The Scandals on Cleveland Streetpiyarak_s
Chapter 8: “อคิลลีส” และ “ฮาเดรียน”
  • คืนวันในฤดูร้อนที่ควรจะอบอุ่นและสดชื่น กลับกลายเป็นช่วงเวลาที่เราต่างรู้สึกรันทดและหดหู่กับเหตุการณ์ที่ต้องเผชิญอย่างไม่ควรที่ อาหารค่ำมื้อนี้เป็นมื้อที่เงียบงันและหงอยเหงาที่สุดเท่าที่เป็นมา แม้อาหารฝีมือของมิสซิสดาร์ลตัน ผู้เป็นแม่บ้านจะวิเศษเพียงใด แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดทั้งวันที่ผ่านมาก็ทำให้เราไม่มีอะไรจะพูดกัน ทั้งที่มีเรื่องราวมากมายไปหมด ข้าพเจ้าอดหวังไม่ได้ที่จะให้ มร. อัลเฟรด คอร์ทนีย์ เพื่อนที่เช่าแฟลตหลังนี้คนละครึ่งกับ นพ. โทเบียส ฟอล์กเนอร์ ปรากฏตัวขึ้น แล้วเริ่มต้นบทสนทนาสักอย่าง แต่คงจะเป็นไปไม่ได้ ในเมื่อเขากำลังวุ่นวายอยู่กับการเจรจาให้นักเขียนมีชื่อตีพิมพ์งานกับทางสำนักพิมพ์ หลังจากพลาดหวังจากออสการ์ ไวล์ด นักประพันธ์เลื่องชื่อชาวไอริช ซึ่งมีผลงานโดดเด่นเป็นที่จับตามองในแวดวงวรรณกรรม ณ เวลานี้ไปแล้วคนหนึ่ง 


    หลังมื้อค่ำ เราย้ายเข้าไปพูดคุยกันในห้องหนังสือของเขา เมื่อการรับประทานอาหารค่ำเสร็จสิ้น เก้าอี้นวมหน้าเตาผิงยังคงเป็นตำแหน่งที่เราเลือก หากในฤดูนี้ ไม่มีความจำเป็นจะต้องจุดไฟ สิ่งหนึ่งที่ขาดหายไปจึงเป็นกลิ่นควันจากฟืนไม้เชอร์รี่ที่เคยอวลไปทั่วเจือกลิ่นยาสูบลาตาเกียของเจ้าของห้อง ทว่าวันนี้ เขายังไม่มีอารมณ์สุนทรีมากพอที่จะสูบกล้องอย่างเคย 


    “ในเรื่องที่คุณหมอยังติดใจเกี่ยวกับการชันสูตร ผมคิดว่าเราอาจหาทางออกได้” ข้าพเจ้าเอ่ยขึ้น


    อดีตศัลยแพทย์ทหารเลิกคิ้วน้อย ๆ ด้วยความสนใจ หยิบแก้วเหล้าพอร์ตสองใบจากโต๊ะเขียนหนังสือเดินมายังบริเวณที่ข้าพเจ้านั่งอยู่ ข้าพเจ้ารับแก้วทั้งสองใบจากมือเขามาวางบนโต๊ะกลม ในขณะที่เขาหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้นวมอีกตัวหนึ่งช้า ๆ จากท่านั่งที่หย่อนขาได้ตามปกติ แสดงให้เห็นว่าอาการเจ็บเข่าที่เรื้อรังมาแต่ครั้งถูกยิงระหว่างปฏิบัติงานในซูดานซึ่งมักจะกำเริบเมื่ออากาศหนาวหรือชื้นจัด หรือเพราะยืนติดต่อกันเป็นเวลานานบรรเทาลงจนเกือบปกติแล้ว 


    “พวกแมรี่แอนน์… โสเภณีชายที่ถูกจับพวกนั้น” ข้าพเจ้าบอก “อย่างไรเสีย พวกเขาก็ต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาประพฤติผิดทางเพศอยู่แล้ว ถ้าจะให้เขาสักคนอธิบายเป็นข้อมูลให้คุณหมอก็น่าจะได้ ผมจะลองพูดกับสารวัตรแอบเบอร์ไลน์เรื่องนี้ และตอบแทนพวกเขาด้วยการหาทางช่วยผ่อนปรนโทษให้ เนื่องจากให้ความร่วมมือในทางคดี” 


    “เพราะคิดหาทางช่วยผมหาข้อมูลเรื่องนี้ สารวัตรถึงได้ไม่พูดอะไรเลยมาตลอดมื้อค่ำอย่างนั้นหรือครับ” 


    “อา…” คำถามนั้นทำให้ข้าพเจ้าไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร เพราะตลอดเวลาที่เขาไม่พูด ข้าพเจ้าก็ไม่อยากรบกวน และในขณะที่ต่างฝ่ายต่างเงียบนั้น ข้าพเจ้าก็พยายามคิดวิธีการที่จะช่วยเขาแก้ข้อขัดข้องที่เขาเผอิญอยู่ไปในเวลาเดียวกัน “ผมเห็นคุณหมอกำลังคิดอะไรอยู่เลยไม่อยากขัดจังหวะ” 


