เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
ไป Work & Travel ในแดนเนินเขาเทเลทับบี้Kayjayn
Tour De France2
  • พวกเราเดินเล่นในเมืองยังไม่ทันหายปวดน่อง เหมือนว่ากระเพาะของเรากำลังทำงาน
    โอเค... เดินรอคู่รักมาซิโดเนียอักสักแปปละกัน

    ไม่นานนักโบญ่าและมารีญาก็มาเจอพวกเราที่จุดนัดพบตรงที่จอดจักรยาน ซึ่งจุดหมายต่อไปที่เราเห็นพ้องกันว่าจะไปนั้นโบญ่าจะเป็นคนนำทางพวกเราเอง โบญ่าแสดงความเป็นผู้นำทันทีที่ตัวพวกเราคร่อมบนอานจักรยานแล้ว 
    ปั่นต่อไม่รอแล้วนะ ตั้งใจว่าจะถึงก่อนพระอาทิตย์ตก(คิดว่านะ)

    ?  ?      ???

    ไม่ใช่แค่ความเมื่อยล้าที่กำลังทรมานน่องของพวกเราอยู่ ตอนนี้ท้องไส้ของเรา3คนแข่งกันร้องประสานเสียงออกมาให้เราเกิดความเห็นใจว่ามึงรีบหาอะไรมาอุดกระเพาะพวกมึงสักทีถ้าไม่อยากให้ไส้มึงขาด 
    หิวโว้ยยยย แต่เมื่อยชิบหาย !!

    พวกเราทั้ง5คนสลับตำแหน่งกันนำตามกำลังขาที่พอมี ในช่วงแรกคู่รักมาซิโดเนียนำทาง ผ่านไปสักพักยิ่งช่วงที่ต้องปั่นขึ้นเนินที่สูงกว่าที่ผ่านมาตอนแรก มารีญ่าปั่นแทบไม่ไหวนางจึงต้องรั้งท้ายจนไม่ไหวจริงไม่ไหวสุดแล้วนางจึงหยุดและลงจากจักรยานและเข็นขึ้นแม่งซะเลย 
    ก็คือแบตเตอรี่ในตัวทุกคนเริ่มหมดลงแล้ว พอเห็นว่ามารีญ่ากำลังเข็นจักรยานรั้งท้ายขึ้นมา พวกเราก็เริ่มทำตามเข็นเป็นเพื่อนนาง 

    ไม่ว่าที่นี่จะมีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขายังไงก็ตามแต่ก็คือทำถนนตามลาดชันตามภูเขาไปเลยไม่มีมาตัดผ่านเป็นพื้นเรียบ ทางที่ไปwalmartนั้นก็จะเป็นเนินที่สูงหน่อย เป็นเหมือนสะพานที่เราต้องข้ามลำธารเล็กๆไปอีกฝั่ง ซึ่งก็ทำให้เรารู้สึกถึงความเกร็งที่น่องขึ้นมาเวลาปั่น 

    พอได้หยุดน่องโดยการเข็นจักรยานแทนก็ทำให้พอมีแรงฮึบขึ้นมาหน่อย บวกกับโบญ่าบอกกับพวกเราว่าใกล้จะถึงแล้ว เอาสิคะรีบกระโดดขึ้นจักรยานและรีบปั่นๆไปให้ถึงที่หมายสักที

  • ถึงปุ๊บรีบล็อคจักรยาน เดินพรุ่งตรงไปข้างในทันทีนอกจากอาหารแล้วพวกเราก็ต้องการแอร์เช่นกัน ต่อให้อากาศเย็นสบายมีลมพัดแค่ไหน แต่เราก็เหนื่อยและหอบกับการปั่นจักรยานข้ามเนินเขามาหลายลูกเหนอะตัวนิดหน่อยแต่พอโดนแอร์ก็รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง พวกเรา3คนบอกโบญ่ากับมารีญ่าว่าเราจะแยกย้ายกันตรงนี้นะ เพราะเราจะไปหาอะไรกระแทกปาก และจะเดินซื้อของกินของใช้อีกนานเลย โบญ่ารีบแสดงความเป็นห่วงทันทีว่า ...

