{Review??} ไปเที่ยวญี่ปุ่น ฉบับไม่รู้เรื่องMie_Dyasha
โรงแรมที่ไปพัก (ผ่อน?)
  • เรามาพักที่นี่ (Mitsui Garden) 3 คืน หลังจากนั้นก็ไปที่ Sunnide Resort ตรงฟูจิซัง 1 คืน ละวกกลับไปนอนที่ Shibuya Hotel มั้ง อีกคืนนึงก่อนกลับ 
    (Mitsui)คือห้องเราอะ จะไม่ได้ติดกับห้องป้าเรา คือจะเป็นห้องเราก่อน ห้องใครก็ไม่รู้ ละก็ห้องป้าเราอยู่ริมในสุดเลย ชั้นนี้เป็นชั้น 25 เหมือนห้องจะใหญ่กว่าปกติ ประมาณว่าห้อง VIP  ชั้นนี้จะมีแค่ 6 ห้อง 
    วิว Tokyo Tower ตอนแรก check-in 
    Keycard ของโรงแรม
    วิวจากหน้าต่าง
    ข้างเตียงฝั่งป๊าเราจะมีโซฟาให้นั่ง แต่เราเอาไว้วางของกับตากเสื้อผ้ากัน
    เตียงฝั่งที่เรานอน โทนสีห้องคือสวยงามดี ดูไม่เก่า
    หัวเตียงจ้า อิอิ
    ทีวี, เครื่องอำนวยความสะดวก จะมีเครื่อง doIce gusto (เขียนถูกมั้ย) ที่จะมี capsules กาแฟ, ช็อคโกแลต ให้ชงกินตอนกลางคืน
    ห้องก็จะรกหน่อยๆ
    ในห้องน้ำของห้องเลาาาา
    อ่างล้างมือ
    ฝักบัว พร้อมสบู่ววว
    อ่างอาบน้ำ มีวิวให้ดูด้วย แต่ถ้าจะไม่ดู เน้นความส่วนตัวก็สามารถปิดม่านได้
    วิธีการใช้เครื่อง DoIce Gusto
    ภาพนี้ใช้ snapchat+อัพลงเฟสบุ๊ค เลยทำให้ภาพดูแตก
    เตียงนอน เรานอนฝั่งริมหน้าต่าง ป๊านอนอีกฝั่งนึง

    เรื่องเล่าก็คือ.. 
      คืนที่ 3 ก่อนจะไปที่ sunnide อะ ข้างห้องตรงกลาง ตามที่เราบอกว่าจะมีห้องระหว่างห้องเรา กับห้องป้าเรา อืม คืนนั้นประมาณตี 2 ข้างห้องเขา... 
    ฉ่าลาาาาเฮ็ดฉาล่าาาา กัน.. ละเสียงดังมากด้วย คือเรากับป๊านี่งงเลย แบบเงียบมาก เล่นโทรศัพท์ไป ตอนนั้นตกใจมาก ไม่คิดว่าจะมาเจออะไรแบบนี้เลย นาทีนั้นป้ามาเคาะห้องเราพอดี เราเลยรีบวิ่งไปห้องป้าเลย ละแปลกใจว่าทำไมห้องป้าไม่ได้ยิน แต่ห้องป้าก็ไม่ได้ยินจริงๆด้วย ป้าเพิ่งรู้ตอนเราเล่าให้ฟังเอง ป้าบอกว่า ทำไมไม่บอก จริงๆสามารถ complain กับทางโรงแรมได้นะ

      ตรงข้ามโรงแรม Mitsui มีร้านชื่อ "ดองกี้" (Don Quijote) อันนี้สาดรูปรัวๆเลยนะ แค่รูปก็อธิบายได้มากพอแล้วแหละ ฮ่าๆ ประมาณว่าดองกี้เป็นร้านขายตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบถูกใจนักท่องเที่ยว เพราะราคาถูก เราก็สอยมาเยอะอยู่


    หลังจากซื้อของที่ดองกี้เสร็จ เลยแวะ Lawson ใต้โรงแรมละก็สอยของกินตอนดึกอีกเช่นเคย
    อร่อยจริงๆ
    ข้าวนุ่ม น้ำราดกำลังพอดี หมูก็กรอบนอกนุ่มใน ไข่ที่ราดมาคล้ายๆไข่เจียว

