เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
CITY SIGHT เมืองที่มองไม่เห็นSALMONBOOKS
02: เมืองดาว เทรนด์ใหม่คู่เมืองคาร์บอนต่ำ


  • ไม่นานมานี้มีข่าวออกมาว่า เด็กจีนตามเมืองใหญ่ไม่เคยเห็นดวงดาว เพราะสิ่งที่บดบังท้องฟ้าตลอด 6-7 ปีของพวกเขาคือหมอกควันจากมลพิษ

    80% ของเด็กตามเมืองในสหรัฐฯ ก็ไม่เคยเห็นดาวเช่นกัน

    เมื่อปี ค.ศ. 1994 เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงในแคลิฟอร์เนีย ไฟดับทั้งแอลเอ และตอนนั้นเองที่ชาวเมืองจำนวนไม่น้อยต้องรีบโทรศัพท์ไปยังสายด่วน 911 เพื่อแจ้งข่าวว่าเห็น ‘เมฆยักษ์ประหลาดเรืองแสงพาดบนท้องฟ้า’

    พวกเขาเห็นทางช้างเผือกเป็นครั้งแรกในชีวิตโดยที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร

    สิ่งที่บดบังแสงดาวในสหรัฐฯ มาตลอดไม่ใช่หมอกควัน แต่เป็นมลพิษแสง

    มลพิษแสง คือแสงที่ฟุ้งออกมาจากไฟสว่างยามค่ำคืน ยิ่งสว่างยิ่งทำให้ตาพร่า และยิ่งทำให้มองไม่เห็นดวงดาว แต่นอกเหนือจากไฟป้ายโฆษณาที่แยงลูกตา ทุกคนก็มองว่าแสงสว่างเป็นสิ่งจำเป็น เพราะยิ่งมีไฟส่องแสงเท่าไร ถนนหนทางและบ้านเมืองก็ยิ่งปลอดภัย
  • กลุ่มอนุรักษ์ฟ้ามืด (Dark Sky Preservation) ค่อนข้างเห็นต่าง พวกเขาไม่คิดว่ามลพิษแสงเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องแลกกับความปลอดภัย มลพิษแสงแตกต่างจากแสงไฟสว่างที่ช่วยให้เรามองเห็น มันเป็นเศษแสงที่ก่อความเสียหาย เกิดจากการจัดการที่ไม่ดี ทำให้สิ้นเปลือง และไม่มีประสิทธิภาพ ปล่อยให้แสงฟุ้งออกไปยังบริเวณที่ไม่เกิดประโยชน์ เหมือนถังน้ำมีรู

    ดังนั้น ถ้าเราออกแบบแสงให้มีประสิทธิภาพ ควบคุมให้ส่องเฉพาะส่วนและเวลาที่ต้องการเห็น ในปริมาณที่พอเพียง ไม่จ้าเกินจำเป็น เราก็จะสามารถลดมลพิษแสงที่ฟุ้งเสียเปล่าออกไปได้มาก และเมื่อแสงสว่างไม่รั่วไหลแบบเสียของ นัั่นหมายถึงประสิทธิภาพในการใช้พลังงานที่ทำให้ประหยัดไฟฟ้าได้มากโข รวมถึงประหยัดเงินและทรัพยากรได้ในเวลาเดียวกัน

    เคยมีการประเมินว่าไฟถนนที่ส่องแสงโดยไม่ก่อประโยชน์ ส่องผิดที่ผิดทางในสหรัฐฯ ทำให้ประเทศสิ้นเปลืองมากถึง 2.2 พันล้านดอลลาร์ต่อปีเลยทีเดียว

    นอกจากนี้ มลพิษแสงยังส่งผลต่อชีวิตของสัตว์จำนวนมาก อย่างการจับทิศทางของนกอพยพและสัตว์กลางคืนมากมายหลายชนิด เช่น มอธผสมเกสรพันธุ์พืช ลูกเต่าที่ฟักออกจากไข่แล้วพยายามมองหาทะเลจากแสงสะท้อนบนแนวคลื่นกระทบฝั่ง หรือในสหรัฐฯ ก็พบว่าแต่ละปีมีนกอพยพมากกว่าห้าล้านตัวต้องตายเพราะมลพิษแสง เนื่องจากทำให้มันบินชนกระจกบ้าง ทำให้บินวนหลงทางจนเหนื่อยตายบ้าง อีกทั้งยังแทรกแซงกลไกการจับคู่ผสมพันธุ์ของหิ่งห้อย ทำให้วงจรชีวิตตามธรรมชาติปั่นป่วน รวนเร ระบบนิเวศเสียสมดุล ถึงขั้นที่นักวิทยาศาสตร์จำนวนไม่น้อยเริ่มมองว่ามลพิษแสงสร้างความเสียหายแก่โลกพอๆ กับมลพิษทางเคมีหรือปัญหาโลกร้อน เพียงแต่เราไม่ค่อยตระหนักกัน
  • อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเริ่มมีคนเห็นความสำคัญ หลายเมืองใหญ่อย่างนิวยอร์กเริ่มออกมาตรการลดมลภาวะแสง ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นมาก เพราะใครจะคิดว่ากระบวนทัศน์ของพวกเขาจะพลิกเช่นนี้ จากเดิมที่สังคมยอมรับว่าเมืองต้องสว่างฟุ้งแสงสีอย่างช่วยไม่ได้ เปลี่ยนมามองว่าการเห็นดาวในเมืองเป็นสิ่งที่เป็นไปได้และควรจะเป็น