    มึงจะกลับกันถูกหรอ ?
    จำทางได้หรอ?
    โทรศัพท์มีเน็ตรึป่าว? พวกเราก็ซื้อของเหมือนกันนะน่าจะเสร็จพอๆกันแหละ
    (ช่างเป็นคนแสนดีอะไรอย่างนี้)
    พวกเราก็รีบขอบคุณและบอกว่าเราพอจำทางได้ เราเคยมากันแล้วรอบนึงไม่ต้องเป็นห่วง
    โบญ่า/มารีญา "โอเคแล้วเจอกันนะ" (เอ้า!! ทิ้งกูง่ายเฉย 555 )


    สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้คือ.....


     หิว แปลว่า ต้องกิน 


  • อิ่มแล้วมีแรงแล้วเดินซื้อของได้...


    โอริโอ้ที่นี่อร่อยกว่าไทยจริงๆนะ แบบมันกรอบกว่าปริมาณครีมแน่นกว่า

    เราปั่นมาถึงที่นี่ก็เย็นแล้วกว่าเราจะกินจะเดินเล่นเดินย่อยดูของที่จะต้องซื้อความจำเป้นที่จะต้องใช้ก็ปาไปมืดค่ำแล้ว 555555555 งงมากนี่มันsupermarketนะไม่ใช่ห้าง

    โอเคถึงเวลาจ่ายเงินแล้วกลับกันสักที อยากอาบน้ำนอนที่สุด


  • พอพวกเราที่กำลังจะเข้าใกล้ประตูกระจก สายตาทั้ง3คู่ก็ได้เห็นสัญญาณจากฟ้าที่กำลังส่งเสียงบอกพวกเราว่า ....

    ?   "กูจะตกแล้วนะพวกมึงปั่นจักรยานมาใช่มั้ย"
    ?   "ซื้อของมาเยอะใช่มั้ย กูจะตกแน่ๆ เปียกแน่พวกมึง"

    ซึ่งท้องฟ้าที่เราเห็นตอนปั่นจักรยานมาทั้งวันไม่ได้มีทีท่าว่าจะมีฝนเลย  พวกเรา3คนเลยช่วยกันคิดว่าจะเอายังไงดีจะไปต่อหรือจะรอให้ฝนมันตกลงมาจนหยุดแล้วค่อยปั่นกลับ

    แต่ ณ ตอนนั้นเวลามันก็ 3 ทุ่มครึ่ง คืองงเหมือนกันนะเพราะที่นี่มันมืดช้าไงเลยคิดว่าตอนที่เรามาถึงที่นี่มันบ่ายๆเย็นๆแต่พอดูนาฬิกาจริงๆคือ 2 ทุ่มจ้าาา 

    โอเคในที่สุดพวกเราก็ได้ข้อสรุปอย่างรวดเร็วว่า เราจะกลับกัน และจะรีบปั่นให้ถึงให้ไวที่สุด ถ้ามันตกจริงๆอาจจะไม่แรงมาก หรือถ้ามันแรงมาก เรนาจำกันได้ว่ามันน่าจะพอมีที่ร่มให้พอหลบได้บ้าง และทั้งหมดนี่ก็คือแผนของพวกเราค่ะ เก่งมาก ฉลาดสุดๆไปเลย โอเค let's go!!

