ห้องตรวจหมายเลข 5นักเล่าเรื่อง
เธอหายไปไหนมา
  • การเข้าวอร์ดจิตเวชครั้งที่ 5 ของฉันครั้งนี้เป็นอะไรที่สนุกมาก ฉันได้เพื่อนเพิ่มขึ้นมา 6 คน หนึ่งในนั้นมีชื่อว่า L ซึ่งเป็นคนริเริ่มการต่อ Lego เพื่อฆ่าเวลา ไม่นานหลังจากนั้นสมาชิกในแก๊งคนอื่นๆก็ซื้อเลโก้มาต่อตามกันหมด ฉันยังจำได้ดีถึงบรรยากาศวันเสาร์อาทิตย์ที่หัวหน้าพยาบาลไม่เข้าวอร์ด เรายกเก้าอี้อันเขื่องหันไปทางสวนที่ร่มรื่น และไปเหมาโต๊ะเคลื่อนที่ของโรงพยาบาลมาต่อๆกันเพื่อวางเลโก้ ทุกคนขมักเขม่นต่อเลโก้ของตัวเองอย่างตั้งใจ พยาบาลเปิดเพลงคลอให้ฟัง เราบางคนร้องเพลงไปพลางต่อเลโก้ไปพลางอย่างมีความสุข แต่งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลาฉันใด การจากลาย่อมมาถึงฉันนั้น พวกเราหลายคนต้องออกจากวอร์ดเนื่องจากหมอเชื่อว่าเราอาการดีขึ้นแล้ว ฉันออกจากวอร์ดเป็นคนที่ 4 ทิ้งให้อีกสามคนต้องผจญภัยในโลกเคตามีนและการช็อตไฟฟ้า ส่วนฉันต้องมาให้เคตามีนในฐานะผู้ป่วยนอกอีก 6 ครั้งทุกอาทิตย์
    วันหนึ่งที่ฉันพักผ่อนอย่างสบายใจ M ผู้ชายคนเดียวในกลุ่มทักมาหาฉันทางไลน์
         M : L โทรมาหาเธอบ้างรึเปล่า
         ฉัน : ไม่นี่ เกิดอะไรขึ้น
         M : L หายตัวไปตั้งแต่เมื่อคืน ตอนนี้ยังติดต่อไม่ได้เลย
    ความกระวนกระวายเข้ามาแทนที่ความสุขสบายในวันนั้น L เป็นคนไข้โรคซึมเศร้าอย่างรุนแรงและกำลังมีปัญหาเข้ามารุมเร้า ถือว่าเป็นช่วงที่ตกต่ำที่สุดในชีวิตก็ว่าได้ ฉันพยายามโทรหา L ตามเบอร์โทรศัพท์ที่ให้ไว้ ตื้ดดด ตื้ดดด ตื้ดดด สัญญาณว่าฉันโทรติด แต่ไม่มีใครรับสาย ฉันทักไปทางไอจีและไลน์ เผื่อ L จะได้อ่านและติดต่อกลับมา แต่ก็ยังไร้วี่แวว นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ที่ฉันโทรหาตำรวจเพื่อตามหาเพื่อนของฉันเอง เพราะกลัวว่าเขาจะฆ่าตัวตาย
         ตร. : สวัสดีค่ะ ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 มีอะไรให้ช่วยคะ
         ฉัน : (เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดไป)
         ตร. : ไม่ทราบว่าหายออกไปจากที่ไหนคะ
    คำถามนี้ฉันไม่รู้จริงๆ ถึงอย่างนั้นฉันก็ลุกลี้ลุกลนเกินกว่าจะหาข้อมูลมาให้ได้ ข้อมูลที่ให้ตำรวจไปช่างน้อยนิดเหลือเกิน ประมาณ 10 นาทีต่อมา M ถึงได้ไลน์มาบอกที่อยู่คอนโดของ L ซึ่งข้อมูลก็ยังน้อยอยู่ดี ตำรวจโทรมาหาฉันอีกครั้ง ฉันบอกทุกอย่างเท่าที่ฉันรู้ออกไป ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่ รูปพรรณสัณฐาน และพฤติกรรมก่อน L จะหายออกจากคอนโดไป L มีการทำร้ายตัวเองและกินยาเกินขนาดเข้าไปหมดแผงเท่าที่จะกินได้ ฉันได้ยินเสียงตำรวจหญิงคนรับเรื่องคุยกับตำรวจอีกคนเรื่องการหายตัวไปของ L
         ตร. : เอาอย่างนี้นะคะ คุณลองโทรไปที่สน.บางขุนเทียน เพราะคอนโดที่เค้าอยู่ อยู่ในความรับผิดชอบของสน.บางขุนเทียน 
    ฉันไม่ลืมที่จะขอเบอร์ติดต่อโดยตรงของสน.นั้น และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความโมโหของฉัน
         ฉัน : (เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดไปด้วยน้ำเสียงลุกลี้ลุกลน)
