หนังหนึ่งคืน | OnenightCinemaOnenightz.
LGBTQ+ อ้อมๆในหนังเรื่อง Luca
  • Luca (2021) 🧜‍♂️🧜‍♂️🚴‍♀️
    Director : Enrico Cassarosa
    My Score : 8.0/10
    .
    ℹ บทความนี้จะพูดถึงประเด็น LGBTQ+ ซึ่งมีสปอยแน่ๆ ไปดูกันก่อน และหนังมันดีมากๆ
    .
    ➡️ Background 

    - สงสัยมาเสมอว่า Disney จะพูดประเด็น LGBTQ+ ในหนังเด็กจริงๆหรอ? และคาดหวังไว้พอสมควร เพราะถ้ามันทำสำเร็จ จะเป็นหนังที่พูดถึงความหลากหลายในกลุ่มผู้ชมอายุน้อยๆ ซึ่งจะทำให้เปิดกว้างเรื่องความหลากหลายได้มากขึ้น แต่พอดู Teaser ก็ได้แค่สงสัย จนตอนนี้ดูจบก็ได้แค่สงสัย 😄
    .
    ➡️ ความรู้สึกของผมหลังดูจบ 

    -หนังเรื่องนี้ในความคิด มันไม่ใช่หนังที่พูดถึงความหลากหลายทางเพศนะ มีความรู้สึกว่า หนังยังมีองค์ประกอบที่จะทำให้เป็นหนัง LGBTQ+ ได้ไม่สมบูรณ์ แต่สามารถใช้อ้างอิงและพูดอ้อมๆในประเด็นนี้ได้ แต่ด้วยเนื้อแท้ของมัน มันไม่ใช่ไง - แก่นของหนังจริงๆเลยคือ การยอมรับและภูมิใจตัวตนทั้งจากภายในตัวเอง คนรอบข้างและสังคม ยังขาดองค์ประกอบเรื่อง เพศ ความรัก ฯลฯ ซึ่งมีหนังอีกเยอะมากๆ ที่พูดถึงการยอมรับตัวตน และเรื่องนั้นๆก็ไม่ใช่หนัง LGBTQ+ เหมือนกัน หนังที่พูดถึงการยอมรับตัวตนทุกเรื่อง ไม่ใช่หนัง LGBTQ+ ไปซะทุกเรื่องนะครับ
    .

    ➡️ Brotherhood

    - นี่คือนิยามของผม ที่พูดถึงความสัมพันธ์ของ Luca และ Alberto มันคือความสัมพันธ์ของเพื่อนผู้ชายและผู้ชาย ที่จะทำกิจกรรมต่างๆด้วยกัน ซึ่งในจุดสุดท้าย ไม่ว่า Luca และ Alberto จะมองความสัมพันธ์นี้อย่างไร ในตอนจบหนังมันก็พาไปแค่ พี่ชายน้องชาย แค่นั้น / ถึงแม้จะมีฉากนอนด้วยกัน ฉากกอดเอวปั่นจักรยาน ซึ่งผมก็มองว่าเป็นสิ่งที่ปกติมากๆที่เพื่อนผู้ชาย 2 คน จะทำได้ หรือฉากที่ Alberto ไม่พอใจที่ Luca ไปสนิทกับ Giulia มากกว่า ซึ่งความไม่พอใจของ Alberto ไม่ได้เกิดจากความหึงหวงที่ Luca นอกใจด้วย แต่เกิดจากการที่ Luca ให้ความสนใจน้อยลง แค่นั้นเอง ซึ่งไปย้อนดูตอนจบของฉากนี้ได้เลย หลังจากที่ Luca และ Alberto ไปมีเรื่องกับแกงค์ Ercole พอกลับถึงบ้าน Alberto บอก Luca ว่า "นายมีหน้าที่แค่ทำตามคำสั่งของฉัน" 😄 มันเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่า Alberto สูญเสียอำนาจบางอย่างไปแค่นั้นเอง
    - จนรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้ มันจะทำให้การกระทำดังกล่าว มันโยงไปประเด็นความหลากหลาย แล้วทำให้ความสัมพันธ์แบบ Brotherhood ดูเป็นสิ่งผิดปกติ - เอาจริงประเด็นนี้เป็นปัญหานึงที่สำคัญของการเหยียดเพศนะ คือการที่ผู้ชาย 2 คน ไม่สามารถทำกิจกรรมบางอย่างด้วยกัน อย่างเป็นปกติ เพราะกลัวคนรอบข้างมองว่าเป็น GBQ+ เช่นการออกทริปด้วยกัน การค้างคืนในห้องเดียวกัน เป็นต้น ถ้าคนดูเรื่องนี้ แล้วเกิด Romanticize จนหลุดประเด็น ก็จะนำไปสู่ปัญหานี้แหละ / คือการมองสิ่งที่ตัวละคร 2 ตัวนี้ ทำเป็น GBQ+ ไม่ใช่กาาผูกมิตรฉันเพื่อน
    .
    ➡️ Call Me By Your Name