       ขอพูดถึง Shibuya Excel Hotel Tokyu จำได้ว่าข้างล่างจะเป็นห้างประมาณ 4 ชั้น (??) มีร้านซูชิตรงชั้น 2 เห็นไกด์บอกว่าเป็นร้านเดียวกันกับที่ไปกินกันมาวันแรก แต่ห้องของโรงแรมดูค่อนข้างเก่า (อาจจะไม่เก่าหรอก แต่มันดูสลัวๆ เลยทำให้เรารู้สึกว่าดูแล้วเก่า) เหมือนจะโดนผีหลอก (เราชอบฟัง The shock ละกลัวไปเอง) เราว่าสำหรับเรา เรากลัวผีหลอกมาก มีช่วงนึง 2 ชั่วโมงที่พ่อออกไปเดินเล่น เราต้องอยู่คนเดียว คือกลัวมากจริงๆจะมีอะไรออกมาตุ้งแช่มั้ยฟะ น่ะแหละ คือตอนอาบน้ำก็ยิ่งกลัวๆอยู่ เลยเปิด soundtrack ของ Begin Again เพลง Coming Up Roses ดังมาก ดังจนไม่ได้ยินตอนป๊ามาเคาะประตู
       โดยรวมแล้ว ห้องนอนโอเค เตียงนอนสบาย ผ้าห่มอุ่น แต่ห้องน้ำใช้โทนสีที่ดูทำให้เก่า สรุป นอนแล้วไม่โดนผีหลอก
  • Sunnide Resort (Kawaguchiko)
    (ระหว่างทางไปที่สถานที่ท่องเที่ยวแล้วค่อยเข้าโรงแรม)
    เผื่ออยากได้คำแนะนำหรือรีวิวเพิ่ม 
    แนะนำให้ รีวิวนี้จ่ะ
    ฟูจิซัง~
    ผ่านสวนสนุก Fuji Q Highland ด้วย
    คือจริงๆแล้วตอนแรกก็อยากจะมาเล่นสวนสนุกที่นี่แหละ แต่ป้าไม่ให้มา กลัวหัวใจวายตายซะก่อน5555
    สวยมากเลยเนอะ~ 
    (พาร์ทท่องเที่ยวจะไม่รวมอยู่กับอันนี้ ไปดูที่ Day 4 เลยจ้า)
    เตียงนี่ป้ากับย่าเรานอน
    อ๋อวว เรานอนพื้นกับพ่อ//นอนสบายดีนะ
    ห้องก็โอเคเลย ดูสะดวกสบาย
    โต๊ะนั่งน่ารักมาก ละก็สบายมากด้วย อยากเอากลับบ้าน
    จะมีอ่างล้างมือ ละถัดไปจะเป็นออนเซนส่วนตัว
    ตรงออนเซนสามารถเปิดประตูให้เห็นวิวฟูจิซัง ได้ แต่ตอนที่เราแช่มันตอนกลางคืนแล้ว เราหนาว เลยปิดดีกว่า
    เพื่ออออออ
    วิวฟูจิซังจากห้องพักของเรา
    ไปกินข้าวเย็นกันดีกว่า
    สั่งโค้กมาด้วยละเทสาเกเชอร์รี่ลงไปคือเข้ากันมากเวอร์ อร่อยแบบหอมๆหวานๆ
    Appetizer
    ชาบูหมูนึ่ง หมูบาง อร่อยมาก
    อันนี้เซ็ตจานหลักของเราเอง
    ส่วนป๊าเรา กินเนื้อได้ เลยสั่งอันนี้มา
    นี่แหละรีซอตโต้ อร่อยนะ ข้าวไม่เละไป
     จำไม่ได้ว่าคืออะไร
    อันนี้ก็อร่อยอีกแล้ว แต่จะกึ่งสุกกึ่งๆดิบนิดนึง
    #มันคือสาหร่ายคอมบุ
    ข้าวกับผงโรยข้าวยังอร่อยเลย
    ขนมหวานตั้ลลัก ชอบตัวที่เป็นเหมือน Mt. Fujisan น่ารักดีอะ
    สรุปคืออาหารเย็นของทาง Sunnide Resort อร่อยมาก พนักงานเสิร์ฟมีมารยาทดีมากๆ ยิ้มแย้มแจ่มใส **ห้ามให้ทิปแก่พนักงานในประเทศญี่ปุ่น เพราะเหมือนเราไปดูถูกเขา** 
      เรื่องตลกคือ ตอนเราคุยกับพ่อ จำไม่ได้ว่าเรื่องอะไร จำได้แค่พ่อเราบอกว่าเราเป็นชิบะ เราก็ปากไวไง เราเลยตอบไปว่า งั้นป๊าเป็นอะกิตะ (ชื่อพันธุ์สุนัขในญี่ปุ่น) พนักงานที่เสิร์ฟเราจะคอยยืนดูแลเราตลอดหากเราต้องการอะไร ไม่ได้ยืนแบบกดดันนะ แต่ยืนเหมือนรอว่าเราต้องการอะไรเพิ่มไหม พอเขาได้ยินที่เราคุยกับป๊า ปุ๊ป เขาก็หัวเราะแบบต้องเอามือปิดปากอะ ทีนี้ป้าเราเห็นป้าเราเลยขำตาม ละก็บอกว่า นี่ชิบะ นี่อะกิตะ 555555 เอออออ เป็นหมาทั้งคู่ 5555 เขาก็ยิ่งขำใหญ่ พอขำเสร็จเขาก็ขอโทษอะที่หัวเราะ

    --จบรีวิวที่พักไปเถอะ-- 

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in