    พวกเราพยายามที่จะช่วยกันจัดระเบียบกับของที่เพิ่งซื้อมาให้สมดุลกับจักรยานของแต่ละคนให้มากที่สุด
    เพราะของที่เราซื้อมานั้นเราซื้อกันมาเยอะพอสมควร กะให้พออยู่ได้2อาทิตย์ ก็เยอะนะเรามีกันตั้ง3คน ไหนจะข้าวสาร นม ไข่ไก่ที่อาจจะแตกได้ง่ายๆในระหว่างปั่นจักรยาน เนื้อสัตว์อีก ขนมสุดที่รัก บลาๆ

    พร้อมแล้วจ้าาาา... ไปได้พวกเรา

  • ปั่นข้ามสะพานมาได้สักพัก แต่ก็ไม่ถึงไหนเพราะเสียงฟ้าที่ขู่พวกเราตลอดทางนั้นได้บอกเตือนมาเป็นระยะกับพวกเราทั้ง3ว่า ถึงเวลาแล้วที่กูจะต้องทำหน้าที่ขั้นต่อไปก็คือเทฝนลงมาใส่ตัวพวกมึงสักที 

    ???
    ??‍♂️??‍♀️??‍♀️

    และแล้วเราก็เริ่มเห็นหยดน้ำที่ตกลงมาบนแขนของเราทีละหยดเล็กๆ มากขึ้นๆ และก็เต็มแขนจ้าา แต่เราก็ยังฝืนปัั่นต่อไปเพราะใจเราสู้!! ถึงแม้เราจะเริ่มมองไม่เห็นเพราะเม็ดฝนที่คอยกระแทกหน้ามาตามทิศทางลมจนเปียกชุ่มไปเกือบทั้งตัว แรงลมที่พัดสาดมาพร้อมกับฝนทำให้พวกเราต้องออกแรงมากขึ้นและต้องคอยมองทางภายใต้ฟ้าที่มืดแล้ว โชคดีที่ในตอนนั้นไม่ค่อยมีรถวิ่งสวนไปมามากนักทำให้พวกเราไม่ต้องมาคอยมองหลังและสะดวกเวลาในตอนที่ต้องข้ามถนน นอกจากลมที่แรงและฝนที่เริ่มตกหนักมากขึ้น บวกกับอุณหภูมิที่ลดลง ทำให้พวกเรายิ่งปั่นยิ่งหนาวและอ่อนล้าแถมในตอนนั้นพีเพื่อนผู้ชายที่ปั่นนำหน้าพวกเรา2คนเพื่อคอยบังลมให้เริ่มตัวสั่นเพราะอากาศที่เย็นขึ้น พวกเราที่เริ่มบ่นมาตามหลังว่าหนาวและปั่นไม่ไหว จึงใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดปั่นไปให้ถึงที่ที่พอจะหลบฝนได้ซึ่งเราจำกันได้มีร้านอะไรสักอย่างที่พอหลบได้ตอนปั่นมา

    ??????
    ??‍♂️??‍♀️??‍♀️



    casino ที่นี่มีทุกหัวมุมจ้าาา 

    จะบอกว่าที่เมืองRapid Cityเนี่ยนอกจากจะเป็นเมืองถิ่นของชาวเผ่าอินเดียแดงมาก่อนแล้ว ยังเป็นเมืองที่มีร้านเสี่ยงโชคเยอะพอๆกับร้านสะดวกซืิ้ออย่างในบ้านเราอีกด้วย 

    พวกเราจอดพักเหนื่อยกันที่ร้านคาสิโนเพื่อคอยดูสถานการณ์และภาวนาว่าให้ฝนเบาลงสักที อยากนอนนนนนนนแล้ว!!! สักพักก็ได้ยินเสียงเปิดประตูของร้านเปิดมาพร้อมกับเสียงเรียกของผู้หญิงคนนึงเราคิดว่าน่าจะเป็นเจ้าของร้าน นางบอกกับพวกเราว่าเข้ามาหลบฝนข้างในร้านก็ได้นะ 
    oh thank god!! Rapid City ไม่สิ้นคนดีอีกแล้วค่า

    พวกเรา3คนรีบขอบคุณและรีบโกยตัวเองเข้าไปในร้าน และนั่นก็เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้เข้าไปซึมซับกับบรรยากาศของคาสิโน พวกเราเหมือนเป็นเด็กที่มาทัศนศึกษาพิพิธภัณฑ์คาสิโนในrapid มองนู่นมองนี่ไปเรื่อยๆ แต่ก็ไม่ได้เดินเพ่นพ่านเกะกะผู้เล่นคนอื่นๆนะ ในนั้นก็จะมีตู้slotหลายๆแบบหลายตู้เต็มร้านไปหมด และก็พวกโต๊ะไพ่ ในร้านที่เราหลบฝนนั้นไม่ได้ใหญ่มากนักมีขนาดพอๆกับร้านสะดวกซื้ออย่าง7-11 สาขาใหญ่ในบ้านเรา 


