once rememberedployapha.j
The Coast Starlight | ทางรถไฟสายแสงดาว






  • ตอนนั้น... จำได้ว่า...






    เรานอนไม่ค่อยหลับตลอดการเดินทางบนรถไฟสายแสงดาวนี้
    ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกันทั้งๆที่เบาะที่นั่งก็แสนสบาย สามารถปรับเอนจนเกือบจะนอนได้


    อาจเป็นเพราะความไม่คุ้นที่และทุกครั้งที่รถไฟจอดเราจะสะดุ้งตื่นเกือบตลอด
    ไม่ก็แอร์บนรถไฟค่อนข้างหนาวทำให้เรารู้สึกคอแห้ง
    เลยต้องดื่มน้ำเยอะจึงลุกไปเข้าห้องน้ำบ่อยกว่าปกติ



    เรานึกอิจฉาคนข้างๆตลอดทางว่าทำไมถึงหลับได้หลับดี หลับสนิทตลอดคืน
    ตื่นมาตอนเช้าก็สามารถงีบหลับได้อีกในช่วงบ่ายได้ขนาดนี้
    แถมพอกินข้าวเย็นเสร็จ แปรงฟันปุ๊บก็นอนต่อได้เลย









    ทัศนียภาพระหว่างทางจากพอร์ตแลนด์มาที่ซานฟรานซิสโกนั้นงดงาม
    เราไปนั่งตรงเคบินชมวิวเกือบตลอดเช้า ชอบตรงที่มีหน้าต่างบานใหญ่
    และมีหน้าต่างตรงส่วนหลังคาให้มองท้องฟ้าได้


    เราแล่นผ่านทุ่งนา ทะเลสาบ นั่งดูวิวพระอาทิตย์ตกลับยอดสนผ่านหน้าต่างบานใหญ่

    จริงๆแล้วเราไม่ต้องไปตรงเคบินที่เป็นกระจกก็ได้
    แค่นั่งอยู่ตรงที่ตัวเองก็รื่นรมย์แล้ว





    เสียดายที่เราไม่ได้นั่งยาวจนกลับไปที่แอลเอ
    เลยไม่ได้ชมวิว Pacific Coast ที่งดงามตามที่เขาร่ำลือ
    ว่ากันว่าเป็นไฮไลท์ของทางรถไฟสายนี้


    แค่ได้มองดาวผ่านหน้าต่างรถไฟไปเรื่อยๆ
    เท่านี้ก็ดีและสุขใจแล้วล่ะ 



















  • ตลอดการเดินทางบนรถไฟขบวนนี้เราฟังเพลง Five Hundred Miles ไปเรื่อยๆ
    เพลงนี้เป็นเพลงที่เราฟังตั้งแต่เด็กๆ
    เพราะคุณพ่อคุณแม่ชอบเปิดเวลาที่เรานั่งรถไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกัน





    เราคิดถึงบ้านแหะ






    เป็นช่วงแว้บหนึ่งที่เรานึกถึงการขึ้นรถไฟไปเชียงใหม่กับคุณแม่ตอนเด็กๆ
    ตอนนั้นเรานั่งรถไฟตู้นอน กลางคืนก็นอนมองดาวกับคุณแม่ไปเรื่อยๆจนหลับ
    ตื่นมาตอนเช้าก็มีเจ้าหน้าที่มาปรับที่นอนให้เป็นที่นั่งกินข้าวเช้า
    โบกไม้โบกมือยิ้มให้ผู้คนที่สถานีตามประสาเด็ก

    พอถึงเชียงใหม่ก็เจอคุณพ่อที่มารอรับที่สถานีรถไฟ
    แวะซื้อไก่ทอดเจ้าอร่อยแถวนั้นที่ปัจจุบันก็คงยังไปกินอยู่ทุกที



    ตอนนั้น... จำได้ว่า...

    มันก็มีทั้งวันที่ทุกข์และสุขปะปนกันไปทั้งดีบ้างและไม่น่ารักบ้าง
    (คุณพ่อของเราเป็นคนดุและเข้มงวด บางทีก็ลงโทษแรงๆ)



    ตอนนั้นจำขึ้นใจเชียวล่ะว่าโดนตีเรื่องอะไรบ้าง
    พอนึกย้อนกลับไปแล้วรู้สึกว่าชีวิตในวัยเด็กของเรานั้น
    มีแต่เรื่องโดนดุโดนตีทั้งนั้นเลยแหะ



    แต่พอเราโตขึ้น
    ใช่ว่าเราจะไม่ลืมเรื่องที่ไม่น่ารักระหว่างกันและกันนะ
    แต่พอนึกถึงมันก็ไม่ได้รู้สึกอะไรแล้ว




    เพราะสิ่งที่เราเลือกจำแต่สิ่งดีๆที่เกิดขึ้นมากกว่า





    บางทีการที่เราจากบ้านไปไกล
    ทั้งตอนไปแลกเปลี่ยน ตอนที่เที่ยวอยู่ในอเมริกา
    และขณะนี้ที่กำลังนั่งพิมพ์อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมสีขาว
    ที่อยู่ห่างจากบ้านไปเกือบๆสามพันไมล์
    ทำให้เราเรียนรู้ว่า



    ยิ่งออกไปไกล ยิ่งทำให้คนที่ใกล้นั้นสำคัญ






    จากนี้เราอยากให้ผู้อ่านที่รักเปิดฟังเพลง Five Hundred Miles ไปด้วยกัน
    และชมภาพสองข้างทางจากพอร์ตแลนด์สู่ซานฟรานซิสโก
















































































































































































































































Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in