    เมืองฟ้ามืดเห็นดาวกำลังจะเป็นเทรนด์ใหม่

    ถ้าใครคิดว่าแสงดาวบนท้องฟ้าเป็นธรรมชาติฟุ่มเฟือยของคนโรแมนติกช่างฝันที่ไม่เข้าใจความสำคัญของธุรกิจและการพัฒนา ได้โปรดพิจารณาทบทวนใหม่ เพราะความงาม แรงบันดาลใจ และการเรียนรู้ ล้วนแล้วแต่มีมูลค่ายั่งยืนทางเศรษฐกิจ

    ท้องฟ้าเป็นธรรมชาติที่เราเข้าถึงได้ง่ายที่สุด แค่แหงนหน้าขึ้นมองก็ถึงแล้ว กลางวันเห็นเมฆ กลางคืนเห็นดาว

    เมืองเล็กๆ หลายเมืองเล็งเห็นจุดขายนี้ และออกมาตรการปรับเมืองไม่ให้มีมลภาวะแสงมานานแล้ว เขาอาจไม่มีวิวอลังการ ไม่มีป่า ดอกไม้ หรือสัตว์แปลกๆ ไปแข่งในตลาดท่องเที่ยวธรรมชาติ แต่มีท้องฟ้าและอากาศสดใส เพียงแค่ออกแบบแสงสว่าง จำกัดแรงวัตต์ มีกระบังครอบไฟไม่ให้ฟุ้ง จัดวางในตำแหน่งที่ต้องการเพียงเท่านี้ ดาวก็ปรากฏตัวพร่างพราวระยิบระยับ กลายเป็นจุดหมายการท่องเที่ยวขึ้นมาทันที ซึ่งอาจเพิ่มมูลค่าได้ด้วยการมีข้อมูลแผนที่ดูดาว วิทยากร จนถึงเทศกาลดูดาว

    สถานที่ที่มีชื่อเสียงที่สุดในเรื่องของการดูดาวเห็นจะได้แก่บริเวณทะเลสาบเทคาโพ เมืองทวิเซล นิวซีแลนด์ อันที่จริงที่นี่ก็มีมรดกธรรมชาติโดดเด่นอื่นๆ อาทิ นกตีนเทียนดำ ซึ่งไม่พบที่อื่นใดในโลก แต่แสงดาวบนท้องฟ้าของเขากลับมีชื่อเสียง เป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพจำนวนมาก
  • พื้นที่อุทยานฯ เมืองเล็กๆ หรือหมู่บ้านในไทยก็มีศักยภาพพอที่จะนำร่องจัดการไฟสว่างยามค่ำคืนให้ปลอดมลพิษแสง ลงทุนปรับเปลี่ยนโคมไฟไม่กี่บาท เริ่มด้วยการติดตั้งกระบังครอบไฟก็ได้

    เมืองที่น่าทำมากๆ คือเชียงดาว ควรทำให้เป็นเมืองดาวสมชื่อไปเลย

    แทนที่จะคิดทำกระเช้าไฟฟ้าบุกรุกดอยหลวงศักดิ์สิทธิ์ที่กัดกร่อนเสื่อมโทรมแล้วทิ้ง เปลี่ยนมาถนอมธรรมชาติ สร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการจัดการง่ายๆ ใครมาที่นี่ไม่จำเป็นต้องถ่อขึ้นดอยไปถึงระเบียงดาว เพราะอยู่บนพื้นราบก็ถึงดวงดาวได้เหมือนกัน ยิ่งมีเงาดอยหลวงตั้งตระหง่านเป็นพระประธานยามค่ำคืน คิดดูสิว่ามันจะเจ๋งแค่ไหน แถมยังประหยัดไฟในระยะยาวโดยไม่ต้องสูญเสียความสะดวกสบายใดๆ เลย

    เชียงดาว—เมืองดาว ขอได้โปรดพิจารณา

    อย่าได้มองข้ามท้องฟ้าที่มีดวงดาว นักวิทยาศาสตร์ ศิลปินเอก นักปรัชญา และผู้ปฏิบัติธรรมของโลกกี่คนมาแล้วที่ได้แรงบันดาลใจมาจากแสงดาว

    ท้องฟ้ามีดาว คือท้องฟ้าแห่งจินตนาการและสัจธรรม

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in