ดูหนังมาจิรัตน์ เสือป่า
BNK48 one take
  • เป็นเวลาเกือบจะสองปีแล้วที่ภาพยนตร์สารคดีของ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ อย่าง Girls don’t cry เข้าฉายในประทศไทย(16 ส.ค. 2561) มาในปีที่สุดแสนวุ่นวายจากปัญหาหลายหลากโดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิกฤติการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19ซึ่งส่งผลกับทุกส่วนของสังคมแม้แต่ภาพยนตร์มากมายก็ต้องเลื่อนกันเป็นแถบ สารคดีจากฝีมือ มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล ก็เข้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์อย่างnetflix เป็นที่เรียบร้อย ช่วงที่ในโรงหนังแทบจะไม่มีอะไรให้ดูแบบนี้เราจึงตัดสินใจได้ไม่ยากเย็นว่าจะกดเข้าดูหรือไม่

                    สำหรับตัวผู้เขียนแล้วแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยถ้าจะเขียนถึงภาพยนตร์เรื่องนี้โดยไม่มีการอ้างอิงถึง Girls don’t cry เพราะมันคือการสร้างจากโจทย์เดียวกันต่างกันแต่เพียงมุมมองของผู้กำกับว่าจะพยายามนำเสนอมุมไหนให้เราได้รับชม  ยิ่งเป็นเรื่องของคนที่เราเคยดูการให้สัมภาษณ์ของเขาเมื่อในอดีต การเปรียบเทียบเพื่อจะสังเกตว่าความคิดทัศนะคติของพวกเขาเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างไรบ้างก็ไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไร

              BNK48 one take เป็นการสัมภาษณ์และตามติดชีวิตของเหล่าสมาชิกไอดอลวงบีเอ็นเค48ช่วงกำลังเคร่งเครียดกับการรอฟังผลโหวตเลือกตั้ง general election ครั้งที่1   ซึ่งเป็นการเปิดให้แฟนๆของน้อง ๆได้โหวตให้กับสมาชิกที่ชอบเพื่อติด1ใน32อันดับ  โดย16อันดับแรกจะได้ติดซิงเกิลหลักและตั้งแต่อันดับ17ถึง32จะติดซิงเกิลรอง ภาพยนตร์จะคอยตามไปดูการฝึกซ้อมภายในและตามสัมภาษณ์ถึงความคิดในขณะนั้นของแต่ละคน

                             หลังจากที่ผู้เขียนรับชมจนจบอารมณ์แรกที่เกิดขึ้นก็คือค่อนข้างผิดหวังเนื่องจากสิ่งที่ผู้กำกับพยายามจะนำเสนอนั้นดูไม่มีพลังมากพอที่จะทำให้เรารู้สึกถึงอะไรก็ตามที่เธอพยายามจะเสนอ ออกมาสักนิดเดียว

              สารคดีดำเนินเรื่องเหมือนกับเป็นการเจาะลึกเข้าไปในวงการไอดอลโดยมีที่ท่าว่าจะชำแหละมันอย่างเจาะลึก  แล้วก็ตัดภาพมาเป็นการสัมภาษณ์เด็กสาวที่วันหนึ่งต้องกลายมาเป็นที่จับตามอง   ตัดมาอีกทีก็เป็นการต่อสู้ของความคิดเรื่องเส้นแบ่งระหว่างเพื่อนกับคู่แข่งโดยเรื่องที่กล่าวมานี้     Girls don’t cry ก็เคยพูดถึงไปแล้วซึ่งถ้าหากเราเห็นความเปลี่ยนแปลงในความคิดของสมาชิกในวงก็ดีแต่เราไม่เห็นว่าความคิดของพวกเธอจะมีอะไรเปลี่ยนถ้าเป็นอย่างนั้นเรื่องนี้มันก็ไม่ควรเล่าแล้วสิเพราะคนดูก็รู้กันหมดแล้วจะมาเล่าซ้ำทำไม มันทำให้เรื่องราวแบนมากไม่มีมิติความลุ่มลึกอยู่เลยทั้งที่เป็นการสัมภาษณ์ที่ต้องการหามิติใหม่ๆมาเล่าเรื่องราวเพื่อให้คนดูเกิดความรู้สึกถึงความเป็นมนุษย์คนหนึ่งของเหล่าไอดอลแท้ๆ

    ยิ่งน่าเสียดายเพราะในสารคดีจะเห็นได้เลยว่าผู้กำกับมีฟุตเตจให้ใช้อย่างมหาศาลแต่ว่าหาแก่นเรื่องไม่เจอว่าจะเล่าเรื่องอะไรกันแน่  การเล่าเรื่องด้วยภาพมันไม่ทำงานพอที่จะสร้างอารมณ์ความรู้สึกได้   เป็นประเด็นสำคัญเลยก็คือฉากที่ไม่จำเป็นเยอะมากสามารถเล่าเรื่องให้มันจบได้ภายในครึ่งหรือหนึ่งชั่วโมง

              ในการเล่าเรื่องอะไรสักอย่างนั้นมันก็ควรจะมีตัวละครหลัก ตัวละครรอง มีการแบ่งบทบาทมากน้อยกันไปโดยสารคดีของนวพลนั้นก็ใช้การเล่าเรื่องแบบนี้ เหล่าสมาชิกจะมีการเฉลี่ยบทมากน้อยต่างกันไปแล้วแต่ว่าเรื่องราวของใครจะมีอิมแพ็คและสร้างผลดีต่อภาพรวมมันทำให้ตัวละครมีฉากจำบางอย่าง ตัวอย่างเช่น จิ๊บกับฉากซ้อมเต้นคนเดียวหลังเวที เรื่องความเป็นกัปตันของเฌอปราง  ฉากที่เจนเล่าถึงแฟนคลับในวันจับมือทั้งน้ำตา  ตรงกันข้าม one  take ที่การสัมภาษณ์ไม่เป็นที่น่าจดจำเราไม่สามารถจับได้เลยว่าใครเป็นตัวละครหลักหรือรองเหมือนเป็นการยำเอาภาพการสัมภาษณ์มารวมๆกันเฉยๆ

           โดยรวมแล้วสารคดีเรื่องนี้มีปัญหาหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล่าที่ไม่มีแก่นชัดเจนแถมประเด็นบางอย่างก็ซ้ำซากมองไม่เห็นพัฒนาการของเหล่าสมาชิกนำเสนอเรื่องราวของมนุษย์ให้ดูแบนไม่มีมิติความเป็นมนุษย์เสียเลย  การเล่าเรื่องด้วยภาพก็มีปัญหาเพราะภาพที่เราได้เห็นมันไม่ทำงานกับอารมณ์คนดูเลยสักนิดเดียว  

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in