    “ผมเป็นเจ้าบ้านที่ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย” เขาพึมพำ แต่หากเป็นคนอื่น อาจไม่มีวันได้ยินคำพูดนี้จากปากของเขา เพราะเขาไม่เคยยินดีต้อนรับผู้ใดที่ไม่คุ้นเคยให้เข้ามาในบ้าน อย่างดีที่สุด ก็ไม่เคยอนุญาตให้พบในห้องอื่น เว้นเสียแต่ห้องรับแขก หากไม่มีธุระเร่งด่วนและจำเป็นอย่างแท้จริง 


    “หากนับผมเป็นเพื่อนแล้ว ก็อย่าได้กล่าวเช่นนั้น” ข้าพเจ้ากล่าว “ผมคิดว่า คุณหมอเองก็ดูจะหาทางออกในเรื่องดังกล่าวได้แล้วเหมือนกันไม่ใช่หรือ” 


    นพ. ฟอล์กเนอร์ยิ้มออกมาได้เป็นครั้งแรก เมื่อได้ยินข้อสังเกตของข้าพเจ้า “ท่าทีของผมแสดงออกชัดถึงเพียงนั้นเทียวหรือ” 


    “ผมคาดเดาเอาว่าเป็นเช่นนั้น” ช้าพเจ้าหัวเราะ “คุณหมอถามอย่างนี้ แสดงว่าผมทายถูก” 


    เขาพยักหน้ารับ “ผมกำลังคิดว่า แอนน์น่าจะหาคนที่ให้คำตอบในเรื่องเหล่านี้กับผมได้” 


    “หืม” ชื่อที่ถูกเอ่ยออกมาจากปากของเขากระตุ้นความสนใจของข้าพเจ้าอย่างยิ่ง “คุณหมอหมายถึงแอนน์ ฮิกกิ้นส์…” 


    “ใช่ครับ” เขาตอบ ก่อนที่จะสังเกตเห็นความสงสัยใคร่รู้ที่คงจะปรากฏบนสีหน้าของข้าพเจ้า “ตายละ… ใช่… ผมยังไม่ได้แนะนำให้สารวัตรรู้จักกับหล่อนเลย แย่จริง ขออภัยด้วย” 


    ปฏิกิริยาของเขาทำให้ข้าพเจ้าอดขำไม่ได้ เพราะการเอ่ยถึงนักแสดงสาวผู้นั้นทำให้เขาทำท่าเหมือนไม่รู้จะเริ่มต้นอธิบายเรื่องของหล่อนกับข้าพเจ้าอย่างไรราวกับกลับไปเป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งมิใช่ศัลยแพทย์ตำรวจผู้เงียบขรึมที่เพิ่งจะบรรยายวิธีการผ่าตัดแก่นักศึกษาแพทย์และเพื่อนร่วมวิชาชีพอย่างฉะฉานเมื่อเช้านี้เลยแม้แต่น้อย 


    หากไม่นับ แคทเธอรีน ‘สกิตเทิลส์’ วอลเตอร์ส หรือ ลิลลี่ แลงก์ทรี ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังและอื้อฉาวในสังคมลอนดอน ณ เวลานั้น แอนน์ ฮิกกิ้นส์ก็ถือเป็นหนึ่งในหญิงสาวซึ่งสุภาพบุรุษในวงสังคมชั้นสูง ไม่ว่าเป็นธุรกิจ การเมือง หรือการทหารวาดหวังว่าจะครอบครองหัวใจหรือได้ใช้เวลาร่วมกับหล่อนอย่างน้อยสักคืนหนึ่งด้วยเช่นกัน แต่เท่าที่ข้าพเจ้าได้รับทราบมา ดูเหมือนว่า พวกเขาจะไม่ประสบความสำเร็จง่ายดายขนาดนั้น เพราะหล่อนมิได้สนใจในอำนาจที่มีอยู่ของคนผู้นั้น แต่คนที่มี ‘สมอง’ ต่างหากจึงเป็นตัวเลือกลำดับต้น ๆ ที่หล่อนจะชายตามอง


    ถ้าโทเบียส ฟอล์กเนอร์เป็นคนหนึ่งในตัวเลือกของหล่อน นับได้ว่าหล่อนมีสายตาแหลมคมทีเดียว ส่วนเรื่องสติปัญญาของหล่อนนั้น ข้าพเจ้าก็ไม่มีข้อกังขาแต่ประการใด เพราะข้าพเจ้าเชื่อว่า คนที่กล้าเปรียบเทียบศัลยแพทย์หนุ่มรูปงามผู้พึงใจในการทำงานกับร่างไร้วิญญาณยิ่งกว่ามนุษย์ที่มีลมหายใจว่าเป็นเสมือนเพอร์เซโฟนีในปกรณัมกรีก และเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่อาจหาญไปนั่งอยู่ในโรงสาธิตการผ่าตัดที่เต็มไปด้วยแพทย์ผู้ทรงภูมิที่ล้วนเป็นชายอย่างมาดมั่น ย่อมมิใช่สตรีที่ใช้แต่เสน่ห์หญิงเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินแต่เพียงถ่ายเดียว 


