TranslationHaisy_WM
ข้อแตกต่างระหว่าง การชื่นชมวัฒนธรรม และฉกฉวยวัฒนธรรม
  • There’s a Big Differences Between Cultural Appreciation and Appropriation - Here’s Why It Matters

    (มันมีข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัดระหว่าง การฉกฉวยวัฒนธรรม และการชื่นชม วัฒนธรรม - นี่เป็นเหตุผลว่าทำไม)


    ผู้เขียน: Crystal Raypole

    ผู้แปล: Haisy_WM


    วัฒนธรรมมีอิทธิพลเป็นอย่างมาก ถึงอาหารที่คุณทาน ดนตรีที่คุณฟัง และแม้กระทั่งเสื้อผ้าที่คุณสวมใส่ หรือเครื่องประดับตกแต่งในบ้านของคุณ


    การแบ่งปันวัฒนธรรมแล้ว ส่วนใหญ่มักจะเป็นผลบวก บางคนเลือกที่จะแบ่งปันส่วนต่างๆในวัฒนธรรมเพื่อที่จะแพร่กระจายข้อมูลเกี่ยวกับความเชื่อ ประวัติศาสตร์ และการดำรงชีวิตของพวกเขา และคุณ ในทางกลับกัน ก็ได้มีโอกาสที่จะเรียนรู้วัฒนธรรมอื่นๆ และได้แบ่งปันวัฒนธรรมของคุณเช่นเดียวกัน 


    การแลกเปลี่ยนนี้จะทำให้คุณสามารถเข้าใจและชื่นชมสำหรับมุมมองและประเพณีที่แตกต่างกันออกไปจากของคุณได้ แต่คุณก็คงได้เรียนรู้ว่าการแบ่งปันและการนำไปใช้มันแตกต่างกันตั้งแต่ช่วงที่คุณอยู่วัยอนุบาลแล้ว 


    การชื่นชมวัฒนธรรมอื่น และการฉกฉวยวัฒนธรรม สองสิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่แตกต่างกันมากๆ ถึงแม้ว่าจะมีหลายคนที่ไม่ค่อยมั่นใจว่ามันต่างกันอย่างไร 


    รูปภาพโดย Sydney Rae


    คำตอบสั้นๆคืออะไร?

    การฉกฉวยเกิดขึ้นเมื่อมีสมาชิกของวัฒนธรรมหนึ่ง นำวัฒนธรรมอื่นมาใช้โดยที่ไม่ขออนุญาติ


    ส่วนใหญ่แล้วคนที่ฉกฉวยวัฒนธรรมอื่นมักจะเป็นกลุ่มอภิสิทธ์ ในขณะที่กลุ่มที่โดนฉกฉวยไปมักจะเป็นกลุ่มที่ถูกกดขี่หรือเป็นกลุ่มชายขอบ การฉกฉวยวัฒนธรรมมันส่งผลต่อมุมแคบๆของวัฒนธรรมอื่นและหลายๆครั้งก็หาประโยชน์ส่วนตัวจะวัฒนธรรมเหล่านั้น 


    ในทางตรงกันข้ามกัน ความต้องการที่จะรู้และเข้าใจอย่างลึกซึ้งของวัฒธรรม คือการชื่นชมวัฒนธธรม 


    ผู้คนที่อยากเรียนรู้วัฒนธรรม จะเป็นคนที่ต้องการที่จะชื่นชมวัฒนธรรมที่เปิดโอกาสให้คนเข้ามาเรียนรู้ และจะเคารพสมาชิกของวัฒธรรมและประเพณีของพวกเขา โดยการที่จะเข้าร่วมก็ต่อเมื่อถูกรับเชิญเท่านั้น อย่างแท้จริง การชื่นชมยังให้โอกาสที่จะแบ่งปันความคิดและการตระหนักรู้ของวัฒนธรรมอีกด้วย


    การที่จะชื่นชมวัฒนธรรมของคนอื่นนอกเหนือจากของคุณเอง หมายความว่าอย่างไร? 


