่าเป็นหัวหน้าแก๊งฝั่งมหาวิทยาลัย ซึ่งคนคนนี้มีเซนส์พิเศษบางอย่างที่จะช่วยอวี๋อินได้ในตอนหลัง 

           ส่วนทางพ่อรองก็มีบทบาทสำคัญในการปลอมตัวสืบคดีที่โรงเรียนเสี่ยวอวี้ (พ่อ ๆ ของพระเอกเขาหน้าเด็กกว่าอาอินซะอีก) ช่วงท้ายของเล่มเสี่ยวอวี้ที่พยายามตามอาอินไปเพื่ออธิบายทุกอย่าง แต่โดนฆาตกรจับตัวไปก่อน ส่วนอาอินที่สืบวิญญาณจนตามมาช่วยก็โดนฆาตกรทุบจนอาการสาหัส (ดีที่วิญญาณเด็กช่วยไว้ด้วย) แต่อาอินกลับดีใจในอาการบาดเจ็บ เพราะทำให้อวี้ร้องไห้เรียกชื่อเขาเป็นครั้งแรกได้ (เป็นครั้งแรกที่เสี่ยวอวี้พูด อาอินบอกคนอ่านว่า เสียงน้องเขาเพราะมาก //จ้า ๆ พ่อคนหลงน้อง)



    เล่ม 6 อาถรรพ์ฤดูร้อน

           เรียกว่าเที่ยวทั้งทียังซวยเจอคดี รอบนี้สองพี่น้อง และพ่อรองต้องไปสืบคดีที่บ้านพักต่างอากาศแห่งหนึ่ง เนื่องจากเพื่อน ๆ ของอาอินมาเที่ยวแล้วหายตัวไปอย่างลึกลับรอดกลับมาได้เพียงคนเดียวคือเพื่อนสาวคนสนิทของอาอิน แต่เธอเหมือนกลับมาได้แต่ตัว ทุกวันเธอจะกรี๊ดร้องบอกว่าต้องไปหาเพื่อน ๆ คนอื่น ซึ่งขณะเดียวกันคดีมีความเกี่ยวพันกับธูปที่เสี่ยวอวี้เคยขโมยด้วย ตอนนี้ทุกคนรู้แล้วว่าธูปนั่นเป็นสารเสพติดแบบใหม่ และคดีครั้งนี้ก็มีมันมาเกี่ยวข้องกับผู้ต้องสงสัย 

           คดีเล่มหกเกี่ยวโยงกับเรื่องราวของคณะละครที่มาแสดงในอดีตที่ถูกไฟครอกตายกันทั้งคณะ โดยผู้อยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วยคือ เหยียนซือ คุณหมอนิติเวชของสถานีตำรวจ อาอินพยายามหาเพื่อนทุกคน และเขาได้ช่วยเอาไว้ได้อีกคน คือเพื่อนที่มีสัมผัสพิเศษในเล่ม 5 แต่เพื่อนคนนั้นบอกกับอาอินว่าตัวเขากับเพื่อนคนอื่นอยู่กันคนละที่ อาอินเลยต้องเสี่ยงเดินตามวิญญาณร้ายไปตามหาเพื่อนคนอื่น โชคดีมีสองผีเด็กคอยช่วยถ่วงเวลา เสี่ยวอวี้กับพ่อรองเลยช่วยอาอินไว้ทัน



    เล่ม 7 แฝดลึกลับ

       คดีนี้เริ่มจากพ่อรองไล่ตามคนร้ายจนตกตึกอาการสาหัสคาดว่ามีหนอนบ่อนไส้ ทว่าเมื่อไปโรงพยาบาล คนที่เข้ามาเยี่ยมคนเจ็บกลับเป็นพ่อรองอีกคน อาอินสับสนมาก สรุปแล้วคนที่ตกตึกลงมาคือพ่อใหญ่ของเขา หรือพ่อรองกันแน่ แต่ไม่ว่ายังไงอาอินก็จะตามลากหนอนบ่อนไส้ออกมาให้ได้ ในเล่มนี้เขากับเสี่ยวอวี้มีความห่างเหินกัน เพราะอาอินรู้สึกว่าตัวเองโดนน้องกันออกจากเรื่องคดีที่บ้าน (เสี่ยวอวี้) ทำให้อาอินไปไหนมาไหนคนเดียว

