Europe First TimeKanSiri
เที่ยววอร์ซอ โปแลนด์
  •            วันรุ่งขึ้นผมต้องรีบตื่นมาแต่เช้าเพื่อจัดการกระเป๋าและเตรียมตัวขึ้นรถไฟไปวอร์ซอแผนการของผมคือ ต้องเจอนัดสองเพื่อที่จะไปขึ้นรถไฟพร้อมกัน และเมื่อถึงวอร์ซอผมก็จะได้เจอกับเพรซเม็ก (เพื่อนที่ผมรู้จักบนรถไฟเมื่อเดือนก่อน) ความจริงแพลนดั้งเดิมผมนั้นไม่คิดที่จะเที่ยววอร์ซอในช่วงสุดท้ายของโปรเจค แต่ด้วยความที่ผมต้องเปลี่ยนตั๋วบินกลับบ้านและเวลาว่างของเพรซเม็กทำให้ผมต้องมาวอร์ซอหลังจากจบโครงการ

                ก่อนออกจากห้องไปสถานีรถไฟนั้นผมทำการร่ำลามาริน่า ฉากนี้เป็นซีนที่น้ำตาร่วงที่สุดแล้วอดบอกไม่ได้จริงๆว่าผมสนิทกับมาริน่ามาก และคำสัญญาสุดท้ายของเธอคือ

                “เจอกันที่ประเทศไทยนะ”

                ประโยคสั้นๆแต่สร้างความซาบซึ้งในใจผมได้มากเลยทีเดียว เป็นคำพูดที่ผมสัมผัสได้เลยว่า มิตรภาพแม่งเกิดขึ้นแล้ว น้ำตาไหลเลยนะวินาทีนี้


                เมื่อมาถึงวอร์ซอผมได้ส่งข้อความไปหาเพรซเม็กส่วนสองนั้นต้องแยกออกไปเนื่องจากสองมีแพลนที่ค่อนข้างตายตัวอยู่แล้ว ผมเลยคิดว่าถ้าไปกับสองคงต้องวุ่นวายไปหมดแน่ เพราะแพลนของเราทั้งสองแทบจะไม่เหมือนกันเลย กลายเป็นตกลงกันว่าต่างคนต่างไปดีกว่า แต่หากได้มีโอกาสเที่ยวเมืองเดียวกัน พวกเราก็อาจจะมานัดพบกันเป็นครั้งคราวก็ได้ ไม่นานเพรซเม็กก็เดินมาเจอผมพอดี ผมกับสองต้องแยกจากกันและในที่สุดพวกเราก็หายลับตาจากกัน

                สิ่งแรกที่ผมต้องทำหลังจากที่มาถึงวอร์ซอแล้วก็คือ การแสตมป์ตราตั๋วรถไฟเหมาในยุโรปอย่างที่บอกว่าที่โปแลนด์คนพูดภาษาอังกฤษไม่เก่งเยอะ ผมเลยตัดสินใจให้เพรซเม็กจัดการให้และแล้วในที่สุดผมก็ได้ตราประทับการเดินทางทั่วรอบยุโรป 30 วันมาจนได้ตั๋วนี้ผมซื้อตั้งแต่อยู่ประเทศไทย และก่อนใช้ทุกครั้งก็ต้องมาทำการ Validate ตั๋วก่อนกับเจ้าหน้าที่ เป็นอันว่าหลังจากนี้จนถึงกลับไทยผมไม่ต้องควักเงินซื้อตั๋วรถไฟอีกแล้วในยุโรปดีใช่ไหมล่ะ และจากแพลนที่จะอยู่วอร์ซอแค่ 1 วันก็กลายเป็นว่าต้องอยู่ 2 วัน เพราะที่นั่งไปเบอร์ลินวันถัดไปมันเต็มและก็เป็นเรื่องที่โชคดีตามเคย เพรซเม็กก็ให้ผมอยู่ด้วยทั้ง 2 คืนอย่างเต็มใจ ฮู้เร่!


                พวกเราทำการช้อปปิ้งเพื่อทำอาหารเย็นกันและสิ่งที่ผมไม่อยากให้มันเกิด มันก็เกิดขึ้นจนได้

                “ยูทำอาหารเป็นไหม” เพรชเม็กถามผมด้วยสายตาอยากรู้

                “กูหรอ?” ในใจตอนนั้นคือถามกูใช่ไหม จริงจังไหมเนี่ย

                Yes, you!” และมีประโยคพ่วงน่ารักๆที่เพิ่มความกดดันให้กู

                I wanna try Thai food!” ไออยากลองออาหารไทยอะ

                ผม ณ ตอนนั้นคือ กูไม่เคยทำ แล้วก็ไม่เคยคิดจะทำด้วย แม้ไทยแลนด์จะเป็นแดนอาหาร เป็นครัวโลกแต่กูไม่ใช่พ่อครัว ไม่สามารถ ไร้ซึ่งทักษะ

                “เอ่อเพรชเม็ก คือไอไม่เคยทำอะ ทำเป็นแต่ข้าวผัด ที่มันอาจจะไม่อร่อย”

                เพรชเม็กตอบทันควันว่า “ดีมากเลย ไออยากลอง ทำให้กินนะ”