    การชื่นชมวัฒธรรมอื่นจะเกี่ยวข้องกับความสนใจที่อยากจะเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมนั้น คุณแบ่งปันความรู้ของคุณได้ก็ต่อเมื่อได้รับการอนุญาติแล้ว และให้เครดิตกับคนที่เป็นเจ้าของวัฒนธรรมนั้นเสมอ การชื่นชมวัฒนธรรมยังเกี่ยวข้องกับการจ่ายเงินอย่างยุติธรรมอีกด้วย ถ้าคุณจะซื้อศิลปะ เสื้อผ้า หรือสิ่งของอื่นๆ คุณจะต้องซื้อพวกมันโดยตรงจากผู้สร้างเท่านั้น นอกเหนือจากนั้น คุณจะต้องใช้เวลาที่จะเรียนรู้ความสำคัญเบื้องหลังของสิ่งของเหล่านั้น และศึกษาว่าคุณจะใช้มันอย่างไร อะไรที่ควรทำและอะไรที่ไม่ควรทำในขณะที่ใช้สิ่งของเหล่านั้นอยู่

    รูปภาพโดย Debbie Tea

    ยกตัวอย่างเช่น คุณซื้อตะเกียบมาคู่หนึ่งเพื่อที่จะทานอาหาร มันเป็นการยอมรับได้ แต่การที่ใช้ไม้ตะเกียบมาเป็นเครื่องประดับทรงผม มันไม่ใช่เรื่องที่จะยอมรับได้

    โดยทั่วไปแล้ว คุณกำลังชื่นชมวัฒนธรรมอยู่ ถ้าคุณ: 

    • ได้รับการอนุญาติที่จะใช้ส่วนประกอบของวัฒนธรรม
    • ใช้พวกมันก็ต่อเมื่อเจตนาเท่านั้น
    • แบ่งปันพวกมันเพื่อที่จะช่วยเหลือคนอื่นให้เรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรม
    • ย้ำเตือนอยู่เสมอว่าคุณไม่ใช่เจ้าของหรือผู้มีอำนาจของวัฒนธรรมนั้นๆ และหลีกเลี่ยงที่จะผลักไสสมาชิกที่เป็นเจ้าของวัฒนธรรมนั้นที่อาจจะไม่ได้ยิน 


    ตัวอย่าง

    ลองจินตนาการว่าคุณกำลังไปท่องเที่ยวที่จีนอยู่ คุณเรียนรู้เมนูที่แสนอร่อยจากเจ้าภาพของคุณ พอถึงที่บ้าน คุณทำอาหารจานเดียวกันกับที่คุณได้ทานตอนอยู่ที่จีน และแบ่งปันให้คนที่คุณรักทาน และคุณได้อธิบายถึงความแตกต่างระหว่างอาหารอเมริกัน-จีน และอาหารที่คุณได้ทานระหว่างท่องเที่ยว 


    หรือบางที คุณได้รับคำเชิญเข้าร่วมงานแต่งงานของมุสลิม เพราะฉะนั้นคุณถึงได้ค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับประเพณีการแต่งงาน เพื่อที่จะได้ศึกษาว่าควรจะแต่งตัวอย่างไร จากที่คุณได้ค้นคว้ามา คุณได้นำผ้าพันคอมาคลุมศรีษะคุณเพื่อที่จะแสดงถึงความเคารพในงานแต่งงาน


    รูปภาพโดย Ian Macharia


    การฉกฉวยวัฒนธรรมของคนอื่น ที่ไม่ใช่วัฒนธรรมของตนเอง มันหมายความว่าอย่างไร?