           แต่ตั้งแต่คดีเล่ม 6 อวี๋อินยังคงโดนวิญญาณที่นั่นไล่ตามจะเอาชีวิต หลาย ๆ คนพยายามบอกให้เขาอยู่ในที่ปลอดภัยจนกว่าจะพ้นวันมรณะ แต่เรื่องของพ่อ ๆ ทำให้เขาออกไปล่าหนอนบ่อนไส้จนตัวเองเกือบโดนวิญญาณเอาตัวไป โชคดีที่พ่อรอง และพ่อใหญ่มาช่วยเขาทัน ส่วนวิญญาณที่ล่าอาอิน เพื่อนที่มีสัมผัสพิเศษได้ไปจัดการถึงที่ โดยแลกกับการมองเห็นของดวงตา ทำให้หลังจากเล่มนี้เจ้าตัวมีอาการมองอะไรไม่ชัดอยู่เสมอ

    (สปอยล์มากข้ามได้…… 

    เล่มนี้จิ่วเซินคนซนได้พบความลับในดีเอ็นเอ ว่าของอาอินกับอวี๋ถังไม่ตรงกัน)



    เล่ม 8 ปิดคดี

           เป็นเรื่องของบ้านเสี่ยวอวี้ และการล้างแค้นของพ่อฆาตกรเล่มแรกต่ออาอิน ซึ่งคนคนนี้เป็นตัวการเรื่องทั้งหมดของคดีบ้านเส้าตี๋นั่นเอง เพราะเขาคือผู้ผลิตยารายใหญ่ คดีเล่มนี้เป็นการสืบว่าทำไมบ้านของเสี่ยวอวี้ถึงติดยาจากธูปได้  รวมถึงแผนการที่เสี่ยวอวี้ กับเด็กที่เกี่ยวข้องกับคดีบ้านเส้าตี๋วางกันไว้ สองคนนี้ต้องการแก้แค้นให้พ่อแม่ตัวเองด้วยมือของพวกเขา แต่อวี๋อินที่ตามมาจนถูกจับของร้องไม่ให้เสี่ยวอวี้ฆ่าคน ซึ่งน้องชายก็รักพี่เขามากจริง ๆ เจ้าตัวยอมลามือ แต่อาอินก็ยังโดนตัวการลากลงไปในน้ำให้ตายไปด้วยกัน เสี่ยวอวี้ที่เห็นแบบนั้นเลยโดดลงน้ำตามไปเพื่อช่วยพี่ชาย ขณะเดียวกันวิญญาณจากเล่ม 1 ถึงเล่ม 7 ต่างก็พากันมาช่วยอาอินเป็นครั้งสุดท้าย เรื่องก็จบลงด้วยดี


    เรื่องราวความรัก และนางเอกที่ไม่มีตัวตน

             นางเอกไม่มีจริง ๆ ค่ะ อย่างมากก็คือเพื่อนสาวคนสนิทของอวี๋อินที่มีบทบาทบ้างเป็นครั้งคราว (กับสาวน้อยนักเลงที่บู๊กับอาอินในสองเล่มสุดท้าย เท่มาก) ส่วนใหญ่ก็จะไปทางความสัมพันธ์ของครอบครัว และความผูกพันธ์ของอวี๋อิน และเส้าตี๋อวี้ เพื่อปูไปถึงปมสุดท้าย ซึ่งสองพี่น้องเขาก็เข้ากันได้ดีมาก ๆ สำหรับสาววายสามารถจิ้นได้ และมีตัวละครให้ลงเรือกันมากมาย แต่สำหรับคนไม่ใช่สายวายอ่านได้แน่นอนค่ะ เพราะความสัมพันธ์ก็เหมือนเราอ่านโฮล์มกับวัตสัน ที่ตัวติดกันไปสืบคดีทุกที่


    สปอยล์ส่วนหนึ่งของตอนจบไม่ชอบโปรดข้าม

    มีโดนทิ้งท้ายบางอย่างไว้ให้น่าคิด...เกี่ยวกับเพื่อนสาวคนสนิทของอวี๋อิน ว่าอาจจะมีโอกาสซ้ำรอยกับแม่อวี๋อิน ที่ท้องแล้วขอให้อวี๋ถังช่วยรับเป็นพ่อเด็ก แต่แน่นอนเรื่องของแม่ อวี๋อินไม่รู้ ในมุมของคนอ่านมองว่าถ้าเรื่องราวจะเป็นแบบนั้น ก็เหมือนอาอินใช้กรรมยังไงไม่รู้ 