    พูดกันอย่างตรงไปตรงมา คนที่ทำให้ชายหนุ่มที่ไม่สังคมโลกและไม่ยอมเป็นมิตรกับใครง่าย ๆ เปิดใจยอมรับได้ย่อมต้องมีคุณสมบัติพิเศษที่ทำให้เขาสนใจ และอย่างน้อยที่สุด ก็ต้องตามความคิดของเขาทัน หากหล่อนไม่ใช่คนเฉลียวฉลาดอยู่เป็นทุน หรือใจกว้างพอที่จะรับข้อเสียของเขาได้ การคบหาสมาคมกับเขาไม่ใช่เรื่องง่ายหรือราบรื่นอย่างที่เห็นเป็นแน่


    “นั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร คุณหมออย่าห่วงเลย” ข้าพเจ้าบอกแก่เขา เมื่อเขาเอ่ยขอโทษเรื่องที่ลืมแนะนำแอนน์ ฮิกกิ้นส์ให้ข้าพเจ้ารู้จัก “แต่การที่คุณหมอสนิทสนมกับนักแสดงสาวซึ่งเป็นที่จับตามองและเป็นที่หมายปองของบรรดาสุภาพบุรุษทั้งหลายในลอนดอน เป็นเรื่องที่ผมคาดไม่ถึงเลยจริง ๆ” 

    คำสัพยอกของข้าพเจ้าทำให้เขาหัวเราะ “มิได้ครับ สารวัตร… ผมคงเป็นคนในลำดับท้าย ๆ ที่แอนน์จะมองในฐานะบุคคลที่มีคุณสมบัติเพียงพอแก่การเป็นคู่รักของเธออย่างจริงจัง แต่ความสัมพันธ์ของเราค่อนข้างจะซับซ้อนอยู่บ้าง ผมจึงไม่ทราบว่าจะเริ่มต้นอธิบายจากตรงไหน” 


    “เอาอย่างที่คุณหมอจะอธิบายได้ง่ายที่สุดก็แล้วกัน” ข้าพเจ้าตอบยิ้ม ๆ การที่เขาจะมีความลับและเบื้องหลังมากมาย เริ่มไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดสำหรับข้าพเจ้าอีกต่อไปแล้ว 


    “เอาเป็นว่า ผมรู้จักแอนน์ผ่านทิโมธีกับเฮ็คเตอร์ พี่ชายของผมที่เป็นนักการเมืองและทนายความ จึงได้ทราบว่าหล่อนเป็นผู้สนับสนุนเงินให้องค์การการกุศลที่ทำงานด้านให้การศึกษาแก่เด็กหญิงและสุขภาพของผู้หญิงในไวท์ชาเพล และหล่อนก็เป็นผู้ให้ความช่วยเหลือแม่ของจิมมี่ ซัลลิแวนให้ได้รับการผ่าตัดในครั้งนี้ก็แล้วกันครับ” นพ. ฟอล์กเนอร์สรุป “อย่างที่สารวัตรทราบ หล่อนเป็นนักแสดง รู้จักคนในแวดวงการละคร วรรณกรรม และศิลปะไม่น้อย และหลายคนในนั้น ก็ดูจะใช้ชีวิตนอกแบบนอกแผนและท้าทายขนบธรรมเนียมอยู่บ้าง” 


    ข้าพเจ้าพยักหน้าอย่างเข้าใจ และยอมรับว่า ยิ่งได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับหล่อนผ่านปากคำของคนที่ข้าพเจ้าเชื่อใจที่สุด หล่อนก็ยิ่งเป็นคนที่น่าสนใจสำหรับข้าพเจ้ามากขึ้นเท่านั้น ทว่าการดึงตัวหล่อนเข้ามาเกี่ยวข้องอาจเป็นการวางเดิมพันที่สูงเกินไป เพราะเมื่อจับจากน้ำเสียงของอีกฝ่าย ข้าพเจ้ารู้สึกได้ทันทีว่า เขาไม่อยากยื่นมือขอความช่วยเหลือจากหล่อนโดยไม่จำเป็น และโล่งใจอย่างยิ่งเมื่อได้ยินทางออกที่ข้าพเจ้าเสนอให้ แม้ว่าสายตาและวิธีการเอ่ยถึงหล่อนนั้นจะไม่ปรากฏความชิงชังรังเกียจ และค่อนไปทางนิยมในตัวหล่อนด้วยซ้ำไป 


    “อย่ารบกวนหล่อนให้ยุ่งยากเลย คุณหมอ” ข้าพเจ้าตัดสินใจแทน ซึ่งเขาก็ตอบรับโดยไม่มีข้อคัดค้าน 


    “เป็นความกรุณาอย่างยิ่งครับ สารวัตร…” เขาเอ่ยกับข้าพเจ้า และมองข้าพเจ้าอย่างขอบคุณที่เข้าใจ “การขอให้แอนน์ช่วยในเรื่องบางเรื่องก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนที่สมน้ำสมเนื้อ อย่างการหาทุนสนับสนุนการรักษาความสะอาดระหว่างและหลังการผ่าตัดสำหรับคนไข้อนาถาของโรงพยาบาล ผมต้องรับปากหล่อนว่าจะเป็นผู้สาธิตการผ่าตัดและอธิบายความจำเป็นของโครงการด้วยตัวเอง ทั้งที่ผมไม่ชอบทำให้การเรียนการสอนสำหรับนักศึกษาแพทย์กลายเป็นการแสดงความสามารถของตัวเอง แล้วก็ถูกต้องจ้องมองจากผู้ให้ทุนจากภายนอกที่หล่อนช่วยแนะนำมาตลอดเวลาการสาธิต” 