    ความแตกต่างระหว่างการฉกฉวยและชื่นชมวัฒนธรรมในที่นี้มันอาจจะซับซ้อนขึ้นนิดหน่อย


    ถ้าให้สรุปง่ายๆ ถ้าคุณใช้สิ่งของวัฒธรรม หรือได้ทำเพื่อแสวงหาผลกำไรจากวัฒนธรรมนั้นๆ ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม คุณกำลังฉกฉวยวัฒนธรรมอยู่ ไม่ว่าคุณจะรู้ตัวหรือไม่

    ถ้าคุณกำลังทำสิ่งเหล่านี้อยู่ คุณกำลังฉกฉวยวัฒนธรรม:

    • บ่ายเบี่ยงมุมมอง หรือแสดงมุมมองอย่างผิดๆของวัฒนธรรม
    • เน้นย้ำ ความคิดเห็นแบบตายตัว
    • ความขัดแย้งกับเจตนาท่ีจะใช้ส่วนประกอบเหล่านั้น
    • ยึดเครดิต และเงินมาจากเจ้าของผู้สร้าง


    รูปภาพโดย Andreas Wagner


    ตัวอย่าง

    การซื้อ ตาข่ายดักฝัน (Dream catchers) , รองเท้าหนัง ที่ทำจากเนื้อกวางหรือขนนก (moccasins), ผ้าโพกศรีษะ (headdresses) หรือ “แรงบันดาลใจจากกลุ่มชนพื้นเมืองอเมริกัน” อื่นๆ จากร้านค้าท่องเที่ยวซึ่งไม่ได้สอนความสำคัญของพวกมัน


    มันนำเสนอมุมมองผิดๆ ว่ากลุ่มชนพื้นเมืองอเมริกันเป็นเหมือนกันหมด ในความจริงแล้ว ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และศิลปะของพวกเขานั้นต่างกันและหลากหลายอย่างมาก ที่มากกว่านั้น บริษัทที่ผลิตสิ่งของเหล่านั้นผู้ซึ่งไม่ใช่ชาวพื้นเมืองเป็นกลุ่มที่ได้ผลประโยชน์จากสินค้าพวกนั้น ถ้าคุณได้เรียนรู้ว่าการสวมเสื้อผ้าของวัฒนธรรมอื่นในชีวิตประจำวันเป็นปัญหา คุณอาจจะสงสัยว่าทำไม อย่างไรก็ตามที ทุกคนสามารถเข้าถึงสินค้าพวกนั้นได้ และมันก็เป็นเรื่องปกติที่คนที่อยู่ประเทศอื่นจะใส่เสื้อผ้าจากตะวันตก 


    นี่แหละที่เป็นปัญหา: การแต่งตัวหรือใส่เครื่องประดับของวัฒนธรรมอื่นอาจจะทำให้คุณได้รับการเคารพและได้รับการสนใจในแง่บวก แต่การที่คนท่ีเป็นเจ้าของวัฒนธรรมได้ทำอย่างเดียวกัน พวกเขาอาจจะได้รับการสนใจในแง่ลบมากกว่าแง่บวก


    คนอื่นอาจจะเรียกพวกเขาว่า “ดึกดำบรรพ์” หรือ “ล้าสมัย” หรือล้อเลียนพวกเขาที่ยังทำตามบรรทัดฐานสังคมอยู่ 


    ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด เสื้อผ้าของพวกเขาอาจจะทำให้เป็นเป้าหมายของอาชญากรรมที่เกิดขึ้นจากความเกลียดชังทางเชื้อชาติหรือรสนิยมทางเพศได้ หรือแม้แต่กระทั่งโยคะ และศิลปะการต่อสู้เอง ก็สามารถเป็นการฉกฉวยวัฒนธรรมได้ หากคนผิวขาวไม่ใส่ใจรากเหง้าของชาวตะวันออก


    ถ้าคุณทำโยคะ คุณควรรรู้ว่ามันคือการปฏิธรรมของชาวฮินดูและควรจะไตร่ตรองเกี่ยวกับมันให้มากขึ้น คุณอาจจะไม่รู้ตัวว่า ยกตัวอย่าง ว่า การท่องอะไรซ้ำไปซ้ำมา (Mantras) มันมีความหมายเกี่ยวกับจิตวิญญาณ และ ลูกปัดมาลา (Mala beads) คือเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณได้จดจ่อกับการนั่งสมาธิ ไม่ใช่เครื่องประดับหรือของตกแต่ง


    รูปภาพโดย Andrew James


    คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่?

    บริบทเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะบอกได้ว่าสิ่งไหนคือชื่นชมและฉกฉวย

    สมมติว่าคุณเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน และครอบครัวอุปถัมภ์ของคุณชวนคุณให้คุณใส่ชุดประเพณีในงานฉลองครอบรอบหนึ่งปี เหตุการณ์นี้ไม่เป็นอะไร การที่คุณเข้าร่วมได้ช่วยให้คุณเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรม เป็นเหตุผลที่ทำให้คุณอยากจะเรียนที่ต่างประเทศ


    ถ้าครอบครัวอุปถัมภ์ให้ชุดเป็นของขวัญ คุณอาจจะนำมันกลับบ้านและเก็บมันไว้ได้ แต่คุณจะไม่อยากใส่มันในวันฮาโลวีน หรือใส่มันเพื่อเป็นชุดสำหรับฮาโลวีน แต่ถ้าสมมติว่าโรงเรียนของคุณขอให้คุณพูดปราศัยเกี่ยวกับโฮมสเตย์ (Homestay) ในงานกลางคืนเกี่ยวกับวัฒนธรรมที่ใกล้จะถึงนี้ล่ะ? ถ้าเป็นอย่างนี้แล้วคุณจะสามารถใส่มันได้ไหม? นี่อาจจะทำให้คุณสับสนนิดน่อย คุณอยากจะแบ่งปันประสบการณ์ของคุณในต่างประเทศ แต่ไม่อยากจะทำให้เจ้าของวัฒนธรรมเสียหาย


    บางทีคุณอาจจะตัดสินใจที่ใส่เสื้ิอผ้านั้น แต่คุณจะต้องเอารูปที่ถ่ายกับครอบครัวอุปถัมภ์ในงานเลี้ยงใส่ลงไปในการนำเสนอด้วย เพื่อที่จะช่วยให้คนอื่นเห็นภาพว่าชุดประเพณีแต่งกันอย่างไร 


    ถ้าคุณมีเจตนาที่จะเรียนรู้และแบ่งปันวัฒนธรรมโดยที่ไม่หาประโยชน์เข้าตัวเอง มันก็หมายความว่าคุณกำลังชื่นชมมัน คุณจะต้องแน่ใจว่าเจ้าของวัฒนธรรมขอให้คุณเข้าร่วม ตราบใดที่คุณทำมันด้วยความเคารพ ถ้าคุณสงสัย การที่ตามทางส่วนประกอบของวัฒนธรรมคือสิ่งที่ดีสุด ถ้าคุณไม่ได้ถูกขอร้องให้แบ่งปัน


    มันสำคัญอย่างไร?

    เวลาที่คนนำส่วนประกอบวัฒนธรรมไปใช้ด้วยตัวเอง ส่วนใหญ่พวกเขาจะใช้มันในมุมมองเฉพาะเจาะจงและปฏิเสธความสนใจในมัน แทนที่จะพยายามตั้งใจจะเข้าใจวัฒนธรรมทั้งหมด 


    นี่มันลดทอนความสำคัญเบื้องหลังของวัฒนธรรมและการใช้มัน

    ทีมกีฬาอเมริกันหลายๆทีมใช้ เสาโทเทม (Totem poles) ผ้าโผกหัว ระบำชาวพื้นเมือง และ “เสียงที่กู่ร้องก่อนที่เหล่านักรบจะเริ่มสัประยุทธ์" (War cries) ซึ่งล้อเลียนพิธีการของชาวพื้นเมือง การฉกฉวยนี้เมินความจริงที่ว่า ผู้ตั้งถิ่นฐานผิวขาวได้บังคับให้ชาวอเมริกันพื้นเมืองให้ยอมแพ้วัฒนธรรมของพวกเขา และพวกเขาถูกวิจารณ์ว่าเป็น “คนป่าเถื่อน” และ “ดุร้าย”  พิธีการอันศักดิ์สิทธ์นี้ ในตอนนี้ได้ถูกนำเสนออย่างผิดๆสำหรับกำไรแล้ว