                นี่มึงเข้าใจที่กูพูดไหมเนี่ยว่ากูทำไม่เป็น ถึงทำได้มันก็อาจจะไม่อร่อย

                Are you sure? มึงแน่ใจนะ

                เพรชเม็กหันมาด้วยหน้าตามีความหวังและพูดว่า I believe in you

                คำนี้ไม่ได้ทำให้กูมีกำลังใจขึ้นเลยยยยยยโว้ยยยย กดดัน
  •           

                หลังจากที่พวกเราซื้อของเสร็จแล้วเพรซเม็กก็ได้พาผมกลับไปที่หอพัก ขอบอกตรงนี้เลยว่า หอพักที่นี่ดีกว่า Bialystok มากอย่างน้อยๆ ก็คือเรื่องห้องน้ำที่มีประตูล็อคอันดีงาม ห้องครัวที่มีอุปกรณ์ทำอาหารครบครัน OMG รวมไปถึงมีเครื่องซักผ้าด้วย ที่นี่คู่ควรกับผม (มันควรจะเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ต้นแล้วไม่ใช่เร๊อะ) แม้ในห้องนอนจะนอนกันถึง 4 คนแต่ว่ารูมเมทของเพรซเม็กก็ไม่ทำให้ผมอึดอัดเลยซักนิด นอกจากตัวเพรซเม็กแล้วก็มีที่พักที่นี่แหละถึงแม้มันจะไม่ได้สวยหรูอลังการแบบห้องพักในปารีส แต่ผมขอรับรองเลยว่า

      “นี่แหละ คุณค่าที่พวกกูคู่ควร”


                ผมก็จัดการทำข้าวผัดไข่เพื่อนเป็นอาหารเย็น

                หลังจากที่ทำข้าวผัดไข่โง่ๆ ให้เพรซเม็กกินแล้วกลับกลายเป็นว่าเพรซเม็กติดรสชาติอาหารไทยซะงั้นแล้วก็ขอให้ผมทำอาหารไทยให้อีกใจจริงแค่มื้อเดียวมันก็เกินพอล่ะ ยังจะมีมื้อที่ 2 อีกตบท้ายด้วยการพูดต่อหน้าผมว่า

                I believe in you

                ขอบคุณจ้า ไม่กดดันเลยจ้า ใจนึงก็ไม่อยากทำแต่ก็ต้องจำใจเพราะเห็นว่าเพรชเม็กอุตส่าห์อนุเคราะห์ผมด้วยการให้พักฟรีๆ งานนี้ก็ต้องลองกันอีกซักตั้ง

                เพรซเม็กพาผมเที่ยวรอบๆเมืองวอร์ซอโดยที่ผมไม่ต้องเสียค่าอะไรเลยซักอย่าง ค่ารถเมล์รถไฟก็ไม่เสีย เพราะไปโกงเขาโดยไม่ไปซื้อตั๋ว (จริงๆผมจะซื้อแหละแต่เพรชเม็กบอกไม่ต้องซื้อหรอก) เป็นคนเลวไปอีก ถือว่าเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีนะ แต่เนื่องจากเพรซเม็กมองว่ามันเป็นแค่ระยะสั้นๆ เขาก็เลยช่วยผมโกง แต่ตัวเพรซเม็กเองขึ้นฟรีเพราะเป็นนักศึกษาโปแลนด์ ถึงอย่างไรก็ตามสิ่งนี้ก็ไม่ควรเอาเยี่ยงอย่างนะเดี๋ยวจะหาว่าผมสนับสนุนการคดโกงหรือเที่ยวฟรีไปอีก (ขอยอมรับผิดในที่นี้ขอโทษที่ทำตัวไม่ดี แต่ตอนนั้นโฮสบอกอะไรก็เออ ออ ตามไป ข้าน้อยทำตามเค้ามาอีกทีนะฮือ)

    แม้การขึ้นรถไฟระยะสั้นและรถเมล์ระยะสั้นในยุโรปจะไม่มีการตรวจตั๋วโดยสารก็จริง แต่คนส่วนมากก็จะเคารพกฎหมายและซื่อสัตย์กันการโกงตั๋วรถจึงอาจจะไม่ได้เห็นบ่อยๆนักในยุโรป


                ทุกอย่างในวอร์ซอเป็นการเที่ยวที่สนุกและดีมาก เป็นครั้งแรกที่ผมได้โฮสเทคแคร์อย่าง Full Service จริงๆ เรียกได้ว่าเพรชเม็กให้ทั้งที่พักผม พาเที่ยวพาไปเจอเพื่อนใหม่มากมาย ตั้งแต่ต้นจนจบ 2 วัน 2 คืนเต็ม โดยที่ผมเสียค่าใช้จ่ายน้อยมาก จนถึงวันสุดท้ายที่ต้องลาจากกันผมขอบคุณเพรชเม็กเป็นการใหญ่โต และอย่างเช่นเคยถ้ามีโอกาสมาไทย ยูมีครบทุกอย่างที่บ้านผม รวมถึงคนพาเที่ยว และแน่นอนถ้าผมกลับไปเมื่อไหร่ เพรชเม็กก็พร้อมที่จะต้อนรับเต็มที่เช่นเดิม อันเป็นการปิดฉากการเที่ยวโปแลนด์อย่างสมบูรณ์

                                                                        (เพื่อนๆในวอร์ซอ)

    ปล. สถานที่เที่ยวในวอร์ซอ ถ้าเทียบกับเมืองอื่นๆในยุโรปแล้ว อาจจะไม่ค่อยน่าสนใจนัก ถึงอย่างนั้นย่านเมืองเก่าในวอร์ซอนั้นมีมนต์ขลังไม่น้อย ผู้คนไม่ได้เยอะแยะอย่างเมืองดังๆ ใครที่สนใจบรรยากาศยุโรปคนไม่แน่น ชิลๆ ค่าอาหาร ค่ารถ ค่าโรงแรมถูก วอร์ซอเป็นที่ที่แนะนำเลยครับ
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in