    - สงสัยมากว่า ผกก. คิดจะทำอะไรอยู่? จะชูหนังให้เข้าประเด็น LGBTQ+ ให้ได้ใช่มั้ย? 😄
    - มีหลายฉากหลายโมเมนต์ที่หยิบยืม และ อ้างถึงหนัง Call Me By Your Name (2017) มาใช้ อาจจะไม่ได้จงใจ จากการสืบค้นก็ไม่เห็นว่ามีทีมงานคนไหนที่เกี่ยวข้องกับหนังเรื่องนั้นสักคน 😄 คงแค่เอาหนังเรื่องนั้นมาเป็นแรงบันดาลใจเฉยๆแหละ
    - อย่าง ...แบล็คกราวที่เป็นประเทศอิตาลี , ตัวละคร Luca ที่มีความคล้ายคลึง Elio , ความสัมพันธ์ของ Luca และ Alberto ที่มีบางช่วงคล้ายๆ Elio และ Oliver , ฉากการจากลาในโลเคชั่นสถานีรถไฟ ซึ่งเหมือนกัน , มีการปั่นจักรยาน ซึ่งมีนัยยะทั้ง2เรื่อง / ทุกอย่างมันทำให้ผมมีความรู้สึกว่า ผกก. กำลังจะโยงหนังเรื่องนี้ให้มีความคล้ายคลึงกับหนังอีกเรื่อง โดยไม่รู้ว่ามีเจตนาอะไร
    .
    ➡️ มองให้อยู่ในกรอบ LGBTQ+

    - แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า หนังเรื่องนี้ไม่พูดถึงประเด็นความหลากหลายทางเพศได้เต็มปาก เพราะหนังนำเสนอแง่มุมของการยอมรับตัวตน ซึ่งถือเป็นหน่วยย่อยหน่วยหนึ่งของประเด็นความหลากหลายทางเพศ
    - จะสังเกตได้จากหนังหลายๆเรื่อง ที่พูดถึงประเด็นความหลากหลายทางเพศ ที่ตัวละครที่มีความ LGBTQ+ มักจะสับสนถึงสถานะและการวางตัวของตนเองต่อคนรอบข้างและสังคม ทำให้หนังแนวนี้ มักจะมีเนื้อหาที่พูดถึงการค้นหานิยามของตัวเอกผ่านการดำเนินเรื่องในหนัง เพื่อค้นหาตัวตน เพื่อให้เข้าใจและยอมรับสถานะตัวเอง และเรียนรู้ที่จะวางตัวในสังคม รวมไปถึงการให้สิ่งที่แวดล้อมโดยรอบของตัวเอกยอมรับตัวตนของตัวละคร
    - ซึ่งหนังเรื่องนี้ ก็หยิบยกประเด็นการค้นหาและยอมรับตัวตนมาใช้เป็นแกนเรื่อง ผ่านคำว่า "สัตว์ประหลาดใต้ทะเล (Sea Monster)" ที่ทั้งตัว Luca และ Alberto ต่างเรียนรู้ผ่านการดำเนินเรื่อง ซึ่งในตอนสุดท้าย ทั้งคู่ก็สามารถนิยามตัวเอง ยอมรับตัวเองโดยไม่ต้องปกปิด รวมถึงสามารถทำให้คนที่แวดล้อมพวกเขา ยอมรับในตัวตนพวกเขาได้เช่นกัน 
    - นับว่า Disney ได้เลือกออกมาจากระยะปลอดภัยในก้าวหนึ่งแล้ว ถึงจะไม่ได้ทำให้หนังพูดถึงประเด็นความหลากหลายทางเพศอย่างโจ่งแจ้ง แต่การเลือกหยิบประเด็นการยอมรับตัวตนมาใช้ ก็เป็นก้าวที่ดีที่จะพูดถึงความเกี่ยวโยง LGBTQ+ ซึ่งก็คาดหวังไว้ว่าในอนาคต Disney จะทำหนังที่พูดถึงประเด็นความหลากหลายทางเพศอย่างตรงไปตรงมา มาให้ชมในอนาคตอันใกล้นี้   
    .
    ▫️ซึ่งจากมุมมองทั้งหมด ก็ไม่ได้บอกว่าหนังไม่ดีนะ รู้สึกชอบมากด้วยซ้ำ ความสัมพันธ์ระหว่าง Luca และ Alberto หรือความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครอื่นๆในเรื่อง เป็นความสัมพันธ์ที่งดงาม ตอนจบน้ำตาคลอ หนังคั้นความรู้สึกออกมาได้ดี ประเด็นการยอมรับและภูมิใจในตัวตน ทำออกมาได้ดี ถึงแม้จะขมวดประเด็นนี้กระชับไปหน่อยในช่วงท้าย (เราเจอสัตว์สปีชีส์ใหม่ จะมีรีแอคอย่างไร? แล้วการที่ชาวเมืองยอมรับในตัว Luca และ Alberto เกิดจากอะไร? วิเคราะห์กันให้ดีๆนะ 😊) /และถ้ามีลูก ก็เป็นหนังที่ให้ลูกดูเพื่อทำความเข้าเรื่องนี้ได้ โดยสามารถสอดแทรกประเด็น LGBTQ+ อ้อมๆ ในช่วงวัยที่เค้าเริ่มรู้จักตัวเอง ซึ่งหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ย่อยประเด็นนี้ได้ดีเรื่องนึงเลย 🤩


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in