    เนื่องจากการฉกฉวยวัฒนธรรมนี้มีแนวโน้มที่จะทำให้ดูสวยงาม (Romanticsize) หรือ ทำให้ดูเซ็กซี่ (Sexualize) มันยังสามารถทำให้ผู้คนมีภาพจำแบบยึดติดตายตัวและเหยียดเชื้อชาติเป็นเวลานานได้อีกด้วย มันยังผลักไสเสียงของเจ้าของวัฒนธรรมอีกด้วย โดยการที่ให้พื้นที่คนนอกที่จะเข้ามาฉกฉวยมันเพิ่มมากขึ้น 


    ขั้นตอนไหนที่สามารถทำได้ที่จะชื่นชมมากกว่าฉกฉวย?

    ถ้าคุณกังวลว่าคุณอาจจะเผลอฉกฉวยวัฒนธรรมไปในอดีตหรือเปล่า นี่คือทิปส์ที่จะช่วยคุณทำได้ดีในอนาคตมากขึ้น 

    • เลือกหนังสือ ดนตรี ศิลปะ และอาหารที่ทำจากต้นฉบับเจ้าของวัฒนธรรมจริงๆ แทนที่ประสบการณ์ทีไ่ด้จาก “แรงบันดาลใจของวัฒนธรรม”
    • เพื่อที่จะขยายเสียงของวัฒนธรรมให้ใหญ่ขึ้น ควรจะมองหาหนังสือ เรียงความ หรืองานสร้างสรรค์อื่นๆที่เขียนโดยเจ้าของวัฒนธรรม แทนที่จะใช้งานของคนนอก
    • ซื้อศิลปะ และสิ่งของวัฒนธรรมจากผู้สร้าง
    • ในขณะที่เรียนวัฒนธรรมอื่นๆอยู่ ให้ใช้เวลาที่จะศึกษาการออกเสียงชื่อของคนและสถานที่ต่างๆให้ถูกต้อง
    • ข้ามคำพูดต่างๆที่เอามาจากวัฒนธรรมอื่นๆ อย่างเช่น เรียกเพื่อนของคุณว่า “ชนเผ่า” หรือพูดว่าคุณมี “สัตว์แห่งจิตวิญญาณ” 
    • หลีกเลี่ยงที่จะใช้สำเนียงผิดๆ


    ถ้าคุณเผลอทำผิดพลาดไปล่ะ? 

    การฉกฉวยวัฒนธรรมมันยังคงเกิดขึ้นได้ในตอนที่คุณไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายมัน ถ้ามีคนขอให้คุณออกมาแสดงจุดยืนต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น (Call out) สิ่งเดียวที่เป็นการตอบสนองที่ดีคือการขอโทษและปรับปรุงพฤติกรรมของคุณอย่างทันโดยทันใด 


    คุณอาจจะไม่เห็นด้วย แต่คุณควรจะค้นคว้าหาข้อมูลด้วยตัวเองก่อนที่จะมาอ้างอะไรต่อสิทธิ์ของคุณที่จะใช้สิ่งของ ใส่เสื้อผ้า หรือพูด ถึงแม้ว่าคนที่ขอให้คุณออกมาแสดงจุดยืนต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะอธิบายกับคุณว่าทำไมสิ่งที่คุณทำถึงเรียกว่าการฉกฉวย คุณควรจะเตรียมพร้อมที่จะเรียนรู้ด้วยตัวของคุณเองเสมอ แทนที่จะหาคนมาสอนคุณ


    สมมติว่าคุณเจอเชิงเทียนแฟนซีที่ร้านมือสอง คุณไม่่คนยิว เพราะฉะนั้นคุณไม่ทางรู้เลยว่าเชิงเทียนนั้นมันเป็น เมโนราห์ (Menorah) เชิงเทียนที่มีหลายกิ่งก้านซึ่งมีความสำคัญในศาสนายิว คุณนำมันกลับมาที่บ้าน แต่วันหนึ่งเพื่อนคุณเห็นและรู้สึกงุนงง “ฉันไม่รู้มาก่อนเลยว่าคุณเป็นชาวยิว” พวกเขาพูด คุณตอบกลับว่าคุณไม่ใช่ และพวกเขาก็อธิบายว่า เมโนราห์ คืออะไร คุณตระหนักได้ว่าคุณไม่ควรใช้มันเป็นที่วางเทียนและตัดสินใจที่จะนำมันกลับไป


    มีอะไรที่คุณควรหลีกเลี่ยงที่จะพูดหรือทำไหม?