    อย่างที่หล่อนกล่าวไว้จริง ๆ … ข้าพเจ้านึก… คนที่ฉุด ‘เพอร์เซโฟนี’ ขึ้นจากขุมนรกก็คือหล่อนนั่นเอง และดูท่าหล่อนจะเพลิดเพลินกับการได้ ‘แกล้ง’ คนเก็บเนื้อเก็บตัวอยู่แต่กับศพอย่างเขาอยู่เอาการ แต่สิ่งที่หล่อนทำ ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผล และหากคิดอย่างเป็นธรรมแล้ว ข้อตกลงของหล่อนที่ทำกับเขาทำให้ทุกคนสมประโยชน์และสนองความ ‘สนุก’ ของหล่อนไปพร้อมกัน 


    ไม่อาจปฏิเสธได้ว่ารูปร่างหน้าตาของนายแพทย์หนุ่มเป็นสมบัติประการหนึ่งซึ่งดึงดูดสนใจและสายตาของคนอื่นได้มาก แต่การที่คนแทบทั้งห้องล้วนแต่เป็นสุภาพบุรุษ จึงดูเป็นเรื่องประหลาดในความรู้สึกของข้าพเจ้า ที่หล่อนใช้รูปลักษณ์ของเขาเป็นเครื่องล่อตาให้คนบางคนที่ไม่สนใจวิทยาการทางการแพทย์เข้ามาชมและให้ทุนแก่โครงการเพื่อการรักษาคนยากจนดังกล่าวของเขา 


    เหตุการณ์นั้นทำให้ข้าพเจ้าอดคิดถึงภาพโฟรุ่ม หรือ ที่ประชุมของพลเมืองชาวกรีกสมัยโบราณไม่ได้ ดังที่มีใครสักคนกล่าวไว้หรือข้าพเจ้าได้อ่านมาจากไหนสักแห่งว่า ระหว่างการถกเถียงเรื่องการเมืองอย่างเอาจริงเอาจัง เมื่อมีชายหนุ่มรูปงามเข้าร่วมในที่ประชุม การโต้วาทีจะเงียบเสียงลง และเปลี่ยนเป็นเสียงสรรเสริญรูปลักษณ์อันเลิศล้ำของผู้มาใหม่อย่างพร้อมเพรียง บรรยากาศในห้องสาธิตการผ่าตัดเมื่อเช้านี้คงไม่ต่างจากโฟรุ่มของกรีกในยุคนั้นเท่าใดนัก เมื่อเขาปรากฏกาย


    นพ. ฟอล์กเนอร์หยิบเอากล้องยาสูบออกมาจากกระเป๋าเสื้อนอก บรรจุยาสูบลงในกล้อง จุดไฟ และละเลียดกลิ่นรสจากควันยาสูบอยู่ครู่หนึ่ง ซึ่งกิริยาเช่นนั้นบ่งบอกว่า เขาอารมณ์ดีขึ้นมาก และภาพของนายแพทย์หนุ่มที่เหม่อมองกลุ่มควันที่ม้วนตัวอยู่ในอากาศในอาการผ่อนคลาย เป็นภาพที่ให้ความรู้สึกเยือกเย็นและสงบงามอย่างบอกไม่ถูก แม้กระทั่งในสายตาของผู้ชายด้วยกันเอง 


    “ในเวลานี้ มีหลายอย่างที่ผมคิดว่าพอจะช่วยจำกัดขอบเขตของคนที่น่าจะเป็นฆาตกรฆ่าจิมมี่ ซัลลิแวนได้ โดยยังไม่ต้องอาศัยข้อมูลจากแมรี่แอนน์เหล่านั้น”


    สิ่งที่เขาเอ่ยทำให้ข้าพเจ้าเป็นฝ่ายประหลาดใจขึ้นมาบ้าง


    ความจริงแล้ว การคาดเดาลักษณะของบุคคลที่น่าจะเป็นคนร้ายในคดีจากพยานหลักฐานที่รวบรวมได้และจากลักษณะการก่อเหตุไม่ใช่เรื่องใหม่ เนื่องด้วยข้าพเจ้าเคยอ่านความเห็นของศัลยแพทย์ตำรวจในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่ไวท์ชาเพลเมื่อปีก่อนมาแล้ว แม้จะมีส่วนที่ช่วยให้สก็อตแลนด์ยาร์ดจำกัดวงในการตามหาตัวฆาตกรได้ แต่ความเห็นที่แตกต่างและบางทีก็ขัดแย้งกันเองของแพทย์ เช่น เรื่องที่คนร้ายมีความรู้ด้านการแพทย์หรือไม่ เป็นคนชนชั้นแรงงานหรือชนชั้นสูง เป็นคนมีการศึกษาต่ำหรือสูง ทำให้เกิดความสับสนอยู่พอสมควร จนกระทั่งบัดนี้ เราก็ยังไม่ได้ตัวฆาตกรที่มีนามเรียกขานว่า ‘แจ็คเดอะริปเปอร์’ มาดำเนินคดี 