         ตร. : แล้วคุณจะให้ผมทำยังไงล่ะ
         ฉัน : อ้าว! ก็ออกตามหาสิคุณ มัวทำอะไรอยู่ล่ะ
         ตร. : แล้วคุณจะให้ผมไปตามหาที่ไหนล่ะ
         ฉัน : แล้วการที่คนหายไปหนึ่งคนตำรวจเค้าสอนกันมาว่ายังไงล่ะว่าควรทำยังไง
         ตร. : นั่นสิ แล้วคุณจะให้ผมตามหายังไงล่ะ
         ฉัน : จะไปรู้หรอ อาจจะตามหาจากสัญญาณโทรศัพท์มือถือหรืออะไรประมาณนี้ คุณมีอำนาจที่จะทำได้อยู่แล้วไม่ใช่หรอ
         ตร. : เอาอย่างงี้คุณมาที่สน.ก่อน แล้วมาแจ้งเหตุ ผมจะได้รับเรื่อง (ถึงตรงนี้ฉันงงมาก แล้วนี่ฉันไม่ได้กำลังแจ้งเหตุอยู่หรอถึงรับเรื่องให้ไม่ได้ แล้วจะมีโทรศัพท์ไปทำไม)
         ฉัน : ฉันอยู่บางซื่อ กว่าจะไปถึงที่นั่นเพื่อนฉันก็คงตายไปแล้วค่ะ
         ตร. : ยังไงคุณก็ต้องมาที่สน.ก่อน
         ฉัน : โอ๊ย! ช่วยอะไรไม่ได้เลยตำรวจไทย (และวางหูไป)
    ในขณะที่ฉันจนปัญญาอย่างหนักก็มีตำรวจหนุ่มโทรเข้ามาเพื่อรับเรื่องของฉัน ฉันต้องอธิบายเรื่องราวทั้งหมด รูปพรรณสัณฐานและชื่อที่อยู่ไปอีกครั้ง ฉันหวังว่าตำรวจหนุ่มนี้จะได้เรื่องกว่าตำรวจแก่ที่ฉันโทรหาที่สน.บางขุนเทียน หลังจากนั้นฉันลองโทรไปหา L เป็น 20 สาย คนเรามันก็ต้องมีรำคาญที่คนโทรมาแล้วรับสายบ้างล่ะ ฉันคิดอย่างนั้น จนฉันได้เบอร์โทรของแม่ L มาจากเพื่อนอีกคน
         ฉัน : สวัสดีค่ะคุณแม่ หนูเป็นเพื่อนของ L นะคะ ไม่ทราบว่า L ได้โทรติดต่อคุณแม่บ้างรึเปล่าคะ
         แม่ : ไม่นี่ลูก
         ฉัน : อ๋อ เหรอคะ งั้นขอบคุณค่ะ (แล้ววางสายไป)
    อีกคนที่ฉันโทรไปหาคือพี่ T ผู้มีไลน์ของจิตแพทย์แทบทุกคนของโรงพยาบาล ฉันติดต่อพี่ T เพื่อให้พี่ T ติดต่อหมอ W อีกต่อหนึ่ง เพราะหมอ W ค่อนข้างจะเป็นหมอที่ L ไว้ใจและเล่าทุกอย่างให้ฟัง แต่ผลของมันคือหมอ W ก็ไม่ได้รับการติดต่อจาก L เลยเช่นกัน และยังบอกอีกว่า L เป็นอย่างนี้บ่อยๆ คือหายไป 2-3 วันแล้วเดี๋ยวจะกลับมาเอง ฉันสบายใจไปเปราะหนึ่ง คิดว่า 2-3 วัน L คงตอบ IG chat ของฉันและเรื่องทุกอย่างจะจบลงด้วยดี ฉันจึงชวนแม่ไปเดินตลาดนัดสวนจตุจักรเพื่อฆ่าเวลา ระหว่างนั้นฉันก็กดเบอร์โทรหา L เรื่อยๆอย่างไม่ขาดสาย ฉันไม่อยากนั่งรออยู่เฉยๆ เพราะไม่รู้เลยว่าการรอนั้นเป็นการรอเพื่อได้รับการตอบกลับจาก L หรือรอไปงานศพ L กันแน่
    วันเดียวกันนั้นเวลา 3 ทุ่มกว่าๆฉันนอนหลับไปด้วยฤทธิ์ยาก่อนนอน 6 เม็ดครึ่งของฉัน และตื่นมาตอนเช้าเพื่อพบข้อความจาก M ว่า เจอ L แล้ว ตกลงมาจากบันไดหนีไฟ ตอนนี้กำลังถูกส่งไปห้องฉุกเฉิน ฉันสบายใจขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ว่า L ยังไม่ตาย แต่ก็กังวลใจที่ L บาดเจ็บหนัก ในวันนั้นฉันได้รับข้อความเสียงจาก L ด้วยเสียงอู้อี้ฟังไม่ได้ศัพท์ แต่ยังพอจับใจความได้ว่า L หัวแตก และพยาบาลเพิ่งเข็นเตียงเข้าไป X-ray เพื่อดูว่ามีตรงไหนแตกหักหรือไม่ ฉันสบายใจขึ้นมากเมื่อ L ถึงมือหมอ ไม่ว่าจะบาดเจ็บตรงไหน L ก็ยังสามารถสื่อสารกับฉันได้และปลอดภัย ฉันดีใจที่ L ได้กลับมาอีกครั้ง

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in