    การกระทำดังกล่าวต่อไปนี้ ไม่ถือว่าเป็นการชื่นชมวัฒนธรรม

    พยายามที่จะหลีกเลี่ยงสิ่งนี้เสมอ:

    • ใส่ชุดวัฒนธรรมอื่นเพื่อเป็นเครื่องแต่งกาย
    • ทาหน้าสีดำ
    • ใส่เสื้อผ้าหรือเครื่องประดับที่เกี่ยวข้องกับศาสนาหรือความสำคัญของจิตวิญญาณทั้งๆที่คุณไม่ได้ปฏิบัติในศาสนานั้นเลย
    • พฤติกรรมใดๆก็ตามแต่ที่ทำให้เกิดข้อคิดเห็นแบบตายตัวและดูถูกเจ้าของวัฒนธรรม 


    พฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อใครเลยนอกจากคุณ และลึกๆพวกเขาอาจจะรู้สึกไม่พอใจได้ ถ้าคุณเห็นว่ามีคนทำพฤติกรรมเหล่านี้ คุณอาจจะขอให้พวกเขาออกมาแสดงจุดยืนต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น  แต่ก่อนอื่นคุณควรพิจารณาอคติของคุณก่อน ให้ระลึกอยู่เสมอว่า คุณไม่อาจจะรู้ได้เสมอไปว่าใครเป็นเข้าของวัฒนธรรมนั้นหรือไม่ มันจะง่ายขึ้นถ้าคนพวกนั้นเป็นเพื่อนและครอบครัวคุณ 


    ถ้าเพื่อนชาวผิวขาวคุณพูดว่าอยากจะทำผมทรง Locs คุณอาจจะอธิบายว่าทรงผมสไตล์นี้เป็นทรงธรรมชาติที่เป็นของชาวผิวดำที่เป็นรอยแผลเป็นหรือการแบ่งแยกที่ชาวผิวขาวส่วนใหญ่ไม่เคยพบเจอ เพื่อนคุณเห็นว่ามันเป็นแทรนด์ แต่ชาวผิวดำอาจจะได้รับการวิจารณ์สำหรับทรงผมธรรมชาติของพวกเขา แทนที่จะลงรอยกับอุดมคติกับชาวผิวขาว


    อะไรคือส่วนสำคัญที่สุด?

    ถ้าคุณอยากจะชื่นชมแทนที่จะฉกฉวย คุณมาถูกทางแล้ว 


    แก่นแท้ที่แท้จริงคือ ความตั้งใจที่จะยอมรับข้อผิดพลาดของคุณ มันไม่เป็นอะไรที่จะผิดพลาด แต่มันเป็นปัญหาถ้ายังคอยทำข้อผิดพลาดเดิมๆที่ทำให้คนอื่นเจ็บปวดได้ถ้าคุณรู้อยู่แล้วว่ามันคือปัญหา 


    การที่ชื่นชมวัฒนธรรมอย่างแท้จริง และพยายามที่จะจำอิทธิพลของวัฒนธรรมในสิ่งที่คุณนับถือและใช้มันในชีวิตประจำวัน และไตร่ตรองว่าคุณจะเรียนรู้วัฒนธรรมเหล่านั้นอย่างไร ไม่เหมือนกับสินค้าจำนวนมากที่เจอในร้านขายของรำลึก


    Original Source:

    Raypole, Crystal. “There’s a Big Difference Between Cultural Appreciation and Appropriation — Here’s Why It Matters.” Healthline, September 2020, www.healthline.com/health/cultural-appreciation#how-to-identify-it

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in