Infidrak in 2021infidrak
On a(nother) gloomy day
  • นี่เป็นวันที่สองที่รัฐประกาศคลายล็อคดาวน์ ฉันที่เรื่องต้องออกไปส่งพัสดุพอดีจึงถือโอกาสเยี่ยมมองสถานที่ต่างๆในสยาม เป้าหมายถัดจากภารกิจหลักคือไปนั่งกินบิงซูที่ Hollys เพราะสองพี่น้องเกิด crave for dessert ค้างจากเมื่อวานโดยมิได้นัดหมายนั่นเอง ขณะกินไป ฉันคิดถึงหลายสิ่ง

    ตามร้านกาแฟหลายแห่งจะมีการแปะป้ายห้ามขายประกัน สอนหนังสือ หรือแม้แต่ติวหนังสือไว้ เพราะรบกวนลูกค้าท่านที่ใช้บริการพร้อมกัน (ซึ่งไม่เถียงนะ มันสิทธิ์ของทางร้าน แต่เอาจริงๆฉันมาถึงขั้นห้ามติวเลยก็พูดยาก พื้นที่สาธารณะในบ้างเราน้อยมาก เทียบกับราคาที่จ่าย ฉันว่าก็พออลุ่มอล่วยได้อยู่ สองข้อแรกพอเข้าใจได้เพราะนั่นคือใช้พื้นที่ร้านหาเงิน) มันทำให้ฉันนึกสะท้อนมองตัวเองในอดีตที่เคยแวะตามร้านต่างๆเพื่อสอนพิเศษอยู่เป็นประจำเช่นกัน ฉันเริ่มสอนครั้งเเรกตอนอยู่ปีหนึ่งและสอนมาเรื่อยๆจนช่วงปีที่แล้ว ปีที่หนักสุดจำได้ว่าอู้ฟู่มาก เพราะสอนติดกันหลายวัน แถมได้แรงบันดาลใจจากเกรดและผลสอบของเด็กๆอีก จนเริ่มป่วยนี่แหละที่ฉันต้องลดจำนวนการสอนลงกระทั่งแทบไม่ได้สอนเลย

    จำได้ว่าตอนปีสองถึงปีสามเทอมหนึ่งฉันสอนเยอะมาก แต่ที่สอนเยอะเป็นเพียงการหลักหนีความจริง ฉันพยายามทำตัวเองให้ยุ่งจะได้ไม่นึกถึงเรื่องที่ทำให้เสียใจ จะได้ไม่ร้องไห้หรือแสดงอาการเศร้าหมองออกมาให้คนรอบข้างจับได้ แน่นอนสุดท้ายฉันทำไม่สำเร็จและต้องเริ่มต้นการรักษาทั้งกินยาตามจิตแพทย์สั่งและพูดคุยกับนักจิตวิทยาเป็นประจำ (ช่วงแรกถึงขั้นต้องไปเจอทุกสัปดาห์ซึ่งฉันต้งเป็นคิวท้ายสุดทุกครั้งเนื่องจากใช้เวลานานมาก ดูจากที่พอฉันเดินออกจาก session ศูนย์ฯก็มักจะปิดทำการแล้วเสมอ) ผลกระทบมันเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆจนฉันดูแลอะไรไม่สักอย่างและโทษตัวเองมากกว่าเดิม ฉันเริ่มขาดสอน ไม่อยากไปทำงานพิเศษที่ co-working space และขาดเรียน เมื่อเกิดขึ้นซ้ำๆ ฉันจึงโทษตัวเองและเริ่มไม่อยากกินข้าว วันหนึ่งๆของฉันอาจจะจบที่กาแฟหนึ่งแก้วและมาม่าครึ่งซอง รวมๆแล้วบรรยากาศไม่มีความสุขสักนิด เงินที่หามาได้ก็ใช้ว่าฉันจะเก็บออม ที่จริงแม้ตอนนี้ฉันจะดีขึ้นแล้ว Emotional Spending ยังคงเป็นฝันร้ายของฉันและคนรอบข้าง

    เทียบกับหลายคนในวัยเดียวกัน สายงานเดียวกัน ฉันถือว่าเริ่มต้ได้ดีและมีโอกาสมีเงินเก็บก้อนไม่เล็กนักได้ แต่มันก็ไม่ได้เกิดขึ้น...

    ฉันเคยพูดถึงงานขอฉันไปครั้งหนึ่งในบทแรกของการกลับมาเขียนๆบ่นๆคราวนี้ คิดว่าอีกไม่นานคงได้เขียนถึงเรื่องนี้แบบยาวๆสักครั้งเพราะฉัน งาน และโรคของฉันมักมีจุดที่ต้องแตกหักกันเสมอ ที่แย่คือ เป็นฉันกับงานที่แตกหักเพราะฉันอยู่กับเจ้าดรคนี้มากเกิดไปเนี่ยแหละ!

    หวังว่าในช่วงฝนตกแทบทุกวันแบบนี้ คนที่อ่านเรื่องของฉันอยู่จะไม่ได้รับผลกระทบจากความอึมครึมของสภาพแวดล้อมมากจนคิดฟุ้งซ่านแบบฉัน ยิ้มได้ทุกวัน แม้แดดจะน้อยจนตากผ้าแทบไม่แห้งก็ตาม
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in