    นี่เป็นครั้งแรก ที่เขาออกปากเองว่าอาจอนุมานลักษณะของคนร้ายได้ ซึ่งโดยปกติแล้ว เขาจะไม่ให้ความเห็นเกี่ยวกับคดีเกินไปกว่า สาเหตุการตายหรือสาเหตุที่ทำให้เกิดบาดแผลในลักษณะนั้น ๆ ขึ้น ส่วนจะเป็นการฆาตกรรม อุบัติเหตุ หรืออัตวินิบาตกรรม เขายกให้เป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะวินิจฉัย เว้นเสียแต่ถูกร้องขอ หรือเป็นการพูดคุยกันนอกรอบ


    “สารวัตรได้อ่านหนังสือพิมพ์เดอะลอนดอนเดลี่เจอร์นัลกรอบบ่ายหรือยังครับ” 


    ระหว่างรอเขาอาบน้ำและผลัดเปลี่ยนเครื่องแต่งกายใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาทำเสมอก่อนมื้ออาหารค่ำ ในวันที่มีการผ่าชันสูตรศพ ข้าพเจ้านั่งอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวเป็นการฆ่าเวลา และสามารถเข้าใจสิ่งที่เขาต้องการบอกได้ในทันที 


    “อคิลลีส” และ “ฮาเดรียน” เป็นนามแฝงของลูกค้าขาประจำของจิมมี่ ซัลลิแวน และเป็นชื่อที่เดวิด เบอร์วิค นักข่าวประจำเดอะลอนดอนเดลี่เจอร์นัล ผู้เกาะติดข่าวการทลายแหล่งค้าประเวณีที่ถนนคลีฟแลนด์มาตั้งแต่ต้นไปสืบค้นมาจนได้ แต่ชื่อทั้งสองนั้นจะมีความหมายอันใด เมื่อคนที่รู้รูปพรรณสัณฐานของพวกเขาตายเสียแล้ว เพราะคนที่ควรจะรู้เรื่องเกี่ยวกับรายละเอียดของลูกค้าอย่างแฮมมอนด์ก็หนีไปประเทศฝรั่งเศส เหลือเพียงแต่นิวเลิฟ ซึ่งไม่แน่นักว่า คนจัดหาเด็กหนุ่มอย่างเขาจะรู้เรื่องผู้ซื้อประเวณีมากน้อยเพียงใด 

    อย่างไรก็ตาม ในบรรดารายชื่อลูกค้าของบ้านหมายเลขสิบเก้า ถนนคลีฟแลนด์ ชื่อที่สะดุดตาสะดุดใจข้าพเจ้ามากที่สุด คือ อคิลลีส และ ฮาเดรียน นี่เอง ด้วยเป็นชื่อแรกนั้นเป็นชื่อของตัวละครสำคัญในมหากาพย์อีเลียดของโฮเมอร์ กวีชาวกรีก และชื่อหลังเป็นพระนามของมหาราชแห่งจักรวรรดิโรมัน ชื่อทั้งสองมิใช่ชื่อธรรมดาสามัญทั่วไป เช่น จอห์น เอ็ดเวิร์ด วิลเลียม หรือชื่ออื่น ๆ ทำนองเดียวกัน อันเป็นชื่อที่ผู้ซื้อบริการคนอื่นใช้ หากในเวลานั้น ข้าพเจ้ายังมองไม่เห็นว่า จะถอดรหัสออกมาเป็นชื่อของบุคคลที่มีตัวตนจริงอย่างไรได้ แต่เห็นทีสหายหนุ่มของข้าพเจ้าจะฉุกใจกับความหมายเบื้องหลังของชื่อเหล่านี้ขึ้นมา และอาจหาทางระบุตัวเจ้าของชื่อเหล่านี้ได้ 


    จากคดีที่ผ่านมา นพ. โทเบียส ฟอล์กเนอร์ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า เขาไม่เพียงแต่เป็นแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการชันสูตรศพ หากยังมีความสนใจอย่างยิ่งในเรื่องตำนานและความเชื่อต่าง ๆ และยังเคยใช้ความรู้นั้นช่วยข้าพเจ้าไขคดีมาแล้วด้วย 


    “คุณหมอคิดว่าชื่ออคิลลีสและฮาเดรียนอาจมีความหมายอะไรเป็นพิเศษอย่างนั้นหรือ” ข้าพเจ้าถาม หลังจากบอกเขาถึงข้อสังเกตบางประการที่ข้าพเจ้าเคยนึกสงสัยเกี่ยวกับรายชื่อลูกค้าของสถานบริการที่ถนนคลีฟแลนด์ และตรงกับสิ่งที่เขาเอะใจหลังจากได้อ่านเดอะลอนดอนเดลี่เจอร์นัลฉบับบ่ายวันนี้พอดี


    “เป็นแค่การคาดเดาเท่านั้นนะครับ” เขาว่า “เมื่อเอ่ยชื่ออคิลลีสและฮาเดรียนออกมา สารวัตรจะนึกถึงอะไรอีกบ้าง นอกจากนักรบกรีกที่แข็งแกร่งที่สุดในสงครามกรุงทรอยแต่กลับพ่ายแพ้เพราะถูกยิงตรงจุดอ่อนที่ส้นเท้า และจักรพรรดิโรมันซึ่งมีบัญชาให้สร้างกำแพงฮาเดรียนที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในอังกฤษปัจจุบัน” 


    มีสิ่งใดอีกที่เชื่อมโยงกันระหว่างคดีที่ถนนคลีฟแลนด์และชื่อของบุคคลในประวัติศาสตร์ทั้งสอง… พบคำถามนี้เข้า ข้าพเจ้าจึงต้องยอมรับว่า ความรู้เรื่องวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ที่เคยผ่านหูผ่านตามาออกจะเลือนไปตามเวลาเสียแล้ว และเมื่อเงยหน้าขึ้น ก็พบว่าเจ้าของบ้านนั่งจิบเหล้าของตนเองและสูบกล้อง พลางมองข้าพเจ้ายิ้ม ๆ อยู่เงียบ ๆ


    “คุณหมอหมายถึงคนใช่ไหม” ข้าพเจ้าถามลองเชิง แต่ไม่มีคำตอบใด ๆ จากปากเขานอกจากรอยยิ้ม แต่นั่นก็เพียงพอแล้ว ที่จะทำให้ข้าพเจ้าแน่ใจในคำตอบของตัวเอง “ถ้าเป็นคน ผมนึกถึงเปโตรคลุสกับอันติโนอุส…” 


    เขาโน้มตัวมาที่โต๊ะ เคาะเถ้าออกจากกล้องยาสูบ “เพราะอะไรครับ สารวัตร” 


    คำถามของเขาทำให้ข้าพเจ้ารู้ว่า คำตอบของข้าพเจ้าถูกต้อง “อคิลลีสกับเปโตรคลุส และฮาเดรียนกับอันติโนอุส เป็นชื่อที่คู่กันมาในประวัติศาสตร์… เปโตรคลุสเป็นเพื่อนรักของอคิลลีส ความตายของเขาทำให้อคิลลีสที่ไม่ยอมออกนำทัพยอมก้าวสู่สนามรบเพื่อแก้แค้นให้เขา ส่วนอันติโนอุสเป็นชายหนุ่มรูปงามที่จักรพรรดิฮาเดรียนทรงยกย่องในฐานะคู่รักของพระองค์อย่างออกหน้าออกตา และความตายของเขาก็ทำให้พระองค์เศร้าโศกอยู่เป็นเวลานาน… แต่…” 


    ศัลยแพทย์ตำรวจมองข้าพเจ้า ไม่เอ่ยขัด หากรอจนกระทั่งข้าพเจ้าพูดสิ่งที่ตนเองคิดต่อ 


    “ถึงผมจะพูดว่าอคิลลีสและเปโตรคลุสเป็นเพื่อนรัก แต่ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ก็ไม่ชัดเจนนัก เพราะในบทละครเชคสเปียร์ นักรบกรีกคนอื่นกล่าวโทษเปโตรคลุสว่าเป็นสาเหตุ เพราะอคลิลลีสเลือกที่จะนอนในกระโจมหลังเดียวกับเขาแทนที่จะออกรบ ส่วนเพลโตบอกว่าพวกเขาเป็นคู่รัก แต่โสคราตีสบอกว่าพวกเขาเป็นเพื่อนตาย…”


    “ระหว่างอคิลลีสกับเปโตรคลุสใครอายุมากกว่ากันครับ” นพ. ฟอล์กเนอร์ถาม 


    ข้าพเจ้าชะงักไปชั่วครู่กับคำถามดังกล่าว ตรึกตรองอยู่ครู่หนึ่ง จึงส่ายหน้า “ผมไม่แน่ใจในเรื่องนั้น แต่สำหรับฮาเดรียนและอันติโนอุส ฝ่ายแรกอายุมากกว่า ในขณะที่ฝ่ายหลังเป็นเพียงเด็กหนุ่ม” 


    คำตอบของข้าพเจ้าทำให้เขายิ้มและดูเหมือนจะมีนัยบางอย่างแฝงอยู่ “ไม่มีความชัดเจนในกรณีของอคิลลีสและเปโตรคลุสครับ สารวัตร เพราะทุกวันนี้ นักวิชาการที่ศึกษาด้านวัฒนธรรมกรีกโบราณ รวมถึงวรรณกรรมกรีกก็ยังคงถกเถียงในเรื่องนั้นอยู่ ในอีเลียดของโฮเมอร์ เปโตรคลุสจะแก่กว่าอคิลลีสไม่กี่ปี แต่ในเมอร์มิดอนส์ที่เขียนในศตวรรษที่ห้า ผู้เขียนระบุว่า อคิลลีสแก่กว่าและอยู่ในฐานะผู้ดูแลหรือที่ปรึกษาของเปโตรคลุส บางฉบับก็เขียนว่า พวกเขาอายุเท่า ๆ กัน” 


    “แต่เท่าที่ผมเห็นในรูปวาดหรืองานศิลปะส่วนใหญ่ ศิลปินมักสร้างให้เปโตรคลุสอ่อนวัยกว่า เว้นแต่ในจิตรกรรมกรีกโบราณรูปหนึ่งที่ผมเคยเห็น เป็นรูปอคิลลีสซึ่งเป็นเด็กหนุ่มหน้าเกลี้ยงเกลาพันแผลให้เปโตรคลุสซึ่งมีหนวดเคราและแก่กว่า” 