    (แล้วก็กลายเป็นคนพี่อาอินที่อยู่กับคนน้องเสี่ยวอวี้ ที่ไม่ยอมแต่งงานแต่มาช่วยพี่เลี้ยงลูกเป็นลูปกันไป เหอ ๆ )


    มุมเพ้อเจ้อนิยายที่รอให้มีคนรับพิมพ์ต่อ (Y-Y)


    สิ่งที่ชอบในเรื่อง และยังคงรอที่จะได้อ่านต่อ

    1.วิธีเล่า เคยอ่านเจอว่าวิธีการเล่าของนิยายสืบสวนมีหลายแบบ อย่างโฮล์มก็คือการเล่าผ่านวัตสัน อย่างนิยายส่วนใหญ่ก็ตามตัวละครที่สืบไปเจอกับความจริง (แต่เราจะได้หลักฐานตามเรื่องไม่ครบ ต้องลุ้นตอนเฉลย) เช่น รัชศกเฉินฮวาปีที่สิบสี่ หรือบันทึกปิ่น หรืออาจจะแปลกใหม่อย่างคนเขียนนักสืบหลังมื้อค่ำ (เราอ่านเรื่องที่เขาเขียนแต่จำชื่อไม่ได้) 

    ปล.เราเทียบเรื่องเอาเองตามความรู้สึกนะคะ

    สำหรับเรื่องนี้เป็นการเล่าอีกรูปแบบหนึ่งคือ ไปกับตัวละครได้หลักฐานเท่าตัวละคร แต่ใครเดาได้ก่อนกัน มีหลายครั้งที่เราเดาได้ก่อนก็อดตื่นเต้นไม่ได้ว่าเฉลยจะใช่ไหม บางครั้งก็เป็นอาอินรู้ก่อนแล้วเรามาหยุดคิดตาม


    2.ตัวละครมีเสน่ห์น่าสนใจ ไม่ว่าจะตัวละครหลัก รอง หรือสมทบ รวมถึงวิญญาณ ต่างมีบุคลิกที่น่าสนใจชวนติดตาม และอาจจะหลงชอบขอให้มีบทบาทในฉากต่อ ๆ ไป ความตรงใจของเราก็คือ ตัวละครสมทบเหล่านั้น เมื่อเราคิดว่าอยากให้มีบทบาท คนเขียนก็จัดบทบาทให้อย่างกับรู้ใจ เช่น จิ่วเซิน กับแฝดผีน้อย เป็นต้น และบอกได้เลยค่ะ ตัวละครทุกตัว ที่เราแนะนำไว้ ในภาคสองมีบทบาทเพิ่มทั้งนั้น (เราดูจากรูปนะ)


    3.โครงเรื่องสืบคดี อยู่ในระดับกลาง ๆ เดาได้บ้าง ไม่ได้บ้าง (ความรู้สึก ณ ครั้งแรกที่อ่านเมื่อ 6-7 ปีก่อน) แต่ในคดีต่าง ๆ ก็จะเกิดจากฝีมือคนสลับวิญญาณให้ได้ลุ้นไปตลอด


    4.ความหลอนที่ไม่เกินพอดี ไม่ได้ถึงกับน่ากลัวจนไม่กล้าแตะอีก แต่ยอมรับว่าหลายคดีไม่ขออ่านตอนกลางคืน อย่างคดีที่สองตอนอ่านครั้งแรกเราก็กลัวลิฟไปสองสามวัน ส่วนคดีที่ชอบมากจะมีเล่ม 4 กับ 6 ทั้งสืบทั้งหลอนลงตัวมาก เล่มที่ชิลหน่อยคือ เล่ม 3 เล่มหน่วงจากความสัมพันธ์คือ เล่ม 5 เล่มที่เรารู้สึกหนืด ๆ ไปได้ช้า คือเล่ม 7 เรียกว่าก็ครบรสชาติ


        ถ้ามีโอกาสได้ตีพิมพ์เราก็จะเก็บอีกครั้งตั้งแต่ภาคหนึ่งถึงสองแน่นอนค่ะ สำหรับเรื่องนี้ก็เป็นนิยายสืบสวนวิญญาณที่เราขึ้นหิ้งไว้ในใจ ใครที่สนใจอ่านเราแนะนำให้หาอิ้งค์ค่ะ ตามชื่อด้านบน เราก็ไล่อ่านใหม่อยู่ที่เล่มแรก คิดว่าจะอ่านไม่ได้กลายเป็นว่าติดหนึบเหมือนเดิม 