    กลิ่นบุหรี่แสบจมูก แต่ข้างในอุ่นดีนะตอนแรกนึกว่าเป็นแอร์เย็นๆ
  • พอเริ่มเห็นท่าทีของฝนว่าพอเบาลงมาบ้างแล้วบวกกับร่างกายที่พออุ่นขึ้นทำให้พอมีแรงมาหน่อย พวกเราก็บอกลาและขอบคุณเจ้าของร้านคาสิโนสุดใจงามผู้นี้ก่อนจะเริ่มฤดูกาล tour de france อีกครั้ง 

    พวกเราทั้ง3คนปั่นมาเกินครึ่งทางนิดนึงแล้ว แต่ก็ไม่วายกับอากาศที่หนาวคราวนี้จำได้ว่าน่าจะเหลือที่ให้หลบแค่ที่เดียวก็คือปั้มน้ำมัน เราเลยขี่ไปตามทางแล้วก็เข้าไปหลบฝนอีกครั้งทันทีที่ร้านขายขนมในปั้ม จากท่าทางที่หนาวสั่นของทุกคนตอนนี้คือมีแนวโน้มที่จะไม่สบายแน่นอน กลับไปต้องรีบทานพาราดักกันคนละ2เม็ด 

    เห็นท่าทีสั่นเป็นเจ้าเข้าเลยรีบไปหาเครื่องดื่มร้อนๆอย่างhot chocolate ดื่มเพื่ออบอุ่นร่างกายกันดีกว่า
    พอดื่มแล้วทำให้รู้สึกดีขึ้นมากๆ คราวนี้จะปั่นทีเดียวให้ถึงบ้านไปเลยยย!!

    ตอนนี้ฝนเริ่มเบาลงมานิดนึง ลมก็น้อยลงด้วยพวกเราจึงเห็นโอกาสเหมาะจึงรีบกระดกchocolate ร้อนจนลืมว่าร้อนไปแล้วรวดเดียวแล้วรีบปั่นให้ถึงบ้านสักที ครั้งนี้ปั่นได้ชิลกว่าก่อนหน้านี้เพราะไม่ต้องปั่นต้านลมมากและก็พอมองเห็นทาง ทำให้บรรยากาศมันสนุกขึ้นมาซะงั้นเพราะเรา3คนปั่นแม่งกลางถนนเลย 5555555555555 ไม่มีรถไง เราปั่นไปและตามน้ำขังเพื่อให้ล้อจักรยานมันรีดน้ำออกมาสาดโดนเพื่อนอีกคน อยู่ดีๆก็หาย....(ร้องเป็นทำนองเพลงwonder frame) เหนื่อย ยังจะมีอารมณ์แกล้งกันอีก
    หายเหนื่อยแต่ขาก็ล้าเหมือนเดิมนะ พวกเราแข็งกันปั่นนำบ้างทำให้ดูสนุกกับการขี่จักรยานขึ้นมาและความสนุกระหว่างทางก็ทำให้เราลืมความลำบากมาก่อนหน้านี้นิดนึง แปปเดียวพวกเราก็มาถึงบ้านจนได้ในเวลาาเที่ยงคืนกว่า สุดๆไปเลยจ้าาาาาาา 
     
    อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า กินยาแล้วนอนซะ!!!!!!!!!!!!!  (นอนไม่ได้มึงต้องจัดของที่ซื้อมาด้วย ดีนะไข่ไม่แตก)
    กูเหนื่อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!

    นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ามึงควรเช็คสภาพอากาศก่อนออกจากบ้านด้วย 
    จบ.

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in