    “ดูท่าสารวัตรจะไม่ใช่แค่นักอ่านตัวกลั่นอย่างที่ผมเคยรู้เสียแล้ว แต่ยังเป็นผู้ที่มีความสนใจเรื่องศิลปะด้วย เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องที่คนส่วนใหญ่สังเกตเห็น” นายแพทย์หนุ่มออกปาก สายตาของเขาฉายแววชื่นชมอย่างไม่ปิดบัง


    “นั่นถือเป็นคุณูปการอย่างหนึ่งของการมีเพื่อนร่วมบ้านเป็นจิตรกร นอกเหนือไปจากการหลงไปอยู่ในดงนักข่าวอย่างฟลีตสตรีท” ข้าพเจ้าหัวเราะ รู้สึกว่าบรรยากาศอบอุ่นที่คุ้นเคยค่อยคืนกลับมา หลังจากเราต่างเคร่งเครียดกันอยู่เป็นครึ่งค่อนวัน “เบนเน็ตต์ ดาลบี้ไม่ใช่แค่นักวาดภาพ แต่ยังคลั่งไคล้ประวัติศาสตร์ศิลปะเสียจนเก็บไว้กับตัวไม่อยู่ วันไหนที่เขากะเกณฑ์ให้ผมเป็นแบบให้เขาร่างภาพท่าทางการเคลื่อนไหว เขาเป็นต้องบรรยายให้ผมฟังเสียทุกครั้งไป โดยอ้างว่าหากอยู่เงียบ ๆ ก็เกรงผมจะเบื่อ แต่ผมรู้ว่า ถ้าเขาไม่ได้พูดออกมาเสียบ้าง คงจะอกแตกตายด้วยความอัดอั้นเสียมากกว่า” 


    “ผมคิดว่า ผมนึกออกแล้วว่า คุณหมอต้องการบอกอะไร” ข้าพเจ้าว่า “ภาพของอคิลลีสและเปโตรคลุสในจินตนาการและความรับรู้ของศิลปินยุโรปยุคหลังมาจากถึงปัจจุบันส่วนใหญ่ มองว่าอคิลลีสอายุมากกว่าเปโตรคลุสหรืออย่างน้อยที่สุดก็อายุไล่เลี่ยกัน ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะมิตรหรือคู่รักกันก็ตาม อคิลลีสโดดเด่น เอาแต่ใจ ทำตัวเหนือทุกคน ในขณะที่เปโตรคลุสมักจะอยู่ในฐานะผู้ตาม จำต้องฟัง และยากที่จะขัดอีกฝ่าย… เพราะฉะนั้น ลูกค้าของจิมมี่ที่ใช้ชื่อว่า อคิลลีสอาจเป็นคนที่อายุมากกว่าหรือไล่เลี่ยกับเขา ในขณะที่ฮาเดรียนซึ่งเป็นชื่อของจักรพรรดิโรมันที่นิยมระบบของกรีก อาจมีอายุมากกว่าเขาหลายปีอย่างชัดเจน” 


    “ใช่ครับ” นพ. ฟอล์กเนอร์ตอบรับ รอให้ข้าพเจ้าหยิบสมุดบันทึกกับดินสอออกมาจดสิ่งที่เราพูดคุยกัน จึงค่อยกล่าวต่อ “นอกจากนี้ มีความเป็นไปได้ที่ทั้งอคิลลีสและฮาเดรียนจะมีความรู้ความสนใจเกี่ยวกับวรรณกรรมและศิลปวัฒนธรรมกรีกโบราณ เห็นได้จากการเลือกใช้ชื่อ ดังนั้น พวกเขาจึงมีแนวโน้นที่จะมีการศึกษาสูง หรืออย่างน้อยที่สุดต้องเป็นคนที่ใฝ่รู้หรือสนใจการศึกษา เป็นคนมีฐานะหรือชื่อเสียงทางสังคม มีลักษณะเป็นผู้นำในระดับที่คนอื่นให้การยอมรับ และมีความมั่นใจในตัวเองสูง ไม่เช่นนั้น คงไม่เลือกใช้ชื่อของวีรบุรุษและจักรพรรดิที่มีความยิ่งใหญ่และโดดเด่นมากในปฺระวัติศาสตร์กรีกและโรมัน ทั้งยังน่าจะมีสถานะทางการเงินที่มั่นคง อาจเป็นคนที่มีฐานะร่ำรวยอยู่แล้วหรือมีรายได้สูง เพราะค่าตัวสี่ชิลลิ่งต่อครั้ง ไม่ใช่น้อยเลย” 


    เขาทิ้งตัวเองจมลงไปในเก้าอี้นวม ยกขาขึ้นไขว่ห้าง หลุบตาลงต่ำ แตะปลายนิ้วเหนือริมฝีปากในอาการครุ่นคิด ก่อนที่จะเหลือบตาขึ้นมองข้าพเจ้า “สารวัตรเคยได้ยินคำว่า ‘พีเดอราสตี’ หรือเปล่าครับ” 