    สำหรับเรื่องอื่น ๆ ของคนเขียนท่านนี้ที่ยังหาจับจ่ายหนังสือได้ คือ ตำนานจอมเวทพิทักษ์โลกค่ะ กำลังลดราคาล้างสต็อกแนวโรงเรียนเวทมนตร์สามารถหาดูได้ที่สำนักพิมพ์สยาม และทั้งเรื่องนั้น และเรื่องนี้ เราก็ยึดหลักแฟนตัวยงเปย์ก่อนคิด ต่อไปแน่นอนค่ะ (ขอแค่ออกเล่มต่อ T-T)

    ขอบคุณท่านที่สนใจเรื่องนี้ และอ่านจนจบนะคะ


    *** ตอนนี้ทางสำนักพิมพ์ sunbeam กำลังรวบรวมทุนเพื่ออกหนังสือใหม่ โดยเปิดให้สั่งหนังสือเก่าได้ค่ะ มีเรื่องนี้ด้วยค่ะ ใครสนใจตอนนี้ (ต้นมิ.ย.63) สามารถตามลิ้งค์เพจได้เลยค่ะะ ***




    ภาพปกจาก AKRU (ผู้วาด)

    รีวิวตำนานจอมเวทพิทักษโลกภาค1 https://minimore.com/b/tA4HM/25

    รีวิวตำนานจอมเวทพิทักษ์โลกภาค2 https://minimore.com/b/tA4HM/26

    By Chadang



เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
Ann Sasirin (@fb2965764690137)
เรามีไม่ครบง่ะ....อ่านข้ามเล่มยังสนุกเลย มีใครอยากปล่อยมือสองมั้ย...เราขาด 2,4,7,8
Chadang (@kalafina57)
@fb2965764690137 ตอนนี้ที่เพจสำนักพิมพ์ Sunbeam publishing กำลังเปิดขายเพื่อรวบรวมทุนออกเล่มใหม่อยู่นะคะะ สามารถทักไปสักซื้อได้ค่ะะ
7,929 km (@zingzing)
แง ถึงกับ log in มาคอมเม้นเลยค่ะ เราชอบซีร่ีส์นี้มากๆๆๆ อ่านซ้ำหลายรอบมากๆ ชอบทุกอย่างในเรื่องเลย ทั้งการบรรยาย คดี บรรยากาศ ชอบที่สุดคือตัวละคร ทั้งอาอินกับน้องอี้ ทั้งขุ่นพ่อทั้งสอง ตัวละคนเล็กๆน้อยๆคนอื่นเราก็ชอบ รู้สึกเหมือนทุกคนเป็นคนจริงๆเลยค่ะ ตอนไปไต้หวันก็อินจนแบบ เอ๊ะ นี่ใช่พะโล้แบบเดียวกะที่อาอินเคยกินมั้ยนะ นี่วัดที่พ่อใหญ่มาเอายันต์หรือเปล่า อินมาก5555555555555 นี่แอบอยากให้ใครมาซื้อไปเหมือนกันค่ะ ในยุควายจีนบูมแบบตอนนี้น่าจะปังมากๆเลย อยากอ่านภาคสองมากด้วย อยากรู้ว่าเรื่องบ้านน้องคลี่คลายไปหมดแล้ว พี่น้อง(?)ก็เปิดใจให้กันมากๆแล้ว จะเป็นยังไงต่อ หรือว่าอาอินจะต้องรับเป็นพ่อเด็กที่ไหนมั้ย555555555555555555
Chadang (@kalafina57)
@zingzing //จับมือเขย่าเลยค่ะ// เราเคยแพลนอยากไปไถจงเพราะเรื่องนี้เลยค่ะ อยากไปตามรอย รอมาตลอดเหมือนกันค่ะว่าจะมีสนพ.ไหนทำต่อไหม เป็นนิยายสืบสวนคดีผีที่สนุก ตัวละครก็มีเสน่ห์ จะจิ้นก็ได้ จะมิตรภาพก็ดี มีอะไรให้หวีดเยอะไปหมดเลยค่ะ ฮืออ มารออย่างมีความหวังไปด้วยกันนะคะ ถึงจะเลือนรางก็ตามม //จับมืออีกรอบค่ะ//