    ข้าพเจ้าส่ายหน้าปฏิเสธ และบอกให้เขาขยายความ 


    “พีเดอราสตี สะกดว่า pederasty… มาจากคำภาษากรีก แปลเป็นภาษาอังกฤษอย่างง่าย ๆ ว่า คนรักของเด็กชาย หรือ ความรักที่มีแก่เด็กชาย” นพ. ฟอล์กเนอร์อธิบาย “เป็นระบบของกรีกโบราณที่ผู้ชายที่เป็นผู้ใหญ่จะรับเด็กหนุ่มไว้ในความดูแลของตนเอง โดยฝ่ายที่อายุมากกว่าจะเรียกว่า ‘อีราสเตส’ หรือ ฝ่ายที่ให้ความรัก จะทำหน้าที่เป็นทั้งพี่เลี้ยง ที่ปรึกษา และผู้ดูแลของเด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่า ซึ่งมีอายุอยู่ในช่วงสิบสองถึงสิบเจ็ดปี เรียกว่า ‘อีโรเมนอส’ หรือ ผู้ได้รับความรัก ซึ่งระบบพีเดอราสตีของรัฐต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเอเธนส์ สปาร์ตา หรือครีตก็จะมีรูปแบบของตนเอง แต่ตั้งอยู่บนหลักการเดียวกัน คือ ความผูกพันระหว่างผู้ชาย โดยเฉพาะผู้ใหญ่และเด็กชายนั้นเป็นรูปแบบความรักที่บริสุทธิ์ เป็นการส่งต่อและเรียนรู้ความเป็นชายให้แก่กัน” 


    เขานิ่งคิดคล้ายพิจารณาว่าควรกล่าวต่ออย่างไรอยู่ชั่วขณะ ก่อนที่จะเอ่ยต่อ “ในความสัมพันธ์แบบพีเดอราสตี อีราสเตสจะเป็นผู้ให้ความรู้ ให้การศึกษา ให้คำแนะนำ ให้ความช่วยเหลือ สอนความรู้ด้านวิชาการ การเข้าสังคม จารีตประเพณี กีฬาหรือการต่อสู้ ศีลธรรมจรรยา ให้ความรัก ความเอ็นดูแก่อีโรเมนอส โดยการแสดงความรักต่ออีโรเมนอสนั้น มิใช่เพียงการกล่าวชม การโอบกอดเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการร่วมประเวณีกับอีโรเมนอสด้วย” 


    ประโยคสุดท้ายของเขาทำให้ข้าพเจ้ากำดินสอที่ใช้จดบันทึกค้างอยู่ในมือ “ประเดี๋ยวก่อน คุณหมอ… ผมฟังไม่ผิดใช่ไหมที่ว่าผู้ใหญ่ที่รับเด็กไว้ในการอบรมดูแลนั่นมีความสัมพันธ์ทางเพศกับเด็กชายเหล่านั้นด้วย” 


    เขามองข้าพเจ้าอย่างเข้าใจ “ไม่ผิดดอกครับ สารวัตร เป็นไปตามที่ผมพูดและที่สารวัตรได้ยินทุกประการ แต่เป็นเรื่องธรรมดาในสมัยนั้น ทั้งยังมีภาพความสัมพันธ์ในลักษณะดังกล่าวของอีราสเตสกับอีโรเมนอสปรากฏอยู่บนจานชามเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของชาวกรีกโบราณด้วยซ้ำไป” 


    “อา…” เป็นคำเดียวที่ข้าพเจ้านึกได้ในเวลานั้น แต่ในขณะเดียวกัน สิ่งที่ได้รับฟังเป็นความรู้ใหม่ทำให้ข้าพเจ้าพอจะมองภาพบางอย่างในคดีนี้ได้พอลาง ๆ 


    To be continued... 

    ----------------------------------------------- 


    ภาพ Cover คือ ภาพ Achilles and Petroclus
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
smile515903 (@smile515903)
เราเข้าใจมาตลอดว่า เปโตรคลุสเด็กกว่าอคิลลีสค่ะ 555
ตอนนี้พอจะเดาๆ เรื่องอคิลลีสกับฮาเดรียนได้ลางๆ แต่ไม่ค่อยมั่นใจว่าจะลางๆ แบบเดียวกันกับสารวัตรมั้ย
โอ้ย ลุ้นให้ถึงตอนจับคนร้ายแล้วค่ะเนี่ยยย
zone1978 (@zone1978)
อา...เราอาการเดียวกับสารวัตรเลยค่ะ พูดอะไรไม่ออกเลย บางเรื่องเคยได้ยินมาบ้างแต่บ้างเรื่องสำหรับเราเรื่องใหม่เลยค่ะ 555 ได้ทั้งความสนุกทั้งความรู้เลยค่ะ ตอนนี้น่ารักจังค่ะ เหมือนได้พักจากเรื่องเครียดๆมาแอบฟังคุณหมอกับสารวัตรคุยกัน >< ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ 💕💕 (อยากเจอคุณแอนน์อีกจังเลย จะได้มีคนมาแกล้งคุณหมออีก 555)
piyarak_s (@piyarak_s)
@zone1978 ขอบคุณที่มาอ่านเช่นกันค่ะ ><

ตอนนี้เหมือนพักเบรกจากตอนก่อนๆ ค่ะ หลังจากเครียดกันมานานพอสมควร
แอนน์ค่าตัวแพง อาจจะโผล่มาแวบๆ แต่มาอีกแน่นอนค่ะ :)
zone1978 (@zone1978)
แงงงง จะรอติดตามนะคะ><